แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 589 - 600
ตอนที 589 : เจียวอี8เหนียง ตั้งแต่เจียงป่ าวชิงแต่งเข้ามา กงจี้ก็มอบอํานาจเรืองภายในลู่จิงซวนให้กับนางมา โดยตลอด มันเป็ นแค่บ้าน ดังนั้นเจียงป่ าวชิงจึงจัดการได้อย่างไม่ยุ่งยาก
ในวันนี้ ลมช่วงบ่ายอุ่นเล็กน้อย กงจี้ทํางานหามรุ่งหามคํามาสองสามวันแล้ว ตอนกลางวันเขาทานอาหารข้างนอกโดยไม่ได้กลับมาจวน เจียงป่ าวชิงรู้สึกเบือ เมืออยู่คนเดียวจึงสังให้สาวใช้ออกไปในขณะทีตัวนางเองออกไปเดินเล่นทีสวน ข้างนอก
รอบ ๆ ลู่จิงซวนคือสวนวิวสวยทีติดกับจวนติ้งกัวโฮ่ 8 ว มันสวยงามเหมาะแก่การ ออกมาเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ เจียงป่ าวชิงเลือกเดินไปยังทีร่มรืนและเดินไปที ส่วนลึกของสวน
นางไม่ได้รู้สึกตืนตระหนกใด ๆ ความจําของนางเป็ นเลิศ และตราบใดทีนางเคย มาทีสวนแห่งนี้แล้วแม้เพียงครั้งเดียว นางก็จะไม่หลงทางแน่นอน
นางเดินเล่นชมวิวพลางเด็ดดอกไม้สองสามดอกมาถือไว้ในมืออย่างสบายใจ แต่ เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เห็นศาลาทีอยู่ข้างหน้าซึงมีหญิงท้องนูนกําลังนังตาก อากาศอยู่ทีนันพร้อมสาวใช้
เจียงป่ าวชิงเห็นอีกฝ่ าย อีกฝ่ ายก็เห็นนางเช่นกันและยังส่งสาวใช้มาทําความ เคารพนางก่อนจะเชิญนางเข้าไปนังพูดคุยกั น
ตอนนี้เจียงป่ าวชิงถึงจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือเจียวอี8เหนียง อนุภรรยาของกงซู่ผู้เป็ นผู้ สืบทอดจวนติงกั ้ วโฮ่ 8 ว
เจียงป่ าวชิงเองก็เดินเหนือยพอดีจึงไปทีศาลาตามคําเชิญ
เนืองจากเพิงผ่ านเรืองของกงลุ่นกับหลูชือเมือครั้งทีแล้ว เจียงป่ าวชิงจึงมองดูท้อง ของเจียวอี8เหนียงโดยไม่รู้ตัว นางดูเหมือนตั้งท้องได้หกเจ็ดเดือนแล้ว ซึงนีเป็ น การตั้งท้องจริง ๆ เพราะการตั้งท้องลมไม่สามารถยืดเวลามาได้นานขนาดนี้
เจียวอี8เหนียงสังเกตเห็นสายตาของเจียงป่ าวชิงจึงพูดด้วยรอยยิมหวาน ้ “อีกไม่กี วันก็ครบเจ็ดเดือนแล้วจ้ะ หมอบอกว่าอาจเป็ นเด็กผู้ชาย”
เจียงป่ าวชิงยิมรับ ้
เจียวอี8เหนียงพูดต่อ “ทําไมสะใภ้ใหญ่ถึงเงียบขรึมเช่นนี้ล่ะจ๊ะ ข้าได้ยินพีสาว บอกว่าสะใภ้ใหญ่พูดจาเก่งมากเลยหนิจ๊ะ”
“พีสาว ?” เจียงป่ าวชิงทวนคํา
เจียวอี8เหนียงจึงอธิบาย “ก็คุณหญิงของผู้สืบทอดของเรายังไงล่ะ เราเรียกกันว่า พีสาวน้องสาวมาโดยตลอด”
เมือเห็นสีหน้าไร้เดียงสาและเบิกบานของเจียวอี8เหนียง เจียงป่ าวชิงก็เงียบ ไม่ได้ พูดอะไรอีกเพราะนางเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับเจียวอี8เหนียง
เจียวอี8เหนียงคงจะอึดอัดใจมาเป็ นเวลานานจึงพูดคุยกับเจียงป่ าวชิงไม่หยุด “ลูก คนนี้ไม่ดื้อเลยตอนอยู่ในท้อง ข้าได้ยินพีสาวบอกว่าตอนทีนางตั้งครรภ์ ผู้สืบ
ทอดตัวน้อยซุกซนมากในตอนทียังอยู่ในท้องของนาง ทําจนนางอาเจียนเกือบทุก อย่างทีกินเข้าไปและทรมานมากจริง ๆ”
เจียงป่ าวชิงไม่รู้จะพูดอะไรจึงทําได้เพียงพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ เช่นเคย
เจียวอี8เหนียงนึกอะไรบางอย่างได้ นางส่งเสียงหัวเราะ “สะใภ้ใหญ่ เจ้าต้องถือ โอกาสตอนทีในบ้านยังไม่มีใครและรีบตั้งท้องให้เร็วทีสุดถึงจะดีนะ”
อีกไม่นานร่างนี้ของเจียงป่ าวชิงก็ใกล้จะอายุสิบแปดปี แล้ว และการมีลูกตอนอายุ เท่านี้ปลอดภัยมากกว่าเมือเทียบกับคนทีมีลูกตอนอายุสิบสีถึงสิบหกปี
“เรืองลูกน่ะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเถอะจ้ะ” ในทีสุดเจียงป่ าวชิงก็ตอบ กลับด้วยประโยคทีค่อนข้างยาว
นางนึกถึงกงลุ่นและหลูชือทีไม่มีข่าวคราวเรืองลูกให้ได้ยินเลยหลังจากทีแต่งงาน มาเป็ นเวลาสามปี นายท่านหญิงตี8ไม่พอใจหลูชืออย่างมาก และต้องการส่งสาวใช้ สองสามคนไปให้กงลุ่น มันจึงทําให้หลูชือรู้สึกกดดัน ประกอบกับหลูชือ กระตือรือร้นทีจะมีลูก นางก็เลยท้องลมอย่างทีเห็น
ช่วงบ่ายวันนั้น หลังจากทีกงลุ่นและหลูชือออกจากลู่จิงซวน พวกเขาก็ออกไป ข้างนอกอย่างเร่งรีบและกลับมาด้วยสีหน้าเหมือนพ่อแม่เสียชีวิตจากไปแล้วยังไง ยังงั้น
เจียงป่ าวชิงจึงรู้ว่าพวกเขาเชือแล้วว่านีเป็ นความเข้าใจผิด และนางก็ยักไหล่
เรืองลูก นอกจากพยายามให้มากยิงขึ ้นตอนตกไข่ ทีเหลือก็ทําได้เพียงเฝ้าดูวาสนา ของตัวเองแล้วล่ะ
เจียงป่ าวชิงไม่รู้จะคุยอะไรกับเจียวอี8เหนียงเลยจริง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นอีกฝ่ ายที พูดมากกว่า และนางนังรับฟัง ทว่ าก็มีบางครั้ งทีทั้งสองก็เงียบพร้อมกัน
สําหรับตอนนี้ เจียงป่ าวชิงรู้สึกว่าความเงียบนั้นดีมาก
แต่ผ่านไปไม่นานสาวใช้ข้างกายเจียวอี8เหนียงก็เตือนเจียวอี8เหนียงว่าออกมานาน แล้ว และถึงเวลากลับแล้ว
เจียวอี8เหนียงอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย ตอนทีจะจากไป นางโบกมือให้เจียงป่ าวชิง เหมือนเสียดาย
…
เมือกงจี้กลับมาในตอนกลางคืน เจียงป่ าวชิงก็ถามว่าเขารู้ทีมาทีไปของเจียวอี8 เหนียงผู้เป็ นอนุภรรยาของกงซู่หรือเปล่า
กงจี้รู้สึกงุนงงกับคําถามแปลก ๆ นี้ “ข้าจะไปรู้ทีมาทีไปของอนุภรรยาบ้านสอง ได้ยังไง ?”
เจียงป่ าวชิงส่งเสียงอุทานเล็กน้อย คิดดูแล้วก็จริง
แต่กงจี้กลับไม่สามารถทนต่อความผิดหวังของนางได้ เขาครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะ เรียกติงเซียงเข้ามา
ตอนทีติงเซียงเข้ามา ท่าทางนางดูเหมือนตืนเต้นทําอะไรไม่ถูก แต่ตอนทีเจอกับ นายท่านทั้งสอง อารมณ์เหล่านั้นก็ถูกปกปิ ดไว้ในก้นบึ้งหัวใจอย่างลึกซึ้ง และ นางก็ทําความเคารพอย่างนอบน้อม “นายท่านเรียกข้าน้อยหรือเจ้าคะ ?”
กงจี้พูดกับเจียงป่ าวชิง “ติงเซียงเป็ นคนเก่าคนแก่ในจวน ไม่แน่นางอาจรู้ก็ได้ เจ้า ลองถามนางสิ”
เจียงป่ าวชิงจึงถามติงเซียงด้วยคําถามทีเพิงถามกงจี ้เมือสักครู่
ติงเซียงเงียบไปครู่หนึง คงเป็ นเพราะนางรู้สึกตกใจกับความอยากรู้อยากเห็นของ เจียงป่ าวชิง “ข้าน้อยจําได้ว่าเจียวอี8เหนียงเหมือนจะเป็ นลูกสาวของขุนนางชั้น ผู้น้อยเจ้าค่ะ ขุนนางชั้นผู้น้อยคนนั้นกระทําผิดและตกอยู่ในสภาพอับจน ต่อมาผู้ สืบทอดก็ช่วยนางไว้ และผ่านไปไม่กีวัน นางก็เข้ามาในจวนเจ้าค่ะ”
เจียงป่ าวชิงพยักหน้าแล้วถามเพิม “เจียวอี8เหนียงเข้ามาได้กีปี แล้ว ?” ติงเซียงพูดขึ้น “ประมาณสองปี ได้แล้วเจ้าค่ะ”
เจียงป่ าวชิงพยักหน้า สังให้ติงเซียงออกไปแล้วหันมองกงจี้ด้วยรอยยิม้ “ข้าจําได้ ว่าเจ้าเคยบอกว่าเจ้ามีคนส่วนหนึงทีกําลังตรวจสอบเรืองของกงซู่ไม่ใช่รึ ? ตรวจสอบว่าพ่อของเจียวอี8เหนียงเมือสองปี ก่อนคือใคร ทําความผิดอะไร และกง ซู่ช่วยเหลือเกียวกับเรืองนี้ยังไง นีถือว่าเป็ นหลักฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้หรือเปล่า
?”
กงจี้อดไม่ได้ทีจะจุมพิตเจียงป่ าวชิง “ภรรยาของข้าช่างฉลาดลํ้าลึกจริง ๆ แต่เจ้ารู้ ได้ยังไงว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเจียวอี8เหนียง ?”
เจียงป่ าวชิงพูดขึ้นยิม ๆ ้ “วันนี้ข้าฟังรูปแบบการพูดจาของเจียวอี8เหนียงแล้วรู้สึก ว่าดูไม่เหมือนอนุภรรยาทัวไป จึงอยากตรวจสอบดูสักหน่ อยน่ะ”
“แค่นี้รึ ?”
“ใช่ แค่นี้เลย” เจียงป่ าวชิงพูดประมาณว่าย่อมเป็ นเช่นนั้นอยู่แล้ว “ถ้าอย่างนั้น มันยังจะเป็ นยังไงได้อีกล่ะ ?”
“ก็แบบนี้ยังไงล่ะ!” กงจี้โถมตัวใส่เจียงป่ าวชิงจนนางล้มลงไปบนเตียง ฉับพลันทันใดเขาเล่นลวดลายจนนางหัวเราะไม่หยุด และขอให้เขายกโทษให้ ครั้งแล้วครั้ งเล่า
ติงเซียงยังออกไปได้ไม่ไกล นางจึงรู้สึกขมขืนในใจเมือได้ยินเสียงหยอกล้อทีดัง มาจากทางด้านหลัง
คุณชายคงจะลืมไปแล้วว่านางเองก็เป็ นลูกสาวของขุนนางทีกระทําผิดเช่นกัน ตอนนั้นนางอายุได้เพียงหกขวบก็ถูกคุณชายซื้อกลับมาจากตลาดค้ามนุษย์
นีก็ผ่านมาสิบกว่าปี แล้ว…
……
วันต่อมา สิงทีเจียงป่ าวชิงคิดไม่ถึงคือเจียวอี8เหนียงส่งสาวใช้มาทีนีและเขียน จดหมายเชิญ เชิญให้นางไปชมดอกไม้ทีสวน
เจียงป่ าวชิงครุ่นคิดสักครู่ ก่อนจะปฏิเสธด้วยข้ออ้างทีว่า… วันนี้แดดแรงเกินไป
สาวใช้กลับไปพร้อมข้อความ แต่ใครจะรู้ว่าวันต่อมาสาวใช้ก็กลับมาอีกครั้ง และ ข้อความทีนํามาบอกกับเจียงป่ าวชิงในครั้งนี้คือเชิญเจียงป่ าวชิงไปตกปลาทีริม ทะเลสาบ
เจียงป่ าวชิงก็ยังคงปฏิเสธ โดยอ้างว่าทางทีริมทะเลสาบค่อนข้างลืนและอันตราย ซึงไม่เหมาะสําหรับสตรีทีกําลังตั้งท้อง
วันทีสาม สาวใช้คนนั้นก็นําข้อความมาบอกกับเจียงป่ าวชิงอีกครั้ง
เจียงป่ าวชิงไม่พูดอะไร แค่มองสาวใช้นิง ๆ และคิดว่าวันนี้นายท่านของอีกฝ่ าย จะเชิญนางไปทําอะไรอีก
แต่ข้อความทีมาบอกในครั้งนี้คือ วันนี้แสงกําลังดีเหมาะกับการเขียนกลอน จึง อยากเชิญเจียงป่ าวชิงไปเขียนกลอนด้วยกัน”
เจียงป่ าวชิงปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด นางอ้างว่า “ข้าความรู้น้อย”
วันทีสี ครั้งนี้สาวใช้คนนั้นไม่ได้นําข้อความมาบอกต่อ แต่กลับนําข้อความที เขียนบนกระดาษดอกไม้มาให้แทน
เจียวอี8เหนียงรู้สึกไม่สบายใจมาก คิดว่าสะใภ้ใหญ่รังเกียจสถานะอนุภรรยาทีไม่ สามารถเปิ ดเผยตัวตนต่อหน้าผู้คนได้ของนาง และไม่เต็มใจทีจะติดต่อกับนาง
เจียงป่ าวชิงครุ่นคิดสักครู่ เขียนลงไปบนกระดาษดอกไม้แผ่นนั้น เสร็จแล้วก็ให้ สาวใช้นํากลับไป
นางเขียนไปว่า “ทางเดินต่างกัน” ใช่สิ ก็ทางเดินนางกับอีกฝ่ ายมันต่างกัน แล้วจะให้เดินด้วยกันได้อย่างไร
……
ทางด้านกงจี้ ในวันทีสองเขาก็รู้เรืองทีเจียวอี8เหนียงมีความพยายามทีจะติดต่อ ภรรยาของเขาแล้ว ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจอะไร แต่หลังจากสีวันติดต่อกัน คิ้ว เขาขมวดมุ่นขณะทีพูดกับเจียงป่ าวชิงว่า “หากว่านางไม่ได้กําลังท้อง ข้าเกือบคิด ว่านางชอบเจ้า และต้องการจะยัวเจ้าแล้วซะอีกนะ ”
เจียงป่ าวชิงหลุดขําทันที
ตอนที 590 : สะเทือนครรภ์ แต่พอถึงวันทีห้าก็มีเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้นกับเจียวอี8เหนียง
นางออกมาเดินเล่นและไม่รู้ว่าเหยียบถูกอะไรเข้าถึงได้หกล้ม
แต่โชคดีทีนางตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและจับสาวใช้ข้างกายไว้แน่นเพือทําให้ แรงกระแทกเบาลง นางไม่ได้เป็ นอะไรมากแต่ก็ยังมีเลือดตกยางออกทีแข้งขาอยู่ บ้าง ทางฝังของบ้านสองเรียกหมอมาดูอาการ หมอบอกว่าท้องนางได้รับแรง กระทบกระเทือน และจําเป็ นต้องพักผ่อนให้มากขึ้น
กงซู่มาด่าเจียวอี8เหนียงยกใหญ่และสังไม่ให้นางออกไปอีก แม้จําเป็นต้องเดินเล่น ผ่อนคลายจิตใจบ้างแต่เขาก็ยอมให้เดินได้แค่ในบ้านของนางเองเท่านั้น
เจียวอี8เหนียงฟังด้วยความน้อยใจ เมือกงซู่กลับไป ไป๋ ชือ คุณหญิงของผู้สืบทอด ก็มาเยียมนาง
นางรีบจับแขนร้องทุกข์กับอีกฝ่ ายด้วยความน้อยใจทันที “พีสาว ผู้สืบทอด รุนแรงกับน้องมาก แล้วยังไม่อนุญาตให้น้องออกไปข้างนอกด้วย”
ไป๋ ชือฝื นยิมพลางปลอบ ้ “นันเป็ นเพราะเขารักเจ้ายังไงล่ ะ เขาจึงกลัวว่าจะเกิด อันตรายกับเจ้าเมือเจ้าออกไปข้างนอก”
“จริงหรือจ๊ะ ?” เจียวอี8เหนียงรู้สึกสงสัยอย่างมาก
ไป๋ ชือพยายามกลั้นความทุกข์ระทมในใจและพยักหน้ายิม ๆ ้ “เป็นเช่นนั้นอย่าง แน่นอน ถึงยังไงเจ้าก็ยังตั้งท้องลูกอยู่ในตอนนี้ บ้านของเรามีจงเกอเอ๋อร์แค่คน เดียว และโดดเดียวมาโดยตลอด เจ้าน่ะ ทางทีดีควรรีบมีน้องชายให้จงเกอเอ๋อร์ โดยเร็วเถอะ แบบนี้ต่อไปสองพีน้องก็จะเติบโตไปด้วยกัน เกื้อหนุนกัน และเชิด หน้าชูตาให้กับวงศ์ตระกูล”
เจียวอี8เหนียงหน้าแดงเรือ นางหัวเราะเสียงเบาด้วยแววตาทีประกายไปด้วย ความหวัง “ได้เลยจ้ะพี ถ้าอย่างนั้นเรียกเขาว่าจู่เอ๋อร์ดีไหม”
กงจง กงจู่
สองพีน้องเชิดหน้าชูตาให้กับวงศ์ตระกูล
ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ทีดีเท่านั้น แต่ยังฟังเหมือนกับว่าเป็ นพีน้องแท้ ๆ กับนายน้อย กงจงอีกด้วย
ฝันไปเถอะ!
ไป๋ ชือเกือบทนไม่ไหว นางยืนขึ้นและเกือบหลุดคําด่าทีว่า “หญิงเลว!” ออก จากปาก
เจียวอี8เหนียงรู้สึกสงสัย “พีสาว เป็นอะไรไปหรือจ๊ะ ?”
ไป๋ ชือตระหนักได้ว่าตัวเองลืมตัวจึงรีบผ่อนลมหายใจแล้วยิมกลบเกลือน ้ “หาก ว่าเป็ นเด็กผู้หญิง ชือนี้อาจจะไม่เหมือนใครไปหน่อยนะ”
เจียวอี8เหนียงเผยแววตาเข้าใจพลางยิมให้กั ้ บไป๋ ชือ “จริงอย่างทีพีสาวว่า หากว่า เป็ นเด็กผู้หญิง เมือถึงตอนนั้นค่อยเชิญให้ผู้สืบทอดช่วยคิดชือก็ได้จ้ะ ตอนนี้ผู้สืบ ทอดมีจงเกอเอ๋อร์แล้ว หากว่ามีลูกผู้หญิงอีกคน แบบนั้นก็จะเป็ นชือทีดีสําหรับทั้ง ลูกชายและลูกสาว…”
ในดวงตาของเจียวอี8เหนียงเป็ นประกายด้วยความหวังในอนาคต
ไป๋ ชือจัดการกับอารมณ์ของตัวเองก่อนจะยิมอย่ ้ างนิมนวล “มีลูกชายหรือลูกสาว ก็เหมือนกันนันแหละ ต่ างก็เป็ นคุณชายและคุณหนูของจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วเรากัน ทั้งนั้น… อ้อ ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้บ้านพ่อแม่ของข้าส่งเลือดนกนางแอ่นจากแคว้น
ติ้งมาให้ มันมีประโยชน์ช่วยบํารุงกําลังสตรี ตอนนี้ท้องเพิงรับแรง กระทบกระเทือน ข้าเลยคิดว่าเหมาะทีจะใช้เลือดนก อีกประเดี8ยวข้าจะให้คน นํามาส่งให้เจ้านะ”
เจียวอี8เหนียงตกใจหน้าแดงกํา นางรีบพูดขึ้นทันที “ได้ยังไงกันล่ะจ๊ะพี เลือดนก นางแอ่นมีค่ามาก แม้แต่คนทีมาจากครอบครัวเล็ก ๆ อย่างน้องยังรู้เลยว่าเลือดนก นางแอ่นจากแคว้นติ้งมีค่ามากเพียงใด น้องเป็ นแค่อนุภรรยา จะใช้ของลํ้าค่าเช่นนี้ ได้ยังไงกัน”
‘ก็รู้หนิว่าเลือดนกนางแอ่นจากแคว้นติ้งเป็ นของดี’ ไป๋ ชือส่งเสียงอย่างรังเกียจ ในใจแต่กลับแสดงสีหน้าไม่เห็นด้วยออกมา “ทําไมน้องสาวถึงทําเหมือนว่าข้า เป็ นคนนอกอย่างนั้นล่ะ ? ของจะดีแค่ไหนก็มีไว้ให้คนนําไปใช้ เจ้ามีทายาท ให้กับผู้สืบทอดก็ถือว่าเป็ นคุณงามความดีทียิงใหญ่ เลือดนกนางแอ่นแค่นี้ถือว่า เล็กน้อยมาก”
ไป๋ ชือตีหลังมือเจียวอี8เหนียงอย่างสนิทสนม แล้วพูดกําชับด้วยท่าทีกระตือรือร้น “เจ้าพักผ่อนให้มาก ๆ และอย่าออกไปเดินเล่นทุกวันเหมือนเมือก่อนก็ดีนะ ไม่ใช่ว่าจะจํากัดบริเวณเจ้า แต่เป็ นเพราะเจ้าท้องอยู่และเจ้าเองก็เพิงล้มมา ช่ วง สองสามวันนี้เจ้าต้องพักผ่อนให้มาก ๆ เข้าใจไหม ?”
