แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 59 รับซื้อของโจร! ยังไม่ยอมรับอีก!?
ในฐานะที่สอบได้สามอันดับแรก
แถมยังมีความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน จึงไม่แปลกเลยที่ทั้งสามคนจะกลายมาเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว
หลี่หมู่โทรหาหยางซู่อิง ผู้เป็นแม่
บอกว่าเขาขึ้นมาบนโลกแล้วนะ
ตอนเที่ยงจะไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ
ถนนซิ่งฝู
ภายในโรงตีเหล็กจินสือ
หยางซู่อิงถือโทรศัพท์ไว้ในมือ ยิ้มแย้มกำชับลูกชายอีกสองสามประโยค ก่อนจะวางสายไป
“ไอ้ไม้ท่อนนั่นไม่กลับมากินข้าวบ้านอีกแล้วเหรอ?”
หยางโหย่วหรงที่กำลังเตรียมตัวทำกับข้าวเอ่ยถามขึ้นมา
“อืม ช่วงนี้เขาคงยุ่ง ๆ น่ะ”
“เห็นบอกว่าจะไปกินข้าวกับเด็กพรสวรรค์ระดับ S สองคนนั้นน่ะ”
หยางซู่อิงตอบพร้อมรอยยิ้ม
เฉินจินสือ น้าเขยของหลี่หมู่ที่กำลังชุบแข็งเหล็กแท่งอยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ก็ถูกแล้วล่ะ ควรจะสร้างคอนเน็กชันกันไว้ให้ดี”
“ที่เด็กสองคนนั้นอุตส่าห์ย้ายโรงเรียนมา ก็เพื่อมาเป็นแบ็กอัปให้ลูกไม้นี่แหละ”
“ตอนนี้กระทรวงทรัพยากรโดนด่ายับเลยนะ!”
“ในเน็ตมีแต่คนออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้โรงเรียนเฮยสุ่ยทั้งนั้น”
ครอบครัวของหยางซู่อิงรู้แค่ข่าวที่แชร์กันในเน็ตเท่านั้น
แต่พวกเขายังไม่รู้เลยว่า ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือหลี่หมู่นั่นแหละ
มันเริ่มมาจากตอนที่เขาฟาดจ้าวอี้จนหน้าแหกต่างหาก
ขณะที่ครอบครัวกำลังจะเตรียมอาหารกลางวัน
จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างนอก
ทั้งสามคนสบตากันอย่างมีนัย
แล้วรีบก้าวฉับ ๆ เดินออกไปหน้าร้าน
ก็เห็นรถกระบะคันใหญ่สองคันจอดขวางอยู่หน้าโรงตีเหล็กจินสือ
บนตัวรถมีตัวหนังสือเขียนไว้หราว่า ‘หน่วยบังคับใช้กฎหมายกระทรวงพาณิชย์’
พ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นต่างพากันรีบเก็บข้าวของหน้าร้านตัวเองอย่างลุกลี้ลุกลน
กลัวว่าจะโดนยึดของไป
แต่ดูเหมือนพวกนี้ไม่ได้ตั้งใจมาหาเรื่องพ่อค้าแม่ค้ารอบ ๆ เลย
เพราะไอ้อ้วนพุงพลุ้ยคนหนึ่งกระโดดลงมาจากรถ
พอเท้าแตะพื้นก็เรอออกมาเสียงดังลั่น!
มันเดินอาด ๆ ตรงดิ่งมาที่โรงตีเหล็กจินสือทันทีที่ลงจากรถ
ข้างหลังมีผู้ชายใส่ชุดเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์เดินตามมาอีกเจ็ดแปดคน
“เจ้าของร้านอยู่ไหน? ออกมาเดี๋ยวนี้!”
ไอ้อ้วนตะโกนเรียกเสียงดังลั่น
เฉินจินสือรีบเดินออกไปรับหน้า
“สวัสดีครับ ผมเป็นเจ้าของร้านเองครับ”
ไอ้อ้วนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ควักบัตรประจำตัวขึ้นมาโชว์หราตรงหน้าเฉินจินสือ
“ทีมตรวจสอบกระทรวงพาณิชย์! มาตรวจค้นตามปกติ”
พูดจบ ไอ้อ้วนก็เรอออกมาอีกที ก่อนจะเก็บยัดบัตรใส่กระเป๋าตามเดิม
คราวนี้หยางซู่อิงได้กลิ่นเหล้าคลุ้งมาจากตัวมันเต็ม ๆ
เห็นได้ชัดเลยว่าไอ้อ้วนนี่เพิ่งจะไปกินเหล้าเมายาจนอิ่มแปล้มาหมาด ๆ
“อ้อ ใบอนุญาตประกอบการของพวกเราครบถ้วนครับ อยู่ตรงนี้เลย”
เฉินจินสือพูดอย่างสุภาพ พลางหลีกทางแล้วชี้ไปที่กำแพงหลังเคาน์เตอร์
ซึ่งมีใบอนุญาตประกอบการและเอกสารต่าง ๆ แขวนโชว์ไว้อย่างเป็นระเบียบ
“ครบไม่ครบ แกเป็นคนตัดสินหรือไง?”
