แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 24 ผู้อำนวยการโรงเรียนเฮยสุ่ยอยู่ไหน??
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 24 ผู้อำนวยการโรงเรียนเฮยสุ่ยอยู่ไหน??
หลี่เสี่ยวหงแม้จะผ่านการฝึกทหารมาแล้ว แต่ก็ปอดแหกไม่กล้าลงไปในแดนเหวอยู่ดี
พอนางถอนตัวกลางคัน ก็เลยมานั่งรวมกลุ่มอยู่กับครอบครัวตระกูลหลี่
นางสบถด่าด้วยความหงุดหงิด
“เวรเอ๊ย เกิดบ้าอะไรขึ้นวะ? ไอ้ขยะนั่นมันติดอันดับ 11 ได้ยังไง?”
“ก็ต้องยอมรับล่ะนะ ว่าหลี่หมู่มันก็ได้พรสวรรค์จากพ่อมันมาบ้าง” อาเจ๊กพูดเสียงเรียบ
แต่อาซ้อสี่กลับเบ้ปากอย่างดูถูก
“ถุย! พ่อแม่มันก็เป็นแค่ขยะ จะไปมีพรสวรรค์บ้าบออะไรได้! ฉันว่าฟลุกมากกว่า!”
“เรื่องที่มันตบหน้าเสี่ยวหง ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับมันเลยนะ!”
“รอให้มันขึ้นมาก่อนเถอะ ฉันจะให้มันคุกเข่าขอโทษเสี่ยวหงให้จงได้!”
พอพูดถึงรอยตบ หลี่เสี่ยวหงก็เผลอกัดฟันกรอด
ตั้งแต่หลี่หมู่โยนขี้ให้นาง ซุนหลงก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งด่าทอเหน็บแนม แถมยังทำตัวห่างเหิน
ศึกแรกที่แดนเหวครั้งนี้ ซุนหลงอ้างว่าบาดเจ็บสาหัสเลยไม่ยอมลงแข่ง ตอนแรกนางก็กะจะอยู่เฝ้าซุนหลงนั่นแหละ
แต่ซุนหลงกลับตะเพิดให้นางไสหัวไป ทำเอานางเจ็บช้ำน้ำใจสุด ๆ
แต่เทียบกับการที่หลี่หมู่ได้เจิดจรัสบนหน้าจอ
พ่อแม่ของหลี่เสี่ยวหาวกลับสนใจแต่ลูกชายตัวเองมากกว่า
กลุ่มของหลี่เสี่ยวหาวก็โผล่ขึ้นมาบนจอยักษ์เหมือนกัน
อยู่อันดับที่เก้า
แต่ผลงานของหลี่เสี่ยวหาวน่ะเหรอ อย่าเอาไปเทียบกับยอดอัจฉริยะระดับ S อีกสองคนเลย
ขนาดเทียบกับเพื่อนร่วมทีมอีกสี่คน หลี่เสี่ยวหาวยังดูอ่อนด๋อยกว่าตั้งเยอะ
แถมใครที่มีตาดูดาวเท้าติดดินก็พอมองออก
ว่าประสบการณ์ต่อสู้ของหลี่เสี่ยวหาวน่ะ โคตรจะอ่อนหัด
อาศัยแค่พลังโจมตีรุนแรงจากพรสวรรค์ระดับ S ไปอัดมอนสเตอร์เท่านั้นแหละ
แต่โอกาสที่เขาจะได้โจมตีจัง ๆ ก็ล้วนมาจากเพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คนที่คอยเปิดทางให้ทั้งนั้น
เพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คนนี้ทำงานกันเป็นทีมเวิร์กสุด ๆ ทั้งรุกทั้งรับสอดประสานกันอย่างดี
ต่อให้เจอมอนสเตอร์ระดับสอง พวกเขาก็สามารถเข้าปะทะและควบคุมมอนสเตอร์เอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว
แล้วค่อยปล่อยให้หลี่เสี่ยวหาวหาจังหวะฟาดปิดฉาก
ความยากมันก็ประมาณว่า สี่คนช่วยกันจับหมูให้คนนึงเชือดนั่นแหละ
“ดีมาก! ลูกแม่เก่งที่สุดเลย!!”