เจียวอี8เหนียงนํ้าตาคลอเบ้า นางกลั้นนํ้าตาไว้แล้วยิมอย่ ้ างอ่อนโยน “พีสาว น้องรู้ แล้วจ้ะ”
ไป๋ ชือพยักหน้าอย่างพึงพอใจ นางพูดกําชับทิ้งท้าย “พักผ่อนให้มาก ๆ” แล้วก็ พาสาวใช้ออกไป
ตันหวงผู้เป็นสาวใช้รุ่นใหญ่ของเจียวอี8เหนียงออกไปส่งไป๋ ชือแทนเจียวอี8เหนียง ทีลุกไม่ขึ้น ผ่านไปสักครู่ นางกลับมาพูดกับเจียวอี8เหนียงด้วยความตื้นตันใจ “นายท่านอี8เหนียงเจ้าคะ คุณหญิงของผู้สืบทอดดีกับท่านมาก เมือครู่ตอนที ข้าน้อยออกไปส่งคุณหญิงของผู้สืบทอด นางก็เตือนข้าน้อยอีกครั้งประมาณว่า ต้องเอาใจใส่เรืองการดูแลนายท่านอี8เหนียงในยามปกติให้ดี ตอนทีท่านซุกซนก็ ต้องห้ามปรามเจ้าค่ะ”
เจียวอี8เหนียงอุทานในลําคอพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาปิ ดหู “พอ ๆ ๆ เจ้าเลิกพูดเถอะ ข้ารู้แล้ว เอาล่ะ ข้าจะพักผ่อน เจ้าออกไปได้”
เมือตันหวงเห็นดังนั้น นางทั้งรู้สึกโมโหทั้งขํา สุดท้ายนางก็พูดเสียงเบา “ที ห้องครัวนําต้มไก่ดํามาส่งให้เจ้าค่ะ มื้อนี้เพือให้ท่านอี8เหนียงได้บํารุงร่างกาย
ข้าน้อยจะนําไปอุ่นไฟเบาบนเตาให้ก่อน แล้วท่านค่อยทานเมือท่านตืนนะเจ้า คะ”
พูดจบ นางก็ย่องออกไป
…
เรืองทีไป๋ ชือนําเลือดนกนางแอ่นไปส่งให้กับเจียวอี8เหนียง นางเอาออกมาจากใน ห้องเก็บของส่วนตัวของนางโดยไม่ได้บอกกับกงซู่ ดังนั้นตอนทีกงซู่เห็นเจียวอี8 เหนียงยกเลือดนกนางแอ่นขึ้นดืมอย่างมีความสุขทีนัน เขาก็ ขมวดคิ้วทันที
“ใครให้เจ้า ?!”
เจียวอี8เหนียงตกใจเสียงกงซู่ นางพูดขึ้นอย่างขลาดกลัว “พีสาวให้ข้าเจ้าค่ะ…”
กงซู่หยิบถ้วยเลือดนกนางแอ่นมาจากมือของเจียวอี8เหนียง และเรียกเด็กรับใช้เข้า มาหา “เจ้าเอาไปตรวจสอบซิ!”
เจียวอี8เหนียงตกตะลึง นางรีบพูดอย่างร้อนใจ “ผู้สืบทอด นีท่านหมายความว่า ยังไง ? พีสาวให้ข้ามานะเจ้าคะ ข้ารู้ว่าพีสาวจะไม่ทําร้ายข้าอย่างแน่นอน ข้า ทานไปสองสามครั้งแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร แล้วร่างกายยังดีขึ้นกว่าเดิม มากด้วยเจ้าค่ะ”
กงซู่ไม่ต้องการยัวยุให้เกิ ดความขัดแย้งระหว่างภรรยาและอนุภรรยา เขาจึง กระแอมไอและพูดอย่างขอไปที “ไม่ใช่ว่าข้าสงสัยเจียเสียน ก็แค่ตอนนี้ในบ้าน เจ้ามีคนเข้าออกเยอะ หากว่ามีคนใส่อะไรลงไปในอาหารทีพีสาวเจ้าส่งมาให้จะ ทํายังไง ตอนนี้ท้องเจ้ายังไม่แข็งแรง ระวังไว้หน่อยก็ไม่เสียหาย”
เจียวอี8เหนียงเม้มปากด้วยท่าทางไม่พอใจอย่างมาก
ผ่านไปไม่นาน เด็กรับใช้ก็กลับมาพร้อมผลตรวจสอบ “ตอบผู้สืบทอดขอรับ นี คือเลือดนกนางแอ่นชั้นดีจากแคว้นติ้งทีไม่มีปัญหาใด ๆ ไร้ส่วนผสม แปลกปลอมขอรับ”
ไม่ใช่แค่ถ้วยนี้อย่างเดียว เด็กรับใช้ยังนําเลือดนกนางแอ่นจํานวนครึ งชังที เหลืออยู่ในกล่องไปตรวจสอบและไม่พบความผิดปกติใด ๆ เช่นกัน
นีหมายความว่ากงซู่คิดมากไปเอง
เจียวอี8เหนียงมองตําหนิกงซู่ก่อนจะพูดขึ้นอย่างน้อยใจ “ข้าก็บอกอยู่ พีสาวนํา เลือดนกนางแอ่นทีนางทําใจใช้ไม่ลงมาส่งให้ข้า ผู้สืบทอดยังจะสงสัยในตัวพีสาว อีก ช่างไม่สมควรจริง ๆ นะเจ้าคะ”
กงซู่กระแอมไอและพูดชี้แจง “ข้าไม่ได้สงสัยเจียเสียน ก็แค่ระวังไว้เท่านั้นเอง”
แต่เขารู้สึกผิดเล็กน้อยกับคําพูดทีพูดไปเมือกี้นี้ เขานั้นไม่ได้อยู่ทีบ้านเจียวอี8 เหนียงนานแล้วจึงทิงท้ายไว้ด้วยความร้อนใจ ้ “เจ้าดูแลท้องเจ้าให้ดี ๆ แล้วกัน” จากนั้นก็ออกไปอย่างรวดเร็ว
ตันหวงกลับมาจากไปส่งกงซู่ นางแอบพูดกับเจียวอี8เหนียง “ข้าน้อยเห็นผู้สืบ ทอดไปทางบ้านหลักเจ้าค่ะ”
เจียวอี8เหนียงขมวดคิ้วสงสัย “ผู้สืบทอดเข้าใจพีสาวผิดไป ก็ควรทีจะไปขอโทษ พีสาวไง เขาคงไปขอโทษกระมัง ?”
ตันหวงทอดถอนใจ
อันทีจริงตอนทีเลือดนกนางแอ่นจากแคว้นติ้งถูกส่งจากบ้านหลักมาทีนี ก็มี ความคิดหนึงฉายวาบขึ้นมาในส่วนลึกของหัวใจนางว่าคุณหญิงของผู้สืบทอดจะ ใส่ยาพิษในนั้นหรือไม่
แต่ทันทีทีความคิดนี้วาบผ่าน ตันหวงก็ตกตะลึงในตัวเอง นางคิดแบบนี้ได้ยังไง ?!
คุณหญิงของผู้สืบทอดดีกับอี8เหนียงของพวกนางมาก คนอืนอาจจะไม่ค่อยรู้ แต่ นางในฐานะสาวใช้ข้างกายของเจียวอี8เหนียง มีหรือจะไม่รู้
ความคิดเช่นนี้โหดร้ายเกินไป… ตันหวงถึงกับตําหนิตัวเองเป็ นเวลานานในตอน นั้น
การกระทําของผู้สืบทอดในตอนนี้ได้พิสูจน์ความบริสุทธิ? ของคุณหญิงของผู้สืบ ทอดได้เป็ นอย่างดีแล้ว
ดูท่าผู้สืบทอดเองก็คงจะรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน
ตอนที 591 : ในฐานะภรรยาหลัก
กงซู่เข้ามาทีบ้านหลัก สาวใช้กําลังจะรายงานแต่เขากลับยกมือห้ามเพือไม่ให้ทํา ให้ไป๋ ชือตกใจ แล้วเขาก็เข้าไปอย่างเงียบ ๆ
ไป๋ ชือกําลังเย็บชุดเล็ก ๆ อยู่ทีริมหน้าต่าง กงซู่ยืนมองนางอยู่ด้านหลังก่อนจะพูด ขึ้น “ดูเหมือนว่าชุดทีเจ้าทําจะเล็กไปหน่อย จงเกอเอ๋อร์ใส่ไม่ได้แล้วหนิ ?”
ไป๋ ชืออุทานออกมาราวกับตกใจเสียงกงซู่ทีดังขึ้นอย่างกะทันกัน เข็มแหลมแทง เข้านิ้วมือนางและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
ไป๋ ชือรีบหยิบผ้าขนหนูมาห่อแผลไว้พลางมองกงซู่ด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “ผู้สืบทอด ท่านโผล่มาอย่างกะทันหันเช่นนี้เกือบทําให้ข้าตกใจจนหัวใจวายแล้ว นะเจ้าคะ ชุดนี้ทําเสร็จเกินครึ งแล้ว หากว่าเลือดเปื้ อนชุด ชุดก็เสียได้นะ”
กงซู่มองดูนิ้วของไป๋ ชือทีถูกห่อด้วยผ้าขนหนูเนื้อฝ้ายแล้วขมวดคิวเล็กน้อย ้ “ให้ คนทีทํางานเย็บปักถักร้อยเป็ นทําให้ก็ได้หนิ”
“มันเหมือนกันทีไหนล่ะเจ้าคะ ?” ไป๋ ชือพูดขึ้น “ชุดนี้เตรียมไว้สําหรับลูกที ยังไม่เกิดในท้องของเจียวอี8เหนียง ข้าตั้งใจทําจากฝ้ายทีอ่อนนุ่มกระชับผิว และ ควรซ่อนปลายด้ายอย่างระมัดระวังเพือไม่ให้ขูดทําร้ายผิวบอบบางของทารก… ให้คนทีทํางานเย็บปักถักร้อยมาทํา ข้าไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่เจ้าค่ะ”
ไป๋ ชือเหมือนนึกอะไรได้จึงสังให้สาวใช้ยกชามาให้กงซู่ด้วยท่าทางครุ่นคิดอะไร บางอย่างและพูดขึ้นยิม ๆ ้ “ท่านดืมชาก่อน แล้วอีกประเดี8ยวไปดูเจียวอี8เหนียง หน่อยเถอะเจ้าค่ะ นางอายุยังน้อยและเพิงตั้งท้องลูกคนแรก วันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ทีกระทบกระเทือนท้องของนาง ข้าเกรงว่านางคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่ในใจ เพียงผู้ สืบทอดไปเยียมนาง ก็ถือเป็ นการปลอบโยนนางได้เช่นกัน”
ไป๋ ชือพูดเช่นนี้ กงซู่ก็นึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเขา ปี นี้นางอายุเพียงยีสิบเอ็ดปี ตอนทีนางแต่งงานกับเขา นางเพิงอายุสิบห้าและตอนทีตั้งท้องจงเกอเอ๋อร์ นางก็ อายุน้อยกว่าเจียวอี8เหนียงหนึงปี
ไป๋ ชือในตอนนั้นเข้มแข็งและรู้ประสากว่าเจียวอี8เหนียงมาก
“ข้าเพิงมาจากทีนั น เจ้ามอบเลือดนกนางแอ่ นจากแคว้นติ้งให้กับเจียวอี8เหนียงรึ ?” กงซู่มองไป๋ ชือ และรู้สึกว่าใบหน้าของไป๋ ชือทีถือได้ว่าเป็ นใบหน้าสวยงาม ยิงมองก็ ยิงรู้สึกว่ าสวยขึ้นเรือย ๆ
ไป๋ ชือเผยสีหน้ากระดากอายออกมาให้เห็น “ท่านรู้แล้ว… อันทีจริงก็ไม่มีอะไร หรอกเจ้าค่ะ เลือดนกนางแอ่นนั้นวางอยู่ทีนีก็ไม่ได้ใช้ ถึงยังไงน้องสาวก็กําลังตั้ง ท้องเลือดเนื้อของท่าน ข้าในฐานะภรรยาหลักก็ต้องดูแลให้ดีเป็ นธรรมดาเจ้า ค่ะ”
กงซู่ก้าวไปหานางอย่างกะทันหันแล้วอุ้มนางขึ้นมา ไป๋ ชือตกใจ นางโอบกอด รอบคอของกงซู่โดยไม่รู้ตัว “ท่าน ?!”
“จงเกอเอ๋อร์โตขึ้นเรือย ๆ เขาคงต้องการน้องชายมาเป็ นผู้ช่วยแล้ว” กงซู่ หัวเราะยกใหญ่ ก่อนจะอุ้มไป๋ ชือทีเขินอายเข้าไปในห้องด้านใน
……
เจียงป่ าวชิงไม่คิดว่าหลังจากทีนางได้ยินมาว่าเจียวอี8เหนียงถูกกักบริเวณเพราะ นางเพิงล้มจนกระเทือนท้อง นางก็คิดว่าเจียวอี8เหนียงคงสงบลงได้สักสองสามวัน แต่หลังจากประพฤติตัวดีได้เพียงสองวัน ก็ได้ยินมาว่านางหกล้มอย่างไม่ระวัง และต้องกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียงอีกครั้ง
เจียงป่ าวชิงจึงพูดกับมีหลิว “น่าแปลก ทําไมถึงหกล้มสองครั้งติดต่อกันในเวลา สั้น ๆ แบบนี้ได้ มีบางอย่างผิดปกติหรือเปล่า ?”
มีหลิวได้ฟังก็อดยิมไม่ ้ ได้ “เรืองอืนข้าน้อยไม่ค่อยรู้หรอกเจ้าค่ะ แต่ถ้าเรืองนี้ ข้าน้อยรู้มาบ้าง ตอนบ่ายวันนี้ข้าน้อยเองก็อยู่ในสวนเช่นกัน กําลังคิดว่าจะเด็ด ดอกไม้มาใส่ในแจกันให้ท่าน ก็ได้ยินสาวใช้รุ่นเล็กสองคนนังยอง ๆ พูดคุยกั นอยู่ ในทีร่มหลังพุ่มไม้ โดยคุยเกียวกับเรืองทีเจียวอี8เหนียงหกล้ม ครั้งแรกถือว่าเจียวอี8 เหนียงโชคร้ายทีพื้นในสวนของเรามีถังใบใหญ่สองสามใบทีใช้สําหรับเก็บนํ้าใน ยามปกติไม่ใช่หรือเจ้าคะ ? ในจํานวนนั้นมีถังใบหนึงทีมีลายเล็ก ๆ ด้านล่างซึง มีนํ้าซึมออกมาจากในนั้น เนืองจากไม่ค่อยมีคนไปตรงนั้น นํ้าทีซึมออกมาจากใน ถังจึงใช้สําหรับนํามารดนํ้าดอกไม้ใบหญ้าตรงนั้นพอดี แต่ไม่มีใครคิดว่าเจียวอี8 เหนียงจะแอบไปในสวนแล้วเดินเตร่ไปรอบ ๆ เมือนางเดินไปถึงตรงนั้นที ด้านล่างของพื้นหินชุ่มไปด้วยนํ้า นางจึงลืนหกล้ม ได้ยินมาว่าหลังจากทีนายท่าน เหวินรู◌้เรื องนี้ นางก็ไล่พ่อบ้านทีรับผิดชอบดูแลทีนันออกไปเลยเจ้าค่ ะ”
มีหลิวเล่าละเอียดมาก และดูไม่เหมือนมีใครวางแผนจริง ๆ ถึงอย่างไรถังใหญ่ใบ นั้นก็ตั้งอยู่ทีนันมานานแล้ว ใครจะคิดว่ าเจียวอี8เหนียงจะแอบไปแกล้งทําให้ ตัวเองเจ็บตัว
เจียงป่ าวชิงพยักหน้า “แล้วครั้งทีสองล่ะ ?”
มีหลิวพูดเสียงเบา “ได้ยินมาว่าตอนทีเจียวอี8เหนียงออกจากห้องในตอนเช้า นาง เหยียบธรณีประตูอย่างไม่ระวัง… แต่โชคดีทีตันหวงผู้เป็ นสาวใช้ข้างกาย ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว นางโถมตัวเอาตัวเองเป็ นเบาะรองอยู่ด้านล่างให้กับ เจียวอี8เหนียง เจียวอี8เหนียงจึงไม่เป็ นอะไรร้ายแรงเจ้าค่ะ”
เจียงป่ าวชิงหมดคําจะพูด
เจียวอี8เหนียงคนนั้นเพิงหกล้มเมือตอนเช้า ในตอนบ่ ายเรืองนี้ก็แพร่กระจายมาถึง นางแล้ว นีแสดงให้เห็นว่ามันแพร่กระจายไวและกว้างขวางมาก
เจียงป่ าวชิงฟังเหมือนเป็ นเรืองนินทา แต่ไม่คิดว่าเมือใกล้ถึงยามเย็น ไป๋ ชือจะมา หานางด้วยสีหน้ากลุ้มใจ
ตอนทีสาวใช้ของลู่จิงซวนมารายงาน เจียงป่ าวชิงตกตะลึงเล็กน้อย
ตั้งแต่นางแต่งงาน ในช่วงสองสามวันแรกก็วุ่นวายเสียเหลือเกิน แต่หลังจากนั้นก็ สงบดี นอกจากไปกินข้าวกับแม่สามีและเดินเล่นแล้ว ส่วนใหญ่นางก็ไม่ได้ออก จากลู่จิงซวน ยิงไม่ต้องพูดถึงไปคบค้าสมาคมกับคนอืน ๆ ของตระกูลกงเลย
แต่จู่ ๆ ไป๋ ชือก็มาทีนี เจียงป่ าวชิงเดาว่ามันต้องเกียวข้องกับเจียวอี8เหนียง บ้านเล็ก ของกงซู่แน่ ๆ
และเป็ นอย่างทีนางคิดไว้จริง ๆ หลังจากเชิญไป๋ ชือเข้ามานังแล้ว ไป๋ ชือเอ่ ย ทักทายไม่กีประโยคก็เข้าประเด็นหลักโดยตรง
นางขมวดคิ้วด้วยท่าทางกลัดกลุ้ม “เจียวอี8เหนียงอายุยังน้อย นิสัยของนางก็ ซุกซน นางล้มถึงสองครั้งภายในไม่กีวัน หมอในจวนเองก็มาช่วยดูให้แล้วและให้ กินยาต้มหลายขนาน แม้นางไม่เป็ นอะไรร้ายแรงแต่ท้องก็ได้รับการ กระทบกระเทือนถึงสองครั้งติดต่อกันซึงมันไม่ดีสําหรับเจียวอี8เหนียงและลูกใน ท้องของนาง ข้าจึงอยากเชิญสะใภ้ใหญ่ไปช่วยดูอาการให้นางหน่อย ดูว่ามีวิธีใด ในการทําให้ท้องของนางกลับมาแข็งแรง”
เจียงป่ าวชิงมองไป๋ ชือนิง ๆ “น้องสะใภ้สองดูเป็นห่วงลูกในท้องของเจียวอี8 เหนียงมากเลยนะจ๊ะ”
ไป๋ ชือถอนหายใจซึงดูจริงใจมาก “ข้าขอบอกสะใภ้ใหญ่อย่างไม่ปิ ดบังเลยแล้ว กัน ความรับผิดชอบหลักของผู้หญิงในบ้านใหญ่อย่างเราคือการมีทายาทให้กับ สามีเยอะ ๆ และอบรมเลี้ยงดูลูกหลาน แม้เจียวอี8เหนียงจะเป็ นอนุภรรยา แต่ลูกใน ท้องของนางยังคงเป็ นทายาทของสามีข้า ข้าจึงต้องใส่ใจเรืองนี้ให้มาก ๆ อีกอย่าง เจียวอี8เหนียงเป็ นเด็กทีไร้เดียงสาคนหนึงซึงข้าชอบนางมาก…”
เจียงป่ าวชิงมองดูไป๋ ชือทีพูดออกมาอย่าง “เชือใจอีกฝ่ าย” เมืออีกฝ่ ายพูดจบ นางก็หัวเราะนิง ๆ “ข้าไม่เชียวชาญเรืองพวกนี้เท่าไหร่ ถึงไปดู เกรงว่าก็คงช่วย อะไรไม่ได้หรอกนะจ๊ะ”
นางเลือกทีจะปฏิเสธไป๋ ชืออย่างนุ่มนวล
ไป๋ ชือไม่คิดว่าเจียงป่ าวชิงจะปฏิเสธจึงตกตะลึงและบิดผ้าขนหนูในมืออย่างกังวล “สะใภ้ใหญ่…”
แต่เจียงป่ าวชิงกลับยิมและพูดในเชิงไล่ ้ แขก “น้องสะใภ้สองยังมีธุระอืนอีกหรือ เปล่า ?”
