แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 70 ก็เพราะปากเสีย ๆ ของเธอนั่นแหละ พวกเธอถึงต้องซวยกันหมด
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 70 ก็เพราะปากเสีย ๆ ของเธอนั่นแหละ พวกเธอถึงต้องซวยกันหมด
ทั้งหกคนเดินจ้ำอ้าวเข้ามาหาพวกหลี่หมู่
พวกหลี่หมู่ถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่นทันที
โผล่มาตั้งแต่ไก่โห่แบบนี้ โคตรจะซวยเลย!
“เสี่ยวหมู่! เสี่ยวหมู่…”
น้ำเสียงของแม่เฒ่าหม่าแหบพร่าไปหมด เห็นได้ชัดว่าสองสามวันนี้คงจะเครียดหนักจนแทบไม่ได้นอน
ตอนนี้ธุรกิจของตระกูลหลี่เป็นอัมพาตไปหมดแล้ว!
พวกผู้หญิงที่พอดูจะ “มือสะอาด” หน่อย ถึงได้ถูกปล่อยตัวออกมา
แต่ใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายของตระกูล
ต่างก็โดนรวบตัวไปสอบสวนกันถ้วนหน้า
ถ้าขืนสารภาพออกมาล่ะก็ ได้ไปนอนกินข้าวแดงในคุกแน่ ๆ
โดยเฉพาะหลี่ต้าหย่งกับหลี่จื้อ ที่โดนข้อหาพยายามทำร้ายครอบครัวทหาร
ยิ่งมีพวกหัวหน้าหลิวคอยกัดไม่ปล่อยแบบนี้ ข้อหานี้คงดิ้นไม่หลุดแน่ ๆ
โทษจำคุกยี่สิบปีอัปชัวร์ ๆ
ส่วนหลี่เสี่ยวหาวที่ทำเก่งไปทำร้ายเจ้าพนักงาน ก็โดนซ้อมจนปางตายในคุก พอถูกปล่อยตัวออกมารักษาแผล ก็หมดค่าหมอไปเป็นแสน ๆ
สองสามวันนี้ แม่เฒ่าหม่าเอาเงินเก็บทั้งหมดไปวิ่งเต้นหวังจะช่วยคนในตระกูล
แต่เงินที่หว่านลงไปเหมือนเททิ้งน้ำ กลับเข้าไม่ถึงคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริง ๆ เลย
ตอนนี้ตระกูลหลี่หมดสิ้นทั้งคนทั้งเงิน ธุรกิจทั้งหมดพังครืนไม่เป็นท่า
จากตระกูลระดับสามที่พอจะมีชื่อเสียง ตอนนี้กลับกลายเป็นตระกูลที่ล้มละลายย่อยยับไปแล้ว
ครั้งนี้แหละ ที่ทำเอาแม่เฒ่าหม่ารู้สึกสิ้นหวังจนแทบจะบ้าตาย!
คิดไปคิดมา หนทางเดียวที่จะรอดก็คือต้องบากหน้ามาหาหลี่หมู่
นางยอมรับแล้วว่า พลังอำนาจที่หลี่หมู่มีอยู่ในมือมันของจริง
ขอแค่หลี่หมู่เอ่ยปากคำเดียว ต้าหย่งกับหลี่จื้อต้องถูกปล่อยตัวออกมาแน่!
แล้วตระกูลหลี่ก็อาจจะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง
“เสี่ยวหมู่ น้ารู้ว่าหลานยังมีเรื่องบาดหมางกับพวกเราอยู่!”