อาซ้อรองตบมือเชียร์ลูกชายอย่างออกรสออกชาติ แน่นอนว่านางดูไม่ออกหรอกว่าเบื้องหลังมันเป็นยังไง
นางเห็นแค่ว่าลูกชายตัวเองเท่ระเบิด เป็นตัวแบกของทีม
แต่อาเจ๊กกลับขำไม่ออก
ในฐานะนักรบเหมือนกัน เขามองเกมขาด
ถ้าหลี่เสี่ยวหาวไม่มีเพื่อนร่วมทีมคอยช่วย แล้วต้องฉายเดี่ยวสู้กับมอนสเตอร์ล่ะก็ คงเป็นแค่ขยะเปียกดี ๆ นี่เอง!
เผลอ ๆ ต่อให้เป็นมอนสเตอร์ระดับเดียวกันก็ยังเอาชนะไม่ได้ด้วยซ้ำ
ลองหันไปดูอันดับหนึ่งอย่างจางจือเหวยสิ
ใช้ทวนยาวเหมือนกัน
คนเดียวทวนเดียว เจอมอนสเตอร์ระดับหนึ่งก็ซัดร่วงในพริบตา
ต่อให้เจอมอนสเตอร์ระดับสอง ก็ยังจัดการได้ชิล ๆ ภายในไม่กี่กระบวนท่า
แถมยังดูสบาย ๆ เป้าหมายคือมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่สีแดงอย่างชัดเจน
ซึ่งในนั้นมีแต่มอนสเตอร์ระดับสอง หรือไม่ก็ระดับสองขั้นสูงรออยู่ ถือเป็นความท้าทายที่หนักหน่วงกว่ามาก
บนชั้นสอง บรรดาบิ๊กบอสจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงทรัพยากรต่างก็เอ่ยปากชมจางจือเหวยไม่ขาดปาก
“พรสวรรค์ ‘ทวนทองม้าเหล็ก’ ระดับ S นี่มันสุดยอดจริง ๆ สมกับเป็นพรสวรรค์สายโจมตีขั้นเทพ!”
“ใช่ครับ เด็กคนนี้ไม่เพียงแต่พรสวรรค์สูงส่งเท่านั้น แต่ฝีมือทวนก็ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า พรสวรรค์จากการฝึกฝนก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว!”
“อันดับสองก็ใช้ได้เหมือนกัน พรสวรรค์สายป้องกัน ‘เหล็กพันหลอม’ ระดับ S ตัวแข็งโป๊กเป็นเหล็กไหลเลย!”
“ได้ยินมาว่าเด็กคนนี้คลั่งไคล้การฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งมาก ความเร็วในการฝึกวิชาสายป้องกันก้าวกระโดดแบบวันต่อวัน น่ากลัวสุด ๆ”
“แล้วไอ้หนุ่มเสื้อคลุมที่อยู่อันดับ 11 นั่นมันยังไงกันล่ะเนี่ย?”
“ตั้งแต่เขาโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอ ก็ยังไม่เห็นเขาฆ่ามอนสเตอร์เลย คงต้องรอดูจังหวะเขาลงมือก่อนนั่นแหละ”
หลี่หมู่ไม่ได้เดินเข้าไปในห้องโถงมัลติมีเดียเลย
เขาก็เลยไม่รู้ว่าตอนนี้ทุกการเคลื่อนไหวของเขากำลังถูกถ่ายทอดสดให้คนทั้งห้องโถงดูอยู่
ในความคิดของเขา อย่างน้อยก็ต้องติดท็อป 3 ถึงจะมีคนสนใจ
เขาจึงเปิดสมาร์ตวอตช์เพื่อดูแผนที่
แผนที่บนสมาร์ตวอตช์ เป็นแผนที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นจากการสำรวจพื้นที่ในแดนเหวทีละเล็กทีละน้อย
ตอนนี้หลี่หมู่ยังอยู่ในพื้นที่สีเหลือง ซึ่งหมายความว่าระดับความอันตรายยังอยู่ในระดับปานกลาง
ถัดไปข้างหน้าคือพื้นที่สีแดง ซึ่งมีความอันตรายสูง มอนสเตอร์ในนั้นอย่างน้อยก็ระดับสองขึ้นไป
หลี่หมู่ไม่ลังเลที่จะมุ่งหน้าตรงเข้าสู่พื้นที่สีแดงทันที
แต่ในกลุ่มผู้บริหารโรงเรียน เหลียงไห่ หัวหน้าฝ่ายปกครองที่เป็นคนไล่หลี่หมู่ออก กลับแอบลอบกลืนน้ำลายเอื๊อก
หลี่หมู่เป็นคนโดนเขาไล่ออกกับมือ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ผู้อำนวยการต้องเล่นงานเขาแน่
ถ้าหลี่หมู่เป็นแค่พวกโนเนมไม่มีใครรู้จัก ก็แล้วไป
แต่นี่ดันไต่ขึ้นมาถึงอันดับ 11 ของเขตตะวันออก
ถ้าหลี่หมู่หยุดอยู่แค่อันดับนี้ เขาก็ยังพอจะหาข้ออ้างเอาตัวรอดได้
แต่นี่หลี่หมู่ดันมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่สีแดง!