ไป๋ ชือหน้าซีด นางลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วมองเจียงป่ าวชิงอย่างลึกซึ้ง รอยยิมบน ้ ใบหน้าของนางก็แลดูฝื ดฝื นเล็กน้อย “ในเมือสะใภ้ใหญ่พูดเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นข้า ก็ขอตัวกลับก่อนจ้ะ”
เจียงป่ าวชิงสังให้มีหลิวพาไป๋ ชือออกไปส่ง
มีหลิวเพิงออกไปได้ไม่เท่าไหร่ กงจี้ก็กลับมาจากข้างนอก
ตอนนี้ทีชายแดนถูกกงจี้กําราบอย่างมันคงแล้ว สงครามใหญ่ จบลง ส่วนการประ ทะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนายทหารระดับชั้นประทวนทีรักษาการป้องกันก็รับมือ ได้สบาย ๆ จนแม่ทัพกงไม่จําเป็ นต้องตั้งมันรักษาทีชายแดนอีกต่ อไป ประกอบ กับตั้งแต่ทีกงจี้กลับมาเมืองหลวงในปี ทีผ่านมา เขาทํางานลับให้กับฮ่องเต้มาโดย ตลอด บางครั้งก็จัดการงานสกปรกแทนฮ่องเต้ คงเป็ นเพราะฮ่องเต้รู้สึกว่าเขาใช้ งานได้คล่องมือมาก ไหนจะเรืองทีฮ่องเต้กับกงหยวนเฟิ ง พ่อทีเสียชีวิตของกงจี้ ถือได้ว่ามีมิตรภาพทีดี เคยฝ่ าฝันอุปสรรคมาด้วยกัน กับเรืองทีกงจี้แทบโตมา ภายใต้สายตาของฮ่องเต้ ฮ่องเต้จึงเชือใจกงจี้มากจึงตัดสินใจจัดตั้งแผนก ตรวจสอบทีนําโดยกงจี้ซึงเป็ นอิสระจากเหล่าผู้นําบ้านเมืองทั้งหลาย
ช่วงสองสามวันนี้ การก่อตั้งแผนกตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว กงจี้จึงกลับบ้านเร็ว
ตอนที 592 : เป็นเวลาสามเดือน
เมือเข้ามาในบ้าน กงจี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ใครมาทีนีรึ ?”
เจียงป่ าวชิงบอกใบ้ให้มีหลิวไปยกผลไม้สดเข้ามา นางเลิกคิ้วแต่ก็ยิมแย้ม ้ “จมูก ของเจ้าไวมากจริง ๆ ไป๋ ชือจากบ้านสองมานังเล่ น”
กงจี้รู้สึกรังเกียจเรืองทีเกียวข้องกับอีกสองบ้านในตระกูลกงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร “มิน่าถึงได้มีกลินแปลก ๆ ทีนีจาง ๆ แล้วนางมาทําไม ?”
“เจียวอี8เหนียงล้มจนกระทบกระเทือนท้องอีกแล้ว และจะให้ข้าไปช่วยดูอาการ ให้หน่อย” เจียงป่ าวชิงช่วยกงจี้ถอดเสื้อนอกส่งให้ติงเซียงทีคอยรับใช้อยู่
ด้านข้างนําไปจัดเก็บให้เรียบร้อย “ข้าคิดว่าถ้าสามารถหลีกเลียงเรืองของบ้าน สองได้ก็ควรหลีกเลียง ไม่แน่มันอาจก่อให้เกิดปัญหาอะไรก็ได้”
“ทําถูกแล้วยอดรักของข้า” กงจี้เอ่ยชมเจียงป่ าวชิงอย่างเห็นด้วย แต่ต่อมาเขา ขมวดคิ้ว “ตอนนี้ยังมีหลักฐานบางอย่างทียังมาไม่ถึงมือ มิเช่นนั้นจะถึงคราที พวกเขามากระโดดโลดเต้นทีนีได้ยังไง”
“ต้องการให้ข้าทําอะไรไหม ?” เจียงป่ าวชิงถาม
กงจี้มองนางยิม ๆ ้ “ต้องการสิ ต้องการให้เจ้าทําเหมือนตอนนี้ทีเหมือนกับไม่ ต้องการสนใจพวกเขาก็พอแล้ว” เขาโอบกอดเจียงป่ าวชิงแล้วจุมพิตลงบนแก้ม นางอย่างแผ่วเบา “แบบนี้ พวกเขาก็จะคิดว่าข้าไร้ซึงหนทางและทําได้เพียงไม่ ยอมอ่อนข้อกับพวกเขา”
เจียงป่ าวชิงยิม้ “นีง่ายมาก เดิมทีข้าก็ไม่อยากสนใจพวกเขาอยู่แล้ว” นางมองกง จี้ด้วยแววตาอ่อนโยนราวกับสายนํ้าในลําธาร “เจ้าเหนือยหรือเปล่า ? นํ้า เตรียมพร้อมแล้ว ไปอาบนํ้าสักหน่อยเถอะ ข้าจะให้พวกสาวใช้จัดอาหารรอ”
กงจี้ตอบตกลงพลางสังให้เด็กรับใช้สองคนยกนํ้าอุ่นทีต้มเสร็จนานแล้วเข้ามาใน ห้องด้านใน หลังจากทีวางฉากกั้นห้องก็เทนํ้าร้อนลงไปในอ่างอาบนํ้าจนเต็ม
ทีห้องด้านนอก เจียงป่ าวชิงกําลังสังให้สาวใช้จัดวางอาหาร
ตามกฎเกณฑ์ สามีภรรยาทีแต่งงานแต่ยังไม่มีลูกจะไม่มีห้องครัวเล็ก ๆ ในตัว บ้านเพราะโดยทัวไปมักจะรับประทานอาหารร่ วมกับครัวใหญ่ แต่คุณหญิงช่าง กลับไม่ยอมให้ลูกชายและลูกสะใภ้กลํ้ากลืนความไม่เป็ นธรรม นางจึงไปนังที บ้านคุณหญิงเหวินด้วยใบหน้ายิมแย้มเป็ นเวลากว่ ้ าสองก้านธูปโดยทีไม่ได้พูด อะไร และตอนทีกลับมานางก็เรียกลูกสะใภ้ให้ไปหาก่อนจะพูดด้วยสีหน้า อ่อนโยน
“ถ้าอยากทานอะไร เจ้าก็ให้คนในบ้านเจ้าทําให้ทานนะ ไม่จําเป็นต้องทนกลํ้า กลืนความไม่เป็ นธรรมหรอก”
ในเมือแม่สามีพูดขนาดนี้แล้ว เจียงป่ าวชิงจึงเด็ดเดียวแน่วแน่และเพิมห้องครัวที หลังบ้าน
เมือกงหว่านได้ยินดังนั้น นางก็วิงไปโวยวายกั บแม่ของนางยกใหญ่ เดิมที คุณหญิงเหวินแม่ของนางกําลังตรวจรายการสินค้าทีซื้อเมือวานกับไป๋ ชืออยู่ทีนัน เมือได้ฟังความไม่พอใจของกงหว่าน คุณหญิงเหวินก็นวดหางคิ้วและมองสํารวจ กงหว่านด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
กงหว่านรู้สึกขนลุกกับการจ้องมองของแม่ตัวเอง
คุณหญิงเหวินถอนหายใจ “ไม่ว่าจะทําอะไรเจ้าก็มักกวนใจเจียงป่ าวชิงคนนั้น ตลอดเลยนะ”
เมือก่อน ลูกสาวของนางถือได้ว่าเป็ นสาวงามทีมีชือเสียงในเมืองหลวง หลังจาก ปักปิ นตอนอายุครบสิบหกปี พวกแม่สือก็แทบจะแย่งกันก้าวข้ามธรณีประตูบ้าน ของพวกเขาเพือมาติดต่อสูกสาว แต่คุณหญิงเหวินแค่หัวเราะและบอกว่าตัวเองมี ลูกสาวคนเดียว จึงอยากให้อยู่ข้างกายต่อไปอีกสักสองสามปี
ดังนั้น ข่าวลือทีว่ากงหว่านรับใช้พ่อแม่ของนางด้วยความกตัญFูก็เผยแพร่ออกไป อีกครั้ง
แต่ลูกสาวทีสวยและมีคุณลักษณะดีเช่นนี้ กลับตืนเต้นจนสูญเสียสติปัญญาเมือได้ พบกับเจียงป่ าวชิง
ไม่ใช่เพราะเคยเสียเปรียบให้กับเจียงป่ าวชิงหลายครั้งทั้งต่อหน้าและลับหลัง หรอกรึ
ทําไมยังไม่จําอีก ?
กงหว่านมองคุณหญิงเหวินอย่างยากทีจะเชือก่อนจะพูดขึ้น “ท่านแม่ ท่าน หมายความว่ายังไงเจ้าคะ ?”
คุณหญิงเหวินตีหน้าขรึมและพูดขึ้นนิง ๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่สบายใจ ข้าเองก็ เหมือนกัน แต่มันไร้ความหมายหากว่าเจ้ามาโต้เถียงกับเจียงป่ าวชิงคนนั้นด้วย เรืองเล็กน้อยในตอนนี้”
กงหว่านตกตะลึงกับคําพูดของคุณหญิงเหวิน แต่นางก็ไม่ยอมต่อไป “นางสร้าง ห้องครัวเล็ก ๆ ในบ้านของนางขนาดนี้แล้วยังเรียกว่าเรืองเล็กน้อยอีกหรือเจ้าคะ ? ท่านแม่ นีนางกําลังท้าทายอํานาจในการดูแลบ้านของคุณหญิงติ้งกัวโฮ่ 8 วของ ท่านแม่นะ!”
คุณหญิงเหวินมองกงหว่านและขมวดคิ้ว
เมือก่อนนางเห็นลูกสาวโอ๋นายท่านหญิงและปราบเจ้าเด็กกงจิ้งอย่างระมัดระวัง จึงคิดว่าลูกสาวตัวเองเป็ นคนฉลาด แต่ใครจะคิดว่ามันเป็ นเพียงเพราะนางยังไม่ เจอกับเรืองทีจัดการยากจริง ๆ มากกว่า นางถึงได้ดูฉลาด
ก็ดูสิ เมือเจอกับเรืองบางอย่างทีควบคุมไม่ได้ นางดู…
โง่เขลามาก!
เมือเห็นว่าสีหน้าของแม่สามีและน้องสาวสามีต่างก็ยําแย่กันทั้งคู่ ไป๋ ชือทีมีสีหน้า เหมือนถูกกระแสคลืนซัดสาดตลอดช่วงนี้ก็หัวเราะเบา ๆ นางจับมือน้องสาว สามีและพูดขึ้นช้า ๆ “หว่านหว่านอย่าร้อนใจก่อนทีจะเจอเรืองสิ เจ้าลองคิดให้ รอบคอบว่าด้วยวิธีการของเจียงป่ าวชิง หากว่าห้องครัวนี้ไม่เหมาะกับกฎเกณฑ์ นางจะทิงเรืองขี ้ ้ปากคนทีเห็นได้ชัดขนาดนี้ไว้ให้เราหรือ ?”
กงหว่านชะงักงัน นางลองคิดอย่างรอบคอบก็พบว่าเป็ นเช่นนั้นจริง ๆ
เมือเห็นว่ากงหว่านยังสามารถไตร่ตรองเรืองนี้ได้อย่างรอบคอบด้วยความสงบจิต สงบใจ สีหน้าคุณหญิงเหวินก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเช่นกัน นางถอนหายใจ “ป้า ใหญ่ของเจ้าเป็ นหม้ายและไหว้พระมาหลายปี ห้องครัวในบ้านนางก็แทบไร้ ประโยชน์แล้ว ก่อนหน้านี้นางมานังทีบ้าน แม้นางไม่ ได้พูดอะไรแต่ความหมายก็ ชัดเจนมากว่าไม่ต้องการให้ข้าไปสนใจเรืองห้องครัวของเจียงป่ าวชิง ดังนั้นเราทํา อะไรไม่ได้เกียวกับเรืองนี้ เจ้าเข้าใจไหม ?”
แน่นอนว่ากงหว่านเข้าใจ สีหน้าของนางถึงได้ยําแย่เช่นนั้น
ในทีสุดลูกสาวก็เลิกโวยวาย คุณหญิงเหวินมองลูกสาว เมือเห็นว่าใบหน้าเล็กของ นางดูซีดเล็กน้อยและไม่รู้ว่ากําลังคิดอะไรอยู่ นางจึงกอดลูกสาวไว้ในอ้อมกอด ด้วยความรักใคร่สงสาร “หว่านหว่าน ข้างกายข้ามีเจ้าเป็นลูกสาวแค่คนเดียว ถ้า ข้าไม่รักเจ้าแล้วจะให้ข้าไปรักใคร”
กงหว่านพูดอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดคุณหญิงเหวิน “ท่านแม่ ถ้าท่านรักข้าจริง ๆ ก็ให้ ข้าแต่งงานกับคุณชายเผยสิ”
สีหน้าคุณหญิงเหวินเปลียนไปทันที ทว่านางยิม้ “ได้สิ ถ้าเผยหยู่เจ๋อคนนั้นมีใจที จะแต่งงานกับเจ้าจริง ๆ ข้าก็มิขัด เจ้าเองก็พยายามให้เขามาสู่ขอเจ้าทีบ้านให้ได้ ตกลงไหม ?”
กงหว่านไม่คิดว่าคุณหญิงเหวินจะล้มเลิกความคิดยัดนางให้ชายหนุ่มอืนอย่าง ง่ายดายเช่นนี้ อารมณ์รักครอบงํานางทันที “ท่านแม่พูดจริงหรือเจ้าคะ ท่านไม่ รังเกียจทีเขา… เขาตัวเปล่าแล้วหรือเจ้าคะ ?”
คุณหญิงเหวินจนปัญญา “ก็เจ้าไม่เปลียนใจจากเขาแล้วหนิ ข้าจะทํายังไงได้อีก ล่ะ ? แต่ข้าต้องบอกเจ้าให้ชัดเจนก่อนว่าเจ้าอายุไม่น้อยแล้วและไม่สามารถ ปักหลักอยู่ทีเขาคนเดียวได้นานนัก ข้าจะให้เวลาเจ้าสามเดือน ภายในสามเดือนนี้
หากว่าคุณชายเผยคนนั้นยังไม่มาสู่ขอเจ้า เจ้าต้องตัดใจจากเขาและต้องเชือฟังข้า เข้าใจไหม ?”
สามเดือน… สามเดือนก็เพียงพอ!
กงหว่านกอดคุณหญิงเหวินด้วยความดีใจก่อนจะพูดด้วยนํ้าเสียงไพเราะ “ท่าน แม่ ข้ารู้ว่าท่านรักข้าทีสุด” พูดจบ นางก็วิงออกไปอย่ างมีความสุข คงจะไป วางแผนอย่างแน่นอน
เมือเห็นท่าทางมีความสุของน้องสาวสามี ไป๋ ชือทีมองดูอยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะในใจ หึ ๆ ช่างไร้เดียงสาจริง ๆ
นางเป็ นลูกสะใภ้ให้คุณหญิงเหวินมาหลายปี แล้วและเข้าใจดีว่าแม่สามีของนาง คนนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ ายมันใจมากว่ าเผยหยู่เจ๋อจะไม่มาสู่ขออย่างแน่นอน นาง ก็จะไม่เสนอเงือนไขเช่นนี้ให้กับกงหว่านแน่นอน
ณ ตอนนี้ สายตาของคุณหญิงเหวินจับจ้องไปทีไป๋ ชือ ไป๋ ชือสะดุ้งตกใจแต่ยังคงแสดงสีหน้าเคารพ “มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ ?”
คุณหญิงเหวินพูดขึ้นช้า ๆ “ใช่แล้ว ข้าได้ยินมาว่าอี8เหนียงทีตั้งท้องของซู่เอ๋อร์ ล้มจนกระเทือนท้องถึงสองครั้งเลยรึ ?”
ไป๋ ชือพูดอย่างระมัดระวัง “ใช่เจ้าค่ะ แต่ข้าสังให้นางดูแลตัวเองให้ดี ๆ แล้วเจ้า ค่ะ”
คุณหญิงเหวินคลียิม้
รอยยิมนั ้ ้นกระจายออกมาจากในดวงตาของนางทีละน้อย ทําให้ผู้คนรู้สึกหนาว เย็นในใจอย่างไร้สาเหตุ
ตอนที 593 : ความจริงใจ “จะว่าไปแล้ว ซู่เอ๋อร์ยังมีลูกแค่คนเดียว” คุณหญิงเหวินพูดขึ้นช้า ๆ “เพราะว่า ท้องของเจ้าเอาการเอางาน เข้ามาในบ้านปี แรกก็มีจงเอ๋อร์แล้ว ข้ากับนายโฮ่วรู้สึก พอใจเจ้ามาก ดังนั้นในช่วงไม่กีปี ทีผ่านมาข้าจึงไม่เคยสนใจเรืองในบ้านของซู่ เอ๋อร์ แม้นายท่านหญิงมักจะบ่นกับข้าบ่อย ๆ ว่าซู่เอ๋อร์ยังมีลูกไม่เยอะ แต่งงานมา หลายปี แล้วแต่กลับมีลูกชายแค่คนเดียว ข้าเองก็ไม่เคยกดดันเจ้าเลย”
คุณหญิงเหวินพูดช้า ๆ ด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน แต่ไป๋ ชือฟังแล้วกลับรู้สึกอกสัน ขวัญแขวนอยู่ในใจ
“ตอนนี้จงเอ๋อร์ก็โตแล้ว…” คุณหญิงเหวินพูดอย่างมีความหมายในตอนท้าย “…นางควรมีเพือนเล่นแล้ว”
ไม่เห็นถึงความผิดปกติบนใบหน้าของไป๋ ชือ ผ่านไปสักครู่นางก็ก้มหน้าอย่าง เคารพนบนอบและตอบรับ “เจ้าค่ะ ข้าจะดูแลเจียวอี8เหนียงเป็นอย่างดี จะทําให้ นางดูแลท้องของนางได้อย่างสบายใจเจ้าค่ะ”
เมือกลับมาทีบ้านหลักของพวกไป๋ ชือ มือและเท้าของไป๋ ชือก็อ่อนแรงจนถึงกับ ต้องนังลงไปบนเก้ าอี้
ฉีเหมยผู้เป็ นสาวใช้ข้างกายของนางยกชาร้อนมาให้ ก่อนจะพูดเสียงเบา “คุณหญิงสังเกตเห็นอะไรไหมเจ้าคะ ?”
ก็เห็นอยู่ว่าเป็ นฤดูร้อนแสนร้อนระอุ แต่มือทั้งสองข้างของไป๋ ชือกลับเย็นเฉียบห มือนนํ้าแข็งในอุโมงค์เก็บนํ้าแข็ง
นางถือชาร้อนถ้วยนั้น พลันมือทีสันเทาของนางค่อย ๆ สงบลง
“จะกลัวทําไม ?” เสียงของไป๋ ชือค่อนข้างเบา “เรายังไม่ได้ทําอะไรซะหน่อย นางจะสังเกตเห็นอะไรได้ อย่างมากก็แค่เสียดสีข้าเท่านั้นแหละ”
ฉีเหมยพูดขึ้นอย่างลังเล “ถ้าอย่างนั้น…”
“เงียบ!” ไป๋ ชือค่อย ๆ สงบลง นางเงยหน้ามองฉีเหมย “เจ้าคอย ‘เอาใจ’ เจียวอี8เหนียงเหมือนเมือก่อนนันแหละดีแล้ว ”
ฉีเหมยพยักหน้าอย่างเข้าใจ นางมองแสงแดดทีส่องเข้ามาจากนอกหน้าต่างแล้ว พูดเสียงเบา “อ่า… ตอนนี้ท่านไปนอนพักสักหน่อยดีไหมเจ้าคะ ?”
“ไม่ล่ะ เจ้าไปหยิบตะกร้างานเย็บปักถักร้อยนั้นมาให้ข้าหน่อย” ไป๋ ชือยกมือ ทุบเอวทีมีความปวดเมือยเล็กน้อย “ชุดเล็ก ๆ นั้นยังเหลือตรงทีต้องเย็บอีกสอง สามจุด ข้าอยากรีบทํามันให้เสร็จ”
“ถ้าอย่างนั้นข้าน้อยช่วยท่านทําดีไหมเจ้าคะ ?”
“ถ้าให้เจ้าช่วย ความพยายามก่อนหน้าของข้าก็จะเสียไปเปล่า ๆ น่ะสิ” ไป๋ ชือ พูดขึ้นช้า ๆ “ของแบบนี้ต้องทําด้วยตัวเองและใส่ความจริงใจลงไป”
……
เจียงป่ าวชิงตืนจากการนอนพัก นางเลิกม่านผ้าโปร่งทีห้อยลงมาตรงหน้าเตียง แล้วเรียกขอนํ้า
ไม่นานก็มีสาวใช้ถือนํ้าเข้ามา ทว่ากลับไม่ใช่มีหลิวแต่เป็นติงเซียง
ติงเซียงส่งนํ้าให้เจียงป่ าวชิงถึงมือด้วยสีหน้าเคารพ เจียงป่ าวชิงรับนํ้าไปดืมจน หมด ก่อนเอ่ยถามไปอย่างนั้น “มีหลิวล่ะ ?”
เดิมทีเจียงป่ าวชิงก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง แต่ติงเซียงกลับคุกเข่าลงด้วยความ หวาดกลัว
วันนี้ติงเซียงอยู่ในชุดผ้าโปร่งสีม่วงอ่อนลายทางสีเหลือง ร่างเพรียวของนาง คุกเข่าอยู่หน้าเตียง ช่างเป็นภาพทีทําให้ผู้คนรู้สึกทนไม่ไหวเมือได้เห็น
เจียงป่ าวชิงยังใส่ชุดนอนของการนอนตอนกลางวัน เนืองจากเพิงแต่ งงานใหม่ ๆ ชุดนอนนี้จึงปักด้วยผ้าไหมสีแดง มันอ่อนนุ่มเบาสบาย แม้เพิงตืนนอนแต่ก็ขับให้ นางดูงดงามราวกับดอกกุหลาบแสนสวย
นางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยและยังไม่ทันได้ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” ก็เห็นว่าม่าน กั้นระหว่างห้องถูกเลิกขึ้นเสียก่อน
กงจี้เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว และเมือเขาเห็นภาพตรงหน้าก็พลันชะงักงันก่อนจะ เอ่ยถามแทนเจียงป่ าวชิง “เกิดอะไรขึ้นรึ ?”
ติงเซียงรีบลุกขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลน นางตอบตะกุกตะกัก “มะ… ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ”
กงจี้ไม่ได้สนใจ แล้วเขายังยิมอย่ ้ างอารมณ์ดีด้วย “เจ้าเด็กคนนี้บุ่มบ่ามตั้งแต่ เด็ก” เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้นําเรืองนี้มาใส่ใจแต่อย่างใด เขาเดินอาด ๆ เข้าไป กดไหล่เจียงป่ าวชิงเบา ๆ “ไม่ต้องลุก ข้ากลับมาเอาหนังสือสําคัญทีห้องตํารา จึง ถือโอกาสมาดูเจ้าด้วยเลย”
เจียงป่ าวชิงอดแย้มยิมไม่ ้ ได้ “อาศัยตําแหน่งหน้าทีมาทําประโยชน์ส่วนตัวน่ะสิ ไม่ว่า”
กงจี้หอมแก้มเจียงป่ าวชิงก่อนจะโบกมือ “เอาล่ะ เจ้าพักผ่อนเถอะ ข้าไปหยิบของ ทีห้องตําราเสร็จก็จะกลับไปทํางานต่อแล้ว”
“อื้ม ไปเถอะ” มุมปากเจียงป่ าวชิงไม่สามารถยับยั้งแนวโน้มทีจะยกขึ้นเป็ น รอยยิมได้เลย นางนั ้ งอยู่ บนเตียงอย่างเกียจคร้านและมองตามหลังกงจี้ทีเดินออก จากห้องไป
ท่าทางติงเซียงเหมือนอยากพูดอะไร เมือกงจี้พลิกมือกลับมาปิ ดประตู นางถึงจะ พูดขึ้นเสียงเบา “สะใภ้ใหญ่ ไม่ต้องไปส่งนายท่านหรือเจ้าคะ ?”
เจียงป่ าวชิงไม่ตอบ แต่นางนึกถึงสิงทีเกิดขึ้นเมือครู่นี้ได้จึงมองติงเซียงแล้วยิม้ “เจ้ายังไม่ได้ตอบทีข้าถามว่ามีหลิวไปไหน เจ้าก็คุกเข่าเสียแล้ว” เมือเห็นว่าติง เซียงกําลังจะคุกเข่าอีกครั้ง เจียงป่ าวชิงก็รีบยกมือห้ามอย่างเซ็ง ๆ เล็กน้อย “มี อะไรก็พูดกันดี ๆ ไม่ต้องคุกเข่าหรอก”
ติงเซียงก้มหน้าพูดด้วยความไม่สบายใจ “สะใภ้ใหญ่ไม่… ไม่ชอบข้าน้อยหรือ เปล่าเจ้าคะ ?”
“ทําไมถึงถามเช่นนั้นล่ะ ?” เจียงป่ าวชิงตกตะลึง
ติงเซียงกัดริมฝี ปาก ริมฝี ปากทีเดิมทีเป็ นสีแดงเรือเปลียนกลายเป็ นซีดลงในทันใด “ส่วนใหญ่สะใภ้ใหญ่จะให้พีมีหลิวทํางานในห้องของท่านในยามปกติ ข้าน้อย กลัวว่าตัวเองโง่เขลาเกินไปจนมีส่วนทีทําได้ไม่ดีพอ และทําให้สะใภ้ใหญ่ไม่ ชอบเจ้าค่ะ…”
ขอบตาของนางแดงกํา เห็นได้ชัดว่านางใกล้จะร้องไห้ออกมา “…” เจียงป่ าวชิงรู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย นางไม่มีอะไรจะพูดเกียวกับเรืองนี้
นางก็แค่อยู่กับมีหลิวมาเป็ นเวลานาน จึงมีหลายสิงทีชอบเรียกให้มีหลิวมาทํา ทว่านางไม่ได้อคติต่อติงเซียงแต่อย่างใด
เจียงป่ าวชิงเป็ นเหมือนปุยขาวของเมล็ดหลิวทีลอยอยู่ในสายลมฤดูใบไม้ผลิ นาง ดูอ่อนโยน แต่จริง ๆ แล้วเป็ นคนทียากจะเปิ ดใจให้คนทีไม่สนิทได้มาใกล้ชิดนาง
เช่นเดียวกับมีหลิว พวกนางผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย ไม่ใช่เรืองเกินจริงเลยที จะบอกว่าเสียงเป็ นเสียงตายด้วยกันมา และแน่นอนว่ามิตรภาพระหว่างพวกนาง นั้นไม่ธรรมดา
แต่คําถามทีติงเซียงถามมา นางก็เข้าอกเข้าใจเหมือนกัน ในเมือนางแต่งงานเป็ น สามีภรรยากับกงจี้แล้ว การเรียกใช้เฉพาะสาวใช้ทีพามาจะเป็ นการทําให้สาวใช้ ดั้งเดิมในลู่จิงซวนรู้สึกกังวลอย่างเลียงไม่ได้
เมือคิดได้ดังนั้น เจียงป่ าวชิงพยักหน้าให้กับติงเซียง “ฮืม… นีไม่ใช่ปัญหาของ พวกเจ้า เป็ นข้าทีห่างเหินเอง ต่อไปข้าจะระวังให้มากกว่านี้”
ติงเซียงเงยหน้าขึ้นมองเจียงป่ าวชิงด้วยความประหม่า ก่อนจะก้มหน้าอีกครั้งและ พูดด้วยนํ้าเสียงไพเราะ “สะใภ้ใหญ่พูดเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ท่านไม่ได้ผิดอะไรเลย เจ้าค่ะ”
จนกระทังติงเซียงออกไป เจียงป่ าวชิงถึงนึกขึ ้นได้ว่าเดิมทีนางก็แค่ถามไปอย่าง นั้นว่ามีหลิวไปไหน แต่ใครจะคิดว่ามันจะดึงดูดปฏิกิริยายิงใหญ่ จากติงเซียง เช่นนี้
แต่… แล้วตกลงว่ามีหลิวไปไหนกันแน่ล่ะ
……
ในซอยทีติดกับประตูหลังของป่ าทางตะวันตกเฉียงใต้ของจวนติ้งกัวโฮ่ 8 ว มีหลิว กําลังยืนคุยอยู่กับชายคนหนึง
นางขอลาเพือออกมาคุยธุระกับชายคนหนึง ตอนนี้เขาอยู่ตรงหน้านางและกําลัง พูดด้วยเสียงแผ่วเบา
“เจ้ามาได้ยังไง ?” นางถามเขา
ชายคนนั้นค่อนข้างไม่พอใจ แต่เมือสายตาของเขาจับจ้องไปทีชุดผ้าโปร่งสีส้ม แบบคอไขว้ของนาง สีหน้าเขาก็เหมือนพยายามเก็บอาการอย่างเห็นได้ชัด เขา เคยเห็นผ้านี้ทีในหมู่บ้านผ้าทางตอนเหนือของเมือง แต่ละผืนมีราคากว่าห้าตําลึง เลยทีเดียว
ชายคนนั้นเผยรอยยิมกระตือรือร้น ้ “ไม่ใช่ว่าไม่ได้เจอเจ้าหลายวันแล้วหรอกรึ ? ข้าคิดถึงเจ้าก็เลยมาหา” พูดจบ เขาก็คิดจะเข้าไปจับมือมีหลิว
มีหลิวทนไม่ไหว นางหลีกมือทีชายคนนั้นยืนเข้ามาหา สีหน้าของเขาเปลียนไปเล็กน้อย
“ตอนนี้สะใภ้ใหญ่เพิงแต่ งเข้ามาและเป็ นช่วงเวลาทีข้างานยุ่งมาก” มีหลิวพูด อย่างรวดเร็ว “หากว่าไม่มีธุระอืนแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องให้คนมาบอกข้อความอะไร กับข้าอีก ถ้ามีคนไม่หวังดีรู้เข้า ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างเรืองให้สะใภ้ใหญ่ของเรายังไง บ้าง”
พูดจบ มีหลิวมองซ้ายมองขวา เมือเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณรอบ ๆ นางถึงจะหัน กลับมาพูดเสริมอีกประโยคหนึงอย่างระมัดระวัง “ถ้าข้ามีวันหยุดข้าจะกลับไป เอง เมือถึงตอนนั้นข้าค่อยไปหาเจ้า”
และนางก็หันหลังจากไปอย่างเร่งรีบ
ชายหนุ่มมองแผ่นหลังเร่งรีบของมีหลิวด้วยความไม่พอใจ แต่เขาไม่กล้าก่อเรือง ทีจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วและทําได้เพียงถ่มนํ้าลายลงพื้น
เวลานี้ ประตูทีถูกใส่กุญแจไว้ด้านข้างของกําแพงรั้วสูงเปิ ดออก หญิงชราคนหนึง ชะโงกศีรษะออกมาจากด้านหลังประตู นางมองสํารวจชายคนนั้นด้วยดวงตาเล็ก ทีเปล่งประกายแสงพลางพูดขึ้น “น้องชาย ข้ามีอะไรจะถามเจ้าหน่อย”
ตอนที 594 : แสดงอํานาจ
ตอนทีมีหลิวกลับลู่จิงซวนก็พบว่ามีแม่นมทีไม่รู้จักอยู่ในลู่จิงซวน
แม่นางของนางนังอยู่ ตรงทีนังหลัก นางถือถ้วยเครืองเคลือบสีขาวลายมัจฉา แหวกว่ายท่ามกลางใบบัวและกําลังช้อนใบชาทีลอยอยู่ในนํ้าชาด้วยฝาชาอย่าง เอ้อระเหย
มีหลิวติดตามเจียงป่ าวชิงมานานแล้ว แน่นอนว่านางดูออกว่าตอนนี้แม่นางของ พวกนางอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
มีหลิวหวาดกลัวในใจขณะทีก้าวเข้าไปคารวะเจียงป่ าวชิงอย่างสุภาพ
สีหน้าเจียงป่ าวชิงผ่อนคลายลงเล็กน้อย รอยยิมมุมปากเมือสักครู่ ้ ก็ถูกแทนทีด้วย รอยยิมบาง ๆ อันแสนจริงใจ ้ “วันนี้ไปไหนมารึ ข้าไม่เห็นเจ้าเลย”
แต่มีหลิวยังไม่ทันได้ตอบอะไร แม่นมคนนั้นพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “สะใภ้ ใหญ่เจ้าคะ ข้าน้อยคิดว่าแบบนี้ไม่เหมาะสมเลยเจ้าค่ะ”
มีหลิวตกตะลึง ขณะเดียวกันรอยยิมบางบนใบหน้าของเจียงป่ าวชิงถูกซ่ ้ อนไว้ นํ้าเสียงของนางราบเรียบฟังไม่รู้ถึงอารมณ์ใดแม้แต่น้อย “แม่นมวังหมายความ ว่ายังไงรึ ?”
แม่นมวังพูดด้วยสีหน้าขรึมเข้ม “ตามกฎเกณฑ์แล้ว ข้างกายสะใภ้ใหญ่ควรมีสาว ใช้รุ่นใหญ่ด้วยกันสีคน เนืองจากจวนโฮ่วเริมใช้มาตรการหารายได้เพิมเติมและ ตัดงบประมาณค่าใช้จ่ายลง ตั้งแต่คุณหญิงจวนโฮ่วลงไป จึงลดจํานวนสาวใช้ เหลือเพียงสองคนจากในสาวใช้ข้างกายของพวกสะใภ้ต่าง ๆ แม้เป็ นเช่นนี้ แต่
ข้างกายสะใภ้ใหญ่มีเพียงแม่นางมีหลิวคนเดียวทีเป็ นสาวใช้รุ่นใหญ่ผู้ซึงจัดการ เรืองราวต่าง ๆ ในตอนนี้ เดิมทีก็ขาดกําลังคนอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้ สะใภ้ใหญ่ เพิงแต่ งเข้ามาในจวนโฮ่ว นีเป็ นช่วงเวลาทีต้องยืนหยัดอย่างมันคง ใคร ๆ ก็ รู้ว่าจะ ขาดผู้ช่วยทีมีความสามารถอย่างแม่นางมีหลิวไปไม่ได้… ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงปี ใหม่ หรือเทศกาล แต่แม่นางมีหลิวกลับลา แสดงว่านางอาจไม่เข้าใจต่อกฎเกณฑ์ นี โชคดีทีไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเรือนของสะใภ้ใหญ่ แต่หากว่ามีอะไรเกิดขึ้น แม่นาง มีหลิวจะรับผิดชอบไหวหรือเจ้าคะ ?”
เมือพูดถึงประโยคสุดท้าย นํ้าเสียงของนางเด็ดขาดมากขึ้นเรือย ๆ มีหลิวตาแดงกําและคุกเข่าลงอย่างรู้สึกผิด
เดิมทีในห้องนี้มีสาวใช้รุ่นเล็กคอยรับใช้อยู่ เมือทุกคนเห็นสถานการณ์ตอนนี้ต่าง ก็หน้าซีดหน้าเซียวและไม่กล้าแม้แต่หายใจแรง
ทว่าสีหน้าของเจียงป่ าวชิงสงบนิง
มีหลิวกระแทกศีรษะลงกับพื้น “สะใภ้ใหญ่ เป็นความผิดของข้าน้อยเองเจ้า ค่ะ…”
แม้นางจะไม่รู้จักแม่นมคนนี้ แต่ก็คาดเดาได้ว่านางมาทําอะไร
เรือนสะใภ้ใหญ่ของพวกนางขาดแม่นมคุมงานมาโดยตลอด แต่เดิมทีเรืองต่าง ๆ ในลู่จิงซวนนั้นเรียบง่ายและชัดเจนภายใต้การจัดสรรของเจียงป่ าวชิง จึงไม่ จําเป็ นต้องมีแม่นมมาคุมงานและมีหลิวก็ไม่ได้คิดมากอะไร
ใครจะคิดว่าแม่นมคุมงานคนนี้กลับดุมาก มาถึงก็อาศัยเรืองทีนางลามาแสดง อํานาจกดขีกันเสียแล้ว
แต่นางเองก็สะเพร่าเกินไป ถึงได้ก่อเรืองยุ่งยากเช่นนี้ให้กับสะใภ้ใหญ่ของนาง ขอบตามีหลิวแดงขึ้นเรือย ๆ
พวกสาวใช่รุ่นเล็กทียังคงแอบมองดูเหตุการณ์ไม่กล้าส่งเสียงอะไรออกมาเพราะ กลัวติดร่างแหไปด้วย
มีหลิวในฐานะสาวใช้ทีออกมาจากจวนองค์ชายหย่งชิน ไม่ว่าจะเป็ นเรืองมารยาท หรือกฎเกณฑ์ นางกระทําได้ดีมาโดยตลอด อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ เป็ นนายอย่างสุดซึ้ง นอกจากนี้นางยังเป็ นแบบอย่างในสายตาของสาวใช้รุ่นเล็ก
แต่แม่นมทีมาใหม่คนนี้กลับไม่ให้เกียรติและชักสีหน้าใส่มีหลิวต่อหน้าพวกสาว ใช้รุ่นเล็ก
หากว่าเป็ นคนหน้าบาง เกรงว่าคงจะรู้สึกอับอายจนอยากตายเลยทีเดียว! เกิดความเงียบขึ้นชัวขณะหนึง
“มีหลิว ลุกขึ้นเถอะ” เสียงราบเรียบของเจียงป่ าวชิงดังขึ้น แม้นํ้าเสียงจะไม่ได้ หนักแน่นแต่กลับมีความหมายเชิงไม่อนุญาตให้สงสัยอยู่ในนั้น
มีหลิวตกตะลึง นางเงยหน้าขึ้นมองเจียงป่ าวชิงแล้วลุกขึ้นอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะ เช็ดนํ้าตาทีหางตาอย่างรวดเร็ว
“เรืองนี้เจ้าไม่ผิด” เจียงป่ าวชิงไม่รอให้มีหลิวได้พูดอะไร แต่นางเลือกทีจะพูด ขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
แม่นมวังขมวดคิ้ว พูดด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น “สะใภ้ใหญ่จะเลือกทีรักมักทีชัง สาวใช้แบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ”
นํ้าเสียงของเจียงป่ าวชิงยังคงราบเรียบ “พอได้แล้วแม่นมวัง ข้ารู้ว่าทีเจ้าเด็ดขาด เช่นนี้ก็แค่ต้องการจะอาศัยเรืองของมีหลิวมาแสดงอํานาจกับคนของลู่จิงซวน เท่านั้น เลิกชักธงใหญ่ซะ ข้าไม่เล่นด้วย”
แม่นมวังเคยเห็นความหน้าเนื้อใจเสือของพวกผู้หญิงในบ้านทีฝี ปากกล้าวาจาคม มามากจนชินแล้ว แต่นางไม่คิดเลยว่าเจียงป่ าวชิงจะฝี ปากกล้า เป็ นคนพูดจาตรง ๆ ได้ถึงขนาดนี้
นางรู้สึกมึนงงในทันใด
อย่างไรก็ตาม นางเป็ นแม่นมมากประสบการณ์ และเป็ นถึงคนทีนายท่านหญิงตี8 ใช้คนไปเชิญกลับมาโดยเฉพาะ นางจึงยังมีความมันใจมากอยู่
ทันใดนั้น คิ้วนางขมวดเข้าหากันแน่น รอยย่นบนใบหน้ายิงย่ นมากขึ้นเพราะ ความไม่พอใจ
“สะใภ้ใหญ่!” นํ้าเสียงของแม่นมวังหนักแน่นขึ้นเรือย ๆ “ข้าน้อยได้รับเชิญ จากนายท่านหญิงเพือให้กลับมาช่วยสะใภ้ใหญ่ดูแลบ้าน เมือเจอกับเรืองทีไม่ เหมาะกับกฎเกณฑ์ก็ต้องชี้ให้เห็นเป็ นธรรมดา นีก็เพือคํานึงถึงความน่าเกรงขาม ของนายท่านและสะใภ้ใหญ่เช่นกันนะเจ้าคะ หากว่าสะใภ้ใหญ่ไม่พอใจก็ สามารถไปฟ้องเรืองของข้าน้อยต่อนายท่านหญิงได้เลยเจ้าค่ะ”
เจียงป่ าวชิงหัวเราะเยาะ หน็อยแน่ ใช้นายท่านหญิงมาขู่กันใช่ไหม ?! การเอาหลักการและกฎเกณฑ์สําคัญมาอ้างเช่นนี้ ใครบ้างล่ะทีทําไม่เป็ น
แม่นมวังเห็นนายหญิงคนใหม่ทีรูปโฉมงดงามคนนี้เคาะนิ้วเรียวลงบนโต๊ะ แกะสลักด้วยไม้สาลีและเผยสีหน้าหงุดหงิดออกมาให้เห็น
“แม่นมวัง เจ้าเอาแต่บอกว่าเพือคํานึงถึงความน่าเกรงขามของข้าและท่านแม่ทัพ กง ถ้าอย่างนั้นการทีเจ้าตําหนิสาวใช้ข้างกายของข้าต่อหน้าสาวใช้รุ่นเล็กพวกนี้ก็ เท่ากับว่าเจ้ากําลังตบหน้าข้า ในเมือเจ้าสามารถตําหนิมีหลิวเพือคํานึงถึงความน่า เกรงขามของข้าได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะทํายังไงกับความผิดของเจ้าดี ? อืม… เห็น แก่ทีแม่นมวังอายุมากแล้วและเป็ นคนทีนายท่านหญิงใช้ให้คนส่งมาด้วยตัวเอง ข้าจึงไม่สะดวกและไม่กล้าทีจะลงโทษเจ้ามากมายนัก”
แม่นมวังตกตะลึงเมือได้ฟัง เมือครู่ไม่ใช่ว่ากําลังพูดเรืองมีหลิวกันหรอกรึ แค่ เพียงไม่กีประโยค ทําไมถึงวกมาเล่นงานนางได้ล่ะ
สุดท้าย แม่นมวังก็เห็นริมฝี ปากบางสีแดงเรือนั้นพูดออกมาอย่างสบาย ๆ ว่า “แม่ นมไปขอรับการลงโทษทีนายท่านหญิงด้วยตัวเองเถอะ”
แม่นมวังยังอยากจะพูดอะไรต่อแต่กลับถูกเจียงป่ าวชิงส่งคนมา “เชิญ” นางให้ ออกจากลู่จิงซวนอย่างสุภาพเสียก่อน
แม่นมวังยืนอยู่นอกลู่จิงซวน มองดูประตูลู่จิงซวนอย่างเคียดแค้นเคืองใจ และ ใบหน้าแก่ของนางก็เริมเปลียนเป็ นสีม่วง นางไม่เคยรู้สึกอับอายขายหน้าขนาดนี้ มาก่อน
แม่นมวังสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่หลายครั้งกว่าจะสงบลงได้ ก่อนจะหัวเราะออกมา อย่างเย็นชาแล้วสะบัดชายเสื้อจากไป
เมือมีหลิวเห็นเจียงป่ าวชิงไล่แม่นมวังออกไปด้วยคําพูดไม่กีคํา นางก็ไปยืน ตรงหน้าเจียงป่ าวชิงด้วยสีหน้าซึ้งใจ “สะใภ้ใหญ่เจ้าคะ ทําไมต้องทําเพือข้าน้อย ถึงขนาดนี้ด้วยเจ้าคะ ให้แม่นมวังลงโทษข้าน้อยก็ได้แล้ว นางจะได้ไม่มีเรืองให้ มาจับผิดท่านอีกยังไงล่ะเจ้าคะ”
แต่เจียงป่ าวชิงกลับไม่อยากให้มีหลิวแบกรับเรืองทีหนักเกินไปในใจจึงพูดขึ้นยิม้ ๆ “เจ้าเองก็ดูออกหนิว่าแม่นมวังคนนั้นจงใจมาจับผิดข้า มันคงน่าเบือมากถ้ามี คนแบบนี้คอยจ้องมองและจับผิดอยู่ข้างกายทุกวัน สู้ตีกลับไปตรง ๆ เลยดีกว่า
ครั้งนี้แม่นมวังไม่มีเหตุผลและนางกําลังโกรธเลือดขึ้นหน้า ต่อให้นางไปฟ้อง นายท่านหญิงก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอ ข้าไม่กลัวนางหรอก”
