แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 84 ตามฉันไปพบหวังหลงเฉิง
ก่อนที่จางจือเหวยจะได้รับโทรศัพท์จากหลี่หมู่
ตระกูลจางกำลังจัดการประชุมครอบครัวกันอย่างเคร่งเครียด
วาระการประชุมก็คือการยื่นประมูลขอสิทธิ์ร่วมทุนเป็นองค์กรทหารในครั้งนี้นี่เอง
แม้ตระกูลจางจะไม่ได้มีเส้นสายในกองทัพ แต่หูตาของพวกเขาก็กว้างไกลไม่เบา
เมื่อคืนนี้พวกเขาเพิ่งจะได้รับข่าวกรองที่แน่ชัดมาว่า
กองทัพเขตหมิงจูดันไปค้นพบแร่ผลึกแม่สถิตอยู่ก้อนหนึ่ง
แร่ผลึกมีชีวิตคือวัตถุดิบชั้นเลิศในการผลิตอาวุธระดับดี ระดับพิเศษ ไปจนถึงระดับล้ำค่า
การที่วัตถุดิบชนิดเดียวสามารถใช้ผลิตอาวุธได้ครอบคลุมถึงสามระดับ แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการทำงานร่วมกันกับแร่ชนิดอื่นได้อย่างยอดเยี่ยม
หากสามารถคว้าสิทธิ์ในการผลิตแร่ชนิดนี้มาได้
ต่อให้กลุ่มธุรกิจตระกูลจางจะต้องทิ้งธุรกิจหลักอีกสองสายไป พวกเขาก็สามารถก้าวหน้าไปได้อย่างก้าวกระโดด!
ต้องเข้าใจว่าในยุคไฮวูนี้ อุตสาหกรรมอาวุธ ของวิเศษ และยาบำรุงพลัง คืออุตสาหกรรมที่ไม่มีใครแทนที่ได้
ดังนั้นหลังจากได้รับข่าวเมื่อวาน
พ่อของจางจือเหวยก็แทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน เขารีบเรียกตัวหัวหน้าฝ่ายผลิตในอุตสาหกรรมโลหะพลังงานมาร่วมกันทำแผนธุรกิจฉบับที่สมบูรณ์แบบที่สุดออกมาตลอดทั้งคืน
บรรยากาศบนโต๊ะประชุมตอนนี้ดูหนักอึ้ง
จางจือเหวยที่นั่งอยู่ริมสุดก็ขมวดคิ้วแน่นด้วยความหนักใจเช่นกัน
ที่ตำแหน่งประธาน
คือจางจิ่วเหอ ปู่ของจางจือเหวย ผู้กุมบังเหียนของตระกูลจางในปัจจุบัน
จางจิ่วเหอมีอายุเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว แต่ก็ยังดูกระฉับกระเฉงและมีระดับการบ่มเพาะพลังถึงระดับเสวียน
ใบหน้าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนของเขาก็เต็มไปด้วยความกังวล
“การประมูลครั้งนี้ สำคัญกับตระกูลจางของเรามากเหลือเกิน”
“แต่มันก็ต้องเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดอย่างแน่นอน”
“ตระกูลเย่แห่งเขตทิศใต้ครองส่วนแบ่งการผลิตโลหะพลังงานของกองทัพเขตหมิงจูไปกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว”
“และพวกมันก็ต้องหวังฮุบแร่ผลึกแม่ก้อนนี้ไว้แน่นอน ตอนนี้พวกมันเริ่มหาซัพพลายเออร์รองรับกันแล้วด้วย”
“การที่เราจะฝ่าเข้าไปชิงส่วนแบ่งมาได้ มันยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก”
“จือเหวย หลานก็เข้ากองทัพจิ้นหยวนมาหลายวันแล้ว พอจะมีไอเดียอะไรบ้างไหม?”
