แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 71 ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด
จงหงทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเยี่ยม
เธอเดินนำพาทุกคนเข้ามาในเขตบ้านพัก พลางแนะนำสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ไปด้วย
“ระบบรักษาความปลอดภัยของเขตบ้านพักครอบครัวทหารเรา ถือว่าเข้มงวดที่สุดในเมืองเถี่ยโส่วเลยก็ว่าได้ค่ะ”
“แถมสภาพแวดล้อมก็ยอดเยี่ยม มีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 60% มีทั้งโรงพยาบาล ลานประลองยุทธ์ และห้างสรรพสินค้าครบครันเลยค่ะ”
“แม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านกลางเขตบ้านพักของเรา ก็เป็นแม่น้ำสาขาที่แยกมาจากแม่น้ำอวี้เฉวียนที่ไหลผ่านใจกลางเมืองนะคะ”
ระหว่างที่ฟังจงหงบรรยาย หยางโหย่วหรงก็เผลอลืมคำเตือนที่เพิ่งจะบอกลูก ๆ ไปซะสนิท
ทั้งครอบครัวได้แต่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ
เขตบ้านพักครอบครัวทหารแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่สภาพแวดล้อมที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังหรูหรากว่าพวกหมู่บ้านคนรวยข้างนอกตั้งหลายเท่า
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้และต้นไม้นานาพันธุ์ที่โชยมาเตะจมูก ก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายสุด ๆ
แค่ได้มาอยู่ที่นี่ ก็ถือเป็นกำไรชีวิตแล้ว
ลานกิจกรรมขนาดใหญ่ตรงกลาง ล้อมรอบไปด้วยลานประลองยุทธ์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สวนหย่อม และศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร
แต่กลับไม่รู้สึกอึดอัดหรือวุ่นวายเลยสักนิด
มีทั้งผู้ใหญ่พาเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นที่ลานกิจกรรม บางคนก็พาหมาแมวมาเดินเล่นในสวน
แถมที่นี่ยังไม่มีตึกสูงปรี๊ดบังวิวเลย ตึกที่สูงที่สุดก็แค่สามสี่ชั้นเท่านั้นเอง
คนทั้งเขตบ้านพักก็มีแค่ไม่กี่ร้อยคน
จงหงพาพวกหลี่หมู่มาหยุดอยู่หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง
“ท่านขุนศึกหลี่ วันนี้ดิฉันเตรียมบ้านพักไว้ให้ท่านเลือกสี่หลังค่ะ แต่ละหลังก็จะอยู่คนละชั้น วิวต่างกัน แบบบ้านก็ต่างกันค่ะ”
ระหว่างที่พูด เธอก็แอบขยิบตาส่งซิกให้จงเยี่ยนเยี่ยนหลานสาวของเธอ
เป็นเชิงบอกให้รีบเข้าไปเปิดประตูบ้านสิ ทำไมถึงได้ไม่มีไหวพริบเอาซะเลย
แต่จงเยี่ยนเยี่ยนกลับทำเป็นมองไม่เห็น เอาแต่ยืนแคะเล็บตัวเองหน้าตาเฉย
แถมยังจงใจเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอีกต่างหาก
จงหงเลยต้องจำใจเดินเข้าไปเปิดประตูให้พวกหลี่หมู่ด้วยตัวเองอย่างเนียน ๆ
“บ้านหลังนี้เป็นแบบดูเพล็กซ์ ชั้นหนึ่งกับชั้นสองรวมกัน พื้นที่ใช้สอยสองร้อยสี่สิบตารางเมตรค่ะ”
“มีหกห้องนอน สี่ห้องน้ำ มีห้องนั่งเล่นทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ชั้นบนอาจจะดูแคบไปนิด แต่ก็อบอุ่นดีนะคะ”
“ส่วนชั้นล่างจะกว้างขวางกว่า เหมาะสำหรับรับแขกหรือทำกิจกรรมครอบครัวค่ะ”
“ส่วนพื้นที่สวนหน้าบ้านก็สามารถจัดสรรตกแต่งได้ตามใจชอบเลยนะคะ”
หลังจากฟังจงหงบรรยาย พวกครอบครัวหลี่หมู่ก็เดินสำรวจรอบ ๆ บ้าน
หยางซู่อิงและคนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด
นี่มันคฤหาสน์หรูในฝันชัด ๆ!
การตกแต่งภายในก็ดูเรียบหรู คลาสสิก หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบ้านหลังนี้จะได้อยู่ฟรี ๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อสักแดง แค่มีตำแหน่งทหารในกองทัพจิ้นหยวนก็ได้อยู่แล้ว!
