โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 312 การประลองโควต้า
ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งทางภูมิภาคแดนใต้
สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับสำนักชางเต๋าแดนใต้มาก
แน่นอน หลิวซื่อหลูอาศัยอยู่ที่นี่
ในตอนนี้ ตรงเขาปรากฎภาพมายา
ภาพมายาที่ฉายมาเต็มไปด้วยความมืดมิด
ร่างกายทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยความหมอกมืด
ทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าและรูปร่างของภาพมายาได้
แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สามาราถเห็นภาพโครงร่างคร่าวๆ ของบุคคลนี้นี้ได้ว่า กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าแบบไม่ชัดเจน
จากนั้นในความมืดก็มีเสียงหนึ่งดังออกมา
“เป็นยังไงบ้าง?”
หลิวซื่อหลูตอบตามความจริง: “เขาปฏิเสธ”
“โอ้?”
“หลังจากที่เจ้าบอกเขาเกี่ยวกับพลังของอั้นหยู(สนามทมิฬ)แล้ว เขาก็ยังคงปฏิเสธ?”
หลิวซื่อหลูพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ และความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ก็เกินความคาดหมายของข้ามาก”
“แม้ว่าข้าจะโจมตีด้วยกำลังทั้งหมดของข้า ฝ่ายตรงข้ามก็สามารถเอาชนะข้าได้ ในตอนที่เขาลงมือ ข้าไม่มีกำลังที่จะต้านทานแม้อต่น้อย”
“ดังนั้น ขอบเขตของอีกฝ่ายย่อมสูงกว่าขอบเขตของข้าอย่างน้อยหนึ่งระดับ หรือมากกว่า”
ในฐานะสือจื่อกวน(ขุนนางมัคทายก) ระดับห้าดาว
ความแข็งแกร่งของหลิวซื่อหลูในอั้นหยูอาจกล่าวได้ว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย
เมื่ออ้างอิงจากสิ่งที่หลิวซื่อหลูบอก
ร่างในความมืดจึงกล่าวว่า: “ถ้าอย่างนั้น ก็สามารถยืนยันได้ว่าการจัดอันดับในรายชื่อทมิฬนั้นผิดพลาด”
“เจ้ามีความคิดบ้างไหม?”
“เจ้าอยากจะให้ส่งสือจื่อกวนระดับห้าดาวอีกคนมาช่วยเจ้าไหม?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้หลิวซื่อหลูส่ายหัวและกล่าวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว: “หลังจากการสังเกตของข้า ไม่มีใครที่สามารถเป็นคู่ต่อสู้กับคนแบบเขาได้”
“ข้าวางแผนที่จะติดตามสถานการณ์ของเขาไปเรื่อยๆ และดำเนินการตามนั้น”
ร่างในความมืดดูเหมือนจะพยักหน้า “ตกลง ข้าจะทำตามที่เจ้ากล่าว”
“อย่างไรก็ตาม เราต้องแน่ใจว่าเรื่องนี้จะเสร็จสิ้น ตอนนี้ โลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างมาก และรูปแบบของอั้นหยู ก็จะเปลี่ยนไปด้วย เราต้องเอาชนะผู้คนที่อยู่ในรายชื่อทมิฬให้โดยเร็วที่สุด”
หลิวซื่อหลูพยักหน้าและกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
หลังจากที่คุยกันเสร็จเรียบร้อย.
เงามายาตรงหน้าหลิวซื่อหลูก็หายไป
…
ยี่สิบวันเป็นเวลาที่ผู้ฝึกตนนั่งสมาธิได้แปบเดียว
เพียงหลับตาแล้วเปิดออก เจ้าจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหมือนม้าขาวที่วิ่งผ่านไป
ณ เขตแดนไร้พรมแดน
เมฆสีขาวลอยไปลอยมาในเมือง
คำสี่คำ “คุนหลุนเทียนฉือ” ปรากฏขึ้นอีกครั้งในหูของผู้ฝึกตนในเมื่องหยุนฉี
คุนหลุน เทียนฉือ(บ่อสวรรค์)
เป็นดินแดนล้ำค่าในเทือกเขาหิมะคุนหลุน
เทียนฉือ(บ่อสวรรค์) เต็มไปด้วยน้ำที่ทำจากปราณจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์!
ตราบใดที่เจ้าไม่ได้อยู่ขอบเขตมหาจักรพรรดิ เจ้าสามารถเข้าสู่คุนหลุนเทียนฉือเพื่อดูดซับน้ำที่เปลี่ยนเป็นปราณจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์เพื่อฝึกฝนได้
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ
การบ่มเพาะในคุนหลุนเทียนฉี ยิ่งเจ้าดำดิ่งลึกลงเท่าไหร่ รากฐานเต๋าของเจ้าก็จะยิ่งมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น
แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครสามารถเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของคุนหลุนเทียนฉือได้
มีข่าวลือว่า
ส่วนที่ลึกที่สุดของเทียนฉือนั้น มีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้!