เจียงป่ าวชิงเบ้ปาก มีหลิวพูดไม่ออก
เมือสาวใช้คนอืน ๆ ในห้องเห็นก็ทอดถอนใจ เฮ้อ… ไม่มีใครสามารถมาต่อกร กับสะใภ้ใหญ่เจียงคนนี้ได้เลยจริง ๆ
“มีหลิว” เจียงป่ าวชิงโบกมือเล็กน้อย ทว่านางเพิงเรียกชือมีหลิว หวังจะให้ไป ทํางานให้อย่างเคยชิน แต่นางกลับนึกอะไรขึ้นมาได้ หลังจากทีชะงักไป นางก็พูด ขึ้นยิม ๆ ้ “ช่างเถอะ เจ้าไปอาบนํ้าอาบท่าก่อนดีกว่า”
ตอนที 595 : น่าสงสารจริง ๆ เจียงป่ าวชิงกวาดตามองสาวใช้ในห้อง เมือเห็นว่าติงเซียงกําลังมองมาทางนี้อย่าง กระตือรือร้น นางจึงเรียกอีกฝ่ าย “ติงเซียง เจ้าไปทีบ้านท่านหญิงใหญ่แล้วบอก ว่าแม่นมวังทีนายท่านหญิงตี8เชิญมา นางมากระทําผิดทีเรือนข้า ข้าจึงส่งนางไป รับการลงโทษทีเรือนของนายท่านหญิง หากว่านายท่านหญิงเอาเรืองนี้ไปตําหนิ นางว่าสังสอนลูกสะใภ้ไม่ดี ก็ให้นางผลักเรืองทั้งหมดมาทีข้าได้เลย”
“เจ้าค่ะสะใภ้ใหญ่” ติงเซียงยิมก่ ้ อนจะถอนสายบัวแล้วออกจากห้องไป
ก่อนทีกงจี้จะกลับจวนโฮ่ว ติงเซียงช่วยอยู่ในเรือนของคุณหญิงช่าง นางคุ้นเคย กับเส้นทางนั้นเป็ นอย่างดีจึงไปทีเรือนของคุณหญิงช่างอย่างคล่องแคล่ว
เมือคุณหญิงช่างเห็นติงเซียง นางก็คิดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นทีลู่จิงซวนจึงร้อนใจ แต่เมือได้ฟังติงเซียงบอกว่าเจียงป่ าวชิงสังให้มาบอกต่อข้อความ นางก็อดยิม้ ไม่ได้และสีหน้าของนางเจือความรู้สึกดีใจเล็กน้อยเช่นกัน
“ช่างเป็นเด็กดีจริง ๆ” สุดท้าย คุณหญิงช่างก็โพล่งออกมา นางมองติงเซียงทีมา บอกต่อข้อความและเอ่ยชมติงเซียงว่าพฤติกรรมดีขึ้นเรือย ๆ
ติงเซียงรู้สึกสับสนขณะทีถอนสายบัวกล่าวขอบคุณ
ทันใดนั้นคุณหญิงช่างนึกอะไรได้ นางสังแม่นมซิงอย่างมีความสุขเพือให้แม่นม ซิงไปเปิ ดห้องเก็บของและหาหยกขาวชิ้นอิมเอิบชิ้นหนึงมาใส่ในกล่องผ้าไหม เล็ก ๆ เพือให้ติงเซียงนําไปมอบให้เจียงป่ าวชิง
“อากาศร้อนขึ้นเรือย ๆ หยกเย็นชิ้นนี้เป็ นสมบัติของชนเผ่าหนึงทางเขตตะวันตก เมือนํามาถือไว้ในมือมันจะมีความเย็นเล็กน้อยทีแผ่ออกมาจากหยก เจ้าเอาไปให้ สะใภ้ใหญ่ของเจ้า และอย่าลืมกําชับนางแทนข้าด้วยว่าอย่าโลภกับความเย็น” คุณหญิงช่างเอ่ยสังอย่างอารมณ์ดี
นางพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ ราวกับหยกเย็นนี้เป็ นเพียงหยกขาวธรรมดา ๆ
แต่ติงเซียงเคยได้ยินเกียวกับหยกเย็นนี้เป็ นครั้งคราว นางรู้ว่ามันเป็ นสมบัติทีหา ได้ยากมากในวัง ได้ยินมาว่ามีอยู่ทีพระสนมเอกหลีหนึงชิ้น ซึงพระนางปฏิบัติต่อ มันราวกับเป็ นสมบัติลํ้าค่า
ตอนนี้นางกําลังถือกล่องผ้าไหมเล็ก ๆ หน้าตาพื้น ๆ แต่ภายในมีหยกเย็นเลอค่า นั้นราวกับว่านางกําลังถือภาระทีหนักอึ้งไว้อยู่ในมือ
ติงเซียงถือกล่องผ้าไหมออกจากเรือนของคุณหญิงช่างด้วยความประหม่า ตอนที เดินผ่านตรงระเบียงทางเดินก็ได้ยินสาวใช้รุ่นเล็กทีซ่อนตัวอยู่หลังร่มเงากําลัง ซุบซิบนินทาอะไรบางอย่างกันอยู่ทีนัน
เดิมทีนางไม่คิดจะสนใจแต่ก็ต้านความอยากรู้ไม่ไหวเมือจู่ ๆ หูก็ได้ยินชือตัวเอง “ติงเซียงช่างน่าสงสารจริง ๆ”
“…” ติงเซียงอดไม่ได้ทีจะหยุดฝี เท้าลง ค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้เสียงและแอบฟัง อยู่ตรงมุมกําแพง
นางเห็นสาวใช้รุ่นเล็กสองคนทีมัดผมมวยสองข้างกําลังถือผลไม้หวานด้วยมือ ข้างเดียว และป้องปากซุบซิบนินทากันเสียงเบาขณะทีซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงา ด้านหลังระเบียงทางเดิน
“ไม่ว่ายังไงนางก็เป็นคนเก่าคนแก่ของลู่จิงซวนมากกว่าสิบปี แล้วนะ ข้าได้ยิน พีสาวทีดูแลข้าบอกว่าติงเซียงเข้ามาในจวนตั้งแต่ยังเด็ก ซึงไม่ต่างอะไรกับเด็กที เกิดในบ้านเจ้านายเลย”
“ใช่ ๆ ไม่ว่ายังไงตอนนี้ก็ถือได้ว่าเป็ นผู้อาวุโสได้เช่นกัน แต่ดูสิ ตอนนี้สะใภ้ ใหญ่แต่งเข้ามาแล้ว ติงเซียงกลับยังคงเป็ นสาวใช้ระดับสองอยู่เลย…”
“ใช่ ๆ ๆ จะว่าไปแล้วนางก็น่าสงสารจริง ๆ นันแหละ ดูแลบ้านให้นายท่ านอย่าง ซือสัตย์มาหลายปี และกว่าทีนายท่านจะกลับมาก็ไม่ง่ายอีก เดิมทีพวกเรายังคิดอยู่ เลยว่าติงเซียงจะอดทนรอจนประสบความสําเร็จและพลิกตัวได้ในคราวเดียว ไม่ แน่นางอาจเป็ นเจ้านายครึงหนึงได้นะ…”
“อย่าแม้แต่จะคิด ได้ยินมาว่าวิธีการของสะใภ้ใหญ่คนนั้นยอดเยียมมากและ สามารถจับใจนายท่านได้เป็ นอย่างดี ขนาดนายท่านหญิงยังไม่สามารถสาดนํ้า โคลนเข้าไปได้เลย นับประสาอะไรกับการทีติงเซียงจะหวังเอาตัวเองไปเป็ น เจ้านายครึ งหนึงอะไรนัน เจ้าดูสิ ตอนนี ้มีการจํากัดจํานวนของสาวใช้ระดับหนึง นางก็ยังเข้าไปเป็ นสาวใช้ระดับหนึงไม่ได้เลยด้วยซํ้า…”
“เฮ้อ ช่างน่าสงสารจริง ๆ สวย ๆ อย่างติงเซียงนีเด่นมากในหมู่สาวใช้ของจวน โฮ่วเราเลยนะ”
“ใช่”
……
ติงเซียงถึงกับไม่รู้ว่าตัวเองออกมาจากตรงนั้นยังไง ในหัวของนางเต็มไปด้วย คําพูดสุดท้ายของสาวใช้รุ่นเล็กทีทั้งเห็นอกเห็นใจและถากถางนาง
——ช่างน่าสงสารจริง ๆ ‘ข้าน่าสงสารรึ ?’ ติงเซียงถามตัวเองในใจ แต่อันทีจริง นางรู้คําตอบอยู่แล้ว
แรกเริมนางคิดว่าอย่างน้อยตัวเองคงจะได้เป็ นสาวใช้ระดับหนึง แต่ใครก็เห็นว่า สะใภ้ใหญ่เก็บตําแหน่งสาวใช้ระดับหนึงให้กับสาวใช้ทีนางพามาเองคนนั้น
นันหมายความว่ านาง ติงเซียงคนนี้ได้ตําแหน่งสาวใช้ระดับสองแทน
อยู่ในลู่จิงซวนยังดีหน่อย ไม่มีใครนินทาอะไร แต่ผู้คนนอกลู่จิงซวนพูดอะไรที น่าเกลียดก็คงมี และสิงทีนางได้ยินเมือครู่คงเป็ นแค่ส่วนหนึงเท่านั้นเอง
ติงเซียงจับกล่องผ้าไหมในมือแน่นขึ้นอย่างอดไม่ได้ นางคิดว่าเมือกี้นี้ถ้าไม่ใช่ เพราะดวงตาของมีหลิวบวมแดงเล็กน้อย และสะใภ้ใหญ่กลัวว่าถ้าให้มีหลิว ออกมานอกเรือนในสภาพนั้นอาจทําให้โดนซุบซิบนินทา นางคิดว่าสะใภ้ใหญ่ก็ คงไม่คิดจะใช้นางหรอก
แม้นางจะเคยอยู่ทีบ้านท่านหญิงใหญ่และคุ้นเคยมากกว่าก็เถอะ
บังเอิญว่านางเดินผ่านศาลาริมนํ้าพอดี ติงเซียงมองดูเงาทีสะท้อนอยู่ในผืนนํ้าแล้ว คิดว่าตัวเองเกิดมาพร้อมกับหน้าตาทีดูดีไม่น้อย มีดวงตากลมโตและแก้มแดง ทั้ง ยังมีท่าทีทีสุภาพเรียบร้อยน่าเอ็นดู…
ติงเซียงอดไม่ได้ทีจะลูบใบหน้าของตัวเองต่อหน้าเงาสะท้อนในนํ้า พลางรู้สึกไม่ แปลกใจทีสะใภ้ใหญ่ไม่ชอบเรียกใช้นาง
……
หลังจากทีติงเซียงกลับมา นางนํากล่องผ้าไหมทีคุณหญิงช่างฝากมา นํามามอบ ให้กับเจียงป่ าวชิง นอกจากพูดซํ้าคําพูดของคุณหญิงช่างแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอืน อีก นางลุกขึ้นถอนสายบัวและออกไปยืนทําหน้าทีอยู่ข้างนอก
เจียงป่ าวชิงชอบหยกขาวทีมีความเย็นชิ้นนี้มาก นางถึงกับถือเล่นอยู่นาน
เมือกงจี้กลับมาจากงานตรวจสอบในตอนคํา เจียงป่ าวชิงกําลังคิดจะใช้หยกขาวนี้ ทําเป็ นเครืองประดับสําหรับกงจี้ นางคิดว่าเขาออกไปข้างนอกทุกวันคงร้อนมาก
เมือกงจี้ก้าวเข้ามา เจียงป่ าวชิงก็เอ่ยถาม “เมือครู่เจ้าพูดกับใครอยู่ข้างนอกรึ ?”
กงจี้ยังไม่ทันได้ตอบ ติงเซียงทีตามหลังกงจี้เข้ามาก็คุกเข่าลงทันที นํ้าเสียงของ นางดูอ่อนแอทว่านุ่มนวล “ตอบสะใภ้ใหญ่เจ้าค่ะ ข้าน้อยเป็ นคนบอกข้อความ ของคุณหญิงใหญ่ให้นายท่านทราบเจ้าค่ะ”
เจียงป่ าวชิงยังไม่ทันได้พูดอะไร กงจี้ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยแล้วพูด ขึ้นอย่างไม่ชอบใจ “คุกเข่าอีกแล้ว ข้าจําได้ว่าสะใภ้ใหญ่ของพวกเจ้าเคยบอกว่า ไม่ชอบทีเอะอะอะไรก็เอาแต่คุกเข่า ๆ แค่คําพูดเพียงไม่กีคํา ใช่ว่าเป็นเรืองใหญ่ อะไรซะหน่อย เจ้าจะคุกเข่าทําไม ?”
ใบหน้าสีชมพูลูกท้อของติงเซียงเปลียนเป็ นขาวซีดทันที
แต่เจียงป่ าวชิงกลับยิมและตีมือกงจี ้ ้ “พอได้แล้ว เจ้าเองก็ชอบทําหน้าเย็นชาใน ยามปกติเช่นกัน อย่าทําให้คนอืนตกใจสิ” นางโบกมือแล้วพูดขึ้น “ติงเซียง เจ้า ไปดูทีห้องครัว บอกให้พวกเขาเตรียมอาหารจานร้อน อีกประเดี8ยวเราจะยก อาหารขึ้นโต๊ะกันแล้ว”
ติงเซียงก้มหน้าก้มตารับคํา นางลุกขึ้นจากบนพื้นเงียบ ๆ หลังจากทีถอนสายบัว ให้กงจี้และเจียงป่ าวชิงด้วยนํ้าตาคลอเบ้าแล้วถึงจะออกไป
กงจี้งุนงง เขาหันไปถามเจียงป่ าวชิง “ทําไมนางถึงยังมีท่าทีน้อยใจอยู่อีก ?”
เจียงป่ าวชิงรู้อยู่แก่ใจ แต่นางแค่หัวเราะและไม่ได้พูดเรืองนี้อีก “จะว่าไปแล้ว วันนี้นายท่านหญิงส่งแม่นมมาคนหนึง”
มือของกงจี้ทีกําลังถอดเสื้อนอกหยุดทันที ความโกรธพลันรวมตัวกันในดวงตา ของเขา “นันก็ ไม่เคยหยุดเลยสักวัน! พวกเขาทําให้เจ้าลําบากใจอะไรหรือเปล่า
?”
เจียงป่ าวชิงรีบบอกให้กงจี้สงบลง นางค่อย ๆ เล่าเรืองทีแม่นมวังกําเริบเสิบสาน และอ้างนู่นนีเพือกดขีมีหลิว
“ก็นะ ข้าไล่นางกลับไปหานายท่านหญิงเรียบร้อยแล้วล่ะ เรืองนี้แม่นมวังไม่มี เหตุผล นายท่านหญิงทําอะไรข้าไม่ได้หรอก”
“โอ้ ภรรยาข้าช่างฉลาดจริง ๆ” กงจี้มองเจียงป่ าวชิงทียิมตาหยี ยิ ้ งมองเขาก็ ยิง ชอบ สุดท้ายก็อดไม่ได้ทีจะจุมพิตเบา ๆ ลงบนแก้มขาวนวล
“เจ้าไม่ต้องสนใจเรืองพวกนี้ หากว่านายท่านหญิงยัดใครเข้ามาอีก เจ้าแค่ผลักมา ทีข้า บอกพวกเขาไปเลยว่าสามีของข้าวางแผนไว้แล้ว และข้าไม่กล้าขัดคําสัง สามี”
เจียงป่ าวชิงเหลือบมองเขา “ถ้าทําแบบนั้นนายท่านหญิงจะไปรบกวนเจ้าหรือ เปล่า ?”
“หึ! ก็มาสิ” กงจี้ยิมเย็น ้ “ข้าจะรอดูเลยว่านายท่านหญิงจะงัดเอาลูกไม้สกปรก อะไรออกมาใช้อีก”
ตอนที 596 : ลูกไม้ทีร้ายกาจ
ลูกไม้ร้ายกาจของนายท่านหญิงตี8มาเร็วมาก เพียงเวลาไม่ถึงสองก้านธูปหลังจาก ทีกงจี้พูดแดกดันเมือครู่ นายท่านหญิงตี8ก็ส่งสาวใช้มา “เชิญ” พวกเขาสองสามี ภรรยาไปเรียกถามเสียแล้ว
เจียงป่ าวชิงไม่เงยหน้าขึ้นด้วยซํ้า ส่วนกงจี้ปฏิเสธไปตรง ๆ อย่างเกียจคร้าน “วันนี้มืดคําแล้ว หลานชายอย่างข้าไม่อยากไปรบกวนการพักผ่อนของนายท่าน หญิงด้วยเรืองของหญิงชราคนหนึง เจ้ากลับไปบอกนายท่านหญิงว่าเมือข้า กลับมาจากการทํางานในวันพรุ่ง ข้าค่อยไปคารวะนายท่านหญิง”
สาวใช้ทีมาบอกต่อข้อความยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ในห้องโถง “นายท่านเจ้าคะ แต่ นายท่านหญิงรออยู่ทีเรือนนะเจ้าคะ”
“แล้วทําไม ?” กงจี้เลิกคิ้ว “หรือว่าหญิงชราแซ่วังคนนั้นสําคัญกว่าสุขภาพ ร่างกายของนายท่านหญิง ?”
แน่นอนว่าสาวใช้ไม่กล้ารับคํา นางขดตัวด้วยความหวาดกลัว “ตะ… แต่ว่า…”
“ยังไม่รีบไปอีก!” กงจี้เหลือบมองอีกฝ่ ายอย่างเย็นชา สาวใช้คนนั้นตกใจหน้า ถอดสี ขานางไร้เรียวแรงและเกือบร่วงหล่นลงไปกองบนพื้น
มีหลิวประคองสาวใช้คนนั้นอยู่ข้าง ๆ เพือช่วยให้นางไม่ล้มลงไปกองซึงอาจจะ ขายหน้าต่อหน้าเจ้านาย
สาวใช้คนนั้นเนื้อตัวสันเทาและรีบออกไปอย่างลนลานโดยไม่สนใจขอบคุณมี หลิวเลย
กงจี้พ่นลมออกมาจากจมูกอย่างแรง ทําให้สาวใช้ทียังก้าวออกไปไม่พ้นประตู แข้งขาไร้เรียวแรงอีกครั้ง นางถึงกับต้องจับวงกบประตูไว้เพือให้ไม่ล้ม ท่าทาง ของนางแทบจะเป็ นการหนีเตลิดออกไปอยู่แล้ว
……
สาวใช้คุกเข่าอยู่บนพรมในห้องโถงด้านข้างของเรือนสืออันด้วยความน้อยใจ และบอกต่อข้อความของกงจี้โดยไม่ตกหล่นแม้แต่คําเดียว
นายท่านหญิงตี8เบิกตากว้างทันทีเมือได้ฟัง “จี้เอ๋อร์พูดเช่นนั้นจริง ๆ รึ ?”
สาวใช้โน้มศีรษะลงกับพื้นทั้งนํ้าตา “พูดเช่นนี้จริง ๆ เจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่กล้า บิดเบือนคําพูดของนายท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”
นายท่านหญิงตี8จับทรวงอกตัวเองอย่างตกใจ นางพูดเสียงขุ่น “หน็อย! แต่ง ภรรยาแล้วลืมแม่ตัวเอง ข้าคิดว่าคนทีเขาลืมมีเพียงย่าอย่างข้าคนเดียวซะอีกนะ”
“ท่านแม่ ท่านคลายความโกรธหน่อยเถอะเจ้าค่ะ” คุณหญิงเหวินทีนังอยู่ ตรง เก้าอี้ด้านข้างรีบยืนขึ้นส่งชาให้นายท่านหญิง “จะว่าไป แม่นมวังเองก็ใจร้อน เกินไปหน่อย แม่นางเจียงจึงจับความผิดได้เช่นนั้น”
นายท่านหญิงตี8แค่นหัวเราะ “ไม่ว่าจะยังไง แม่นมวังก็เป็ นแม่นมทีข้าชี้แนะ ให้กับชนรุ่นหลังอย่างพวกเขา พวกเขาทําได้เพียงรับไปเท่านั้น มีอย่างทีไหนที ขับไล่ออกมาเช่นนี้!”
นายท่านหญิงตี8ยิงพูดก็ ยิงโมโห นางเรียกเย่ ชุ่ยเสียงแข็ง “ไปหยิบเสื้อคลุมมาให้ ข้า”
นีหมายความว่า นางกําลังจะมุ่งหน้าไปหากงจี้กับเจียงป่ าวชิงด้วยตัวเอง
คุณหญิงเหวินรู้สึกดีอยู่ในใจ หากเรืองทีนายท่านหญิงตี8โมโหจนไปสังสอน หลานชายคนโตถึงทีเผยแพร่ออกไป แบบนั้นกงจี้ก็จะ… หึ ๆ ๆ
แต่นางกลับช่วยพูดไกล่เกลีย “ไม่ได้นะเจ้าคะ ท้องฟ้าข้างนอกมืดแล้วนะ”
นางพูดไปด้วย แต่กลับส่งสายตาให้เย่ชุ่ยเพือให้รีบทําอะไรให้ว่องไวหน่อย นาย ท่านหญิงตี8จะได้ไม่เปลียนใจ
เมือเป็ นเช่นนี้ คนหนึงแสร้งทําเป็ นห้าม ส่วนอีกคนก็ตั้งใจจะช่วยให้รีบออกไป เร็ว ๆ เรือนสืออันจึงอยู่ในความโกลาหลชัวขณะหนึง
แต่บังเอิญว่ามีอีกเรืองเกิดขึ้น คนจากบ้านคุณหญิงเหวินมารายงานว่าคุณหนูชาน ทีแต่งเข้าจวนหย่งกัวกงกลับมาแล้ว 8
กลับมาทีบ้านพ่อแม่ในเวลานี้รึ ? ความไม่พอใจฉายวาบผ่านสีหน้าคุณหญิงเหวิน ทว่าก็หายไปในชัวพริบตาเดียว
ตอนทีเผชิญหน้ากับนายท่านหญิงตี8 คุณหญิงเหวินเปลียนสีหน้าเป็ นห่วงใย เรียบร้อยแล้ว “ท่านแม่ แม้ชานเอ๋อร์จะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของข้า แต่ข้าก็เฝ้ามองนาง เติบโตขึ้นมาตั้งแต่เด็ก แม้นางจะเป็ นคนขี้กลัวไปหน่อย แต่นางไม่ใช่เด็กที กลับมาบ้านพ่อแม่ตอนกลางคํากลางคืนโดยไม่รู้มารยาท จะต้องมีเรืองอะไรเกิน ขึ้นอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ ข้าต้องไปดูนางหน่อย”
แม้พูดไปเช่นนี้ แต่คุณหญิงเหวินกลับรู้สึกเกลียดชังอยู่ในใจเล็กน้อย
เรืองการสร้างปัญหาให้กับกงจี้ยังอีกยาวไกล คืนนี้นางจึงเปลียนใจว่าจะไม่รีบ ร้อน แต่ถ้าจัดการเรืองกงชานไม่ดีจนมีเรืองซุบซิบนินทาแพร่สะพัดออกไป ไม่ แน่มันอาจส่งผลกระทบต่อชือเสียงของนางก็ได้
และนางกําลังดูตัวเจ้าบ่าวให้กับกงหว่านอยู่ในช่วงนี้ด้วย!
