แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 23
-คณะผู้บริหารโรงเรียนเฮยสุ่ยก็เห็นหลี่หมู่บนจอภาพเหมือนกัน
แต่หลี่หมู่เพิ่งจะทำคะแนนติดท็อป 100 เลยได้ขึ้นไปฉายวนบนจอย่อยด้านล่างเท่านั้น
ฉายได้แค่ยี่สิบวินาทีก็โดนตัดสลับเป็นภาพของคนอื่น
คณะผู้บริหารโรงเรียนเฮยสุ่ยต่างก็เพ่งมองไปที่กระดานคะแนนรวม
อันดับหนึ่ง จางจือเหวย
อันดับสอง ลู่เฉินเฟิง
ทั้งสองคนนี้สังหารมอนสเตอร์ไปแล้วสิบกว่าตัว
เห็นได้ชัดเลยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาสองคนลงมาในแดนเหว
พวกลูกหลานตระกูลใหญ่ หรือพวกตัวเต็งที่มีแววทั้งหลาย
มักจะแอบลงมาสัมผัสมอนสเตอร์ในแดนเหวโดยมียอดฝีมือคอยคุ้มกันอยู่ก่อนแล้ว
ส่วนหลี่หมู่ เพิ่งจะเคยลงแดนเหวเป็นครั้งแรก แถมยังไม่มีเพื่อนร่วมทีมอีกต่างหาก เลยต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
แต่เมื่อสังหารมอนสเตอร์ไปได้สักพัก
หลี่หมู่ก็เริ่มจับทางได้ และรู้สึกว่าตัวเองพร้อมจะลุยแหลกแล้ว
พอจัดการมอนสเตอร์ตัวที่แปดเสร็จ วิชากำลังเทพศัสตราของหลี่หมู่ก็ถูกอัปเกรดน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปถึง 240 ชั่ง
240 ชั่ง บวกกับน้ำหนักของพลองดอกหนามอีก 60 ชั่ง
รวมเป็น 300 ชั่งพอดิบพอดี
หลี่หมู่ลองควงพลองในมือโชว์ลีลาไปหนึ่งรอบ
“ชักจะหนักเกินไปแล้วแฮะ”
หลี่หมู่สัมผัสได้ว่า พละกำลังระดับหนึ่งพยัคฆ์สามกระทิงจากวิชาแบกภูเขา ยังพอจะแกว่งพลองน้ำหนัก 300 ชั่งนี้ไหวแบบสบาย ๆ
แต่ถ้าจะให้อัปน้ำหนักเพิ่มไปมากกว่านี้ ร่างกายของเขาน่าจะรับไม่ไหวแล้ว
เพราะการโจมตีมันไม่ได้มีแค่การแกว่งพลองไปมา แต่มันต้องใช้ควบคู่กับวิชาการต่อสู้ด้วย
หลี่หมู่กะดูแล้วว่า ขีดจำกัดของร่างกายเขาในตอนนี้ น่าจะทนรับแรงสะท้อนจากการใช้ ‘หลิวหยุนห้าสั่น’ ได้มากที่สุดแล้ว
แต่นี่คืออาวุธที่หนักตั้ง 300 ชั่งเชียวนะ
พลังทำลายล้างของมันจะเพิ่มขึ้นมหาศาลขนาดไหนกัน
หลี่หมู่ปะทะกับหมาป่าแมงมุมตัวที่เก้า
เขารีบอัดพลังปราณเข้าไปในพลองล่วงหน้า แล้วง้าง ‘เพลงดาบตัดเหล็ก’ ฟาดเปรี้ยงเข้ากลางกบาลมันทันที
อานุภาพการฟาดครั้งนี้เรียกได้ว่า ทรงพลังจนแทบจะถล่มฟ้าทลายดิน
หมาป่าแมงมุมแหลกเหลวเป็นชิ้น ๆ คาที่ แถมพื้นดินยังยุบลงไปเป็นหลุมตื้น ๆ อีกต่างหาก
[เอาชนะ! ได้รับแต้มพิชิต +36]
[แต้มพิชิตสะสมปัจจุบัน: 161]
หลี่หมู่กระแทกพลองดอกหนามลงพื้นดังตึง!
