โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 167: ความช่วยเหลือจากศาลาเฉาถัง!
ผู้อาวุโสโถงยา หูชิงกล่าวไม่ออก
อาจารย์คนอื่นๆ ถ้าพวกเขาได้ยินว่าลูกศิษย์ของพวกเขาประสบ
ความสำเร็จ พวกเขาจะภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
ถ้าเป็นลูกศิษย์ข้า เกรงว่าข้าจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแล้ว
แต่ กับหลู่ชางเฉิง?
แค่กล่าวว่า
อย่าสร้างปัญหาให้ข้างั้นเหรอ!?
หรือว่า ผู้ที่สามารถสอนศิษย์ที่โดดเด่นได้
จะต้องเป็นคนที่ไม่ปกติใช่ไหม?
หูชิงกล่าวอย่างหมดหนทาง: “ถึงกระนั้น สถานการณ์สงครามก็
ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่!”
“เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งโดยรวมในปัจจุบันของ
ราชวงศ์หลัวอี้ มันก็ยังเหนือกว่าพันธมิตรแดนเหนืออยู่มาก”
จากมุมมองของกำลังรบโดยรวม
ความแข็งแกร่งของราชวงศ์หลัวอี้นั้น น่ากลัวเกินไป!
ในข่าวที่ได้รับมา แม้แต่บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคแดน
เหนืออย่าง หยุนจิง
ก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากฝ่ายตรงข้าม
ไม่ว่าจะมาจากกองทัพ หรือกำลังรบสูงสุดส่วนบุคคล
ราชวงศ์หลัวอี้ก็เหนือกว่ามาก
หลังจากที่หลู่ชางเฉินได้ยินสิ่งนี้ เขาก็ไม่ได้กล่าวอะไร
แต่หนิงเฉินซิน ซึ่งออกมาจากบ้าน หลังศึกษาตำราเต๋าเสร็จได้
เดินเข้ามาหา
เมื่อเขาได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า
“งั้นข้าจะไปช่วยศิษย์พี่ใหญ๋”
หูชิงมองไปที่หนิงเฉินซิน และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เยี่ยม เป็น
ความคิดที่ดี”
ความแข็งแกร่งของหนิงเฉินซิน ก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน
แม้ว่าจะไม่มีขอบเขต
แต่ความรู้ในตำราขงจื๊อและเต๋านั้นลึกซึ้งอย่างยิ่ง!
จะต้องรู้ก่อนว่า.
หนิงเฉินซินนั้น ภายนอกดูสงบและอ่อนโยนมาก
เหมือนยืนห่างออกจากโลก
แต่อย่างไรก็ตาม เขายังก็ยังเป็นบุคคลที่โหดเหี้ยม!
ที่ผ่านมา เพียงแค่ไปถามบางอย่างจากนิกายพุทธะ
กลับทำให้อำนาจของนิกายพุทธะสูญเสียไปมาก
ข่าวนี้.
หูชิงเองก็เคยได้ยินมา
นิกายพุทธะเป็นพลังแบบไหน?
ผู้คนของมันกระจายไปทั่วทวีป!
ความแข็งแกร่งยิ่งลึกลับและทรงพลัง
ไม่มีกองกำลังใดต้องการต่อต้านนิกายพุทธะ!
แม้ว่าจะเป็นกองกำลังระดับยักษ์ในจงหยู ก็เช่นเดียวกัน
หากเป็นหนิงเฉินซิน เขาจะต้องสามารถเพิ่มความแข็งแกร่ง
ให้กับพันธมิตรแดนเหนือได้อย่างแน่นอน
หลู่ชางเฉิงนอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ กล่าวอย่างหมดหนทาง: “ไปก็
ได้ แต่อย่าสร้างปัญหาอีกล่ะ”
ทุกครั้งที่ศิษย์กลุ่มนี้ออกไป พวกเขาจะสร้างปัญหา
สุดท้ายข้าก็ยังต้องตามไปเช็ดตูดอยู่ดี
เจ้ารู้ไหม มีกี่กองกำลังแล้วที่รู้ถึงการมีอยู่ของข้าแล้ว!
หลู่ชางเฉิน ไม่ต้องการให้คนอื่นจำเขาได้
มิฉะนั้น เมื่อถึงเวลา ปัญหาก็จะตามมาไม่มีที่สิ้นสุด!
หนิงเฉินซินยิ้มอย่างเต็มที่: “อย่ากังวล ท่านอาจารย์ จะไม่มีอะไร
เกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลู่ชางเชิงก็โค้งริมฝีปาก
เด็กคนนี้นี่!
เดิมที เขาคิดว่าหนิงเฉินซินเป็นคนที่เขาควรจะกังวลน้อยที่สุด
แต่ผลลัพธ์.
เด็กคนนี้ไม่เพียงเคลื่อนไหว แต่เคลื่อนไหวได้อย่างน่าทึ่งมาก!
