แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 81 เล่นคำเหรอ? เสียใจด้วยนะ ฉันมีกล้องวงจรปิด
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 81 เล่นคำเหรอ? เสียใจด้วยนะ ฉันมีกล้องวงจรปิด
เมื่อหวังหลงเฉิงพาพวกหลี่หมู่เดินออกมาจากศูนย์บัญชาการ
ก็เห็นหลี่หมู่ขี่ม้าศึกตัวสูงใหญ่อยู่ลิบ ๆ
ในมือถือห่อผ้าที่ทำจากเสื้อคลุม
และมีอะไรกลม ๆ ข้างในกำลังเต้นตุบ ๆ อยู่
แม้หลี่หมู่จะดูไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
แต่ทั่วทั้งตัวกลับเต็มไปด้วยเศษคริสตัลสีรุ้ง ชุดรบก็ขาดวิ่น มีคราบเลือดติดอยู่หลายจุด
ไม่รู้ว่าเป็นเลือดของเขาเองหรือเลือดของมอนสเตอร์กันแน่
เมื่อมาถึง หลี่หมู่ก็กระโดดลงจากหลังม้า
แล้วยื่นห่อเสื้อคลุมให้หวังหลงเฉิงด้วยตัวเอง
“ผู้ใต้บังคับบัญชา หลี่หมู่ รับคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการหวังหลงเฉิง ภารกิจเสร็จสิ้นแล้วครับ!”
เหลียวเฟิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหัวเสีย
ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย! เอาความฉลาดแกมโกงมาใช้เรื่องแบบนี้เนี่ยนะ?
ที่แท้ก็แอบกลับเมืองมาเงียบ ๆ
เพื่อจะเอาของมาส่งให้หวังหลงเฉิงกับมือนี่เอง
กลัวคนอื่นจะแย่งผลงานของเจ้านายแกไปหรือไง?
ไอ้เด็กบ้า นี่แกเล็งลูกสาวบ้านหวังหลงเฉิงไว้จริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย!
เหลียวเฟิงอิจฉาจนตาเต้น!
ไอ้หวังหลงเฉิงนี่มันได้ของดีไปเต็ม ๆ เลย!
ส่วนหวังหลงเฉิงก็ซาบซึ้งใจสุด ๆ!
ตั้งแต่ตอนที่สัญญาณของหลี่หมู่กะพริบและขาดหายไป
เขาก็เดาได้ทันที ว่าหลี่หมู่คงแปลงกาย บีบหินเทเลพอร์ต แล้วกลายร่างเป็นนกแน่ ๆ
หลี่หมู่รู้ดีว่าการเอาแร่ผลึกแม่กลับมาได้ มันคือผลงานระดับชาติ
ถ้ากลับมาแบบโจ่งแจ้ง ท่านผู้บัญชาการสูงสุดและคนอื่น ๆ ก็ต้องแห่ไปรับที่ค่ายเทเลพอร์ตแน่ ๆ
ถึงตอนนั้น หลี่หมู่ก็ต้องมอบแร่ผลึกแม่ให้ผู้บัญชาการสูงสุดโดยปริยาย
ที่เขาทำแบบนี้ ก็เพราะกลัวว่าผลงานชิ้นนี้จะตกไปไม่ถึงมือหวังหลงเฉิงนั่นเอง
เลยตั้งใจเอามาส่งให้ถึงมือแบบนี้
หวังหลงเฉิงแอบขำในใจ ไอ้เด็กนี่มันฉลาดแกมโกงจริง ๆ
ถึงความคิดจะดูซื่อไปหน่อยก็เถอะ
ผลงานก็คือผลงาน เขาหวังหลงเฉิงก็ไม่ได้ไร้น้ำยาในเขตการทหารแห่งนี้ซะหน่อย
ต่อให้ผู้บัญชาการสูงสุดไปรับเอง เขาก็ไม่ได้ผลงานเพิ่มขึ้นหรอก
แต่ถึงอย่างนั้น ความภักดีที่หลี่หมู่มีต่อหวังหลงเฉิง ก็ยังทำให้คนอื่นอิจฉาอยู่ดี
หวังหลงเฉิงยิ้มบาง ๆ เอื้อมมือไปตบไหล่หลี่หมู่เบา ๆ
แล้วถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรครับ!” หลี่หมู่ยิ้มตอบ
ความจริงตอนอยู่ในถ้ำ เขาก็ผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่านมาแหละ
แต่พอวาดวิชาวงกลมคุ้มภัย กระดกเหล้า แล้วงัดพลังทั้งหมดที่มีออกมา
บวกกับ ‘ฟื้นฟู’ และ ‘ป้อนกลับ’ ของเคล็ดเซียนสวรรค์ ทำให้พลังปราณของเขาฟื้นฟูได้ทันท่วงที
ตอนที่หลี่หมู่พุ่งทะลุยอดเขาออกมา พลังปราณของเขาก็ยังเหลืออยู่ตั้งครึ่ง
“ดีมาก!”