ไอ้อ้วนปรายตามองเขาด้วยหางตาอย่างเย็นชา
“พวกแก เข้าไปค้นโกดังพวกมันเดี๋ยวนี้!”
ชายฉกรรจ์หลายคนพุ่งพรวดเข้าไปในร้านทันที แล้วเริ่มรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย
บนชั้นวางหน้าร้านและตามผนังมีอาวุธที่ทำเสร็จแล้ววางโชว์อยู่เพียบ
ร้านนี้ก็ถือว่ากว้างขวางพอตัวเลยล่ะ
แถมยังมีโกดังใหญ่แยกไว้เก็บของในลานบ้านอีกต่างหาก
ผ่านไปไม่นาน พวกผู้ชายที่เข้าไปค้นก็วิ่งกรูกลับออกมา
“รายงานหัวหน้าครับ! เจอโลหะพลังงานสูงมูลค่ามหาศาลน่าสงสัยครับ!”
“น่าจะเป็นลอตเดียวกับที่กลุ่มบริษัทตระกูลจางแจ้งความว่าหายไปเลยครับ!”
พอได้ยินแบบนั้น
สีหน้าของเฉินจินสือกับพวกก็เปลี่ยนไปทันที
หยางโหย่วหรงตวาดเสียงแข็ง
“กลุ่มบริษัทตระกูลจางอะไรกัน?”
“โลหะในโกดังนั่นพวกเราสั่งซื้อมาอย่างถูกต้องนะ!”
“เรามีบันทึกการทำธุรกรรมยืนยันด้วย!”
หัวหน้าทีมอ้วนถลึงตาตวาดลั่น
“หุบปาก!”
“ฉันบอกตอนไหนว่าแกขโมยมา? แล้วแกจะเต้นผางทำไมฮะ?”
“โลหะลอตนี้ โรงถลุงเหล็กของกลุ่มบริษัทตระกูลจางเขาแจ้งความว่าสูญหายโว้ย!”
“ต่อให้แกมีบันทึกการซื้อขาย มันก็คือรับของโจรอยู่ดี!”
“ฉันสงสัยว่าพวกแกเป็นแก๊งรับซื้อของโจร!”
“ปิดร้าน ยึดโลหะทั้งหมด! มีปัญหาอะไรไหม?”
“ถ้ามี ก็ตามฉันไปให้ปากคำที่โรงพักเดี๋ยวนี้!”
ไอ้อ้วนพูดพลางยกมือขึ้นเท้าสะเอว เชิดหน้าอ้วนกลมขึ้นอย่างถือดี วางก้ามใหญ่โต
น้ำเสียงแฝงการข่มขู่ไว้ไม่มิด
ความหมายก็คือ ถ้ายอมรับข้อหาก็รอดตัวไป แต่ถ้าตุกติก กูจะจับพวกมึงยัดซังเตรวดเดียวเลย!
“รับซื้อของโจร? จะกล่าวหาอะไรก็ต้องมีหลักฐานนะ!”
หยางซู่อิงดึงน้องสาวมาหลบด้านหลัง แล้วสวนกลับด้วยความโกรธจัด
“แล้วเรื่องนี้มันก็อยู่ในความรับผิดชอบของกองปราบ! ไม่ใช่กงการอะไรของแก!”
อีกฝ่ายจงใจมาหาเรื่องชัด ๆ
หยางซู่อิงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมานั่งพูดดี ๆ ด้วยอีกต่อไป
ไอ้อ้วนขมวดคิ้วมุ่น ถลึงตาใส่หยางซู่อิง
มันเกลียดพวกหัวหมอ ไม่กลัวใคร แล้วยังหัวหมอรู้กฎหมายแบบนี้ที่สุด
พวกนี้มันหลอกยาก!
“ตาบอดรึไง?”
“กูนี่แหละเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์! ไม่ใช่ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายแล้วจะเป็นอะไรวะ?”
“ขืนพูดมากอีกคำเดียว กูจะจับพวกมึงยัดซังเตให้หมด!”