เมื่อจะทำบางสิ่ง กลายเป็นว่า มันจะเขย่าโลก
เหมือนตอนนิกายพุทธะ!
แต่หลู่ชางเฉินก็ไม่กล่าวอะไร
ใครขอให้เขารับคนเหล่านี้เป็นลูกศิษย์?
หลู่ชางเฉิน อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว
อนิจจาช่างเป็นเวรกรรม
ไม่มีคนไหนที่เขาจะไม่กังวลได้เลย!
เมื่อเห็นแบบนี้ หงหยิงก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ และกล่าวว่า “งั้นข้า
ขอไปด้วย”
“ไปด้วยงั้นเหรอ?!”
ดวงตาของหลู่ชางเฉินเบิกกว้าง
หงหยิงพยักหน้าและกล่าวเสียงทุ้มว่า “ศิษย์มีสิ่งหนึ่งที่ต้อง
ยืนยัน”
“ในราชวงศ์หลัวอี้ มีหุ่นเชิดซากศพ และวิธีการปรับแต่งหุ่นเชิด
ซากศพก็มีอยู่แต่ในสมัยโบราณเท่านั้น”
วิธีการปรับแต่งหุ่นเชิดซากศพนั้น ไร้มนุษยธรรมเกินไป
ในสมัยโบราณ.
เพื่อกวาดล้างผู้บ่มเพาะที่ชั่วร้ายกลุ่มนี้ ที่ปรับแต่งหุ่นเชิด
ซากศพ
หงหยิงได้ออกคำสั่งเป็นการส่วนตัว ให้กำจัดผู้บ่มเพาะที่ชั่วร้าย
นี้ออกจากทวีป!
แต่ตอนนี้ มีหุ่นเชิดซากศพปรากฏขึ้น
เรื่องนี้ทำให้นางกังวลมาก
ใครกัน ที่ได้รับมรดกของผู้บ่มเพาะที่ชั่วร้าย
คนแบบนี้ต้องกำจัดให้เร็วที่สุด
มิฉะนั้น ทวีปนี้จะถูกทำลายอีกครั้ง
หลู่ชางเฉินไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพยักหน้าเห็นด้วย
หูชิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “หงหยิงก็จะไปด้วย นั่นจะเป็นการดี
ที่สุด!”
เขาเคยเห็นความแข็งแกร่งของหงหยิงมาก่อน
ในตอนนั้น นางสามารถปราบขันทีหมิงซึ่งอยู่ในอันดับต้นๆ ของ
รายนามผู้เยี่ยมยุทธิสี่ภูมิภาคได้ด้วยตัวคนเดียว
ตอนนี้ความแข็งแกร่งของนางน่าจะดีขึ้น มันอาจจะน่ากลัวยิ่ง
กว่าเดิม
หลู่ชางเฉินโบกมือและกล่าวอย่างกระวนกระวาย: “เอาล่ะ เอาล่ะ
ไปเถอะ อย่าทำให้ข้าอับอายละกัน!”
หงหยิงและหนิงเฉินซินมองหน้ากันและยิ้ม ทั้งคู่คำนับหลู่ชางเฉิน
จากนั้นออกจากศาลาเฉาถังพร้อมกับหูชิง
มู่ว่านเอ๋อไม่ได้ไป แต่หยิบแหวนสองวงออกมาแล้วยื่นให้หงหยิง
ในแหวนทั้งสองวง เป็นเม็ดยาฟื้นฟูที่มู่ว่านเอ๋อวิจัยเอง
ความแข็งแกร่งนางอาจไม่เพียงพอ
แต่ความสามารถของการปรุงยานั้น เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่า
กลัว!
ส่วนมู่จือชิงนั้น ไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ที่แท้จริง
ณ จุดนี้ ศิษย์ทุกคนในศาลาเฉาถังรู้เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกันกับหลู่ชางเฉิน
และสงครามครั้งนี้เป็นสงครามที่แท้จริง
นางเองก็ไม่อยากเป็นภาระด้วย
แค่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ นางกำลังมองหาสัตว์อสูรบางตัว เพื่อ
เริ่มฝึกฝนเพิ่มเติมประสบการณ์การต่อสู้
เพื่อที่นางจะสามารถช่วยเย่ชิวไป่ ได้อย่างรวดเร็ว!
หลู่ชางเฉิน มองไปที่ทิศทางที่ หงหยิงและหนิงเฉินซินออกไป
เขาแอบถอนหายใจ
ถึงข้ากล่าวไปแบบนั้น แต่ข้ายังรู้สึกกังวลเล็กน้อย
ท้ายที่สุดแล้ว มันก็คือสงคราม
ผู้ที่เดินทางข้ามมิติมาจากโลกมนุษย์อย่างเขา เข้าใจในสิ่งนี้
มากกว่าใคร
สงคราม มันโหดร้ายมาก!