หวังหลงเฉิงยิ้มอย่างชื่นชม
ทางด้านหวังอวิ๋นหวนก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
หลี่หมู่ปกป้องเธอมาตลอดทาง ถ้าเขาต้องมาตายท่ามกลางฝูงมอนสเตอร์นั่น
เธอคงรับไม่ได้แน่ ๆ
ไม่คิดเลยว่าหลี่หมู่จะเก่งกาจขนาดนี้ แถมยังมีวิชาแปลก ๆ อย่างการแปลงร่างเป็นนกยักษ์อีก
พอคิดถึงเรื่องนี้ หวังอวิ๋นหวนก็นึกถึงตอนที่หลี่หมู่กอดเธอไว้บนหลังม้าขึ้นมาอีก
ใบหน้าสวยหวานเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ช่างไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ
หลี่หมู่ทั้งหล่อเหลา แข็งแกร่ง สุขุม และดูลึกลับ
ความรู้สึกปลอดภัยที่หาจากไหนไม่ได้
เธอไม่เคยสัมผัสความรู้สึกแบบนี้จากใครมาก่อนเลย
หลี่หมู่เปิดห่อเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นแร่ผลึกแม่ต่อหน้าหวังหลงเฉิง
แร่ผลึกแม่มีชีวิตที่งดงามราวกับหัวใจคริสตัล
มันเต้นตุบ ๆ พร้อมกับแผ่พลังงานออกมาไม่หยุด
“ขอดูหน่อย!”
นักวิจัยหญิงวัยกลางคนรีบเดินเข้ามา
พร้อมกับยื่นมือจะคว้าแร่ผลึกแม่ไป
แต่หวังหลงเฉิงตวัดสายตามองเธออย่างเย็นชา
ทำเอานักวิจัยหญิงชะงักกึก ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยความกลัว
“ขอโทษด้วยนะ”
“แร่ผลึกแม่นี้ล้ำค่ามาก ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป มันอยู่ภายใต้การควบคุมระดับพิเศษ!”
“ห้ามใครแตะต้องพลการเด็ดขาด!”
“ถอยไป!”
หวังหลงเฉิงตวาดเสียงแข็ง
เหลียวเฟิงก็รีบติดต่อผู้บัญชาการสูงสุดทันที
ของสำคัญอย่างแร่ผลึกแม่มีชีวิต ต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมระดับพิเศษโดยด่วน
การควบคุมระดับพิเศษ คือการที่ยอดฝีมือระดับเสวียนขึ้นไปทุกคนในเขตทหารต้องรายงานตัว
และต้องมียอดฝีมือระดับเสวียนอย่างน้อยหนึ่งในสามคอยประจำการคุ้มกันอยู่ที่ค่าย ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด
ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้แร่ผลึกแม่ จนกว่าจะถึงขั้นตอนการพัฒนา
ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์ระดับบอสบุกเข้ามาแย่งชิงแร่ผลึกแม่
ถึงแม้โอกาสจะน้อยนิดก็ตาม
และอีกเหตุผลก็คือ ป้องกันไม่ให้พวกสมาคมสวรรค์มาหมายตาทรัพยากรล้ำค่าชิ้นนี้
นักวิจัยทั้งสามคนถึงกับโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
โดยเฉพาะเจียงหลินหลิน เธอจ้องหวังอวิ๋นหวนด้วยสายตาเคียดแค้น
หน้าตาเปลี่ยนสีเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด
วันนี้เธอถูกหวังอวิ๋นหวนตบหน้าฉาดใหญ่เข้าให้แล้ว!