“แต่หลานดูย่าสิ ตอนนี้ย่าโทรมไปหมดแล้วนะ”
คุณอาใหญ่หลี่เจวียนตีบทแตกกระจุย ทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จ บีบน้ำตาคลอเบ้า
ส่วนแม่เฒ่าหม่าก็รับมุกด้วยการแกล้งไอค่อกแค่กสองสามที
แล้วเงยหน้ามองหลี่หมู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยทักษะการแสดงอันยอดเยี่ยม พลางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“เสี่ยวหมู่! ย่ารู้ว่าหลานเป็นเด็กดี”
“ย่าขอโทษหลานได้ไหม? เห็นแก่ความเป็นครอบครัวเดียวกัน หลานช่วยหาทางออกให้หน่อยเถอะนะ”
“ลุงใหญ่ของหลาน ไม่เคยต้องไปตกระกำลำบากแบบนี้มาก่อนเลย”
“ธุรกิจตระกูลก็หยุดชะงักไปหมดแล้ว”
“ตอนนี้ย่ามีแต่หลานคนเดียวที่เป็นที่พึ่งแล้วนะ”
“ถึงเมื่อก่อนย่าจะไม่เคยพูดออกมา แต่หลานก็คือความภาคภูมิใจของตระกูลหลี่มาตลอดนะลูก…”
พูดมาถึงตรงนี้ แม่เฒ่าหม่าก็พยายามบีบน้ำตาออกมาได้สองหยด
หลี่หมู่ยืนดูการแสดงปาหี่ของนางจนจบ แล้วถามเสียงเรียบว่า
“อ้อ? ผมเป็นความภาคภูมิใจงั้นเหรอ? ไม่มั้ง?”
“ความภาคภูมิใจของผม มันถูกโอนไปให้หลี่เสี่ยวหาวแล้วไม่ใช่หรือไง?”
“ทำไมล่ะ เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วัน ความภาคภูมิใจนั้นมันหายไปไหนซะแล้วล่ะ?”
คำพูดสองประโยคของหลี่หมู่ ทำเอาแม่เฒ่าหม่าหน้าชาไปชั่วขณะ
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของนางกระตุกอย่างแรง เห็นได้ชัดว่าข้างในคงจะเดือดปุด ๆ
“เสี่ยวหมู่ ย่ารู้ว่าหลานโกรธแค้น”
“แต่ที่ย่าทำไป… ก็เพื่ออนาคตของตระกูลหลี่ทั้งนั้นนะ!”
“ย่ายอมรับว่าย่าตัดสินใจผิดพลาด แต่เจตนาของย่า…”
หลี่หมู่พูดแทรกขึ้นมาทันที
“เจตนาของย่าก็ชัดเจนอยู่แล้วนี่”
“ย่าลำเอียงเข้าข้างหลี่เสี่ยวหาว หลานรักของย่า”
“เอาของที่ดีที่สุดไปประเคนให้มัน หวังจะให้มันพาตระกูลหลี่ผงาดขึ้นฟ้า! เสวยสุขบนกองเงินกองทอง!”
“แต่น่าเสียดายนะ ที่หลี่เสี่ยวหาวมันก็เป็นแค่เศษขยะเข็นไม่ขึ้นเหมือนย่านั่นแหละ”
“ความโง่เขลาของย่า มันได้ทำลายล้างความรุ่งโรจน์เฮือกสุดท้ายของตระกูลหลี่ไปจนหมดสิ้นแล้ว”
“ย่าลองคิดดูดี ๆ สิ ถ้าตอนนั้นย่าเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยของพ่อผมบ้าง! เห็นแก่สายเลือดตระกูลหลี่ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวผมบ้าง!”
“ขนาดผมมีพรสวรรค์แค่ระดับ F ยังมาได้ไกลขนาดนี้ แล้วถ้าผมยังมีพรสวรรค์ระดับ S อยู่ล่ะ”
“ป่านนี้ย่า… จะเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองขนาดไหนกัน??”
น้ำเสียงของหลี่หมู่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง แฝงไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช
คำพูดประโยคนี้ทำเอาแม่เฒ่าหม่าอึ้งจนพูดไม่ออก
ใช่สิ
ขนาดหลี่หมู่มีพรสวรรค์แค่ระดับ F ยังได้เป็นถึงขุนศึกหมาป่าหนุ่ม อนาคตไกลลิบ
แล้วถ้าเขายังมีพรสวรรค์ระดับ S อยู่ล่ะ??
ต่อให้นางจะไม่รักเขา ต่อให้นางแค่อยากจะหลอกใช้เขา!
แต่ด้วยความที่หลี่หมู่เห็นแก่สายเลือดครอบครัว เขาคงพาตระกูลหลี่เจริญรุ่งเรืองไปถึงไหนต่อไหนแล้ว!
แล้วดูตอนนี้นางสิ ตกต่ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี!?
สะใภ้รองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทนฟังหลี่หมู่ด่าลูกชายตัวเองไม่ได้
“นี่! แกพูดอะไรของแกน่ะ!?”
“แกไม่มีหัวจิตหัวใจบ้างเลยหรือไง? ยังจะมาพูดเรื่องสายเลือดครอบครัวอีก?”