ก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดู
แต้มพิชิตที่มีอยู่ตอนนี้ พอให้หลี่หมู่ปลดล็อกฤทธิ์มหาเทพได้อีกหนึ่งวิชา
แต่จะเลือกปลดล็อกวิชาไหนดีล่ะ
ในหมวด 100 แต้ม ก็มีทั้ง ‘วิชาปรุงยา’, ‘วิชาฟูเถียน’, ‘ดื่มสุราเพิ่มฤทธิ์’, ‘เทพศัสตราจุติ’ และอื่น ๆ อีกเพียบ
แต่สายตาของหลี่หมู่กลับไปสะดุดอยู่ที่ ‘วิชาตรึงร่าง’ ที่ต้องใช้ 150 แต้มในการปลดล็อก
ก็แน่ล่ะ ตอนที่อยู่บนโลก
เด็กผู้ชายคนไหนบ้างล่ะที่ไม่เคยฝันว่า ตัวเองแค่ชี้นิ้วแล้วตะโกนคำว่า ‘หยุด’
พวกนางฟ้าทั้งเจ็ดก็แข็งทื่อเป็นหิน แล้วตัวเองก็จะได้เข้าไปในสวนท้อ… แอบเด็ดลูกท้อกินอย่างเมามัน
หลี่หมู่ได้ลิ้มรสความสะใจของการใช้ ‘วิชาเทพศัสตรา’ บวกกับ ‘เพลงดาบตัดเหล็ก’ ฟาดมอนสเตอร์ตายคาที่ในทีเดียวมาแล้ว
ถ้าเขาสามารถเสกให้มอนสเตอร์หยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ล่ะก็
แล้วง้างพลองหนัก 300 ชั่ง ฟาด ‘เพลงดาบตัดเหล็ก’ อัดหน้ามันเต็ม ๆ
ศพคงแหลกเป็นโจ๊กแน่ ๆ
โคตรจะสะใจเลยไม่ใช่เหรอ??
คิดได้ดังนั้น หลี่หมู่ก็ไม่ลังเลที่จะกดปลดล็อก ‘วิชาตรึงร่าง’ ทันที
[วิชาตรึงร่าง: ตะโกนคำว่า “หยุด” เป้าหมายจะถูกตรึงอยู่กับที่เป็นเวลา 0.5 วินาที ใช้พลังปราณ 10% ของผู้ร่าย ระยะเวลาคูลดาวน์ 1 นาที]
“บ้าไปแล้ว!!!”
หลี่หมู่ตาโตเท่าไข่ห่าน!
ใช้พลังปราณตั้ง 10% เลยเหรอ?
งี้ถ้าตะโกน ‘หยุด’ สิบที พลังปราณก็หมดหลอดเลยดิ?
แถมยังมีคูลดาวน์อีกต่างหาก
พอลองเลื่อนลงมาดูข้างล่าง ก็พบว่าวิชานี้เป็นแบบมีสกิลทรีแตกแขนงเหมือนกับวิชาอื่น ๆ
มีทั้งแบบเพิ่มระยะเวลาตรึงร่าง, ลดการใช้พลังปราณ, ลดคูลดาวน์, เพิ่มพลังโจมตีเป้าหมายขณะถูกตรึงร่าง และอื่น ๆ อีกมากมาย
แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ
ขอแค่มันตรึงเป้าหมายไว้กับที่ได้ 100% ก็พอแล้ว
ถึงจะแค่ 0.5 วินาที แต่ในจังหวะเป็นตาย มันก็มากพอที่จะพลิกสถานการณ์ได้สบาย ๆ
ส่วนเรื่องการอัปเกรดวิชา ก็แค่ต้องขยันฟาร์มแต้มพิชิตให้เยอะ ๆ ก็แค่นั้นเอง!
ลุย!
หลี่หมู่มุ่งหน้าตรงเข้าสู่เขตพื้นที่สีแดงทันที
สิ่งที่หลี่หมู่ไม่รู้ก็คือ หลังจากที่เขาสังหารมอนสเตอร์ตัวที่เจ็ดเสร็จ ชื่อของเขาก็พุ่งพรวดขึ้นไปติดอันดับท็อป 11 บนจอย่อยด้านบนแล้ว
บนกระดานคะแนนรวม
หลี่หมู่: 1496 คะแนน, อยู่อันดับที่ 11
วินาทีที่ภาพของหลี่หมู่ปรากฏขึ้นบนจอย่อยช่องที่ 11
กลุ่มนักเรียนและครูอาจารย์จากโรงเรียนเฮยสุ่ยทั้งหมด ต่างก็เงียบกริบไปชั่วขณะ
มันดูขัดหูขัดตาพิลึก!
ถ้าเป็นช่วงแรก ๆ ที่เพิ่งเริ่มนับคะแนน ใครดวงดีฟลุกฆ่ามอนสเตอร์ได้สักตัวสองตัว ก็อาจจะพุ่งขึ้นไปติดท็อป 10 ได้
แต่นี่มันเวลาไหนแล้ว การแข่งขันเริ่มมาเป็นชั่วโมงแล้วนะเว้ย!
นักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ย ลุยเดี่ยว แถมยังติดอันดับ 11 อีกต่างหาก?
“ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า? นั่นมันหลี่หมู่ใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว!!”
“หลี่หมู่ก็ลุยเดี่ยวด้วยเหรอเนี่ย??”
“ดูเหมือนทั้งสนามจะมีแค่พวกเขาสามคนที่ฉายเดี่ยวนะ?”
“จะบ้าตาย! โรงเรียนเฮยสุ่ยจงเจริญ! ลูกพี่หลี่หมู่สุดยอด ลุยมันเลย!!”
“ลุยโว้ยยย!!”
เฮ้!!
กลุ่มนักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยโห่ร้องด้วยความดีใจ เสียงตะโกนดังกึกก้องจนกระจกห้องโถงมัลติมีเดียสั่นสะเทือน
ถึงแม้พวกเขาจะยอมรับความจริงที่มักจะถูกโรงเรียนอื่นเยาะเย้ยถากถาง
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไร้ความรู้สึกหรือไม่อยากจะเชิดหน้าชูตาหรอกนะ!
ในทางกลับกัน พวกเขาอยากจะลบคำสบประมาทนี้มากกว่าใครเพื่อน!
แม้ว่าหลี่หมู่จะเพิ่งทะยานขึ้นมาติดอันดับ 11 ก็เถอะ
แต่การที่เขาสามารถไต่อันดับมาได้ขนาดนี้ด้วยตัวคนเดียว ในช่วงเวลาที่การแข่งขันดุเดือดขนาดนี้!
แสดงว่าฝีมือของเขานั้นของแท้แน่นอน
วินาทีนี้ หลี่หมู่คือความหวังเดียวของโรงเรียนเฮยสุ่ย!
บนชั้นสองของห้องโถงมัลติมีเดีย
ท่ามกลางกลุ่มผู้บริหารโรงเรียน จางเถิง ผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาวเถิงหลง นั่งกอดอกหน้าบูดบึ้งอยู่ตลอดเวลา
วันนี้เขาหงุดหงิดสุด ๆ โรงเรียนเขาส่งเด็กเข้าร่วมแข่งขันตั้งเกือบสองร้อยคน
แต่จนถึงป่านนี้ ยังไม่มีใครทำคะแนนได้ขึ้นจอยักษ์เลยสักคนเดียว
มีแค่ห้าหกคนเท่านั้นที่พอจะแทรกตัวเข้าไปติดท็อป 100 ได้แบบหืดจับ
แถมพวกเขายังนั่งอยู่แถวหน้าสุด ติดกับพวกผู้ใหญ่จากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงทรัพยากรอีก ทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวไปคุยด้วย
เห็นผู้อำนวยการโรงเรียนอื่นที่มีนักเรียนติดอันดับ นั่งคุยหัวเราะร่วนกับพวกผู้ใหญ่แล้ว เขาก็อิจฉาจนตาพาลุกเป็นไฟ
บนชั้นสองนี้ นักเรียนที่ทำผลงานได้ดี คือหน้าตาของโรงเรียน
จนกระทั่งมีคนสะกิดเขา “อ้าว? ไอ้หนูหลี่หมู่นี่ติดอันดับ 11 แล้วเหรอ? เหล่าจาง นี่นักเรียนโรงเรียนแกที่ชื่อหลี่หมู่ใช่ไหม?”
“หืม? ไหนล่ะ?”
จางเถิงรีบกวาดตามองหาอย่างตื่นเต้น แล้วก็เจอภาพของหลี่หมู่บนจอย่อยช่องที่ 11 เข้าจริง ๆ
ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่มทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่แล้ว! นี่แหละหลี่หมู่ นักเรียนโรงเรียนฉันเอง ที่เพิ่งมีข่าวโดนสลับพรสวรรค์ไปเมื่อหลายวันก่อนนั่นแหละ”
“แหมม ถึงเขาจะไม่มีพรสวรรค์ระดับ S แล้ว แต่โรงเรียนเราก็พยายามดึงศักยภาพด้านอื่นของเขาออกมา จนปั้นให้เขาเป็นยอดฝีมือได้สบาย ๆ อยู่ดีแหละน่า!”