ผลลัพธ์มีแค่สองทาง คือโดนมอนสเตอร์ระดับสองขย้ำตาย
หรือไม่ก็ฆ่ามอนสเตอร์ระดับสองได้ แล้วอันดับก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้น โดดเด่นเป็นสง่า
“หลี่หมู่ แกจงไปตายในพื้นที่สีแดงซะเถอะ!”
เหลียงไห่กัดฟันกรอด แอบสาปแช่งอยู่ในใจ
เพราะยิ่งหลี่หมู่อันดับสูงขึ้นเท่าไหร่ คนก็จะยิ่งให้ความสนใจมากขึ้นเท่านั้น แล้วอนาคตของเขาก็จะยิ่งดับวูบ!
และวินาทีที่หลี่หมู่ก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่สีแดง นักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยก็เฮลั่นอีกครั้ง
“เชี่ยยยย! พื้นที่สีแดง ลูกพี่หลี่หมู่เข้าพื้นที่สีแดงแล้ว!”
“ใจเด็ดเว้ย! ให้ตายเถอะ ก่อนออกจากบ้านวันนี้ ฉันไม่คิดฝันเลยว่าชุดนักเรียนของเฮยสุ่ยจะได้ไปโผล่ในพื้นที่สีแดง!”
“ลุยเลย! หลี่หมู่สู้โว้ย!!”
กลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนเกาะกระจกห้องโถงมัลติมีเดีย แหกปากเชียร์กันสุดเสียง
ราวกับว่าคนที่กำลังลุยอยู่ในหน้าจอนั้นคือตัวพวกเขาเอง
และท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของทุกคน ในที่สุดหลี่หมู่ก็เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์!
ในแดนเหว
หลี่หมู่กำลังวิ่งตะบึง จู่ ๆ ก็มีเงาดำทะมึนขนาดมหึมาพุ่งพรวดออกมาจากซอกหลืบ พุ่งเข้าใส่หลี่หมู่ทันที
มอนสเตอร์ในแดนเหว มันไม่มามัวยืนเก๊กท่าให้คุณตั้งตัวหรอกนะ
โดยเฉพาะไอ้ตัวที่อยู่ตรงหน้านี้!
มอนสเตอร์สุดโหดระดับหวงขั้นสอง ตะขาบเกราะทอง!
ลำตัวยาวกว่าสิบเมตร! ขานับไม่ถ้วนยุ่บยั่บไปหมด เห็นแล้วขนลุกซู่!
เกล็ดแข็งสีดำขลับเป็นมันวาว ทำให้มันพรางตัวในความมืดของแดนเหวได้เนียนกริบ
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มสี่ดวงเปล่งประกายเย็นเยียบ แผ่รังสีอำมหิตน่าสะพรึง
ทันทีที่ตะขาบเกราะทองปรากฏตัว
บนอัฒจันทร์ในห้องโถงมัลติมีเดีย
เฉินเจียฉีก็ร้องเสียงหลง “มอนสเตอร์ระดับสอง!”
หยางซู่อิงผุดลุกขึ้นยืนพรวด
นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นหลี่หมู่ปะทะกับมอนสเตอร์ตัวเป้งขนาดนี้ตั้งแต่ขึ้นจอมา
แถมยังเป็นมอนสเตอร์ระดับสองซะด้วย!
ดูทีมอื่นสิ กว่าจะรุมทึ้งมอนสเตอร์ระดับสองได้แต่ละตัวก็หืดขึ้นคอ ลุ้นกันตัวโก่ง
พอเป็นลูกชายตัวเองที่ต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับสอง ความรู้สึกมันยิ่งต่างกันลิบลับ
แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา
ก็มีเกราะคุ้มกันสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้าหลี่หมู่
ดูหนาและแข็งแกร่งสุด ๆ
ตะขาบเกราะทองอ้าปากงับเกราะสีทองเต็มแรง
เกราะคุ้มกันสีทองเปล่งประกายเจิดจ้า แล้วระเบิดตูมสนั่น!