จางจือเหวยถอนหายใจยาวด้วยความจนใจ
คุณปู่คงจะเข้าตาจนจริง ๆ ถึงได้มาถามเขาแบบนี้
เขาเพิ่งจะเข้ากองทัพจิ้นหยวนมาได้แค่ไม่กี่วันเองนะ
ถึงจะพกดีกรีรองแชมป์ศึกแรกที่แดนเหวมาด้วย และเอาชีวิตเข้าแลกทำภารกิจจนได้ผลงานมาบ้าง
แต่มันก็ยังห่างไกลจากจุดที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในกองทัพจะหันมามองอยู่ดี
เรื่องแร่ผลึกแม่ที่กองทัพเขตหมิงจูได้มา ตัวเขาที่เป็นแค่ทหารกองหนุนยังรู้ทีหลังพ่อด้วยซ้ำ
“คุณปู่ครับ ผมยังไม่ได้สร้างเส้นสายอะไรในกองทัพเลยครับ”
“แต่ว่าหลี่หมู่เขาดูจะมีเส้นสายกับผู้หลักผู้ใหญ่ในกองทัพอยู่บ้าง บางทีเขาอาจจะมีข่าววงในอะไรก็ได้นะครับ”
“อย่างมากสุด ผมก็คงได้แค่ลองไปเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามเขาดู เผื่อจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมาบ้าง”
จางจิ่วเหอพยักหน้ารับ
ไม่ได้คาดคั้นอะไรหลานรักคนนี้ให้มากลำบากใจ
ขนาดตัวเขาที่มีประสบการณ์มานาน ยังสร้างเส้นสายในกองทัพได้ไม่ลึกนัก นับประสาอะไรกับหลานล่ะ
“เพื่อนรุ่นน้องที่ช่วยชีวิตลูกไว้คนนั้นน่ะเหรอ?”
จางเฉาหยาง พ่อของจางจือเหวยเอ่ยถาม
จางจือเหวยพยักหน้ารับ
“ดีเลย อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป ลองถามเขาดูหน่อยก็ดีนะ”
“พวกเราก็ทำสุดความสามารถแล้ว ที่เหลือก็ให้ฟ้าลิขิตก็แล้วกัน”
“เดี๋ยวพ่อจะเป็นคนไปยื่นซองประมูลเอง ด้วยชื่อเสียงของอุตสาหกรรมโลหะพลังงานของเราในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”
“การจะดันแผนธุรกิจนี้ไปให้ถึงสายตาของผู้หลักผู้ใหญ่ ก็น่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร”
หลี่หรู ผู้เป็นภรรยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า
“นายหญิงของตระกูลเย่ ชวนพวกเราไปกินข้าวด้วยน่ะค่ะ คงกะจะคุยเรื่องให้พวกเราไปเป็นเครือข่ายรับจ้างผลิตให้พวกเขาล่ะมั้งคะ”
“ฉันควรจะไป…”
จางเฉาหยางรีบยกมือขึ้นห้ามทันที
“ไม่ต้องไป! จางเฉาหยางคนนี้ยอมอดตายดีกว่าไปเป็นทาสรับใช้ให้ตระกูลเย่!”
“คิดจะเอาเศษเงินมาฟาดหัว แล้วขึ้นมาเหยียบย่ำพวกเรางั้นเหรอ?”
“เหอะ ฝันไปเถอะ!”
หลี่หรูพยักหน้ารับคำ
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของจางจือเหวยก็ดังขึ้น
จางจือเหวยกล่าวขอตัวกับพ่อแม่และปู่ ก่อนจะเดินหลบมุมไปรับสาย
และคนที่โทรมาก็คือหลี่หมู่ ที่บอกว่ามีเรื่องดี ๆ จะมาบอกนั่นเอง
จางจือเหวยไม่ได้พูดอะไรมากทางโทรศัพท์ ตอบกลับไปสั้น ๆ แค่ว่า “ได้ เดี๋ยวฉันขับรถไปหา”
พอวางสาย เขาก็เดินกลับมาที่โต๊ะประชุม
“หลี่หมู่โทรมานัดเจอน่ะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
ทุกคนพยักหน้า
จางจือเหวยจึงรีบเดินออกจากบ้านไป
จางเฉาหยางสูบบุหรี่ที่เหลืออีกครึ่งมวนจนหมด แล้วจึงลุกขึ้นพูดว่า
“เอาล่ะ พ่อก็ต้องไปเหมือนกัน”
...
หลังจากจางจือเหวยกับหลี่หมู่เจอกัน
หลี่หมู่ก็ขึ้นรถของจางจือเหวย (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
รถที่จางจือเหวยขับเป็นรถออฟโรด ซึ่งถือว่าเป็นรถที่ดูเรียบง่ายที่สุดในบรรดารถหรูแล้วล่ะมั้ง
พอขึ้นไปนั่งเบาะหน้า หลี่หมู่ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองควรจะหาซื้อรถมาใช้บ้างแล้วเหมือนกัน
นั่งรถนี่มันสบายกว่าขี่ม้าตั้งเยอะ
แถมการขี่ม้าในเมือง ถึงมันจะดูเท่ ดูเป็นผู้มีอิทธิพล แต่มันก็ใช่ว่าจะขี่ไปไหนมาไหนได้ตลอดนี่นา
ดังนั้น มีรถไว้ใช้สักคันก็น่าจะดี
“มีเรื่องดีอะไรล่ะ?” จางจือเหวยถามตรงประเด็น
“เรื่องแร่ผลึกแม่มีชีวิตน่ะ บ้านนายตั้งใจจะยื่นประมูลไหม?”
หลี่หมู่ก็ไม่อ้อมค้อมเช่นกัน
จางจือเหวยถึงกับหันมามองหลี่หมู่ด้วยความตกใจ
เขาไม่คิดเลยว่าหลี่หมู่จะพูดเรื่องนี้
เขาตั้งใจจะหลอกถามข้อมูลจากหลี่หมู่แท้ ๆ แต่หลี่หมู่ดันเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมาก่อนซะงั้น
แล้วเขาจะทำอะไรล่ะเนี่ย?
“แน่นอนสิ!”
“ดี งั้นพาฉันไปทัวร์ดูโรงงานโลหะพลังงานของบ้านนายหน่อยสิ!”
หลี่หมู่นั่งเอนหลังพิงเบาะ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทำมือเป็นสัญญาณบอกให้ออกรถได้เลย
จางจือเหวยขมวดคิ้วด้วยความสงสัยอยู่พักใหญ่
แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ รีบสตาร์ทรถมุ่งหน้าไปที่โรงงานของตัวเองทันที
การที่หลี่หมู่ทำแบบนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลของเขา การที่ตัวเองไปซักไซ้ไล่เลียงมันก็เปล่าประโยชน์ ปล่อยให้หลี่หมู่เป็นฝ่ายถามเองจะดีกว่า
และก็เป็นจริงตามคาด พอเข้าไปในเขตโรงงานของกลุ่มธุรกิจตระกูลจาง
หลี่หมู่ก็เริ่มยิงคำถามเป็นชุด ๆ ให้จางจือเหวยอธิบายให้ฟังแบบเจาะลึก
จางจือเหวยจึงอธิบายให้หลี่หมู่เข้าใจว่า
แร่ผลึกมีชีวิต ไม่ใช่แค่ขุดออกมาจากแหล่งกำเนิด แล้วก็เอาไปตีขึ้นรูปเป็นอาวุธได้เลยหรอกนะ
แร่ผลึกที่ตายแล้ว จะมีความแข็งมากจนยากที่จะนำไปแปรรูปได้
จะต้องนำแร่ผลึกมีชีวิตมาหลอมรวมกับโลหะ และผสมกับวัตถุดิบอื่น ๆ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นโลหะพลังงานซะก่อน
จากนั้นถึงจะส่งต่อไปให้กระบวนการผลิตขั้นต่อไปนำไปแปรรูปและขึ้นรูปอีกที
และในกระบวนการหลอมรวมโลหะนั้น
ระดับของอาวุธ ประเภทของอาวุธ และคุณสมบัติของอาวุธ
ล้วนต้องการโลหะพลังงานที่มีส่วนผสมและความเข้มข้นที่แตกต่างกันออกไป
การจะผลิตโลหะเป้าหมายเหล่านี้ออกมาได้ ต้องใช้เทคนิคแบบไหน ผสมวัตถุดิบอะไรบ้าง ใช้เวลานานแค่ไหน ฯลฯ
มันมีสูตรการผลิตเป็นร้อยเป็นพันสูตร!
แต่ละโรงงานก็จะมีสูตรลับเฉพาะของตัวเอง
บางครั้งยังต้องคิดค้นโลหะพลังงานสูตรใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองออเดอร์พิเศษอีกต่างหาก
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จำเป็นต้องใช้ทีมช่างเทคนิคที่เก่งกาจ และประสบการณ์ในสายงานที่โชกโชนเป็นอย่างมาก
กลุ่มธุรกิจตระกูลจาง ทุ่มทุนสร้างเพื่อปั้นบุคลากรระดับรากหญ้าขึ้นมาจำนวนมาก
บุคลากรเหล่านี้คือคนที่เติบโตมาจากการทำงานในสายการผลิตจริง ๆ
จึงมีความเชี่ยวชาญและความคิดสร้างสรรค์สูงมาก
แถมยังมีความจงรักภักดีต่อตระกูลจางอย่างสุดหัวใจ
จางจือเหวยกล้ารับประกันเลยว่า ทั่วทั้งเมืองเถี่ยโส่ว ไม่มีใครกล้าลงทุนในเรื่องนี้เท่าบ้านเขาอีกแล้ว
หลี่หมู่ฟังคำอธิบายไปก็พยักหน้าเห็นด้วยไปตลอดทาง
“เอาล่ะ แผนธุรกิจของบ้านนาย นายมีติดตัวมาด้วยไหม?”
จางจือเหวยชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเป็นประกาย
“อยู่ที่บ้าน เดี๋ยวฉันกลับไปเอาได้”
“อืม กลับไปเอามา แล้วตามฉันไปพบท่านรองผู้บัญชาการหวัง”
หลี่หมู่พูดจบก็เดินนำออกไปทันที
จางจือเหวยถึงกับทำตัวไม่ถูก
เขารีบวิ่งตามหลี่หมู่ไป พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ
“ไปพบใครนะ?”
“รองผู้บัญชาการกองทัพเขตหมิงจู หวังหลงเฉิงไง!”
“เอาแผนธุรกิจของนายไปยื่นให้เขากับมือ แล้วก็เตรียมตัวตอบคำถามของเขาด้วยล่ะ”
พอหลี่หมู่ตอบกลับมาตรง ๆ
จางจือเหวยก็รู้สึกเหมือนหน้ามืดตาลาย หายใจแทบไม่ทัน
ไปพบหวังหลงเฉิงเนี่ยนะ??
แถมยังยื่นแผนธุรกิจให้กับมืออีกต่างหาก?
หรือว่าหวังหลงเฉิงคือผู้มีอำนาจตัดสินใจคนสำคัญในการเลือกองค์กรทหารมาร่วมทุนในครั้งนี้?
ถ้าไม่ใช่แบบนั้น หลี่หมู่คงไม่บอกให้เขาทำแบบนี้หรอก
หลี่หมู่จะต้องรู้ข่าววงในอะไรมาแน่ ๆ
เขารู้ทันทีว่านี่คือโอกาสทองของตระกูลจาง!
และโอกาสนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนหยิบยื่นมาให้
แต่เป็นหลี่หมู่!
ถ้าไม่ได้หลี่หมู่ใช้เส้นสายช่วยล่ะก็ ขนาดปู่ของเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้พบหวังหลงเฉิงด้วยซ้ำ!
ดังนั้น จางจือเหวยจึงไม่กล้าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว
เขารีบกลับไปเอาแผนธุรกิจฉบับก๊อปปี้ที่บ้าน แล้วขับรถตามหลี่หมู่มุ่งหน้าตรงดิ่งไปยังศูนย์บัญชาการแดนเหวทันที
ในขณะเดียวกัน
จางเฉาหยาง พ่อของจางจือเหวย ก็เพิ่งจะถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยที่แผนกรับยื่นซองประมูล…