เมื่อมองไปที่แร่ผลึกแม่ก้อนนั้น เธออยากจะให้ตัวเองเป็นคนค้นพบมันจริง ๆ!
ไม่นาน ผู้บัญชาการสูงสุดและคนอื่น ๆ ก็มาถึง
พวกเขาชื่นชมและยกย่องทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะหวังอวิ๋นหวนและหลี่หมู่
พร้อมกับรับปากว่าจะทำเรื่องขอรางวัลให้หลี่หมู่ด้วยตัวเอง!
หวังหลงเฉิงเตรียมคลิปวิดีโอจากศูนย์บัญชาการไว้เรียบร้อยแล้ว ก็เพื่อเอาไว้ใช้ขอรางวัลให้หลี่หมู่นี่แหละ
จากนั้น ผู้บัญชาการสูงสุดเหลียงฮว่าจวินก็เริ่มประชุมการควบคุมระดับพิเศษทันที
แล้วนำแร่ผลึกมีชีวิตเข้าไปเก็บรักษาในห้องควบคุมความปลอดภัยสูงสุด
แร่ผลึกมีชีวิตนั้นมีชีวิต จึงไม่สามารถเก็บไว้ในแหวนมิติได้
ไม่งั้นหลี่หมู่ก็คงไม่ต้องหิ้วมาตลอดทางหรอก (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตอนนี้เมื่อมีการควบคุมอย่างแน่นหนา หลี่หมู่ก็หมดหน้าที่แล้ว
เรื่องการนำแร่ผลึกแม่กลับมายังเป็นความลับสุดยอด
ขั้นตอนต่อไปคือการให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล เพื่อรักษาความมีชีวิตของมันไว้
จากนั้นก็เลือกสถานที่ตั้งโรงงานผลิตอาวุธ เพื่อเริ่มกระบวนการพัฒนาและผลิต
และผู้เชี่ยวชาญที่ว่า ก็คือคนจากแผนกพลังงานของสถาบันวิจัยนั่นเอง
หลังจากเหลียงฮว่าจวินรายงานไปยังสถาบันวิจัยแล้ว
สามชั่วโมงต่อมา ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันวิจัยก็เดินทางมาถึง
หลายคนถึงกับหอบที่นอนหมอนมุ้งมาด้วยซ้ำ
เพราะพวกเขาต้องปักหลักอยู่ที่นี่ไปอีกนาน
เพื่อดูแลให้แร่ผลึกแม่ดูดซับพลังงานได้อย่างเป็นปกติ และให้กำเนิดแร่ผลึกมีชีวิตออกมาเรื่อย ๆ
ค่ายเทเลพอร์ตนั้น
ใช้ได้แค่ภายในแดนเหวเท่านั้น แถมค่าก่อสร้างและค่าบำรุงรักษาก็แพงหูฉี่
ส่วนบนโลกมนุษย์ การเทเลพอร์ตทำได้ในระยะทางสั้น ๆ เท่านั้น
ดังนั้น การเดินทางระหว่างเมืองบนโลกมนุษย์ จึงยังคงต้องพึ่งพาเรือเหาะโดยสารอยู่
แล้วถ้าเป็นเมืองสองเมืองในแดนเหว จะสร้างค่ายเทเลพอร์ตเชื่อมต่อกันได้ไหม?
คำตอบคือ ไม่ได้
เพราะพวกเขาไม่สามารถหาตำแหน่งของกันและกันเจอ
สมมติว่าเมืองเถี่ยโส่วกับเมืองหลินหยวนอยู่ห่างกันสองพันกิโลเมตร
ทางเข้าแดนเหวของสองเมืองนี้ ก็ควรจะห่างกันสองพันกิโลเมตรด้วย
แต่พอเข้าไปในแดนเหว แล้วลองเริ่มสำรวจจากเมืองเถี่ยโส่วไปทางเมืองหลินหยวน
อย่าว่าแต่สองพันกิโลเมตรเลย ต่อให้สำรวจไปสองหมื่นกิโลเมตร!