ไอ้อ้วนชี้หน้าด่ากราดหยางซู่อิงทั้งสามคนด้วยความเกรี้ยวกราด
ท่าทีคุกคามดุดันของมันทำเอาทั้งสามคนสะดุ้งตกใจไปเหมือนกัน
พอเห็นพวกนั้นกลัว
ไอ้อ้วนก็ยิ้มเยาะอย่างได้ใจ
ด้วยเส้นสายพี่ชายแท้ ๆ ที่เป็นถึงหัวหน้าแผนกกระทรวงพาณิชย์ มันจะไปกร่างที่ไหนก็ได้สบายมาก
ต่อให้ไปกินข้าวร้านอาหารหรือภัตตาคารใหญ่แค่ไหน ก็ไม่เคยมีใครกล้าเก็บเงินมันสักบาท
“หึ! รู้จักกลัวซะบ้างก็ดี!”
“ตอนนี้กูจะให้โอกาสพวกมึง แค่ยอมรับมาว่ารับซื้อของโจร!”
“กูจะแค่สั่งปิดร้าน ไม่จับคน!”
“แต่ถ้าขัดขืนล่ะก็! กฎหมายไม่ปรานีใครหน้าไหนทั้งนั้นโว้ย!”
ไอ้อ้วนเท้าสะเอวตะคอกเสียงดัง ข่มขู่เห็น ๆ กันไปเลย
ถึงการทำแบบนี้มันจะผิดกฎหมาย แต่เพื่อความชัวร์ มันต้องบีบให้พวกนี้รับสารภาพจากปากให้ได้ว่ารับซื้อของโจร
มีทั้งวิดีโอจากกล้องติดตัว มีทั้งคำรับสารภาพคาหนังคาเขา แบบนี้จัดการง่ายกว่าเยอะ
ขืนไม่ยอมรับ เรื่องมันจะยืดเยื้อน่ารำคาญ
“จับคน? แกมีสิทธิ์อะไรมาจับพวกเรา?”
หยางซู่อิงถามเสียงแข็ง
ไอ้อ้วนปรี๊ดแตกอีกรอบ
อีแก่นี่อีกแล้ว!
ตัวมารความเจริญของกูวันนี้ก็คืออีมนุษย์ป้านี่แหละ!
ที่มันขู่ว่าจะจับ ก็แค่กะจะขู่ให้กลัว จะได้รีบ ๆ สารภาพว่ารับซื้อของโจรเท่านั้นเอง
ลำพังแค่เป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ มันไม่มีอำนาจไปจับกุมใครหรอก
ถ้ามีคนขัดขืนการจับกุม มันทำได้แค่โทรเรียกกองปราบให้มาจัดการแทน
แต่ถ้าขืนมันจับกุมโดยพลการ ก็โดนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวทันที
“หึ! มึงลองพูดคำว่า ‘ไม่’ ดูสิ! แล้วมึงจะรู้ว่ากูมีอำนาจหรือไม่มีอำนาจ!”
หยางซู่อิงยิ้มหยัน
“ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าแกได้เงินจากตระกูลหลี่มาเท่าไหร่ ถึงได้ยอมเป็นหมาจูงให้พวกมันขนาดนี้!”
“แต่แกเคยคิดบ้างไหม ว่าถ้าเกิดเรื่องบานปลายขึ้นมา คนที่ต้องรับผิดชอบคือแกคนเดียว!”
“ตระกูลหลี่อย่างมากก็แค่โดนข้อหาติดสินบน แต่แกล่ะ!?”
ไอ้อ้วนหน้าซีดลงชั่วขณะ แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น
แม่งเอ๊ย เกือบโดนอีแก่นี่ขู่ให้กลัวซะแล้ว!
บานปลาย? จะมีอะไรบานปลายได้วะ?
ในถิ่นกระทรวงพาณิชย์นี้ กูจะเดินส่ายอาด ๆ ไปไหนก็ได้เว้ย หัวหน้าของพี่ชายกูเป็นถึงรัฐมนตรีเชียวนะ!
ขืนทำเรื่องให้ใหญ่โต พวกมึงนั่นแหละที่จะตายเร็วขึ้น!
“งั้นแปลว่า พวกมึงไม่ยอมรับสินะ?”
ไอ้อ้วนถามสวน
หยางโหย่วหรงเองก็ดูออกว่าไอ้อ้วนเริ่มหวั่นใจแล้ว พวกมันต้องรับคำสั่งจากตระกูลหลี่มาเล่นงานครอบครัวเธอแน่ ๆ
แต่ตระกูลหลี่ยัดเงินใต้โต๊ะให้แค่พวกกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้ยัดเงินให้กองปราบ กองปราบก็เลยไม่มา
“ไม่ต้องมาขู่พวกเราหรอกนะ ร้านเราใสสะอาด! ไม่เคยมีของโจรโว้ย!”