ถึงในใจจะดีใจจนเนื้อเต้น แต่ก็ไม่มีใครกล้าหลุดปากถามอะไรออกมา
หลี่หมู่ถามขึ้นว่า “แล้วชั้นบนเป็นบ้านใครครับ?”
“ชั้นบนของท่าน เป็นบ้านพักของรองครูฝึกประจำเขตการทหารหมิงจูค่ะ มียศเป็นขุนศึกหมาป่าระดับกลางค่ะ”
จงหงตอบ พลางแอบทึ่งอยู่ในใจ
สิทธิ์ในการเลือกบ้านพัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยศ แต่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งหน้าที่การงาน
ถึงหลี่หมู่จะมียศแค่ขุนศึกหมาป่าหนุ่ม แต่ตำแหน่งหน้าที่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารองครูฝึกเลย
นี่สิถึงจะเรียกว่าอัจฉริยะหนุ่มอนาคตไกลตัวจริงเสียงจริง
ถ้าลูกสาวเธอไม่เพิ่งจะสิบสามสิบสี่ล่ะก็ เธอคงไม่แนะนำหลานสาวให้หรอก
ถ้าได้ไอ้หนุ่มนี่มาเป็นลูกเขย เธอคงดีใจจนเนื้อเต้นแน่ ๆ!
“แม่ น้า คิดว่าไงครับ?”
หลี่หมู่หันไปถามความเห็นครอบครัว
“ก็ดีนะลูก” หยางซู่อิงยิ้มตอบอย่างเกรงใจ
ส่วนครอบครัวของหยางโหย่วหรงก็พยักหน้ารัว ๆ เห็นด้วย
แต่จงหงกลับยิ้มแล้วบอกว่า
“ถ้าทุกท่านยังพอมีเวลา ไม่ต้องรีบตัดสินใจก็ได้นะคะ เรายังมีบ้านหลังอื่นให้ลองไปดูเปรียบเทียบกันอีกค่ะ”
“งั้นก็รบกวนด้วยครับ”
หลี่หมู่เห็นด้วย ก็เลยตกลงตามนั้น
จงเยี่ยนเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเซ็ง
ตอนแรกเธอนึกว่าครอบครัวหลี่หมู่ถูกใจบ้านหลังนี้แล้ว วันนี้ก็คงจบงานได้เร็วหน่อย
ไม่คิดเลยว่าคุณอาของเธอจะเสนอให้ไปดูบ้านหลังอื่นต่ออีก
แบบนี้ก็อดกลับไปเล่นเกมที่ห้องพักพนักงานแล้วสิ
สีหน้าของเธอเลยบูดบึ้งขึ้นมาทันที
จงหงเห็นเข้าก็แทบอยากจะตบกบาลหลานสาวสักฉาด!
หลี่หมู่เองก็สัมผัสได้ถึงท่าทีไม่พอใจของเด็กสาวเหมือนกัน
แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด
เมื่อเช้าก็เจอคนตระกูลหลี่มาทำให้อารมณ์เสียไปรอบนึงแล้ว
จะไปอารมณ์เสียซ้ำสองกับคนแปลกหน้าทำไมให้เสียเวลา
ยังไงซะ คนพรรค์นี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ข้องแวะกับเขาในอนาคตอยู่แล้ว
จากนั้นทุกคนก็เดินไปดูบ้านพักอีกสามหลังที่เหลือ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกใจบ้านหลังแรกไปแล้วหรือเปล่า
หยางซู่อิง หยางโหย่วหรง และทุกคน ต่างก็ลงความเห็นตรงกันว่าบ้านหลังแรกดีที่สุด
สำหรับหลี่หมู่ แค่แม่มีความสุข เขาก็พอใจแล้ว จะให้อยู่ที่ไหนก็ได้
ยังไงซะ เขาก็มั่นใจว่าอีกไม่นาน ตำแหน่งหน้าที่ของเขาคงได้เลื่อนขั้นอีกแน่
ถึงตอนนั้นก็คงต้องเปลี่ยนบ้านให้ใหญ่ขึ้นอยู่ดี
พวกเขากลับมาที่บ้านหลังแรก แล้วเดินสำรวจดูรายละเอียดอีกรอบ
เฉินเจียฉีกับเฉินเจียเฟิงวิ่งขึ้นวิ่งลง สำรวจห้องนู้นห้องนี้ ล็อกเป้าหมายห้องนอนของตัวเองเรียบร้อยแล้ว
จงหงเห็นแบบนั้นก็ดีใจมาก
