โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 311 ปล่อยให้มือใจร้าย!
ในช่วงเวลาที่เขาเห็นหลิวซื่อหลูวางแผนที่จะทำบางอย่าง
ในความเป็นจริง หลู่ฉางเซินต้องการเปิดใช้งานค่ายกลจิ่วหยูโดยไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คิดได้เขาก็หยุด
ประการแรก อีกฝ่ายไม่มีเจตนาที่จะสังหารเขา
การโจมตีนี้เป็นเพียงการทดสอบ ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ตายเพื่อสังหาร
ประการที่สองก็เป็นจุดที่สำคัญที่สุดเช่นกัน
การเปิดเผยไพ่ของเจ้ามากเกินไปไม่ดี…
หลู่ฉางเซินเห็นหลิวซื่อหลูใช้กำลังทั้งหมดของเขาพุ่งเข้ามาหา
ในช่วงพริบตาเดียว
เขายกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย
หลิวซื่อหลูก็ได้ปรากฏตัวถัดจากหลู่ฉางเซินแล้ว
เขายกฝ่ามือขึ้นแล้วกดเบาๆ ไปทางหลู่ฉางเซิน
แม้ว่าการกระทำจะดูเบามากก็ตาม
แต่ปราณจิตวิญญาณที่อยู่รอบๆ ดูเหมือนจะถูกรวบรวมในฝ่ามือนี้!
มิติพื้นที่กำลังแตกสลายทีละชั้นทันที!
ไม่น่าเชื่อ เพียงฝ่ามือที่กดเบาๆ ก็สามารถบรรลุผลระดับนี้ได้
อาจกล่าวได้ว่าแข็งแกร่งกว่าชอบเขตมหาจักรพรรดิไปมาก!
แต่ว่าหลู่ฉางเซินก็ไม่ตื่นตระหนก
ในสายตาของเขา
หลิวซื่อหลูอาจแข็งแกร่งกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตมหาจักรพรรดิ
แต่เขาเองก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน
ท้ายที่สุด ระหว่างการต่อสู้ครั้งก่อนบนเส้นทางสวรรค์
เขาเอาชนะผู้เชี่ยวชาญระดับมหาจักรพรรดิหลายคนเพียงลำพัง!
ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอีกหลายคนในเวลาเดียวกัน
ที่สำคัญ เขายังไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดของเขาเลย!
ทำให้หลู่ฉางเซินคิดได้ว่า ขอบเขตตัวเขาน่าจะเหนือกว่าระดับมหาจักรพรรดิไปไกลมาก
ดังนั้นแล้ว
หลู่ฉางเซินไม่คิดว่าเขาจะแพ้!
หลิวซื่อหลูเห็นว่าหลู่ฉางเซินไม่ลุกขึ้นจากที่นอน
แต่เขากลับยกฝ่ามือขึ้นแล้วโจมตีสวนกลับไปที่ฝ่ามือของหลิวซื่อหลู
ภายในฝ่ามือนี้
ปราณจิตวิญญาณไม่มีความผันผวนแม้แต่น้อย
และมันไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในสวรรค์และปฐพีแม้แต่น้อย
มันดูเหมือนฝ่ามือธรรมดา
แต่ฝ่ามือธรรมดาๆ เช่นนี้
กับให้ความรู้สึกอันตรายเกิดขึ้นในใจของหลิวซื่อหลู!
ท้ายที่สุดแล้ว ฝ่ายตรงข้ามก็เป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของรายชื่อทมิฬ
เขาคือบุคคลที่ได้รับความสนใจจากผู้ยิ่งใหญ่ในอั้นหยู(สนามทมิฬ)!
หากอีกฝ่ายเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีออร่าปราณ เขาจะปรากฏตัวในรายชื่อทมิฬได้อย่างไร?
เจ้ารู้ไหม แม้ว่าเจ้าจะเป้นอันดับสุดท้ายในรายชื่อทมิฬก็ตาม
นั่นก็เป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเช่นกัน!
เนื่องจากหลู่ฉางเซิงเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของรายชื่อทมิฬ เขาจะอ่อนแอได้อย่างไร?
ดังนั้นแล้ว
มีความเป็นไปได้เพียงทางเดียวเท่านั้น
ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้นั้นเหนือกว่าเขามาก!
แสดงว่าตัวของหลู่ฉ่งเซิน ได้เข้าสู่ภาวะหวนคืนสู่ธรรมชาติแล้ว
ในทุกๆ การเคลื่อนไหวที่กระทำ
ปราณจิตวิญญาณนั้นบรรจุอยู่ภายในโดยไม่มีการรั่วไหล!
สิ่งนี้แม้แต่หลิวซื่อหลูก็ทำไม่ได้!
พูดง่ายๆ ว่า
หลิวซื่อหลูพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง!
อย่างไรก็ตาม ฝ่ามือได้ปล่อยออกไปแล้ว
มันไม่สามารถถอยกลับได้
แม้ว่าหลิวซื่อหลูจะรู้สึกถึงอันตรายในใจ แต่เขาก็ยังปฏิเสธที่จะล่าถอย
ฝ่ามือนั้นยังคงปะทะกับฝ่ามือของหลู่ฉางเซิน
แต่ว่า
เดี๋ยวนะ!