ก็ยังหาเมืองหลินหยวนไม่เจออยู่ดี
ราวกับว่าพื้นที่ในแดนเหวกับพื้นที่บนโลกมนุษย์ มันไม่ได้อยู่ในมิติเดียวกัน
จนถึงตอนนี้
เมืองนับร้อยเมืองในประเทศจีน ก็ยังไม่มีเมืองไหนที่สามารถเชื่อมต่อกันในแดนเหวได้เลย
ดังนั้น จึงยังไม่มีเมืองไหนที่สามารถใช้ค่ายเทเลพอร์ตเชื่อมต่อกันได้
การเทเลพอร์ตระยะไกลบนโลกมนุษย์ กับการเชื่อมต่อกันในแดนเหว
คือสองปัญหาใหญ่ที่นักรบสายมิติทุ่มเทค้นคว้ากันมาหลายชั่วอายุคน
การที่มนุษย์เข้าไปในแดนเหว ก็เหมือนกับการหลงเข้าไปในป่ามืดทึบ
ต้องอาศัยการสำรวจ แหวกม่านหมอก วาดแผนที่ บุกเบิกทรัพยากร พัฒนาพลังต่อสู้ แล้วก็สำรวจต่อไปเรื่อย ๆ
จนกว่าจะค้นพบคำตอบที่แท้จริง
เมื่อนั้น มนุษย์ถึงจะสามารถหยุดพักได้…
พอคนจากสถาบันวิจัยมาถึง
สี่ตัวบิ๊กของกองทัพเขตหมิงจูก็ออกมาต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง
เพราะในบรรดาผู้บริหารที่มาครั้งนี้ มีศาสตราจารย์อาวุโสสองท่านที่มีเหรียญเกียรติยศทางวิชาการกว่าสี่สิบเหรียญ
ถึงยศทางทหารจะเทียบเท่ากับเหลียวเฟิง แต่ถ้าเทียบจากเหรียญเกียรติยศแล้วล่ะก็
ต่อให้เป็นผู้บัญชาการเหลียงฮว่าจวิน ก็ยังต้องเรียกพวกเขาว่าผู้อาวุโสเลย
“ฮ่าฮ่าฮ่า ศาสตราจารย์ถง ศาสตราจารย์เหอ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ!”
เหลียงฮว่าจวินรีบเดินเข้าไปทักทายศาสตราจารย์ทั้งสองอย่างเป็นกันเอง
ศาสตราจารย์เหอและศาสตราจารย์ถงก็ทักทายตอบด้วยความอบอุ่นและยิ้มแย้ม
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
จากนั้นเหลียงฮว่าจวินก็หันไปหาชายวัยกลางคนอายุราว ๆ ห้าสิบปีที่เป็นหัวหน้าทีมจากสถาบันวิจัย
“ผู้อำนวยการลู่ ขอบคุณมากนะครับที่นำทีมมาสนับสนุนด้านเทคนิค”
ผู้อำนวยการลู่ยิ้มกว้าง จับมือเหลียงฮว่าจวินแล้วพูดว่า
“นี่มันแร่ผลึกแม่ก้อนแรกของเขตเหนือสามเมืองเชียวนะครับ”
“มูลค่าการวิจัยของมันประเมินค่าไม่ได้เลย ทางสถาบันให้ความสำคัญมากครับ”
“ศาสตราจารย์เหอกับศาสตราจารย์ถงก็ยังเป็นฝ่ายขออาสามาเองด้วยซ้ำ!”