“แกทำลายตระกูลจนพังพินาศขนาดนี้! ยังไม่คิดจะชดใช้อีกเหรอ!?”
หลี่หมู่ตวัดสายตาเย็นยะเยือกไปมองนางทันที
“บอกตรง ๆ นะ เมื่อกี้ผมก็แอบใจอ่อนอยู่แวบหนึ่งเหมือนกัน”
“กำลังคิดอยู่เลยว่าจะปล่อยพวกคุณไปดีไหม!”
“แต่คำพูดของเธอ! มันทำให้ฉันสะอิดสะเอียนและขยะแขยงจนทนไม่ไหวจริง ๆ!!”
“เพราะงั้น… ฉันก็เลยเปลี่ยนใจ ไม่ช่วยพวกเธอแล้ว”
“ขอโทษทีนะ พอดีฉันเป็นคนใช้อารมณ์ตัดสินน่ะ”
หลี่หมู่พูดจบ ก็หันกลับไปหาแม่เฒ่าหม่าอีกครั้ง
“จำไว้นะแม่เฒ่าหม่า ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากช่วย”
“แต่ทุกอย่าง มันพังพินาศก็เพราะสะใภ้รองของย่านี่แหละ!”
“แค่คำพูดพล่อย ๆ ประโยคเดียวของเธอ!”
“มันทำให้ผมอารมณ์เสีย”
“เพราะงั้น พวกคุณทุกคน ก็ก้มหน้ารับกรรมกันต่อไปก็แล้วกัน!!”
พูดจบ หลี่หมู่ก็หุบรอยยิ้มลงทันที
เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองพวกนั้นอีก ก้าวเท้ายาว ๆ เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
หยางซู่อิงเองก็ไม่ได้หันไปมองแม่เฒ่าหม่าเลยแม้แต่น้อย
ไม่ใช่ว่าสองแม่ลูกคู่นี้เลือดเย็นหรอกนะ
แต่ในคืนฝนตกคืนนั้น หยางซู่อิงรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่รวยรินของลูกชายตัวเองอย่างชัดเจน
ตระกูลหลี่ไม่เคยเห็นแก่ความเป็นครอบครัวเลยสักนิด พวกมันจ้องจะเอาชีวิตสองแม่ลูกคู่นี้ชัด ๆ!
แล้วพวกเธอจะไปลดตัวทำดีด้วยทำไม?
ตอนแรกหยางโหย่วหรงก็กะจะช่วยหลี่หมู่ด่าสวนไปสักตั้งเหมือนกัน
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องถึงมือเธอแล้ว
หลานชายตัวแสบคนนี้ ได้วิชาด่าเจ็บแสบไปจากเธอเต็ม ๆ!
แม่เฒ่าหม่ายืนนิ่งค้างราวกับถูกฟ้าผ่า
ปล่อยให้พวกหลี่หมู่เดินจากไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปรั้งไว้
ส่วนคนอื่น ๆ ก็ได้แต่ยืนใบ้กิน ไม่กล้าปริปากพูดอะไรเลยสักคำ
ถึงในใจจะโกรธแค้นหลี่หมู่แค่ไหนก็ตาม
แต่ตอนนี้พวกเขาก็ไม่มีปัญญาทำอะไรได้นอกจากยืนหน้าซีด
สะใภ้รองหน้าถอดสีเป็นไก่ต้ม!
คำพูดเมื่อกี้ของหลี่หมู่พุ่งเป้ามาที่นางเต็ม ๆ
นางกัดฟันแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าลูกชายตัวเองมันช่างไม่เอาไหนเลยจริง ๆ!
อุตส่าห์ได้พรสวรรค์ระดับ S มาแท้ ๆ แต่ทำไมถึงเอาชนะหลี่หมู่ไม่ได้วะ!?
ถ้าแกเก่งกว่าหลี่หมู่ แม่ก็คงไม่ต้องมายืนทนให้มันด่าฉอด ๆ แบบนี้หรอก!