หลิวซื่อหลูรู้สึกราวกับว่าฝ่ามือของเขากระทบยอดเขาขนาดใหญ่ที่ทะลวงผ่านท้องฟ้า!
มันดูเหมือนว่าจะเป็นยอดเขาที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก!
ไม่มีทางที่จะสะเทือนมันได้!
สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้หลิวซื่อหลูรู้สึกถึงความไร้พลัง!
และในช่วงเวลาถัดมา
ด้วยการสั่นไหวเล็กน้อยจากฝ่ามือของหลู่ฉางเซิน ปราณจิตวิญญาณจำนวนมหาศาลก็พุ่งออกมา!
และปราณจิตวิญญาณที่พุ่งออกมานี้
มันยังทำให้สีหน้าของหลิวซื่อหลูเปลี่ยนไปอย่างมาก!
ปราณจิตวิญญาณที่พุ่งออกมานี้
เขาไม่มีทางหยุดมันได้เลย!
หลังจากฝ่ามือหลู่ฉางเซินผ่านฝ่ามือของเขามาได้
ทำให้หลิวซื่อหลูครางด้วยเสียงต่ำแต่ไม่ได้บินถอยไปข้างหลัง
แต่ถึงอย่างนั้น มือของเขากลับลดลงอย่างช่วยไม่ได้!
ปราณจิิตวิญญาณที่พุ่งออกมานั้น
มันเหมือนกับสายลมที่พัดข้ามภูเขา
มันเจาะเข้าไปในร่างกายของหลิวซื่อหลูและพุ่งไปทางด้านหลังต่อไปอีก!
ดูเหมือนว่าสายลมปราณจิตวิญญาณนี้ กำลังจะพุ่งโจมตีสำนักชางเต๋า
ฉับพลัน! มีแสงสีเขียวปรากฏขึ้นอย่างเงียบ ๆ
แสงสีเขียวนี้เกิดจากกิ่งหลิวนั่นเอง!
หลิวซื่อหลูเห็นกิ่งหลิวเขย่าช้าๆ ทำให้เกิดแสงสีเขียวประกายบางๆ เป็นชั้นป้องกันออกมา
ชั้นป้องกันสีเขียว ปิดกั้นปราณจิตวิญญาณที่พ่นออกมาของหลู่ฉางเซิน
ด้วยการป้องกันนี้ ช่วยทำให้ภูมิภาคแดนใต้ทั้งหมดรอดพ้นจากการถูกทำลาย…
ในเวลาเดียวกัน ต้นหลิวก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน
ความแข็งแกร่งของหลู่ฉางเซินนั้น เหมือนว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ข้าเกรงว่า
หลู่ฉางเซินคงได้บรรลุสภาวะนั้นเรียบร้อยแล้ว…
มุมปากของหลิวซื่อหลูมีเลือดไหล
ส่วนมือมือห้อยลงอย่างช่วยไม่ได้
ดวงตาของเขาดูหมองคล้ำเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง
แต่เมื่อเขาพยายามเคลื่อนไหว
เขากลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงทั่วร่างกาย!
ราวกับว่าอวัยวะภายในทั้งหมดถูกบดขยี้…
โชคดีที่เขาสวมชุดเกราะคุณภาพสูงมากไว้ข้างใน
ไม่อย่างนั้น ข้าอาจถูกสังหารด้วยการตบนี้…
หลิวซื่อหลูก้มศีรษะลงและมองที่หน้าอกของเขา
ชุดเกราะชั้นในนั้นได้แตกสลายเป็นผงไปนานแล้ว
เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น
ในเวลาเดียวกัน หลิวซื่อหลูก็ตกใจมาก
เพียงแค่ตบเบาๆ เท่านั้น
เขาก็ไม่สามารถต้านการโจมตีนี้ได้เลย
แถมมันยังทะลุปราณป้องกันและชุดเกราะภายในหน้าอกของเขาโดยตรงด้วยซ้ำ!
นอกจากนี้ อาการบาดเจ็บของเขายังรุนแรงมาก
เกรงว่าต้องใช้เวลาเจ็ดถึงแปดปีเพื่อฟื้นตัว…
หลิวซื่อหลูคิดกับตัวเอง
เขาอยู่สิบอันดับแรกของรายชื่อทมิฬจริงเหรอ?
อันดับนี้ถูกเข้าใจผิดใช่ไหม?
ด้วยความแข็งแกร่งของคนตรงหน้า ข้าเกรงว่าเขาจะเข้าสู่สามอันดับแรกได้แล้ว!
ต้องรู้ก่อนว่า
สามอันดับแรกในรายชื่อทมิฬ
สือจื่อกวน(ขุนนางมัคทายก) ระดับห้าดาว ก็ไม่สามารถเอาชนะได้!
ในเวลาเดียวกัน.
อั้นหยู(สนามทมิฬ) ก็ไม่เต็มใจที่จะรุกรานสามอันดับแรกมากเกินไป
พวกเขาสามารถทำได้อย่างช้าๆ และเป็นความลับเท่านั้น!