กงชานเป็นหญิงสาวจากครอบครัวอนุภรรยา รุ่นเดียวกับกงหว่านและกงจิ้ง และ เป็ นลูกสาวคนโตในรุ่นของจวนติ้งกัวโฮ่ 8 ว
เมือสองสามปี ก่อน คุณหญิงเหวินเจรจากับครอบครัวทีดีมากครอบครัวหนึง เพือให้กงชานแต่งเข้าไป เจ้าบ่าวของนางคือลูกชายคนโตของบ้านสองจากจวน หย่งกัวกง 8
หากพูดตามหลัก โดยทัวไปลูกสาวของอนุภรรยามักแต่ งงานกับลูกชายของ อนุภรรยาด้วยกัน หรือไม่ก็ลูกชายของสายหลักในวงศตระกูลทีตําต้อยลงมา
เล็กน้อย แต่กงชาน ในฐานะลูกสาวของอนุภรรยาทีแม่ของนางเสียชีวิตตั้งแต่นาง ยังเด็ก กลับได้แต่งงานกับครอบครัวทีดี ๆ อย่างคนในจวนหย่งกัวกง และยังเป็ น 8 ถึงลูกชายคนโตของสายหลักจากบ้านสอง
ตอนทีข่าวการหมั้นหมายแพร่กระจายออกไปเมือไม่กีปี ก่อน ทั้งเมืองหลวงต่างก็ พากันเอ่ยชมคุณหญิงเหวินว่าสามารถหาคู่ครองทีดีเช่นนี้ให้กับลูกสาวของ อนุภรรยาได้ ช่างเป็ นแบบอย่างของคนเป็ นแม่ทีมีจิตใจดีและอ่อนโยนจริง ๆ
แม้นายท่านหญิงตี8จะลําเอียงไปทางหลานชายมากกว่า แต่กงชานก็เป็ นหลานสาว ทีเกียวข้องกันทางสายเลือดกับนางเช่นกัน แม้จะเป็ นลูกสาวของอนุภรรยาก็ตาม
เมือนางได้ฟังก็รู้สึกเป็ นห่วงด้วยความจริงใจ แต่จากนั้นนางก็บ่น “ได้ เจ้ารีบไป ดูนางเถอะ กงชาน เจ้าเด็กคนนี้นีทําไมถึงเอาแต่ใจนัก กลับมาบ้านพ่อแม่เอา ตอนนี้ หากว่าคนนอกรู้เข้ามันจะส่งผลเสียแค่ไหนก็ไม่รู้”
คุณหญิงเหวินพูดคล้อยตามก่อนจะพาสาวใช้จากไปอย่างเร่งรีบ
เมือเสียเวลาเช่นนี้ นายท่านหญิงตี8ก็ไม่มีแก่ใจจะไปคิดบัญชีกงจี้ทีลู่จิงซวนอีก แล้ว
เย่ชุ่ยรับใช้นายท่านหญิงตี8มาเป็นเวลานาน นางมองดูสีหน้าของนายท่านหญิงตี8 พลางคิดไตร่ตรองก่อนจะพูดถึงกงชาน “จะว่าไปแล้ว ข้าน้อยจําได้ว่าตอนที คุณหนูใหญ่ยังไม่ออกเรือน นางจะมาคารวะท่านทุกวัน แต่กลับมักถามคําตอบคํา นางดูเงียบมากเลยเจ้าค่ะ”
ต่อให้เป็ นหลานสาวของตัวเอง แต่นายท่านหญิงตี8ก็ยังอดไม่ได้ทีจะพูด “เงียบ ตรงไหน นางเป็ นคนไม่ค่อยพูดต่างหากล่ะ!”
เย่ชุ่ยเม้มปากยิม้ “แต่คุณหนูใหญ่กตัญFูมากเลยนะเจ้าคะ ท่านลืมไปแล้วหรือเจ้า คะว่าผ้าคลุมเตาตัวโปรดทีท่านโปรดปรานทีสุด คุณหนูใหญ่ก็ใช้เวลาครึงฤดู ใบไม้ร่วงในการปักให้ท่านนะเจ้าคะ”
เมือพูดเช่นนี้ ความคิดของนายท่านหญิงตี8ก็ถูกดึงไปทีกงชาน นางพูดพล่ามโดย ไม่ได้สังเกตว่าเย่ชุ่ยจับแขนนางและกําลังพาเดินกลับเข้าไปด้านใน
“เฮ้อ… ชานเอ๋อร์ขี้กลัวไปหน่อย ข้าจําได้ว่าตอนทีแม่ของนางยังมีชีวิตอยู่ก็ขี้กลัว และขี้โรค ทําไมถึงไม่ได้นิสัยตรงไปตรงมาของชายสองนะ แต่เป็ นหว่านเอ๋อร์ที ได้นิสัยพ่อของนางแทน…”
“จริงอย่างทีนายท่านหญิงว่าเจ้าค่ะ”
“ข้าจําได้ว่ามีอยู่ปี หนึง เด็กคนนั้นทํารองเท้าให้ข้าเป็ นของขวัญวันเกิด ข้าคิดว่า ถึงยังไงข้าก็ต้องพูดขอบใจและอวยพรคํามงคลให้ใช่ไหมล่ะ ในตอนทีข้าพูดจบ นะ ท่าทางขลาดกลัวของนางก็ทําให้มองแล้วไม่ชอบเลยจริง ๆ”
ถึงยังไงก็อายุมากแล้ว เมือพูดถึงเรืองกงชาน นายท่านหญิงตี8ก็ลืมเรืองทีกงจี้ทําให้ โกรธเมือสักครู่ไป นางร่วมบ่นไปกับเย่ชุ่ยและถูกประคองเข้าไปในเรือน
……
ทางฝังคุณหญิงเหวิน นางเข้าไปในบ้านของกงชานอย่างเร่งรีบ และเห็นว่าใน ขณะนี้บ้านหลังเล็กทีไม่มีใครอยู่อีกหลังจากทีกงชานออกเรือนสว่างไสวไปด้วย แสงไฟ แล้วยังมีเสียงสะอื้นไห้ดังมาจากภายในบ้านด้วย
คุณหญิงเหวินรู้สึกไม่พอใจ นางหยุดอยู่ทีประตูทางเข้าสักครู่เพือทําให้อารมณ์ ตัวเองคงที แล้วค่อยเข้าไปในบ้าน
ทันทีทีนางเข้ามาก็เห็นกงชานทีขลาดกลัวมาแต่ไหนแต่ไรพุ่งมาหานาง ก่อนจะ คุกเข่าลงทั้งนํ้าตานองหน้า นางพูดเสียงแหบแห้งซึงคงเป็ นเพราะร้องไห้นานแล้ว
“ท่านแม่โปรดช่วยข้าด้วย…”
เดิมทีคุณหญิงเหวินจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมือเหลือบไปเห็นมุมเสื้อผ้าสีดําที โผล่ออกมาจากด้านหลังฉากกั้นห้อง นางก็กลืนคําพูดลงไป และแทนทีด้วย นํ้าเสียงห่วงใย
“ลูก… นีเจ้าเป็ นอะไร ทําไมถึงกลับมาเอาตอนนี้ เกิดอะไรขึ้น ทําไมเจ้าถึงร้องไห้ เช่นนี้รึ ?”
ตอนที 597 : การแต่งงานอันทรงเกียรติ
ทันทีทีกงชานเงยหน้าขึ้นมา คุณหญิงเหวินพลันตกใจ แม้กงชานจะไม่ได้งดงาม มากขนาดนั้น แต่ถึงยังไงนางก็ได้กรรมพันธุ์หน้าตาดีจากแม่ของนางเช่นกัน นาง จึงถือว่าหน้าตาสวยงามและสุภาพพอสมควร แต่ตอนนี้ ใบหน้าทีสวยงามกลับ ฟกชํ้าเป็ นจํ้า ๆ และมีบาดแผลจากการถูกทารุณจนได้เลือดบนหน้าผากด้วย เกรง ว่านางคงเสียโฉมแล้ว
“ใครทุบตีเจ้า ?” เสียงคุณหญิงเหวินสัน “ลูกเขยรึ ?”
เมือกงชานเห็นว่าคุณหญิงเหวินมีความเป็ นแม่ทีเป็ นห่วงลูกสาวอย่าง กระตือรือร้น นางก็ขดตัวและก้มหน้าลง นํ้าเสียงของนางก็สันคลอน “เขา… เขา นันแหละเจ้าค่ ะ”
“จะเป็ นไปได้ยังไง ?!” คุณหญิงเหวินไม่อยากเชือ “ในระหว่างนั้นมีความ เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า เจ้าไม่ต้องกลัว แม่กับพ่อเจ้าจะรับผิดชอบแทนเจ้าเอง”
กงชานยังไม่ทันได้พูดอะไร คนทีอยู่ด้านหลังฉากกั้นห้องในห้องด้านในก็เดิน ออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย “เข้าใจผิด ยังจะเข้าใจผิดอะไรได้อีก ?! ไอ้หนุ่มนันก็ คือคนดี ๆ ทีเจ้าหาให้ชานเอ๋อร์ยังไงล่ะ!”
คุณหญิงเหวินพูดในใจ ‘เป็นอย่างทีคิดไว้จริง ๆ อันตรายมาก!’
เมือสักครู่ นางเห็นมุมเสื้อผ้าทีโผล่ออกมาจากด้านหลังฉากกั้นห้องนั้น มันเป็ นสี เสื้อผ้าตอนทีกงหยวนหยู่ใส่ออกจากบ้านในตอนเช้า นางจึงเดาว่ากงหยวนหยู่คง จะฟังพวกนางคุยกันอยู่ด้านหลังฉากกั้นห้อง
คุณหญิงเหวินพูดขึ้นด้วยสีหน้าเหยเกเพราะเพิงถูกดูถูก “นีท่านโฮ่วหมายความ ว่ายังไง ? ท่านกําลังสงสัยว่าข้าเห็นแก่ตัวในการทีให้ชานเอ๋อร์แต่งงานกับบ้าน นี้หรือเจ้าคะ ?”
ท่าทางของนางทั้งเสียใจและอัปยศอดสูหลังจากทีถูกสงสัย
เมือกงหยวนหยู่เห็นสีหน้าของคุณหญิงเหวิน เขาก็นึกถึงความรักความห่วงใยที นางมีต่อกงชานเมือสักครู่ สีหน้าของเขาผ่อนคลายลงบ้างแต่ยังคงมีความโมโห เล็กน้อย “ชานเอ๋อร์ เจ้าบอกแม่เจ้าไปซะ!”
กงชานก้มหน้าลงราวกับยากทีจะเอ่ยปากพูด แต่นางยังคงพูดด้วยเสียงสะอื้น “ท่านแม่ ฉินชูซินเขา… เขามีเมียน้อยเจ้าค่ะ”
คุณหญิงเหวินแทบจะหัวเราะออกมาเมือได้ยินทีลูกสาวพูด ลูกสาวนางช่างเป็ น เด็กทีพบเห็นโลกมาน้อยจริง ๆ ทุกวันนี้ผู้คนทีเลี้ยงเมียน้อยมีเยอะถมเถไป ส่วน เหตุการณ์นี้นั้น…
แม้จะคิดเช่นนี้ แต่คุณหญิงเหวินยังคงเผยสีหน้าตกใจออกมาให้เห็น “อะไรนะ! เจ้าหนุ่มซูซิน…”
คุณหญิงเหวินพูดขึ้นอย่างโมโห “ไม่ได้การ วุ่นพรุ่งข้าต้องไปถามจวนหย่งกัวกง 8 ว่านีหมายความว่ายังไง รังแกทีจวนโฮ่วของเราไม่มีลูกให้หรือยังไงกัน”
นางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะสังให้สาวใช้ประคองกงชานขึ้นมา และนางก็มอง ไปทีท้องของกงชานด้วยความอยากพูดอะไรบางอย่าง “เพียงแต่ชานเอ๋อร์ ท้อง ของเจ้าก็ต้องเอาการเอางานด้วย เราถึงจะมีความมันใจมากยิ งขึ ้น”
กงชานแต่งเข้าไปก็ใกล้สามปี แล้ว แต่ยังคงไม่มีลูกสักคน
พูดถึงเรืองนี้ เดิมทีใบหน้าทีขาวซีดของกงชานก็เขียวคลํ้าลงเล็กน้อย ขับให้ ดวงตาบวมแดงของนางยิงเป็ นทีสะดุดตามากขึ ้น นางหัวเราะอย่างโศกเศร้า “จะ โทษข้าได้ยังไงเจ้าคะ ท่านแม่รู้รึเปล่าว่าเมียน้อยของฉินชูซินเป็นผู้ชายเจ้าค่ะ”
คุณหญิงเหวินไม่รู้เรืองนี้จริง ๆ สีหน้าตกใจของนางสมจริงขึ้นมาทันที
อันทีจริง ตอนคุยกันเรืองการแต่งงาน นางก็เคยได้ยินมาอย่างราง ๆ แล้วว่าฉินชูซิ นค่อนข้างมีรสนิยมชมชอบผู้ชายด้วยกัน แต่ในปี นี้ พวกคุณชายทีไปใช้บริการซื้อ หนุ่มงามมาปรนเปรอก็มีเยอะถมเถไป อันทีจริงนีไม่ถือว่าเป็ นเรืองร้ายแรงอะไร ขนาดนั้น
แต่การทีซื้อผู้ชายมาเป็ นเมียน้อยนั้น ปัญหานี้ค่อนข้างใหญ่อยู่พอสมควร… หากว่าพูดอย่างไม่น่าฟังคือ ฝ่ ายนั้นกําลังตบหน้าจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วอย่างโหดเหี้ยม
คุณหญิงเหวินตระหนักได้ถึงปัญหานี้ทันที ความโกรธบนใบหน้าของนางเริม เพิมขึ ้นหลายเท่าทวีคูณ
หากว่าเรืองนี้แพร่ออกไป จวนติ้งกัวโฮ่ 8 วของพวกนางคงกลายเป็ นเรืองขําขันใน วงนินทา เมือถึงตอนนั้นยังจะมีคนดี ๆ ทีไหนมาสู่ขอหว่านเอ๋อร์ของนางอีกล่ะ
?!
“บาดแผลของข้า มาจากการทีเขาทุบตีตอนทีข้าถามเขาหลังจากรู้เรืองนี้เข้า” กงชานร้องไห้และคุกเข่าลงไปอีกครั้ง “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้า… ข้าไม่สามารถใช้ ชีวิตร่วมกับฉินชูซินได้อีกต่อไปแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ”
กงชานร้องไห้จนตัวสัน
คนอืนต่างก็อิจฉาทีนางมีแม่ผู้มีจิตใจอ่อนโยนใฝ่ คุณธรรม ทีเจรจาตกลงจนนาง ได้ตบแต่งเข้าตระกูลอันทรงเกียรติละได้แต่งงานอย่างสมเกียรติ ตอนนั้นนางเอง ยังแทบไม่อยากจะเชือ และไม่คิดว่าการแต่งงานทีดีขนาดนี้จะเกิดขึ้นกับนาง
แต่หลังจากทีนางแต่งเข้าไปถึงจะพบว่าการแต่งงานทีดีอะไรนัน… ล้วน หลอกลวงทั้งนั้น
ก่อนทีนางจะออกเรือน นางเคยได้ยินคนเขาพูดกันว่า การแต่งงานบางครั้ง ภายนอกดูมีเกียรติมาก แต่จริง ๆ แล้วเบื้องหลังข้างในสกปรกสุดทีจะทนได้ อีก ทั้งยังมีแต่ความทุกข์ใจและเรืองเน่าเฟะอีกมากมายทีไม่อยากให้คนนอกพูดถึง
กงชานเองก็ค้นพบหลังจากทีแต่งเข้าไปแล้วว่าตัวเองเจอกับการแต่งงานดังกล่าว เข้าให้แล้ว
ตามความเป็นจริง ครอบครัวทีนางแต่งงานด้วยคือจวนกัวกง คนนอกอาจมองว่ 8 า ลูกสาวอนุภรรยาของจวนโฮ่วอย่างนางใฝ่ สูงในการคบพวกเขา แต่จวนหย่งกัว8 กงนั้น แม้เป็ นครอบครัวทีมีชือเสียงตามแบบฉบับของจวนกัวกง แต่ 8 ก็ตกตําลงทุก วัน ไม่ต่างอะไรกับการเหลือแต่เปลือกนอกเท่านั้นทียังดี ๆ
แต่อูฐทีผอมจนใกล้ตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้าอยู่ดี พวกเขายังสามารถประคองชีวิต ให้รอดได้เรือย ๆ ส่วนมุมมองของคนนอก พวกเขายังถือว่าจวนหย่งกัวกงเป็ น 8 ตระกูลทีมีชือเสียงระดับบนสุด
เรืองทั้งหมดนี้มันทําให้กงชานเป็ นทุกข์แต่กลับพูดออกมาไม่ได้จริง ๆ
และสิงทีทําให้กงชานยากทีจะเอ่ยปากคือนางแต่งกับลูกชายคนโตบ้านสองของ จวนกัวกง นีดูเหมือนลูกสาวของอนุภรรยาผู้โชคดีทีได้แต่ 8 งเข้าไปในสายหลัก แต่ พูดก็พูดเถอะ! ลูกชายคนโตของบ้านสองมีอะไรดีกัน ?
สืบทอดตําแหน่งไม่ได้ทั้ง ๆ ทีเป็ นลูกชายคนโตของบ้าน แล้วนางยังต้องไป สนับสนุนค่าใช้จ่ายในบ้านหลักของพวกเขาอีกด้วย
และไม่ใช่แค่พวกเขาสองชีวิตเท่านั้น นางยังต้องควักกระเป๋ าจ่ายค่าใช้จ่ายพวกลูก ๆ ของอนุภรรยาของบ้านสองอีกต่างหาก
แม้สินสมรสตอนทีนางออกเรือนนั้นมีเป็ นจํานวนมาก แต่แบบนี้เห็นทีก็คงจะไม่ ไหวเช่นกัน
เวลาแค่เพียงสามปี ใบบันทึกรายการสินสมรสทีครั้งหนึงเคยทําให้คนทั้งเมือง หลวงชําเลืองตามองไปทีมัน ก็ใกล้จะถูกนําออกมาใช้จนไม่เหลือแล้ว!
และสิงทียิงทําให้กงชานจิตใจพังทลายคือ… นางบังเอิญพบว่ าสามีของนางซื้อเมีย น้อย แต่เมียน้อยแพศยาคนนั้นดันเป็ นผู้ชาย
……
กงชานยิงคิดก็ ยิงโศกเศร้า นางร้องไห้เป็ นลมหมดสติจนได้
คุณหญิงเหวินรีบเรียกสาวใช้เข้ามาช่วยพากงชานไปทีเตียง นางยุ่งอยู่กับการ ทํางานทั้งภายในและภายนอก แต่กงชานก็ยังไม่ฟื้ นขึ้นมา คุณหญิงเหวินจึง เหลือบมองสีหน้าของกงหยวนหยู่และเกิดความคิดขึ้นในใจ
นางถอนหายใจเบา ๆ “เฮ้อ… ดูท่าทางของชานเอ๋อร์ ไม่แน่นางอาจได้รับความ ทุกข์อะไรมาเยอะก็ได้เจ้าค่ะ เป็ นข้าเองทีตอนคุยเรืองการแต่งงาน ตรวจสอบเรือง ภายในและภายนอกของตระกูลฉินไม่ละเอียดมากพอ จึงตรวจไม่พบเงือนงําเรือง แย่ ๆ แบบนี้”
กงหยวนหยู่ไม่ได้พูดอะไร
อันทีจริง ไม่ต้องพูดถึงทีคุณหญิงเหวินตรวจไม่พบเลย เขาอยู่ในวงการเมืองหลวง มานานก็ยังไม่เคยได้ยินว่าเจ้าเด็กของตระกูลฉินจะไม่ใจเดียวเช่นนี้
เมือคิดได้ดังนั้น ก็ไม่สามารถโทษคุณหญิงเหวินทีหาครอบครัวนี้มาให้กับกงชาน ถ้าจะโทษก็โทษทีเจ้าเด็กของตระกูลฉินไม่รักเดียวใจเดียว!
คุณหญิงเหวินสังเกตสีหน้าของกงหยวนหยู่และพูดขึ้นอย่างระมัดระวัง “สุขภาพ ร่างกายของชานเอ๋อร์กําลังแย่ ข้าคิดว่าเราควรหาหมอมารักษาสักหน่อยนะเจ้าคะ เพียงแต่ ถึงยังไง ชานเอ๋อร์ก็เป็ นคุณหนูของครอบครัวเรา ถ้าหาคนอืนมารักษา ข้า เป็ นกังวลนิดหน่อยว่าจะมีคํานินทาอะไรอีก…”
กงหยวนหยู่มองคุณหญิงเหวินและพูดขึ้นช้า ๆ “เจ้าหมายความว่า…?”