มู่ว่านเอ๋อหัวเราะและกล่าวว่า “ท่านลุง ถ้าท่านกังวล ทำไมท่าน
ไม่ไปดูด้วยล่ะ”
หลู่ชางเฉินแค่นเสียงเบาๆ และกล่าวว่า “ในที่สุด ตัวกวนใจมันก็
หายไป มันทำให้ข้าได้พักผ่อนได้สักพัก ข้าจะออกไปข้างนอก
เพื่อให้เหนื่อยทำไม?”
หลังจากกล่าวจบ เขาก็หันหลังกลับเข้าไปในห้อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมู่ว่านเอ๋อและมู่จือชิง ไม่ได้สังเกตเห็น
มีเงาดำออกจากศาลาเฉาถังอย่างเงียบๆ
เงานั้นมุ่งตรงไปที่ ดินแดนทางเหนือ!
…
อีกด้านหนึ่ง
พันธมิตรแดนเหนือ
ในตอนนี้
ในกลุ่มพันธมิตร พวกเขากำลังหารือกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป
หวู่เต๋อฉียืนอยู่ข้างแถวด้วยใบหน้าจริงจัง และชี้ไปที่หุบเขา
มรณะ
“ตอนนี้ การซุ่มโจมตีบรรลุผลแล้ว ข้าคาดว่าราชวงศ์หลัวอี้
จะต้องใช้เวลาสองหรือสามวันในการรวมกองทัพและพักผ่อน”
“หมายความว่า หลังจากนี้ เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ดังนั้นการซุ่ม
โจมตีก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป”
ทุกคนพยักหน้า
แม้ว่าจะได้รับชัยชนะ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะพลิกกระแสของการ
ต่อสู้ได้
ความแข็งแกร่งของพัธมิตรแดนเหนือ ยังคงอ่อนแอกว่าของ
ราชวงศ์หลัวอี้
ผู้นำนิกายเทียนชิง กล่าวมาจากด้านข้าง: “ตอนนี้เราควรทำ
อย่างไรดี?”
หวู่เต๋อฉีคิดอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวว่า: “ก่อนอื่น ในหุบเขามรณะ
ให้จัดการติดตั้งค่ายกล”
“ในขณะเดียวกัน ฝ่ายนักปรุงยาควรเร่งกลั่นยาฟื้นฟูและยา
ระเบิด”
นักปรุงที่อยู่ข้างหลังพยักหน้าและกล่าวว่า: “ข้าจัดการแล้ว”
หวู่เต๋อฉีพยักหน้า
ผู้นำนิกายเทียนชิงมองไปที่เย่ชิวไป่ที่ยืนอยู่ข้างหลัง และถามว่า
“เย่น้อย มีวิธีอื่นอีกไหม”
เย่ชิวไป่อึ้งไปสักพัก
ก่อนหน้านี้ ผู้นำนิกายเทียนชิง เป็นผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับแผนการ
ของเขา
ตอนนี้ เขาเริ่มที่จะถามเย่ชิวไป่
ทุกคนต่างก็มองไปที่เย่ชิวไป่
ชัดเจนแล้ว.
หลังจากการซุ่มโจมตี ศักดิ์ศรีของเย่ชิวไป่ในพันธมิตรแดน
เหนือ ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
หวู่เต๋อชิงยังยิ้มและกล่าวว่า: “เจ้าลองบอกความคิดของเจ้ามา
เถอะ”
เย่ชิวไป่เดินไปข้างหน้า มองไปที่ค่ายกลแสดงภาพ และครุ่นคิด
อย่างลึกซึ้ง
ทุกคนนิ่งเงียบรอคอย
ทุกวันนี้ ช่องว่างด้านความแข็งแกร่งมีมากเกินไป
หลังจากการซุ่มโจมตีครั้งแรก ฝ่ายตรงข้ามจะต้องระวังมากขึ้น
และไม่สมควรที่จะทำการซุ่มโจมตีเป็นครั้งที่สอง
ดังนั้น มันเป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างความประหลาดใจอีกครั้ง
เย่ชิวไป่ยิ้มอย่างขมขื่น: “แม้ว่าหุบเขามรณะ จะป้องกันได้ง่าย
และโจมตีได้ยาก แต่ก็ยากสำหรับเราที่จะทำการป้องกันได้ในตอนนี้”
“ความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ”
“ถ้ามีพลังต่อสู้สูงสุดมากกว่านี้สักสองสามคน มันก็จะรับมือได้
ง่ายขึ้น”
เมื่อทุกคนได้ยินคำกล่าว พวกเขาก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มอย่าง
เหนื่อยใจ
อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้น เย่ชิวไป่ก็หันไปมองด้านนอก
ตรงนั้น มีรัศมีปราณสองดวงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว!
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า “พวกเขามาได้ประจวบเหมาะจริงๆ”