แรงระเบิดอันมหาศาลซัดตะขาบเกราะทองจนหงายท้องเสียหลัก
หลี่หมู่พุ่งทะยานตามไปติด ๆ
‘เพลงดาบตัดเหล็ก’ ถูกรีดเร้นอัดฉีดเข้าสู่ ‘พลองดอกหนาม’ จนตัวพลองเปล่งแสงสีเขียวจาง ๆ ออกมา
ในจังหวะนั้นเอง ตะขาบเกราะทองที่เพิ่งตั้งหลักได้ ก็เตรียมจะโต้กลับ
“หยุด!”
ร่างของตะขาบเกราะทองแข็งทื่ออยู่กับที่ราวกับถูกแช่แข็ง
พลองดอกหนามของหลี่หมู่ฟาดเปรี้ยงเข้ากลางหัวตะขาบเกราะทองอย่างแม่นยำ!
เนื่องจากระยะเวลาการ ‘ตรึงร่าง’ ของตะขาบเกราะทองสั้นมาก ๆ
จากมุมมองในจอภาพ มันเลยดูเหมือนว่าไอ้ตะขาบตัวนี้แค่ชะงักไปแวบเดียวเท่านั้น
แต่ถึงแม้จะอยู่ในสภาวะถูกตรึงร่าง
บนหัวของตะขาบเกราะทองก็ยังมีแสงสีทองเปล่งประกายขึ้นมาต้านทานการโจมตีของพลองดอกหนามไว้ได้
สาเหตุที่มันได้ชื่อว่า ‘ตะขาบเกราะทอง’
ก็เพราะมันมีกลไกป้องกันตัวสุดพิเศษนี่แหละ
ก่อนจะถูกโจมตี บริเวณจุดสำคัญของมันจะเปล่งแสงสีทองออกมา
ช่วยเพิ่มพลังป้องกันได้อย่างมหาศาล
ต่อให้เป็นนักรบในระดับเดียวกัน ถ้าไม่ใช้ท่าไม้ตายก้นหีบ ก็แทบจะเจาะเกราะสีทองของมันไม่เข้า
บวกกับรูปร่างที่เหมือนตะขาบยักษ์ชูคอขึ้นสูง ยิ่งเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับคู่ต่อสู้
เรียกได้ว่า ในบรรดามอนสเตอร์ระดับสอง ตะขาบเกราะทองคือตัวตึงที่ทำเอานักรบปวดหัวที่สุดเลยก็ว่าได้
ทว่า…
เมื่อต้องมาเจอกับ ‘เพลงดาบตัดเหล็ก’ ที่ฟาดลงมาด้วยน้ำหนักกว่า 300 ชั่ง
เกราะทองก็เกราะทองเถอะ… พังพินาศไม่เป็นท่า!!
เป๊าะ!!
เสียงเกราะแตกดังสนั่น พลองดอกหนามของหลี่หมู่ทลายเกราะสีทองจนแหลกละเอียด แล้วจมมิดเข้าไปในหัวของตะขาบเกราะทอง!
ร่างของตะขาบเกราะทองพับครึ่งผิดรูป หัวของมันถูกกระแทกอัดจมดินอย่างแรง
ตายคาที่!
บนชั้นสองของห้องโถงมัลติมีเดีย โซนวีไอพีของเหล่าบิ๊กบอส
วงสนทนาที่กำลังคุยกันอย่างออกรสเมื่อครู่ เงียบกริบลงทันตาเห็น
รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่กำลังนั่งไขว่ห้างชิล ๆ ถึงกับลุกพรวดขึ้นมานั่งหลังตรง
ส่วนรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรก็เด้งตัวลุกขึ้นยืนทันที!
ในงานระดับนี้ ยังไม่ถึงขั้นต้องให้ระดับรัฐมนตรีมาด้วยตัวเอง ดังนั้นรองรัฐมนตรีสองท่านนี้ก็คือผู้มีอำนาจสูงสุดในงาน
รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรหันขวับกวาดสายตามองบรรดาผู้อำนวยการโรงเรียน แล้วถามเสียงดังฟังชัด
“ผู้อำนวยการโรงเรียนเฮยสุ่ยอยู่ไหน??”