“ส่วนเรื่องเอกสาร เดี๋ยวฉันจะรีบดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุดนะคะ”
“พร้อมจะย้ายเข้าเมื่อไหร่ ก็ติดต่อมาได้เลยค่ะ ดิฉันจะเตรียมรถและคนงานมาช่วยขนของให้”
“อ้อ แล้วถ้าต้องการซื้อของใช้ หรือเครื่องเรือนอะไรเพิ่มเติม ก็บอกได้เลยนะคะ ทางนิติบุคคลจะจัดการสั่งซื้อและนำมาจัดเตรียมไว้ให้พร้อมเลยค่ะ”
“สำหรับบัตรผ่านเข้าออกเขตบ้านพัก ตอนนี้ดิฉันสามารถออกให้ได้ตามจำนวนคน คือหกใบนะคะ”
“แต่ถ้าต้องการทำเพิ่ม หรือทำบัตรใหม่ ก็ติดต่อดิฉันได้ตลอดเลยค่ะ ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากค่ะ”
“ขออนุญาตแอดไลน์ท่านขุนศึกหลี่ไว้หน่อยนะคะ จะได้สะดวกเวลาติดต่อประสานงานค่ะ”
จงหงพูดจบ ก็หยิบมือถือออกมาด้วยสายตาเป็นประกาย คาดหวังสุด ๆ
หลี่หมู่ก็หยิบมือถือออกมาแสกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มเพื่อนกับจงหงไป
จงหงหันไปพูดกับหลี่หมู่ต่อว่า
“ส่วนนี่คือจงเยี่ยนเยี่ยน เป็นพนักงานฝึกหัดของนิติบุคคลค่ะ ให้เธอแอดไลน์ท่านไว้ด้วยดีไหมคะ”
“เผื่อมีเรื่องอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะได้ให้เธอช่วยจัดการให้ได้เลยค่ะ”
ระหว่างที่พูด จงหงก็แอบขยิบตาส่งซิกให้จงเยี่ยนเยี่ยนรัว ๆ
แต่จงเยี่ยนเยี่ยนกลับฝืนยิ้มบาง ๆ ออกมา
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนท่องจำมาว่า
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าคุณมีปัญหาอะไร ก็มาติดต่อพวกเราที่สำนักงานนิติบุคคลได้เลยค่ะ”
“หรือจะโทรเข้าเบอร์ส่วนกลางของสำนักงานก็ได้นะคะ พวกเราพร้อมให้บริการเสมอค่ะ!”
หลี่หมู่ได้ยินแบบนั้น ก็หลุดขำออกมาเบา ๆ
เขาไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เก็บมือถือใส่กระเป๋าไปหน้าตาเฉย
แต่จงหงนี่สิ หน้าถอดสีเป็นไก่ต้มไปแล้ว!
เธออุตส่าห์พยายามจัดแจงให้หลานสาวได้ทำความรู้จักกับชายหนุ่มอนาคตไกลคนนี้แท้ ๆ
ไม่คิดเลยว่าหลานสาวตัวดีจะทำตัวไร้มารยาทได้ขนาดนี้!
ขนาดเธอที่เป็นถึงผู้จัดการนิติบุคคล ยังต้องคอยเอาอกเอาใจเขาเลย!
แล้วเธอเป็นใคร? ก็แค่เด็กที่สอบไม่ติดมหาวิทยาลัย แล้วมาขอเกาะใบบุญทำงานงก ๆ อยู่ที่นี่ มีสิทธิ์อะไรมาทำหน้าบูดเบี้ยวใส่เขาฮะ??
เมื่อกี้ฉันอุตส่าห์บริการเขาอย่างดีแทบตาย!
แต่เธอเล่นพูดแค่สองประโยค ก็ทำลายความพยายามของฉันพังทลายหมดเลย!
จงหงโกรธตัวเองจนแทบอยากจะกัดลิ้นตาย!
ทำไมถึงได้หูหนวกตาบอด มองไม่ออกว่าหลานสาวตัวเองมันโง่เง่าเต่าตุ่นขนาดนี้!
คราวนี้ซวยของจริงแล้ว!
จงหงไม่สนหลานสาวอีกต่อไป เธอหันไปก้มหัวขอโทษหลี่หมู่ด้วยความรู้สึกผิดเต็มประดา
“ท่านขุนศึกหลี่ ดิฉันต้องขอประทานโทษจริง ๆ ค่ะ! ขอโทษด้วยนะคะ! พนักงานฝึกหัดคนนี้ยังเด็ก ไม่ค่อยรู้ความน่ะค่ะ!”
“ขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ ขอโทษจริง ๆ!”