จางเถิงพูดโอ้อวด พร้อมกับกวาดสายตามองพวกผู้อำนวยการรอบ ๆ อย่างภาคภูมิใจ
โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า รองผู้อำนวยการที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เหงื่อแตกพลั่กไปหมดแล้ว
ผู้อำนวยการคนหนึ่งหัวเราะหึ ๆ แล้วทักขึ้นมาว่า “แหมม เหล่าจาง แกนี่สอนเด็กเก่งจริง ๆ นะ แต่อย่างว่าแหละ… ไอ้หนูหลี่หมู่นี่มันใส่ชุดนักเรียนผิดโรงเรียนหรือเปล่า?”
พอเขาพูดจบ ทุกคนก็แอบหัวเราะคิกคักกันใหญ่
จางเถิงชะงักไปนิด รีบเพ่งมองภาพบนจออย่างละเอียด คิ้วก็ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที
หลี่หมู่สวมเสื้อคลุมทับอยู่ เมื่อกี้เขาเลยไม่ได้สังเกตเห็นชุดนักเรียน
แต่พอมองดูชัด ๆ ตอนนี้ หลี่หมู่ดันใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนเฮยสุ่ยชัด ๆ!
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมหลี่หมู่ถึงใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนเฮยสุ่ยล่ะ? แล้วนั่น… ซี๊ดด!!”
จางเถิงหันไปมองกระดานคะแนนรวม ตรงชื่อของหลี่หมู่
สังกัดโรงเรียนที่ต่อท้ายชื่อมันยาวกว่าปกติ พื้นที่บนกระดานก็จำกัด ตัวหนังสือก็เลยเล็กไปหน่อย
แต่ถ้าเพ่งดูดี ๆ มันเขียนไว้ชัดเจนว่า ‘โรงเรียนเฮยสุ่ย’!
ต่อให้กระดานคะแนนรวมจะรวน ก็เป็นไปไม่ได้ที่หลี่หมู่จะใส่ชุดนักเรียนผิด
ทั้งสองอย่างตรงกันเป๊ะ แสดงว่าหลี่หมู่ลงแข่งขันในนามของโรงเรียนเฮยสุ่ย!
“นี่… นี่มันหมายความว่าไง?”
ใบหน้าอันเหี่ยวย่นของจางเถิงเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ หันขวับไปจ้องอิ๋นฉางหมิง ผู้อำนวยการโรงเรียนเฮยสุ่ยที่นั่งอยู่ข้างหน้า
ส่วนอิ๋นฉางหมิงก็ขมวดคิ้วมุ่น
สายตาของเขาสื่อความหมายว่า ‘มึงจะมามองหน้ากูทำไม?’
เรื่องที่หลี่หมู่ย้ายโรงเรียน แกไม่รู้เรื่องเลยรึไง?
“ร้ายไม่เบานี่เหล่าอิ๋น ซุ่มปั้นเด็กเก่งไว้ก็ไม่บอก”
“ถ้าไอ้หนูหลี่หมู่สามารถรักษาอันดับท็อป 10 ไว้ได้ โชว์ผลงานให้พวกผู้ใหญ่เห็นบ่อย ๆ วันนี้แกก็ไม่ต้องไปง้อใครแล้ว!”
หัวหน้าเซวียที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สะกิดแขนอิ๋นฉางหมิง พลางขยิบตาให้อย่างมีเลศนัย
พวกเขาก็แค่แปลกใจนิดหน่อย ยังไม่ถึงขั้นตกตะลึงอะไร
เพราะหลี่หมู่เพิ่งจะขยับขึ้นมาติดอันดับ 11 และบรรดานักรบที่อยู่ในท็อป 10 ตอนนี้ ก็ไม่ใช่พวกกระจอก ๆ ทั้งนั้น แต่ละคนฝีมือระดับพระกาฬ
ถึงอย่างนั้น ผู้คนมากมายก็เริ่มหันมาจับตามองหลี่หมู่เป็นตาเดียว
เพราะในบรรดานักเรียนบนจอทั้งหมด หลี่หมู่คือคนที่สามที่เลือกจะลุยเดี่ยว
สองคนแรกที่ลุยเดี่ยว ทุกคนเข้าใจได้ เพราะต่างก็เป็นอัจฉริยะระดับ S
แต่สำหรับหลี่หมู่น่ะสิ ใคร ๆ ก็รู้ว่าพรสวรรค์ของเขาถูกดรอปเหลือแค่ระดับ F แถมยังมาลุยเดี่ยวอีกต่างหาก!
แล้วไอ้มอนสเตอร์ที่เขาฆ่าไปก่อนหน้านี้ เขาฆ่ามันยังไงวะ? ทุกคนต่างก็สงสัยใคร่รู้!
และที่มุมหนึ่งบนชั้นหนึ่งของห้องโถง
ครอบครัวตระกูลหลี่ต่างก็นั่งหน้าดำคร่ำเครียด คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม…