โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 166 ข่าวแพร่กระจาย
สงครามในดินแดนทางเหนือ ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งทวีป
ในบรรดาข่าวทั้งหมด แผนการซุ่มโจมตีได้รับการเล่าลือมาก
ที่สุด!
ไม่เพียงแต่ชะลอการรุกของราชวงศ์หลัวอี้เท่านั้น
ทั้งยังยังฟื้นฟูขัวญกำลังใจของ พันธมิตรแดนเหนือซึ่งตกต ่า!
สำหรับประเด็นนี้ ความสำเร็จของแผนการซุ่มโจมตีอาจกล่าวได้
ว่าขาดไม่ได้
ดังนั้น ใครเป็นคนเสนอแผนนี้และนำแผนการซุ่มโจมตีนี้ไปใช้?
ผู้ฝึกตนทั่วไปบางคนที่ไม่รู้ความจริง คิดว่าเป็นผู้นำของ
พันธมิตรแดนเหนือซึ่งเป็นเจ้าสำนักชางเต๋าแดนเหนือ, หวู่เต๋อฉี
แต่หลังจากมีข่าวออกมา
กลายเป็นว่า ผู้ที่เสนอแผนการซุ่มโจมตีและดำเนินการตามแผน
คือคนเดียวกัน
และคนนี้ก็เป็นแค่นักดาบหนุ่ม
นักดาบดาบชื่อเย่ชิวไป่!
ทุกคนต่างประหลาดใจ
นี่คือครั้งแรก ที่ชื่อเย่ชิวไป่เข้าสู่สายตาของผู้ฝึกตนทั่วไป
เป็นครั้งแรกที่ทุกคนรู้จัก
ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือนักดาบหนุ่มคนนี้ อยู่ในขั้นปลายของ
ขอบเขตมหาสมุทรปราณเท่านั้น
เขาสามารถคิดแผนการนี้ได้
และนำไปปฏิบัติจนสำเร็จ
แม้ว่าหลายๆคนจะไม่ทราบกระบวนการโดยละเอียด
แต่ความสำคัญคือ แค่เพียงความแข็งแกร่งขั้นปลายมหาสมุทร
ปราณ เขากลับสามารถให้คำแนะนำ นำทีม และได้รับชัยชนะครั้ง
ใหญ่!
สิ่งนี้สามารถอธิบายสิ่งต่างๆได้ว่า
ชื่อเสียงของเย่ชิวไป่
ในการเปิดตัวครั้งแรกของสงครามครั้งนี้ มันเข้าสู่สายตาของ
สาธารณชนอย่างสมบูรณ์
เป็นที่รู้จักทั่วทวีป!
ในขณะเดียวกัน พวกเขากำลังคาดเดา
อ้จฉริยะสัตว์ประหลาดเช่นนี้ อยู่ในสถานที่แห้งแล้งอย่างสำนัก
ชางเต๋าแดนใต้
มันเลยพิสูจน์ให้เห็นว่า เบื้องหลังเขาต้องมีอาจารย์ที่ทรงพลัง!
ผู้ใดคืออาจารย์ของเย่ชิวไป่?
ไม่มีใครรู้
มันยังเป็นความลับอยู่…
ในเวลาเดียวกัน.
ณ จงหยู
นิกายหยินเจี้ยนซ่ง
หลินหลูเฟิ่ง ทราบข่าวแล้ว
มีละเอียดมากกว่าโลกภายนอก
รายงานอย่างละเอียดของ แผนการซุ่มโจมตีอยู่ในมือเขาแล้ว
หลังจากได้รับข่าวหลินหลูเฟิ่งก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
แล้วหัวเราะเบาๆ พร้อมกับส่ายหัว
“ไม่น่าแปลกใจที่ท่านบรรพชนเลือกเขา เขาเป็นอัจฉริยะจริงๆ”
“ในยุคนี้ไม่มีบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป”
“ถ้าจะบอกว่า ในโลกแห่งความวุ่นวายครั้งใหญ่ คนที่มีแนวโน้ม
จะเป็นบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดก็คงเป้น เย่ชิวไป่…”
หลังจากที่หลินหลูเฟิ่งคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็มีคนมาถามว่า
“จักรพรรดิคนเก่าของราชวงศ์หลัวอี้จะออกมาเผชิญหน้ากับสำนัก
ชางเต๋าเราหรือไม่?”
ผู้อาวุโสพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยกับคำถาม
หลินหลูเฟิ่ง วางมือไพล่หลังและกล่าวเบา ๆ : “งั้นเรามาช่วย
สำนักชางเต๋าแดนเหนือ และกดดันราชวงศ์หลัวอี้กันเถอะ”
ผู้อาวุโสถึงกับผงะ
ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ของเย่ชิวไป่ จะดึงดูดความสนใจของหลิน
หลูเฟิ่งจริงๆ
นิกายหยินเจี้ยนซ่งซึ่งแต่เดิมวางแผนที่จะรอดู
ตอนนี้ก็พร้อมที่จะเข้าร่วมแล้ว!
ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นการช่วยเหลือสำนักชางเต๋าโดยเฉพาะ
จะเห็นได้ว่า หลินหลูเฟิ่งมองเย่ชิวไป่ในแง่ดีมากแค่ไหน
หลังจากได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสก็ถอยกลับไปเพื่อเตรียมจัดการ
เรื่องนี้
ในอีกด้านหนึ่ง.
.
สำนักชางเต๋าหลัก
ในป่าบนภูเขา
เจ้าสำนักหยานนั่งบนเก้าอี้หิน จิบชา
ตรงข้ามเขา มีชายชราที่มีออร่าปราณเน่าๆออกมา
ไม่มีผมบนหัว
บนหัวมีจุดสีน ้าตาลหลายจุด
เจ้าสำนักหยานวางถ้วยชาลงช้าๆ มองไปที่ชายชรา และกล่าว
อย่างเฉยเมย: “พลังของราชวงค์หลัวอี้ ของเจ้ามาจากไหน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายชราก็ลืมตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น แล้วถาม
ว่า “แล้วเรื่องนี้สำคัญหรือไม่?”
“สำคัญมาก!”
ไม่ว่าในกรณีใด เป้าหมายของพวกเขาคือการรวมดินแดนทาง
เหนือ
ด้วยกองทัพที่มีกลิ่นเหมือนซากศพ
เหล่าผู้ฝึกตยที่มีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับ
ผู้คนในพระราชวังทั้งหมด
แล้วหุ่นเชิดซากศพนั่นอีกล่ะ!
ทั้งหมดนี้ทำให้ราชวงศ์หลัวอี้มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ
ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ ถึงมีฉากการรวมดินแดนทางเหนือนั่นเอง
กล่าวถึงชายชราต่อหน้าเจ้าสำนักหยาน
เขาคือจักรพรรดิองค์ก่อนของราชวงศ์หลัวอี้
ซึ่งมีข่าวลือว่าเขาเสียชีวิตแล้ว
แต่อันที่จริง เขาได้ทะลวงผ่านขอบเขตเสมือนเทพอย่างลับๆ และ
ยืดอายุขัยของเขา!
ตอนนี้เขามาถึงลานหลักของสำนักชางเต๋ษหลัก เพื่อรั้งเจ้า
สำนักหยานและผู้อาวุโสที่สนับสนุนของสำนักหลัก
เพื่อป้องกันไม่ใช้สำนักหลัก หลีกสนับสนุนพันธมิตรแดนเหนือ!
เจ้าสำนักหยานทำอะไรมากไม่ได้
เพราะขอบเขตเสมือนเทพที่แข็งแกร่ง สามารถแสดงพลังที่มาก
จนควบคุมได้ยาก
เมื่ออีกฝ่ายโกรธขึ้นมา แลัวตอบโต้สำนักชางเต๋า โดยไม่
คำนึงถึงผลที่ตามมา
เขาเกรงว่าการสูญเสียจะยิ่งใหญ่มาก!
เมื่อถึงระดับของพวกเขาแล้ว
เว้นแต่เจ้าจะบดขยี้คู่ต่อสู้ด้วยขอบเขตที่เหนือกว่า
ถ้าอยากจะฆ่าฝ่ายตรงข้าม
ยากอย่างกับปีนขึ้นสวรรค์!
เจ้าสำนักหยานกล่าวว่า: “เป็นไปได้ไหมว่า ถ้าเราไม่เข้าไป
สนับสนุน เจ้าจะชนะอย่างแน่นอน”
จักรพรรดิชราหัวเราะเบาๆ ด้วยความมั่นใจในน ้าเสียงของเขา
“ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
หลังจากที่เขาได้พบกับหวางเทียนหมิง เขาก็ตกลงที่จะทำตาม
แผน
การรวมดินแดนทางเหนือ เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
ณ ขณะนี้.
ผู้อาวุโสควบคุมหอคุมกฎคนปัจจุบันมารายงาน
เรื่องในภูมิภาคแดนเหนือ
เรื่องทั้งหมดที่ส่งมา จะถูกตรวจสอบโดยผู้อาวุโสควบคุมหอคุม
กฎก่อนเสมอ
เจ้าสำนักหยานมองดูแล้วถามว่า “มีอะไรเหรอ?”