พูดจบ หยางโหย่วหรงก็พุ่งพรวดออกไปหน้าร้านแล้วแหกปากตะโกนลั่น
“ทุกคนมาดูเร็วเข้า! เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ใส่ร้ายป้ายสีพ่อค้าแม่ค้า!”
“เจ้าหน้าที่เมาเหล้ามาทำงาน!”
“แถมยังบีบบังคับให้เรารับสารภาพว่าซื้อของโจรอีก มีใครเป็นนักข่าวบ้างไหม ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานที!”
ในเมื่อไอ้อ้วนรับส่วยจากตระกูลหลี่มาแล้ว มันก็ไม่มีทางปล่อยพวกเธอไปง่าย ๆ หรอก
ถ้าขืนยอมรับว่ารับซื้อของโจรจริง ๆ คราวนี้ล่ะหมดอนาคตแน่
ไหน ๆ พวกมันก็ทำผิดขั้นตอนกฎหมายอยู่แล้ว งั้นก็แหกปากให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตไปเลยสิ!
ดูซิว่ากระแสสังคมจะว่ายังไง!
ถ้าไอ้อ้วนมันใหญ่คับฟ้า ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือได้จริง ๆ
ครอบครัวของพวกเธอก็คงต้องยอมรับชะตากรรมแล้วล่ะ!
และก็เป็นไปตามคาด!
ไอ้อ้วนหน้าถอดสีทันที มันหันไปสั่งลูกน้องชายฉกรรจ์เสียงกร้าว
“จับพวกมันทั้งสามคนไว้ให้หมด!!”
“ไอ้พวกชาติหมา! กล้าลองดีกับอำนาจรัฐงั้นเรอะ!”
“มึงวอนหาที่ตายซะแล้ว!”
“ข้อหารับซื้อของโจรถูกยืนยันแล้ว จับตัวมันไป แล้วสั่งปิดร้านซะ!”
กลุ่มชายฉกรรจ์รุมทึ้งจับกุมทั้งสามคนทันที
เฉินจินสือออกแรงผลักชายสองคนที่พุ่งเข้ามาสุดชีวิต พร้อมกับตะโกนด่าลั่น
“พวกแกมันทำตัวเหนือกฎหมาย! ไม่กลัวโดนแฉหรือไง!!”
“หึ! กฎหมายก็คือกูนี่แหละ!”
ไอ้อ้วนคงจะเมาได้ที่ ถึงได้ตบโต๊ะปัง แผดเสียงข่มขวัญซะดังลั่น
จากนั้นก็หันไปตวัดสายตาข่มขู่พวกพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป
“กูอยากจะรู้เหมือนกัน ว่าใครมันจะกล้าถ่ายอีก!!”
ชาวบ้านตกใจกลัวจนรีบเก็บมือถือกันแทบไม่ทัน
เฉินจินสือพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
แต่เขาก็ไม่กล้าตอบโต้พวกเจ้าหน้าที่รัฐหรอกนะ
ไม่งั้นจากที่ถูกจะกลายเป็นผิดเอาได้
ฝ่ายนั้นมีคนมากกว่า ไม่นานก็สามารถล็อกตัวเฉินจินสือกับอีกสองคนไว้ได้อย่างแน่นหนา
ทั้งสามคนถูกยัดใส่หลังรถกระบะ เสียงปิดประตูดัง “ปัง”
จังหวะนั้นเอง ลูกน้องคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาไอ้อ้วน กระซิบถามด้วยความกังวล
“หัวหน้าครับ เอาไงต่อดีครับเนี่ย?”
ที่เขาถามก็เพราะไม่รู้จะเอาคนที่จับมาไปไว้ที่ไหน?
พวกเขามีอำนาจจับคนซะที่ไหนล่ะ
แถมพวกเขาก็ไม่ได้มีเส้นสายใหญ่โตในกองปราบพอที่จะส่งตัวไปให้ด้วย
“เอาไงบ้าอะไรล่ะ? พวกมันขัดขืนการจับกุม แถมยังกล้าลองดีกับเจ้าหน้าที่รัฐอีก ก็ต้องลากคอกลับไปสิวะ!”
“เอาไปขังไว้ในกรม ขังไว้ในห้องทำงานฉันนี่แหละ จะรอดูซิว่าพวกมันจะยอมรับสารภาพไหม!”