เมื่อผู้อำนวยการลู่พูดจบ
ศาสตราจารย์เหอวัยเจ็ดสิบกว่าปี ถึงกับถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น แล้วยิ้มพูดว่า
“ใช่แล้วล่ะ แร่ผลึกแม่มีชีวิตเนี่ย เมื่อก่อนเราเคยไปดูงานกันที่แนวหน้าหลิ่นตงกับเมืองว่านเซี่ยงของหลิงอวิ๋นเท่านั้นแหละ”
“แต่ของพวกเขาก็หวงซะเหลือเกิน ไม่ยอมให้เราได้ลูบคลำดี ๆ เลย”
“คราวนี้ เขตเหนือของเราก็มีแร่ผลึกแม่เป็นของตัวเองซะที”
ท่าทางถูมือของศาสตราจารย์เหอทำเอาทุกคนหัวเราะอย่างเข้าอกเข้าใจ
ผู้อำนวยการลู่หันไปมองนักวิจัยชายหญิงวัยกลางคนทั้งสองคน แล้วยิ้มให้กำลังใจ
“พวกคุณก็ลำบากแล้วเหมือนกันนะ”
นักวิจัยหญิงรีบฉวยโอกาสก้าวออกมา แล้วยิ้มพูดว่า
“ไม่ลำบากเลยค่ะ ที่นำแร่ผลึกแม่กลับมาได้คราวนี้ ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับการวางแผนและการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมของกองทัพเขตหมิงจูเลยค่ะ!”
“พวกเราก็แค่ช่วยสำรวจนิด ๆ หน่อย ๆ เมื่อเทียบกับผลงานของท่านผู้บัญชาการเขตหมิงจูแล้ว”
“มันเล็กน้อยมากค่ะ”
นักวิจัยชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
พอนักวิจัยหญิงพูดจบ เธอก็ส่งยิ้มหวานไปให้เหลียงฮว่าจวินและคนอื่น ๆ
เธอไม่มีทางยอมให้ผู้ใหญ่รู้ขั้นตอนการได้มาซึ่งแร่ผลึกแม่โดยละเอียดเด็ดขาด
ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงอะไรในภารกิจนี้
แต่พวกเขาหาแร่ผลึกแม่ไม่เจอ แถมยังสั่งให้ยกเลิกภารกิจ แต่ฝั่งนู้นกลับเอาแร่ผลึกแม่กลับมาได้
ถ้าขืนเรื่องนี้ถึงหูผู้ใหญ่ล่ะก็ โอกาสก้าวหน้าในสถาบันวิจัยของพวกเขาคงจบเห่แน่!
เธอเลยต้องชิงลงมือก่อน
ด้วยการเล่นคำนิดหน่อย
ความจริงคือไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลย
แต่กลับบอกว่าตัวเองทำหน้าที่สำรวจ ส่วนเขตหมิงจูทำหน้าที่ต่อสู้
ฟังดูเหมือนทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันจนภารกิจสำเร็จลุล่วงยังไงยังงั้น
แถมวิธีนี้ยังฉลาดตรงที่ยกย่องความดีความชอบของกองทัพเขตหมิงจูให้ดูยิ่งใหญ่ด้วย
สายตาที่เธอมองเหลียงฮว่าจวิน ก็เพื่อส่งซิกให้รู้ว่า
พอใจรึยัง?
ฉันยกย่องผลงานของพวกคุณซะใหญ่โตขนาดนี้แล้ว
ขอพวกเรามีส่วนแบ่งนิด ๆ หน่อย ๆ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
ระดับผู้บัญชาการสูงสุดอย่างคุณ คงไม่ใจแคบถึงขนาดมาแฉพวกเราหรอกนะ??
ถึงเจียงหลินหลินจะแอบรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง ที่ตัวเองไม่ได้รับความดีความชอบเป็นชิ้นเป็นอัน
แต่ผลลัพธ์แบบนี้เธอก็พอรับได้
คนเราจะโลภมากนักก็ไม่ได้หรอก
เหลียงฮว่าจวินหัวเราะเบา ๆ และไม่ได้พูดอะไร
แต่หวังหลงเฉิงกลับเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาแทน
“ผมเห็นศาสตราจารย์ทั้งสองท่านดูท่าทางใจร้อนกันแล้ว งั้นพวกเรารีบไปดูแร่ผลึกแม่กันเลยดีกว่าครับ”
“ผมเตรียมวิดีโอขั้นตอนการค้นพบและเก็บกู้แร่ผลึกแม่ไว้ที่นั่นหมดแล้วด้วย”
“จะได้สะดวกต่อทุกท่าน ในการศึกษาข้อมูลแร่ผลึกแม่ได้อย่างครบถ้วนและละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้นไงครับ”