เขาเห็นผู้อาวุโสควบคุมหอคุมกฎชำเลืองมองจกรพรรดิชราผู้
นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
จากนั้นเขาก็มองไปที่ เจ้าสำนักหยานและกล่าวว่า “พันธมิตร
แดนเหนือสำเร็จแผนการซุ่มโจมตีที่สวยงาม”
“หืม?”
ทันใดนั้นราชาชราก็ลืมตาขึ้น มองไปที่ผู้อาวุโสควบคุมหอคุม
กฎ แล้วปล่อยแรงกดดันออกมา!
เพียงแค่รัศมีปราณเล็กน้อยของชายชราขอบเขตเสมือนเทพ ก็
สามารถกดดันพื้นที่ทั้งหมดได้!
ลมปราณช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
ผู้อาวุโสควบคุมหอคุมกฎงอตัวเล็กน้อย!
เจ้าสำนักหยานก้าวไปข้างหน้าและปล่อยปราณของเขา เพื่อ
ต่อต้านมันอย่างสมบูรณ์
พลังของทั้งสองเท่ากัน
“รายงานต่อไป.”
ผู้อาวุโสควบคุมหอคุมกฎถอนหายใจด้วยความโล่งอก และ
รายงานต่อไป: “ตั้งแต่เย่ชิวไป่จากแดนใต้ออกไป เขาได้ให้คำแนะนำ
และเสนอการซุ่มโจมตี”
หลังจากนั้น ผู้อาวุโสควบคุมหอคุมกฎก็เล่าเรื่องราวทั้งหมด
เจ้าสำนักหยานยิ้มหลังจากได้ยินสิ่งนี้
จักรพรรดิชราขมวดคิ้ว
“ไม่เลวจริงๆ”
ผู้อาวุโสควบคุมหอคุมกฎก็ยิ้มและกล่าวว่า: “ด้วยเย่ชิวไป่ เรา
สามารถวางใจฝากสำนักชางเต๋าเราได้ในอนาคต”
เจ้าสำนักหยานไม่ปฏิเสธเช่นกัน และพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
เย่ชิวไป่ มีทั้งจิตใจและพรสวรรค์
และตอนนี้ ได้มีส่วนร่วมอย่างมากต่อพรรธมิตรแดนเหนือ
เขาคือมังกรทยานท่ามกลางผู้คนจริงๆ!
เจ้าสำนักหยานมองไปที่จักรพรรดิชราและกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ดู
เหมือนว่าแม้ไม่มีพวกเรา พวกเขาก็สามารถรับมือได้”
ได้ยินคำกล่าวนี้
จักรพรรดิชราแค่นเสียงเบาๆ และกล่าวว่า “นั่นก็ไม่แน่เสมอไป”
ด้วยวิธีการปัจจุบันของหวางเทียนหมิง
แม้ว่าเขาจะเป็นตัวเขาเอง เขาก็ยังรู้สึกถึงชัยชนะ
ถ้าเป็นแค่การต่อสู้ครั้งนี้
“ข้าเกรงว่า เพียงแค่เรื่องนี้ มันจะไม่เพียงพอ!”
เจ้าสำนักหยานได้ยินความมั่นใจในน ้าเสียงของจักรพรรดิชรา
เขาอดขมวดคิ้วไม่ได้
ความแข็งแกร่งได้มาถึงระดับเสมือนเทพ ดังนั้นเขาจึงไม่
จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นกล้าหาญและโกหก
เนื่องจากอีกฝ่ายต้องมั่นใจมาก
แสดง เขาต้องมีเหตุผลรองรับ
เจ้าสำนักหยานมองไปในทิศทางของดินแดนทางดเฟนือ แล้วคิด
กับตัวเอง
เจ้าต้องอยู่รอดในช่วงเวลานี้ให้ได้…
…
อีกด้านหนึ่ง
ข่าวถูกส่งกลับไปยังแดนใต้ด้วย
ณ ขณะนี้
ในศาลาเฉาถัง
หลู่ชางเฉินและคนอื่นๆ ได้รับข่าวแล้ว
มู่ว่านเอ๋อหัวเราะอย่างมีความสุขที่อยู่ข้างๆ: “ศิษย์พี่ชิวไป่ช่างน่า
ทึ่งจริงๆ!”
มู่จือชิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน
อารมณ์กังวลในตอนแรกก็คลายออกไปเล็กน้อยเช่นกัน
หลู่ชางเฉินแค่นเสียงและกล่าวว่า “ขอแค่อย่าสร้างปัญหาให้ข้าก็
พอ!”