ในทางตรงกันข้าม ถ้าหลิวซื่อหลูสามารถเอาชนะหลู่ฉางเซินได้
สถานะของเขาในอั้นหยู(สนามทมิฬ) ก็จะได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก!
ทันใดนั้นหลิวซื่อหลูก็มีความคิดที่กล้าหาญเกิดขึ้นในใจของเขา…
ในตอนนี้เอง
หลู่ฉางเซินวางฝ่ามือของเขาลง และในเวลาเดียวกัน เขาก็โยนเม็ดยาออกมาแล้วพูดว่า “กินมันแล้วกลับไปซะ ข้าไม่สนใจอั้นหยูเจ้าจริงๆ ดังนั้นเจ้าอย่าเสียเวลาอีกเลย”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็หลับตาและอยากจะนอนต่อ
หลังจากที่หลิวซื่อหลูกินเม็ดยานี้
อาการบาดเจ็บภายในร่างกายของเขา เริ่มฟื้นตัวด้วยความเร็วที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ภายใต้แสงสีเขียวที่ระเบิดออกมา!
ในเวลาเดียวกัน ปราณจิตวิญญาณที่บกพร่องก็ถูกเติมเต็มในทันที!
นี่… นี่มันโอสถชนิดใดกัน?
หลิวซื่อหลูรู้สึกตัวเองเป็นไอ้โง่ครั้งแล้วครั้งเล่า!
ระดับของหลู่ฉางเซินนั้น สูงมากขนาดไหนกันแน่!?
โอสถนี้มันสามารถเติมเต็มการขาดปราณจิตวิญญาณของเขาได้โดยตรงเลยงั้นหรือ?
เขาสามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ได้จริงดิ?
หากเขาต้องฟื้นตัวด้วยตัวเองละก็
เป็นไปไม่ได้ที่จะฟื้นตัวเต็มที่ภายในเวลาเจ็ดหรือแปดปี…
สิ่งที่หลู่ฉางเซิงไม่รู้ก็คือ
ความปรารถนาของหลิวซื่อหลูที่จะเอาชนะหลู่ฉางเซินกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนยิ่งขึ้น…
ถ้าเพียงหลู่ฉางเซินรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้
เขาคงจะเสียใจที่ขว้างเม็ดยานี้ออกไป…
หลิวซื่อหลูหายใจลึกๆ และพูดอย่างจริงจัง: “ผู้อาวุโส ข้าจะไม่ยอมแพ้ เนื่องจากท่านไม่ต้องการเข้าร่วมอั้นหยูในขณะนี้ ข้าจะถอยชั่วคราว แล้วตัวข้าจะติดตามท่านอยู่เสมอ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลู่ฉางเซินก็กลอกตาของเขา
อะไรคือถอยชั่วคราว?
เป็นไปไม่ได้สำหรับข้าที่จะเข้าอั้นหยูในชีวิตนี้!
ไม่มีทาง!
แล้วเจ้าจะติดตามข้าอยู่เสมอ?
ความหมายของสิ่งนี้คืออะไร?
หลู่ฉางเซินรีบลืมตาและลุกขึ้นนั่ง มองดูหลิวซื่อหลูแล้วพูดว่า “เจ้าพูดว่าอะไีนะ พูดอีกครั้งซิ!”
หลิวซื่อหลูตอบว่า: “ถ้าอย่างนั้นข้าจะติดตามท่านตลอดไป”
หลู่ฉางเซิงตบหน้าผากของเขาทันที
เชี่ย!
จบแล้ว นี่มันจบแล้ว!
หลิวซื่อหลูนั่งลงและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้อาวุโส ท่านไม่ต้องกังวลว่าข้าจะสร้างปัญหาให้กับท่าน”
“ในทางตรงกันข้าม หากท่านต้องการทำอะไร ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือท่าน”
“ดังนั้น ข้าจะติดตามท่านจนกว่าท่านจะตกลงเข้าร่วมอั้นหยู”
หลังจากหล่าวจบแล้ว หลิวซื่อหลูก็หายตัวไปจากจุดนั้น
แต่หลู่ฉางเซินยังคงรู้สึกได้
หลิวซื่อหลูอยู่ไม่ไกลจากศาลาเฉาถัง…
หลู่ช่างเซินมองดูมือของเขาอย่างว่างเปล่า
จากนั้นเขาก็กัดฟันและตีมือ
“ปล่อยให้มือของข้าใจร้าย ข้าปล่อยให้มือของข้าใจร้าย!”
(ประโยคนี้คือ 让你手贱 Ràng nǐ shǒu jiàn คำว่า手贱 shǒu jiàn ความหมายคือ “ใจร้าย” ในที่นี้หมายถึง “ไม่เหมาะสม/แย่มาก/เกเร/อึดอัด”
ตัวอย่าง
A พูดกับ B: ฉันเพิ่งสระผม อย่าจับเส้นผมฉันนะ!
(แต่Bไม่ฟังยังเอามือแตะเส้นผมของA)
ดังนั้น A จึงพูดกับ B: “มือของเธอใจร้าย!” )
“หึหึ…เจ็บ มันเจ็บมาก…”