พวกหลี่หมู่เรียกแท็กซี่สองคัน มุ่งหน้าตรงไปยังเขตบ้านพักครอบครัวทหาร
เขตบ้านพักครอบครัวทหารของกองทัพจิ้นหยวน
ตั้งอยู่ห่างจากโรงตีเหล็กไปประมาณสิบกว่ากิโลเมตร มีทางด่วนยกระดับวิ่งตรงไปถึง สะดวกสบายมาก ขับรถไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงแล้ว
เขตบ้านพักมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคุมเข้ม
หลี่หมู่โชว์บัตรประจำตัวให้ดู เจ้าหน้าที่ก็รีบเปิดทางให้ทันที
ครอบครัวของหยางโหย่วหรงเพิ่งเคยมาเขตบ้านพักครอบครัวทหารเป็นครั้งแรก
พอเห็นทหารยืนยามกันแน่นหนาทุก ๆ สิบก้าว ห้าก้าว ก็รู้สึกกดดันขึ้นมาทันที
หยางโหย่วหรงแอบกระซิบเตือนเฉินเจียเฟิงกับเฉินเจียฉี
“เดี๋ยวเข้าไปข้างใน อย่าพูดอะไรพล่อย ๆ แล้วก็อย่าชี้โบ๊ชี้เบ๊ล่ะ เข้าใจไหม”
กลัวลูก ๆ จะไปก่อเรื่องเข้า
หลี่หมู่ได้แต่ยิ้มบาง ๆ ไม่ได้ขัดอะไรน้า การระวังตัวไว้ก็เป็นเรื่องดี
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าทางเข้าสวนหย่อมในเขตบ้านพัก
มีคนสองคนยืนรออยู่
คนหนึ่งเป็นหญิงวัยกลางคน แต่งตัวภูมิฐาน ใส่ชุดฟอร์มของเจ้าหน้าที่ดูแลเขตบ้านพัก
อีกคนเป็นเด็กสาวอายุราว ๆ สิบแปดสิบเก้า
เด็กสาวคนนี้ก็ใส่ชุดฟอร์มเหมือนกัน แต่ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นแค่เด็กฝึกงาน
หน้าตาก็ถือว่าสะสวย รูปร่างก็ดีใช้ได้เลยทีเดียว
เธอยืนรออยู่กับผู้เป็นอามาตั้งนานแล้ว เริ่มจะชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิด
“คุณอาคะ เราต้องมายืนรอแบบนี้ด้วยเหรอ? ดูเสียศักดิ์ศรีจังเลยนะ”
“เงียบไปเลย”
หญิงวัยกลางคนดุเสียงเบา
“จงเยี่ยนเยี่ยน! อาบอกกี่ครั้งแล้วว่าอยู่ที่นี่อย่าพูดจาส่งเดช!”
“ที่อาพาเธอมาด้วยวันนี้ก็ถือว่าผิดกฎแล้วนะ เธอรู้ไหมว่าหลี่หมู่คนนี้ เพิ่งจะอายุสิบแปดก็ได้เป็นถึงขุนศึกหมาป่าหนุ่มแล้ว!”
“หนุ่มน้อยอนาคตไกลแบบนี้! ที่อาพาเธอมาก็เผื่อจะได้ทำความรู้จักกันไว้ไง”
“ถ้ามีโอกาสก็สานสัมพันธ์กันดู เผื่อจะได้ลงเอยกัน!”
“เธอต้องทำตัวดี ๆ ให้เขาประทับใจหน่อยนะ ห้ามพูดจาเลอะเทอะเด็ดขาด!”
จงเยี่ยนเยี่ยนเบ้ปาก แล้วก็เงียบไป
หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว
เธอก็รู้ว่าหลานสาวคนนี้มีนิสัยดื้อรั้น
เพิ่งจะฝากฝังให้มาทำงานในเขตบ้านพักทหารได้ไม่กี่วัน
พอได้เจอคนใหญ่คนโตเยอะขึ้น ก็เริ่มจะเหลิง คิดว่าตัวเองแน่
เรื่องหาคู่ให้หลานสาวน่ะ เธอไม่ห่วงหรอก
แต่เมื่อวานพอได้รับแจ้งว่าจะต้องมารับรองหลี่หมู่ และได้อ่านประวัติของเขาแล้ว…
เธอก็ถึงกับอึ้ง ขุนศึกหมาป่าหนุ่มวัยสิบแปดปี นี่มันอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะชัด ๆ!