พูดพลาง จงหงก็โค้งตัวลงต่ำถึงเก้าสิบองศา
แน่นอนว่าหลี่หมู่ดูออก ว่าจงหงกับจงเยี่ยนเยี่ยนคงเป็นญาติกัน
แต่จงหงก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร
เขาเลยโบกมือปัดไปเบา ๆ
“ไม่เป็นไรครับ งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวมีอะไรผมค่อยติดต่อไปใหม่ พวกเราขอตัวกลับก่อนนะครับ”
พูดจบ หลี่หมู่ก็เตรียมตัวจะหันหลังกลับ
จงเยี่ยนเยี่ยนเห็นผู้เป็นอาของเธอก้มหัวโค้งคำนับขอโทษผู้ชายคนนั้นอย่างโอเวอร์
ก็ถึงกับขมวดคิ้วแน่น!
ในใจคิดว่า นี่มันจะมากไปหรือเปล่า!? บ้าไปแล้ว!
คุณเป็นถึงผู้จัดการเขตบ้านพักครอบครัวทหารเชียวนะ ทำไมต้องทำตัวต่ำต้อยขนาดนั้นด้วย?
จงหงรีบพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวดิฉันเดินไปส่งทุกท่านที่หน้าประตูนะคะ”
แต่จังหวะนั้นเอง
ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาจากประตูทางเข้าพอดี
คนที่เดินนำหน้ามาก็คือไป๋เถี่ยเวยนั่นเอง
โดยมีเลขาส่วนตัวและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกสองคนเดินตามมาติด ๆ
พอเห็นไป๋เถี่ยเวยปุ๊บ จงหงก็ตกใจจนยืนนิ่งเป็นหินไปครึ่งวินาที ก่อนจะรีบเอ่ยทักทายเสียงสั่น
“ท… ท่านอธิบดีไป๋ สวัสดีค่ะ! ดิฉันกำลังพาท่านขุนศึกหลี่มาดูบ้านพักอยู่พอดีค่ะ”
จงหงร้อนรนจนพูดจาติดขัด ยืนตัวตรงแหน่วเป็นทหารเกณฑ์เลยทีเดียว
ความจริงแล้ว ในสายตาของคนระดับพวกเธอ ทหารจากกองทัพจิ้นหยวนน่าเกรงขามกว่าข้าราชการพลเรือนตั้งเยอะ
แต่เพราะกองทัพจิ้นหยวนประจำการอยู่ชายแดนแดนเหว มันไกลตัว
ในขณะที่คนที่มีอำนาจล้นฟ้าในเมืองอย่างไป๋เถี่ยเวย แค่กระแอมเบา ๆ คนทั้งเมืองเถี่ยโส่วก็สะเทือนแล้ว
สำหรับพวกเธอแล้ว ไป๋เถี่ยเวยดูน่ากลัวและทรงอำนาจกว่ามาก
เผลอ ๆ ในบางเรื่อง อาจจะน่าเกรงขามกว่าสามีของเธอที่เป็นถึงรองผู้บัญชาการทหารเสียอีก
ไป๋เถี่ยเวยยิ้มบาง ๆ พยักหน้ารับ “ลำบากหน่อยนะ”
จากนั้นเธอก็หันไปหาหลี่หมู่ รอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นดูอบอุ่นเป็นกันเองขึ้นมาทันที
“คุณน้าไป๋!”
หลี่หมู่เอ่ยทักทายเสียงดังฟังชัดด้วยความเต็มใจ
ไป๋เถี่ยเวยยิ้มกว้าง เดินเข้ามาหา พลางแกล้งทำเป็นดุหลี่หมู่เบา ๆ ว่า
“มัวยืนบื้ออะไรอยู่ แนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยสิ”
หลี่หมู่รีบแนะนำคนในครอบครัวทีละคน
“คุณน้าไป๋ครับ นี่แม่ผม หยางซู่อิง ส่วนนี่น้าสาวผม หยางโหย่วหรง แล้วก็น้าเขย เฉินจินสือครับ”
“ส่วนนี่ก็ลูกพี่ลูกน้องผม เฉินเจียฉี กับ เฉินเจียเฟิงครับ”
ระหว่างที่หลี่หมู่กำลังแนะนำ
ไป๋เถี่ยเวยก็เดินเข้าไปจับมือกับหยางซู่อิงด้วยความเป็นกันเอง
จากนั้นหลี่หมู่ก็หันไปแนะนำไป๋เถี่ยเวยให้แม่และน้ารู้จักบ้าง
“แม่ครับ น้าครับ นี่คืออธิบดีไป๋เถี่ยเวย อธิบดีกรมตำรวจเขตตะวันออกครับ”
“และท่านก็เป็นภรรยาของท่านรองผู้บัญชาการกองทัพเขตหมิงจูด้วยครับ”
หยางซู่อิงจับมือไป๋เถี่ยเวยอยู่ ก็รู้สึกว่ามือตัวเองเย็นเฉียบขึ้นมาทันที…
อธิบดีกรมตำรวจ… กรมตำรวจเขตตะวันออกเชียวนะ!?