คุณหญิงเหวินยิมอ่ ้ อนโยน “ข้าหมายถึงเรามีหลานสะใภ้ทีเป็ นหมอเทวดาไม่ใช่ หรือเจ้าคะ ? ข้ารู้ว่าท่านโฮ่วไม่อยากเกียวข้องอะไรกับบ้านใหญ่ แต่ สถานการณ์แบบนี้ เราไม่มีทางเลือกเจ้าค่ะ”
กงหยวนหยู่ขมวดคิ้วคล้ายกับกําลังคิดอะไรบางอย่าง ผ่านไปสักครู่ เขาส่งเสียง ออกมาทางจมูกอย่างไม่พอใจ “ข้าได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้อี8เหนียงทีตั้งท้องลูก ของซู่เอ๋อร์ป่ วยจึงอยากเชิญนางไปตรวจอาการ แต่นางปฏิเสธ”
คุณหญิงเหวินรับคําอย่างคล้อยตาม “ใช่เจ้าค่ะ นางเป็นคนทีเข้ากับคนยาก เพียงแต่สถานการณ์ของชานเอ๋อร์ในตอนนี้จะเทียบกับอี8เหนียงได้ยังไงล่ะเจ้าคะ ถึงยังไงชานเอ๋อร์ก็ไม่ใช่คนนอกสําหรับนางและถือเป็ นน้องสาวของกงจี้ หากว่า นางไม่มาและคนอืนรู้เข้าก็จะมีแต่บอกว่านางไร้นํ้าใจ”
กงหยวนหยู่ตาเป็ นประกายทันที สายตาทีเขามองคุณหญิงเหวินมีความชมเชย “จริงอย่างทีเจ้าว่า ถ้าอย่างนั้นก็ให้คนไปเชิญนางมาเถอะ”
คุณหญิงเหวินยิม้ “เจ้าค่ะ ท่านโฮ่ว”
ตอนที 598 : เยียมกงชาน เดิมทีกงจี้คิดว่านายท่านหญิงตี8จะไม่เลิกราง่าย ๆ เขายังเตรียมรับมือกับการกลัน แกล้งจากหญิงชราคนนี้ไว้แล้วด้วย
แต่ใครจะคิดว่านายท่านหญิงตี8จะไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่คนทีมากลับเป็ น องครักษ์ลับทีอยู่ข้างกายเขาแทน
องครักษ์ลับประสานมือเรียกเขาเบา ๆ แล้วกระซิบอะไรบางอย่าง เขาขมวดคิ้วเอ่ยรับด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “รู้แล้ว”
เจียงป่ าวชิงกําลังทํางานเย็บปักถักร้อยอยู่ในห้อง เมือกงจี้เข้ามา เขาหยิบงานปัก ออกจากมือของนางด้วยความไม่พอใจ “ข้าบอกกีครั้ งแล้วว่าถ้าฟ้ามืดก็อย่าทํา มันไม่ดีต่อสายตาของเจ้า”
เจียงป่ าวชิงทําเป็ นไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางบอกให้เขาวางงานเย็บปักถักร้อยลงแล้ว เปลียนหัวข้อสนทนา “เมือกี้นี้ข้าเหมือนได้ยินเสียงหวงไป่”
หวงไป่ คือองครักษ์ลับข้างกายของกงจี้ทีรับผิดชอบในการส่งข่าวโดยเฉพาะ
ตอนนี้กงจี้จัดการเรืองราวอยู่ทีบ้าน เขาจึงไม่ปิ ดบังอะไรนาง เจียงป่ าวชิงจึงรู้จัก หวงไป่ เป็ นธรรมดา ความจําของนางเป็ นเลิศมาก แม้ไม่เคยเจอหน้ากันแต่เพียง แค่ฟังเสียงก็รับรู้ได้ทันที
กงจี้ตอบนาง “อืม หวงไป่ มาบอกว่ากงชานของบ้านสองกลับมาแล้ว”
ก่อนทีเจียงป่ าวชิงจะแต่งเข้ามาในตระกูลกง แน่นอนว่านางทําการบ้านมาดี เรือง ความเกียวข้องระหว่างแต่ละคนในตระกูลกง นางศึกษามาก่อนจึงรู้ว่ากงชานเป็น ลูกสาวของอนุภรรยาบ้านสอง แม่ของนางเสียชีวิตหลังจากคลอดนางได้ไม่นาน ต่อมานางก็ได้รับการดูแลโดยคุณหญิงเหวิน และเรียกคุณหญิงเหวินว่า “แม่” มาโดยตลอด
กงชานคนนี้ สามารถพูดได้ว่าเป็ นคนทีสร้างชือเสียงอันโดดเด่นให้กับคุณหญิงเห วินเลยก็ว่าได้
ตอนทีเปิ ดดูบันทึกข้อมูลในตอนนั้น เจียงป่ าวชิงก็รู้สึกว่ามันผิดปกติเล็กน้อย
การแต่งงานนี้ดูดีเกินไป
ไม่ได้หมายถึงทีคุณหญิงเหวินต้องการหาคู่ครองทียําแย่ให้กับลูกสาวของ อนุภรรยา แต่คุณหญิงเหวินดูเหมือนจะดีกับกงชานมาก หากว่าคุณหญิงเหวินดี กับกงชานจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นทําไมนางไม่ให้กงชานแต่งออกไปภายใต้ชือของ นาง
แม้เป็ นลูกสาวของอนุภรรยาทีเลี้ยงดูโดยแม่ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ได้หน้าได้ตาไปกว่า ข้อความทีบันทึกไว้ในลําดับวงศ์ตระกูลเท่าไรนัก
แน่นอนว่าคุณหญิงเหวินยังสามารถบอกปัดได้ว่าตระกูลกงมีกฎเกณฑ์ทีเข้มงวด ซึงก็เป็ นเช่นนั้นจริง ๆ
แต่ความอ้อมค้อมทีเปิ ดเผยในเหตุการณ์นี้ทําให้เจียงป่ าวชิงระมัดระวังเล็กน้อยใน ตอนนั้น
สําหรับตอนนี้ เจียงป่ าวชิงได้ฟังทีกงจี้พูดก็รู้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติเกียวกับ คู่ครองทีคุณหญิงเหวินหาให้กับกงชาน
ถ้าหากไม่มีปัญหาใด คุณหนูกงชานทีแต่งออกไปเกือบสามปี แล้วจะรีบกลับมาที บ้านพ่อแม่ในคําคืนอันมืดมิดเช่นนี้ได้อย่างไร
นีไม่เหมือนกับการกลับบ้านมาเยียม แต่เหมือนเป็ นการหนีภัยมาซบอกคนทีบ้าน เสียมากกว่า
แต่เจียงป่ าวชิงไม่มีแก่ใจไปสนใจเรืองในบ้านของคนอืน และทีกงจี้พูดเรืองนี้กับ นาง ก็คงแค่คุยเรือยเปื อยเท่านั้น
ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยสายตาเข้าใจ
เจียงป่ าวชิงและกงจี้ขี้เกียจสนใจเรืองผู้หญิงคนหนึงจากบ้านสอง ทว่าตอนทีพวก เขากําลังจะเข้านอน เสียงติงเซียงทีอยู่ด้านนอกก็ดังเข้ามาในเรือน
“นายท่าน สะใภ้ใหญ่เจ้าคะ ทางฝังฮันโม่ ย่วนส่งสาวใช้มาบอกว่าคุณหนูกงชาน รู้สึกไม่ค่อยสบาย คุณหญิงเหวินจึงอยากเชิญสะใภ้ใหญ่ไปตรวจอาการให้คุณหนู กงชานหน่อยเจ้าค่ะ”
ฮันโม่ ย่วนคือบ้านของคุณหญิงเหวิน
เจียงป่ าวชิงยังไม่ทันได้พูดอะไร นํ้าเสียงหนักแน่นของกงจี้ก็ดังขึ้นพร้อมเสียง หัวเราะเย็นชาเสียก่อน “กงชานรึ ? บอกนางให้ไสหัวไปซะ”
ในจวนใช่ว่าจะไม่มีหมอ หากอาการไม่ดีก็สามารถไปเชิญหมอจากข้างนอกได้ แต่นีอะไร มาเรียกให้ภรรยาของเขาไปตรวจอาการให้ดึก ๆ ดืน ๆ เช่นนี้ ช่างน่า รังเกียจยิงนัก
ติงเซียงไม่กล้าพูดอะไรอืน นางทําได้เพียงขานรับเท่านั้น “เดี8ยว”
ติงเซียงได้ยินเสียงผู้หญิงทีนุ่มนวลดังออกมาจึงหยุดฝี เท้าลงอย่างเชือฟัง
เจียงป่ าวชิงวางมือลงบนแขนกงจี้ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงและอธิบายกงจี้ทีหน้า นิวคิ้วขมวดด้วยเสียงแผ่วเบา “ถึงยังไงนางก็เป็ นลูกพีลูกน้องของเจ้า ข้าไม่สนใจ นางไม่ได้ จริงอยู่ทีตอนนี้ดึกแล้ว แต่ก็แค่ไปดูอาการเอง คงไม่นานหรอก ถือซะ ว่าไปทําความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทีบ้านสองในตอนนี้เถอะนะ”
กงจี้ขมวดคิ้วเป็ นปม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากให้เจียงป่ าวชิงไปแต่ก็ไม่ต้องการ ให้นางไม่พอใจกับเรืองเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นกันจึงหยิบเสื้อคลุมมาคลุมไหล่ให้นาง แล้วถึงจะพูดขึ้น “ข้ารู้ว่าเจ้าคํานึงถึงข้า… ในเมือเจ้าจะไป ข้าก็จะไปกับเจ้า ด้วย”
ลูกพีลูกน้องเป็ นห่วงลูกพีลูกน้องด้วยกันและไปเยียมเยือน เหตุผลนี้ถือว่า เพียงพอ
เจียงป่ าวชิงพยักหน้า และสองสามีภรรยาก็สวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนมุ่งหน้าไปทีบ้านของกงชาน
ภายในบ้านของกงชานเงียบมาก เหล่าสาวใช้พากันเดินเบา ๆ ราวกับพวกนางกลัว ว่าจะเป็ นการรบกวนเหล่านายท่านทั้งหลาย
แสงไฟสว่างอยู่ในหลาย ๆ ห้อง แต่บรรยากาศกลับเงียบงันอย่างน่าประหลาด
มีหลิวไม่ได้อยู่เวรเฝ้าดูแลในตอนนี้ ติงเซียงอยู่เฝ้าดูแลเรือน ชุนฉินและเซียอ้าย สาวใช้ระดับสองเดินตามอยู่ด้านหลังเจียงป่ าวชิงและกงจี้ คงเป็ นเพราะตกใจกับ บรรยากาศแปลกประหลาดของทีนี พวกนางจึงไม่กล้าหายใจแรง
อย่างไรก็ตาม สีหน้าเจียงป่ าวชิงและกงจี้ยังคงปกติดี
คนทีมารับพวกเขาคือหญิงชราไม่คุ้นหน้า ริ้วรอยตรงหางตานางลึกมาก มุมปาก นางคล้อยลงซึงดูแก่กว่าอายุจริงเล็กน้อย
นางนังยอง ๆ คารวะเจียงป่ าวชิงกั บกงจี้ “คารวะนายท่านกับสะใภ้ใหญ่เจ้าค่ะ ข้าน้อยเป็นแม่นมข้างกายของฉินสามหน่ายนายเจ้าค่ะ ข้าน้อยแซ่จิน ฉินสาม หน่ายนายรู้สึกไม่สบายและออกมาตากลมไม่ได้ จึงไม่สามารถออกมาต้อนรับได้ ด้วยตัวเอง ได้โปรดนายท่านและสะใภ้ใหญ่ให้อภัยด้วยเจ้าค่ะ”
ฉินชูซินอยู่ในลําดับทีสามของตระกูลฉิน กงชานจึงถูกเรียกว่าฉินสามหน่ายนาย
กงจี้ขมวดคิ้ว เขาไม่ได้พูดอะไรอืน เพียงแค่พูดออกมาไม่กีคําอย่างเย็นชาเท่านั้น “นางอยู่ไหนล่ะ ?”
แม่นมจินไม่กล้าพูดอะไรอีก นางพากงจี้และเจียงป่ าวชิงไปทีบ้านทีกงชานพักอยู่
แม้กงชานจะแต่งออกไปแล้ว แต่เครืองเรือนในบ้านของนางยังอยู่ทีเดิมมาโดย ตลอด เหมือนกับตอนทีนางยังไม่ได้แต่งงานไม่มีผิดเพี้ยน
นีแตกต่างจากลูกสาวของอนุภรรยาทีหากินไปวัน ๆ อย่างยากลําบากภายใต้การ ดูแลของแม่ใหญ่ เครืองเรือนภายในบ้านของกงชาน เจียงป่ าวชิงมองดูอย่างคร่าว ๆ และพบว่าเป็นของมีค่าทั้งหมดและดูแล้วถูกออกแบบมาอย่างดีมาก
เจียงป่ าวชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
คิด ๆ ดูแล้วก็ใช่ คุณหญิงเหวินยินดีจ่ายสินสอดทองหมั้นมากมายเพือให้กงชาน ได้แต่งออกไป จนทําให้นางได้รับชือเสียงในด้านดีมาอย่างมหาศาล แน่นอนว่า ผลประโยชน์ดี ๆ อืน ๆ นางย่อมยินดีรับไว้
อีกอย่าง ลูกสาวของอนุภรรยาทีแม่จากไปแล้วคนหนึงทีอาศัยอยู่โดยรายล้อมไป ด้วยสมบัติลํ้าค่าเช่นนี้ คงจะต้องระมัดระวังทุกทีทุกจุด อย่าไปทําให้อะไรแตก เสียหาย มิเช่นนั้นคงไม่พ้นต้องเจอกับปัญหา
เจียงป่ าวชิงยิมอย่ ้ างเข้าใจ
เมือเลิกม่านไข่มุกแก้วแวววาวออก ก็เห็นคุณหญิงเหวินและกงหยวนหยู่ของจวน ติ้งกัวโฮ่ 8 วกําลังนังรอพวกเขาอยู่ บนเก้าอี้
เมือเห็นพวกเขาเข้ามา สีหน้ากงหยวนหยู่ก็ดูไม่เป็ นมิตรเอาเสียเลย แต่ในทาง กลับกัน
คุณหญิงเหวินยิมแย้มต้อนรับอย่ ้ างดี
“จี้เอ๋อร์และป่ าวชิงมาแล้ว” ขอบตาของคุณหญิงเหวินแดงเล็กน้อย นางใช้ ผ้าขนหนูนุ่มซับหางตาเบา ๆ เสียงของนางฟังดูสะอื้น “ดึกขนาดนี้แล้วแต่ไม่รู้จะ ทํายังไงดีถึงได้ให้คนไปเชิญพวกเจ้ามาทีนี เฮ้อ… ขอบใจมากทีพวกเจ้ามา เอาล่ะ พวกเจ้ารีบไปดูชานเอ๋อร์เถอะ…”
ท่าทางของนางราวกับพูดต่อไม่ได้แล้วอย่างนั้น
ฟังเสียงของคุณหญิงเหวิน เจียงป่ าวชิงคิดว่ากงชานป่ วยหนักมากจนใกล้จะหมด ลมหายใจหรืออะไรทํานองนั้นซะอีก
ส่วนกงหยวนหยู่ไม่ได้พูดอะไร กงจี้เองก็ไม่สนใจกงหยวนหยู่เช่นกัน
เขากับเจียงป่ าวชิงเดินอ้อมไปทีด้านหลังฉากกั้นห้อง ก็เห็นร่างทีดูอ่อนแอนอนอยู่ บนเตียงด้านหลังฉากกั้นห้อง
มองเพียงแวบเดียว กงจี้ขมวดคิ้วทันที
ตอนที 599 : เด็กทีชีวิตอาภัพ ใบหน้าของกงชานทั้งเขียวทั้งม่วงแดง อาจเป็ นเพราะผ่านการประคบร้อนมาแล้ว ตอนนี้แผลบนใบหน้านางทีมีเลือดคังจึงดูน่ ากลัวยิงขึ ้นไปอีก
กงชานกอดผ้าห่มลุกขึ้นนัง สาวใช้นําหมอนอิงขนาดใหญ่ มายัดไว้ด้านหลังเอว ของนางอย่างรู้งาน นางนอนเอนตัวครึ งหนึงพลางเอ่ยทักทายกงจี้และเจียงป่ าวชิง เสียงเบาด้วยสีหน้าทีไม่ค่อยเป็ นธรรมชาติเท่าไหร่นัก
“พีชายใหญ่ สะใภ้ใหญ่ ดึกขนาดนี้แล้วยังรบกวนให้พวกพีมาทีนีอีก ข้าต้องขอ อภัยจริง ๆ”
กงจี้พยักหน้ารับนิง ๆ ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทางสีหน้า กงชานทําหน้าเศร้า
เจียงป่ าวชิงมองดูอีกฝ่ าย ก่อนจะพูดอย่างสุภาพ “รบกวนเจ้าช่วยยืนแขนออกมา หน่อย”
กงชานยืนแขนออกไปอย่างทือ ๆ และเจียงป่ าวชิงก็วางนิ้วลงจับชีพจรอย่างใจจด ใจจ่อ
…
เมือคุณหญิงเหวินเห็นกงจี้กับเจียงป่ าวชิงออกมาด้วยสีหน้าปกติ นางเผลอขมวด คิ้วแต่ก็รีบเปลียนเป็ นสีหน้าเป็ นห่วง “สุขภาพร่างกายของชานเอ๋อร์เป็ นยังไงบ้าง หรือ ?”
เจียงป่ าวชิงพูดขึ้นนิง ๆ “ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เจ้าค่ะ ถูกทําร้ายมาอย่างหนัก บาดแผล ภายนอกดูน่ากลัวและชํ้าเข้าไปถึงภายในเช่นกัน อาการประมาณนี้ต้องพักฟื้ นสัก สองสามวันเจ้าค่ะ”
ผลลัพธ์นี้ทําให้หัวคิ้วของคุณหญิงเหวินกระตุกทันที เดิมทีนางคิดว่าด้วยนิสัยของ กงจี้ เขาคงไม่สนใจเรืองของบ้านสองเป็ นแน่ เมือถึงตอนนั้นพอเรืองของกงชาน ถูกเผยแพร่ออกไป เรืองทีสองสามีภรรยากงจี้และเจียงป่ าวชิงไม่ถามไถ่ใยดี ลูกพีลูกน้องบ้านตัวเองก็จะตามมาด้วยเช่นกัน แม้ไม่ใช่เรืองใหญ่อะไร แต่การที ชือเสียงเสียหายเพราะปากชาวบ้านก็อาจก่อให้เกิดความหายนะได้
แต่นี… นางไม่คิดเลยว่าเจียงป่ าวชิงจะมา และสิงทีคิดไม่ถึงคือเจียงป่ าวชิงไม่ได้มาคนเดียว กงจี้ก็มาด้วยเช่นกัน ความคิดของคุณหญิงเหวินฉายวาบไปมา
“เด็กทีชีวิตอาภัพคนนี้” คุณหญิงเหวินมีสีหน้าปวดใจ “ฉินชูซินคนนั้นทําไม่ดี กับนาง แต่นางกลับไม่ได้พูดอะไรเลยตลอดสามปี ทีผ่านมา”
คําพูดนี้ปกปิ ดข้อเสียของตัวเองได้เป็ นอย่างดี กงจี้หัวเราะอย่างเย็นชาและขี้เกียจจะพูดอะไร ชีวิตของกงชานแย่มากจริง ๆ นางโชคร้ายทีต้องมาแต่งงานกับคนเช่นนี้
จู่ ๆ กงหยวนหยู่ก็พูดแทรกขึ้นมา “แล้วเจ้าคิดว่าควรจัดการเรืองของชานเอ๋อร์ ยังไง ?”
รอยยิมเย็นชาของกงจี ้ ้ชัดเจนมากขึ้น เขาทําเพียงพูดขึ้นนิง ๆ เท่านั้น “เรืองของ บ้านสอง คนนอกอย่างเราสอดปากสอดคําไม่ได้หรอก”
กงหยวนหยู่หน้าดําครําเครียด เขาดูโกรธแต่ก็ดูพยายามอดกลั้น
เห็นได้ชัดว่าคุณหญิงเหวินไม่ต้องการฉีกหน้าในตอนนี้จึงส่งเสียงเรียก “ป่ าว ชิง” และถามด้วยความเป็ นห่วงอย่างมาก “เจ้าเป็ นหมอ เจ้าลองบอกมาสิว่าควร ทํายังไงกับสุขภาพร่างกายของชานเอ๋อร์ ?”