ต่อให้เธอจะเจอคนมาเยอะ แต่หนุ่มที่เพียบพร้อมขนาดนี้ก็หาได้ยากเต็มที
ถ้าจับคู่ให้หลานสาวได้สำเร็จล่ะก็
หลานสาวของเธอก็จะสบายไปทั้งชาติเลย
รออยู่พักใหญ่ ในที่สุดกลุ่มของหลี่หมู่ก็เดินเข้ามาถึงทางเข้า
หญิงวัยกลางคนรีบเดินเข้าไปต้อนรับทันที
ยื่นมือออกไปพร้อมรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะ ท่านขุนศึกหลี่! ดิฉันเป็นผู้จัดการเขตดูแลบ้านพักครอบครัวทหาร ชื่อจงหงค่ะ!”
“วันนี้ดิฉันจะรับหน้าที่พาคุณไปดูบ้านเองค่ะ”
“สวัสดีครับ คุณผู้จัดการจง”
หลี่หมู่ยิ้มทักทายและจับมือตอบ ก่อนจะแนะนำคนในครอบครัวให้รู้จักทีละคน
จงหงเป็นคนอัธยาศัยดีมาก
ด้วยความเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เธอชวนพวกหยางซู่อิงคุยไม่กี่ประโยค ก็ละลายพฤติกรรม ลดช่องว่างลงไปได้เยอะ
จากนั้นก็พาทุกคนเดินเข้าไปข้างใน
หลี่หมู่ปรายตามองเด็กสาวที่เดินตามหลังจงหงแวบหนึ่ง
เห็นจงหงไม่ได้แนะนำอะไร ก็เดาว่าน่าจะเป็นเด็กฝึกงานที่มาเรียนรู้งานต้อนรับล่ะมั้ง
เขาเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก
การกระทำของหลี่หมู่ ทำให้จงเยี่ยนเยี่ยนแอบหงุดหงิดอยู่ในใจ
ตอนแรกที่เห็นหลี่หมู่ เธอก็รู้สึกประทับใจอยู่หรอก
หลี่หมู่หน้าตาหล่อเหลา บุคลิกก็ดี ถึงจะเด็กกว่าเธอปีนึง
แต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่และพึ่งพาได้
แต่หลี่หมู่กลับมองเธอแค่แวบเดียวด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่ได้มีแววตาชื่นชมในความสวยของเธอเลยสักนิด
แถมหลังจากนั้นก็ไม่ชายตามองเธออีกเลย!
นี่มันหยามกันชัด ๆ!
เธอเกลียดผู้ชายประเภทนี้ที่สุด ประเภทที่ปากบอกไม่สนแต่ใจเต้นรัวน่ะ
ทำเป็นวางมาดหยิ่ง แต่ข้างในน่ะคิดอกุศลไปถึงไหนต่อไหนแล้ว!
และสเปกของเธอ คือผู้ชายที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชนต่างหาก!
นั่นแหละถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชายตัวจริง
ได้ยินคุณอาบอกว่า หลี่หมู่คนนี้เป็นแค่ที่ปรึกษาในแผนกวิจัยวิชา
ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่ายศขุนศึกหมาป่าหนุ่มนี่ คงได้มาเพราะการนั่งวิจัยวิชาในห้องแอร์ชัวร์ ๆ
พวกนักรบสายบุ๋นแบบนี้ คงไม่เคยลงสนามรบไปสัมผัสกลิ่นคาวเลือดของจริงหรอก
เธอก็มีความดื้อรั้นอยู่ในตัวอยู่แล้ว
ยิ่งคุณอาย้ำนักย้ำหนา แถมยังให้มายืนรอตั้งแต่ไก่โห่ ให้ระวังคำพูดคำจา ให้ทำตัวดี ๆ
เธอก็ยิ่งต่อต้าน และเริ่มหมั่นไส้หลี่หมู่ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เจอหน้าด้วยซ้ำ
พอเจอหน้าแล้วรู้ว่าเป็นคนแบบนี้
เธอก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจเข้าไปใหญ่
สีหน้าก็เลยบูดบึ้งตลอดเวลา
ส่วนยศขุนศึกหมาป่าหนุ่มของหลี่หมู่น่ะเหรอ เธอไม่เห็นจะตื่นเต้นตรงไหนเลย
คุณอาของเธอเป็นถึงผู้จัดการเขตดูแลบ้านพักครอบครัวทหาร รู้จักกับพวกนายทหารยศสูง ๆ ตั้งเยอะตั้งแยะ!