ต้องบอกว่าคําพูดของคุณหญิงเหวินปราดเปรืองกว่าท่านโฮ่วอย่างกงหยวนหยู่ มาก แต่เจียงป่ าวชิงเองก็ใช่จะยอมแพ้ ถ้าเป็นเรืองทีเกียวกับปัญหาของผู้ป่ วย แน่นอนว่านางสามารถสือสารได้ดีกว่ากงจี้
เจียงป่ าวชิงเลิกคิ้ว “แน่นอนว่าต้องดืมยาและพักฟื้ นร่างกายให้ดี ๆ เจ้าค่ะ แต่ต้อง เร่งหน่อยนะเจ้าคะเพราะอาการบาดเจ็บของฉินสามหน่ายนายไม่สามารถยืดเวลา ออกไปได้เจ้าค่ะ”
คุณหญิงเหวินพูดขึ้น “เราไม่อยากทําให้พวกเจ้าต้องลําบากด้วยเรืองนี้ ป่ าวชิง รบกวนเจ้าเขียนมาให้หน่อยว่าต้องใช้ยาอะไรบ้าง”
เมือเห็นว่ากงจี้กําลังจะปฏิเสธอย่างไม่พอใจ เจียงป่ าวชิงจึงชิงพูดขึ้นมาก่อนทีกงจี้ จะได้พูดโดยไม่ทิ้งร่องรอยหรือสีหน้าใด ๆ ไว้“ข้าเขียนรายการยาทีต้องใช้ให้ ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทางฝังตระกูลฉิน ดังนั้น ใบรายการยานี้จึง ควรระวังให้มากขึ้น ข้าจะเขียนซํ้ากันสองใบโดยจะเก็บไว้ทีตัวเองด้วยหนึงใบ”
ความหมายในคําพูดของเจียงป่ าวชิงคือต้องการป้องกันไม่ให้ตระกูลฉินเล่นแง่ คิดร้ายไปเพิมยาอันตรายทีอาจทําร้ายกงชานแล้วมาใส่ร้ายนาง แต่ผู้คนทีอยู่ ภายในห้องตอนนี้รู้ดีว่าใครกันแน่ทีจริง ๆ แล้วเจียงป่ าวชิงกําลังป้องกันอยู่
สีหน้าของกงหยวนหยู่เปลียนไปทันที คล้ายกับต้องการจะด่าคนอย่างนั้น กงจี้หัวเราะอย่างเย็นชา มีเขาอยู่ เขาจะรอดูว่าใครทีมันกล้ารังแกภรรยาของเขา
คุณหญิงเหวินค่อนข้างมีฝี มือ นางทําเหมือนไม่เข้าใจความหมายนอกคําพูดของ เจียงป่ าวชิง และเลือกทีจะยิม้ “ทีป่ าวชิงพูดก็มีเหตุผล ถ้าอย่างนั้นก็ทําตามทีเจ้า ว่า ถึงยังไง ตอนนี้ชานเอ๋อร์ยังคงเป็ นสะใภ้ของตระกูลฉิน”
เจียงป่ าวชิงเขียนใบรายการยาและเก็บไว้ทีตัวเองหนึงชุด จากนั้นก็พูดกําชับสาว ใช้ทีรับใช้กงชานเกียวกับข้อควรระวังสองสามอย่าง แล้วกลับไปพร้อมกับกงจี้
สีหน้ากงหยวนหยู่ค่อนข้างอึมครึม “เฮ้อ! ภรรยาของกงจี้ก็เรืองเยอะใช่ย่อย”
คุณหญิงเหวินยิม นางเกลี ้ ้ยกล่อมกงหยวนหยู่ด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย “ท่านโฮ่ว เจ้าคะ ท่านจะไปสนว่านางเรืองเยอะทําไม เรืองของชานเอ๋อร์นั้นใหญ่มากและ เกียวข้องกับจวนหย่งกัวกงกั 8 บจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วของเรา เราเป็ นผู้หลักผู้ใหญ่ของ ชานเอ๋อร์จึงต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้นางเป็ นธรรมดา และในเมือหลาน สะใภ้ของเราคนนั้นก้าวเท้าเข้ามาแล้ว เราก็จะไม่ยอมให้นางถอนตัวกลับไปได้ อีกเจ้าค่ะ”
กงหยวนหยู่เข้าใจความหมายของคุณหญิงเหวินได้ทันที เขาเองก็คิดได้ในเรืองนี้ และอดหัวเราะไม่ได้ “คุณหญิงช่างเป็ นภรรยาคนเก่งของข้าจริง ๆ!”
เสียงหัวเราะยังไม่ทันหยุดลงก็มีเสียงตืนตระหนกดังมาจากด้านนอกเสียก่อน “คุณชายเสียง ท่านมาอยู่ทีนีได้ยังไงเจ้าคะ ?”
สีหน้ากงหยวนหยู่เปลียนกลายเป็ นเย็นชาทันที
เสียงเฉือยชาของกงเสียงดังมาจากด้านนอก “เจ้าเห็นลูกกลมทีใช้เตะเล่นของข้า ไหม ?”
สาวใช้กล่อมเขา “ทีนีคือบ้านของชานกูหน่ายนาย จะมีลูกกลมของท่านได้ยังไง ล่ะเจ้าคะ ?” สาวใช้พูดอย่างขอไปทีและคิดหาวิธีไล่กงเสียงออกไป “ท่านรีบ กลับไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ”
กงหยวนหยู่พยายามกลั้นความโกรธ เขาเอ่ย “เรียกกงเสียงเข้ามา”
แม้เป็ นคนปัญญาอ่อนทีออกมาจากอนุภรรยา แต่ถึงยังไงก็เป็ นลูกชายของเขา สาวใช้จึงพากงเสียงเข้ามาอย่างระมัดระวัง
กงเสียงยืนทึมอยู่ทีนัน เมือเห็นสาวใช้คุกเข่ าทําความเคารพ เขาก็คุกเข่าตามอย่าง ทึม ๆ ด้วย
หัวคิ้วกงหยวนหยู่กระตุกทันที เขารู้สึกว่าเส้นเอ็นของเขาปูดนูนออกมา
“คุณชายจวนโฮ่วอย่างเจ้าจะเลียนแบบสาวใช้ทําไม ?!” กงหยวนหยู่พูดด้วย ความโกรธและไม่สามารถซ่อนความระอาในคําพูดได้
กงเสียงฟังไม่เข้าใจว่ากงหยวนหยู่กําลังพูดถึงอะไร เขาจึงมองอย่างทึม ๆ
เส้นเอ็นบนหน้าผากของกงหยวนหยู่ปูดนูนชัดเจนขึ้นเรือย ๆ ดีหน่อยทีคุณหญิง เหวินพูดกล่อมขึ้นมา “เสียงเอ๋อร์ยังเด็กและไม่เหมือนคนอืน ท่านโฮ่วอย่าได้ โกรธไปเลยเจ้าค่ะ”
นํ้าเสียงของนางมีความน่าเกรงขาม “สาวใช้ทีดูแลเสียงเอ๋อร์ล่ะไปไหนกันหมด ? เสียงเอ๋อร์ไม่รู้ประสา พวกนางก็ไม่รู้ประสาด้วยรึ ?! ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่ พาคุณชายน้อยเข้านอนอีก แต่กลับปล่อยให้เขาออกมาวิงเล่ นเช่นนี้”
ไม่มีใครกล้าเอ่ยรับ แต่ละคนตัวสันเล็กน้อย
กงเสียงยังไม่เข้าใจ เขามองคุณหญิงเหวินด้วยความสับสน
คุณหญิงเหวินลงโทษสาวใช้ข้างกายของกงเสียงอย่างโหดเหี้ยมและเตือนพวก นางว่าถ้ามีครั้งต่อไปอีก รับรองว่าบทลงโทษจะไม่ใช่เพียงการหักเงินทีจะได้รับ ในทุก ๆ เดือนแน่
ตอนทีเจียงป่ าวชิงได้ยินเรืองนี้ นางก็อดไม่ได้ทีจะหัวเราะ คุณหญิงเหวินคนนี้ หักเงินเดือนสาวใช้เป็นเวลาครึงปี เป็ นเช่นนั้นแล้วคนพวกนี้จะไประบาย ความแค้นทีใคร
แน่นอนว่าต้องเป็ นเจ้าเด็กกงเสียงทีปัญญาอ่อนน่ะสิ วิธีการนี้ของคุณหญิงเหวินช่างเรียบง่ายทว่าป่ าเถือนมากจริง ๆ
……
วันต่อมา ทางฝังของตระกูลฉินก็ส่งหญิงชราแซ่หลิวมาคนหนึง หญิงชราคนนี้ ไม่ธรรมดา นางคือแม่นมข้างกายของแม่สามีกงชาน ซึงมีความสามารถมากทีสุด ในหมู่สาวใช้ของคุณหญิงสองของจวนหย่งกัวกง 8
นางหลิวพูดกับคุณหญิงเหวินยิม ๆ พลางมองด้วยดวงตาทรงสามเหลียมของนาง ้ “คู่หนุ่มสาวไหนบ้างทีไม่ทะเลาะกันล่ะเจ้าคะ ? คุณหญิงจวนโฮ่ว นีก็เป็ นแค่ ช่วงทีฟันและริมฝี ปากกระทบกันอย่างไม่ระวังเท่านั้นเองเจ้าค่ะ แต่การทีสะใภ้ สามกลับมาทีบ้านพ่อแม่ในตอนกลางดึกเช่นนี้ หากว่าคนนอกรู้เข้าก็อาจคิดว่า จวนหย่งกัวกงของเราทําอะไรสะใภ้สามก็ 8 ได้นะเจ้าคะ”
คําพูดนางเหมือนมาโจมตีเอาผิดอย่างไรอย่างนั้น
คุณหญิงเหวินรู้ดีว่าตัวเองกําลังกุมจุดอ่อนของจวนหย่งกัวกงอยู่ 8 ตอนนี้ นาง เตรียมพร้อมคว้าหาผลประโยชน์ทุกเวลาอยู่แล้ว เมือได้ยินดังนั้นนางก็แอบยิม้ อย่างเจ้าเล่ห์
ตอนที 600 : แม่ยาย “ข้าไม่เข้าใจคําพูดของแม่นมหลิวสักเท่าไหร่” คุณหญิงเหวินพูดขึ้นช้า ๆ “สามีภรรยาใช้ชีวิตร่วมกันก็ต้องกระทบกระทังกั นเป็ นธรรมดา แต่การ กระทบกระทังก็ มีระดับของมันเช่นกัน”
คําพูดทีมีความหมายโดยนัยทําให้นางหลิวตกใจในใจทันที
กงชานคนนี้แต่งเข้าตระกูลฉินเกือบสามปี แล้ว ในระยะเวลาสามปี นี้ นางมองดู อย่างเงียบ ๆ และพบว่ากงชานคือหญิงสาวขี้ขลาดและเชือฟัง แม้คุณหญิงสองจะ ผลักเปลือกเปล่าไปให้นาง นางก็ไม่กล้าพูดอะไรสักคําและนําสินสอดทองหมั้น ของตัวเองมาชดเชยความขาดทุนนี้อย่างอดทน อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย หลังจากทีกงชานแต่งเข้ามา ชีวิตความเป็ นอยู่ของบ้านสองจวนหย่งกัวกงถือว่ 8 า สบายกว่าเมือก่อนมากทีเดียว
นีคือความมันใจของนางหลิว นางคิดว่ าต่อให้กงชานได้รับความไม่เป็นธรรมและ หนีกลับมาบ้านพ่อแม่ อีกฝ่ ายก็ไม่กล้าฟ้องคนทีบ้านอย่างแน่นอน
แต่เมือได้ฟังนํ้าเสียงของคุณหญิงสองแล้ว ทําไมเหมือนนางรู้อะไรเลยล่ะ
อันทีจริง นางหลิวเองก็ไม่รู้ถึงเรืองราวอย่างละเอียดหรอก นางรู้แค่ว่านายท่าน สามของนางตบตีสะใภ้สามยกใหญ่ ทําให้สะใภ้สามโมโหและหนีกลับบ้านพ่อ แม่ในคืนวันนั้น
นางหลิวไตร่ตรองเล็กน้อยแล้วพูดด้วยนํ้าเสียงผ่อนคลาย “คุณหญิงจวนโฮ่ว ดู ท่านพูดสิเจ้าคะ นายท่านสามกับสะใภ้สามรักกันมาก จะกระทบกระทังกั น ใหญ่โตได้ยังไงเจ้าคะ ? ครั้งนี้นายท่านสามดืมเหล้าจนเมามาจากข้างนอก ทํา ให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้และลงไม้ลงมือซึงถือว่ามีความผิดจริง ๆ เจ้าค่ะ แต่การทีสะใภ้สามกลับบ้านพ่อแม่ในยามคําโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้ เป็ นการ ทําลายชือเสียงของจวนหย่งกัวกงนะเจ้าคะ หรือว่ 8 าการเอาแต่ใจตามอําเภอใจ เช่นนี้ มันดีต่อชือเสียงของจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วอย่างนั้นเจ้าคะ ?”
สุดท้าย นางหลิวก็พูดขึ้นอย่างมีความหมาย “ข้าน้อยจําได้ว่าคุณหนูสองของจวน ก็กําลังคุยเรืองแต่งงานในตอนนี้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ ?”
เมือพูดถึงกงหว่าน คุณหญิงเหวินอดไม่ได้ทีจะหัวเราะ
หากว่าเรืองของกงชานส่งผลกระทบกับเรืองแต่งงานของหว่านเอ๋อร์ของนางจริง ๆ ต่อให้นางเลียนแบบสถานการณ์ทีกงชานถูกกระทํามาทํากับกงชาน ก็ยังไม่ สามารถบรรเทาความเกลียดชังของนางได้
สถานการณ์ในตอนนี้ หากความจริงเผยแพร่ออกไป มันจะส่งผลกระทบต่อพวก เขาหรือไม่นั้นยังไม่แน่นอน แต่ฝ่ ายทีต้องอับอายขายหน้าทีสุดไม่ใช่จวนติ้งกัว8 โฮ่วของพวกนางแน่!
คุณหญิงเหวินพูดขึ้นช้า ๆ “เป็ นเรืองดีทีแม่นมหลิวเป็ นห่วงหว่านเอ๋อร์ของข้า แต่ถ้าเรืองของพีสาวคนโตของนางแก้ไขไม่ได้ คนอืนอาจคิดว่าจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วเรา รังแกได้ง่าย ดังนั้นพวกเราไม่รีบในตอนนี้หรอก”
คุณหญิงเหวินไม่รีบ แต่ตระกูลฉินรีบ
หลังจากทะเลาะกันเมือคืน กงชานพาสาวใช้หนีกลับมาจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วอย่างไม่ สนใจใด ๆ ส่วนฉินชูซินทีเป็ นฝ่ ายลงไม้ลงมือก็ไม่รู้หายหัวไปไหน
ตอนนี้บ้านสองของจวนหย่งกัวกงวุ่ 8 นวายมาก คุณหญิงสองของตระกูลฉินเกลียด กงชานทีเป็ นตัวการสร้างปัญหาในตอนนี้มาก แต่ไม่ว่าจะยังไง สิงสําคัญทีสุด ในตอนนี้คือพากงชานกลับไปแล้วซ่อนเรืองนี้ไว้ให้ดี ๆ เพือป้องกันไม่ให้เป็ นขี้ ปากไปทัวบ้านทั วเมือง
แต่นางหลิวดูแล้ว ท่าทางของคุณหญิงเหวินคนนี้เหมือนไม่ต้องการเลิกราต่อกัน ยังไงยังงั้น
นางหลิวอ้าปากอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่คุณหญิงเหวินกลับพูดขึ้นอย่างช้า ๆ “ข้าเหนือยแล้ว เรืองนี้เป็ นเรืองใหญ่ เกรงว่าแม่นมหลิวคงตัดสินใจเองไม่ได้ ยังไงก็กลับไปเชิญคุณหญิงสองของพวกเจ้ามาคุยกับข้าเถอะ” พูดจบ ก็ยกนํ้าชา ส่งแขกทันที
นางหลิวไม่มีทางเลือกจึงต้องขอตัวลากลับด้วยความคับแค้น
…
ตอนบ่าย รถม้าทีไม่โดดเด่นก็มาหยุดทีประตูด้านข้างของจวนติ้งกัวโฮ่ 8 ว และเข้า ไปในจวนโดยตรงผ่านประตูนั้นก่อนจะไปหยุดทีประตูสองของจวนโฮ่ว
สตรีผู้สูงศักดิ?ลงจากรถม้าโดยจับมือหญิงชราเอาไว้
ตรงประตูสองมีสาวใช้รออยู่ก่อนแล้ว เมือเห็นสตรีผู้สูงศักดิ? ลงมาจากรถม้า สาว ใช้ก็ยิมอย่ ้ างอ่อนน้อมและพานางไปทีฮันโม่ ย่วน
เมือคุณหญิงสองเห็นสตรีผู้สูงศักดิ?คนนั้น นางก็ยิม้ “คุณหญิงเว่ย ท่านมาแล้ว” ผู้มาใหม่คือคุณหญิงเว่ยจากบ้านสองจวนหย่งกัวกง บ้านพ่ 8 อแม่ของนาง
คุณหญิงเว่ยขมวดคิ้ว …นีคุณหญิงเหวินหมายความว่ายังไง ? ตอนนี้แปลก ๆ ไป เมือก่อนก็เรียกว่าแม่ยายมาโดยตลอดมิใช่หรือ
จู่ ๆ ตอนนี้กลับเรียกนางว่าคุณหญิงเว่ยเสียอย่างนั้น นีคิดจะฉีกหน้ากันอย่างถึง ทีสุดเลยงั้นรึ
ความไม่พอใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของคุณหญิงเว่ย “แม่ยาย นีเจ้าหมายความว่า ยังไง ชานเอ๋อร์ยังคงเป็ นสะใภ้ของตระกูลฉินนะจ๊ะ”
คุณหญิงเหวินยืดหลังตรงเล็กน้อยและยกยิมมุมปาก ้ “งั้นรึ ? อาจไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ แล้วก็ได้”
คุณหญิงเว่ยหน้าตึงทันที ไม่คิดว่าอีกฝ่ ายจะกล้าพูดถึงขั้นนี้ นีกําลังแสดงอํานาจให้นางดูเห็น ๆ
เมือคุณหญิงเว่ยนึงถึงจุดประสงค์ของการมาในครั้ งนี้ สีหน้านางผ่อนคลายลง แม้ว่าเสียงของนางจะแข็งกระด้าง แต่นํ้าเสียงกลับนุ่มนวลขึ้นไม่น้อยเลย “แม่ ยาย เจ้าดูสิ เด็กทั้งสองคนแต่งงานกันมาก็สามปี แล้ว แม่สามีอย่างข้ามีความรีบ ร้อนเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อชานเอ๋อร์อย่างโหดร้ายใช่ไหมล่ะ ?”
แต่คุณหญิงเหวินไม่ได้อ่อนลงด้วยเรืองนี้ นางเพียงแค่มองคุณหญิงเว่ยยิม ๆ ้ เท่านั้น “ว่ากันทีละเรือง เจ้าปฏิบัติกับชานเอ๋อร์อย่างโหดร้ายยังไง เราไม่รีบพูด เรืองนี้กันหรอก เอาล่ะ ในเมือเจ้าเรียกข้าว่าแม่ยาย ข้าจึงอยากถามแม่ยายเช่นกัน ว่าทีคุณชายสามของเจ้าทุบตีชานเอ๋อร์ของข้าจนมีสภาพสะบักสะบอมเช่นนั้น ตก ลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?”
คุณหญิงเว่ยมีสีหน้าไม่เป็ นธรรมชาติ “เรืองนี้ชูซินทําไม่ถูกจริง ๆ แต่เจ้าเด็กคน นั้นก็รู้สึกว่าตัวเองทําผิดต่อชานเอ๋อร์เช่นกันถึงได้หนีไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าเองก็ ไม่สามารถคุมตัวเขาให้มาขอโทษชานเอ๋อร์ได้ ข้าจึงมาบอกให้ชานเอ๋อร์กลับไป กับข้าก่อน เจ้าคิดว่ายังไง ?”
……
วันนี้งานทางฝังกรมตรวจสอบจบลงในทีสุด กงจี้จึงกลับบ้านเร็วมาก หลังจาก กลับมาเขาก็เปลียนเสื้อผ้าแล้วพาเจียงป่ าวชิงไปทีเรือนสืออัน
เมือนายท่านหญิงตี8รู้ว่ากงจี้พาเจียงป่ าวชิงมาหา นางก็ฟึ ดฟัดและโพล่งออกมาว่า “ข้าไม่พบ!”
ทันใดนั้น นางได้ยินเสียงสาวใช้ห้ามปรามอย่างลุกลี้ลุกลนดังมาจากด้านนอก “นายท่าน เรายังไม่ได้รายงานนายท่านหญิงเลยนะเจ้าคะ”
เมือเย่ชุ่ยเห็นว่าสีหน้าของนายท่านหญิงตี8เปลียนไป นางก็รีบพูดขึ้นทันที “นาย ท่านหญิงอย่าได้ร้อนใจไปเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
สีหน้าของนายท่านหญิงตี8ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เย่ชุ่ยเลิกม่านออกไปเห็นว่ากงจี้กําลังเดินเข้ามาข้างในอย่างรวดเร็ว นางจึงรีบเข้า ไปต้อนรับและพูดห้ามอีกฝ่ าย “นายท่าน ตอนนี้นายท่านหญิงไม่ต้องการพบ ท่านเจ้าค่ะ”
กงจี้มองเย่ชุ่ยนิง ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ เจ้ากลับไปบอกนายท่านหญิงว่างั้นพวกข้า กลับล่ะ” พูดจบ เขาก็หมุนตัวและกําลังจะกลับไปจริง ๆ
เย่ชุ่ยตกตะลึงทันที
เสียงโกรธของนายท่านหญิงตี8ดังทะลุม่านประตูออกมา “เย่ชุ่ย ห้ามเขาไว้! คิดจะ มาก็มา คิดจะไปก็ไป ทําเหมือนว่าบ้านข้าเป็นทีไหนกัน ?!”
เย่ชุ่ยหน้าแดงกํา “นายท่าน… ท่าน…”
ท่าทางของนางเหมือนใกล้จะร้องไห้อยู่รอมร่อ
สาวใช้ทีเฝ้าอยู่ห้องข้าง ๆ ก็ส่งเสียงจุ๊ปากอยู่ในใจเล็กน้อย เหอะ ใครไม่รู้บ้างว่าเย่ ชุ่ยผู้เป็ นสาวใช้ทีเก่งทีสุดในเรือนสืออันแห่งนี้เป็ นคนนอก นางทุ่มเทให้กับบ้าน สองมาโดยตลอดและไม่รู้ว่านางช่วยพูดสิงดี ๆ ให้กับบ้านสองต่อหน้านายท่าน หญิงไปตั้งเท่าไหร่แล้ว
แต่ตอนนี้ กงจี้ทําให้นางเสียหน้า
โชคดีทีกงจี้เองก็ไม่ใช่คนประเภททีต้องการทําให้สาวใช้ลําบากใจมากนัก เขา หัวเราะโดยทีไม่ได้โต้เถียงอะไรแล้วหมุนตัวหันกลับมา
นายท่านหญิงตี8นังอยู่ บนทีนังยกสูง สายตามองหลานชายคนโตทียืนอยู่ ในห้อง โถงด้วยความโกรธกรุ่น
“ทําไมถึงทําใจมาทีบ้านข้าได้ล่ะ ฮึ ?” นํ้าเสียงของนายท่านหญิงตี8ไม่ค่อยดี เท่าไหร่
แต่นางไม่รอให้กงจี้ได้ตอบ นางพูดขึ้นอีกครั้ง “อ้อ ถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้ามาทีนีเพือ ภรรยาตัวดีของเจ้าล่ะสิ!”