เมื่อก่อนนั้น มีคนที่แข็งแกร่งในขอบเขตรวบรวมเต๋าที่ต้องการเข้าไปในคุนหลุนเทียนฉีเพื่อมองหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม เขาถูกคุนหลุนเทียนฉือปฏิเสธ และไม่สามารถเข้าไปได้!
สิ่งนี้ทำให้ผู้ฝึกตนเหล่านั้นที่กำลังจับตาดูเขา หยุดความคิดของพวกเขาไว้ทันที
ดังนั้นแลเว
คุนหลุนเทียนฉือจึงเป็นสถานที่ในฝันของผ฿่ฝึกตนภายใต้ขอบเขตมหาจักรพรรดิ!
แต่อย่างไรก็ตาม
สถานที่ประเภทนี้มักจะมีขีดจำกัดโควต้า
และแน่นอนเมื่อหยุนฉีแห่งนี้ มีโควต้าเพียงสี่ที่เท่านั้น
เพื่อความยุติธรรม
สามตระกูลหลักในเมืองหยุนฉี เช่นเดียวกับคฤหาสน์เจ้าเมือง จะส่งอัจฉริยะที่อยู่ต่ำกว่ามหาจักรพรรดิในตระกูลมาประลองเพื่อชิงโควต้า!
ใช้การประลองเพื่อกำหนดว่าผู้ใดจะคว้าสี่ที่นี้ไปครอง!
ระหว่างการประลองแต่ละครั้งที่ผ่านมา
คฤหาสน์เจ้าเมืองมักจะได้โควต้าสองที่ไปในแต่ละครั้ง
ส่วนโควต้าที่เหลืออีกสองที่ มักจะไหลไปในหมู่สามตระกูลหลัก
แน่นอนว่าตระกูลหยางไม่ได้คว้าโควต้านี้มาหลายปีแล้ว ˆ
เป็นผลให้อำนาจของตระกูลหยางในเมืองหยุนฉีเริ่มด้อยลงมาก
ความแข็งแกร่งของตระกูลหยางก็อ่อนแอลงทุกวัน!
ณ ตอนนี้.
ในห้องโถงประชุมของตระกูลหยาง
พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามมาถึงตามกำหนด
หยางเจิ้นฮวยมองไปที่ทั้งสามคนแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ตระกูลหยางของเรามีเพียงสามสิทธิ์เท่านั้น ดังนั้นพวกเจ้าจึงสามารถเข้าร่วมได้ทั้งหมด”
เย่ชิวไป่ยิ้ม มองดูหยางฉีแล้วถามว่า “แล้วเจ้าจะไม่เข้าร่วมงั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หยางฉีก็ยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหัวโดยกล่าวว่า: “ข้ารู้ความแข็งแกร่งของตัวเองดีพอ แม้ว่าข้าจะเข้าร่วมการประลองเพื่อชิงโควต้า แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ข้าจะไม่ได้รับมัน”
“ดังนั้น เป็นการดีกว่าที่จะสละตำแหน่งในการประลองครั้งนี้ให้กับพี่เย่ บางที พวกเจ้าสามารถได้รับเกียรติมากมายให้กับตระกูลหยางของเรา!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่ชิวไป่ก็พยักหน้า
หยางเจิ้นฮวยยิ้มและกล่าวว่า: “เอาล่ะ งั้นเราออกเดินทางกันเถอะ”
การประลองเพื่อชิงโควต้าของคุนหลุนเทียนฉือ ถูกกำหนดขึ้นที่เวทีประลองในคฤหาสน์ของเจ้าเมือง
เดิมทีโดยปกติแล้ว มีเพียงคนจากสามตระกูลหลักและคฤหาสน์เจ้าเมืองเท่านั้นที่มาดู
แต่เพราะการมีส่วนร่วมของพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคน
ผู้คนจากสมาคมทหารรับจ้างจึงต้องการเข้ามาดูด้วย
ไม่ว่าอย่างไร เย่ขิวไป่ ซือเฉิง และเสี่ยวเฮย คือกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มใหม่ที่มีชื่อเสียงในขณะนี้
พวกเขาเองก็อยากเห็นพวกเขาเช่นกัน
พวกเขาอยากรู้ว่า สามคนนี้มีความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับเกินจริงตามข่าวลือหรือไม่?
หลัวหยุนและกลุ่มทหารรับจ้างเกราะเกล็ด ย่อมมาที่นี่โดยธรรมชาติ
เมื่อเห็นเขาเห็นเย่ชิวไป่ทั้งสามคนสามคน ติดตามหยางเจิ้นฮวยไปสถานที่ประลองด้วยกัน
หลัวหยุนถอนหายใจด้วยอารมณ์และกล่าวว่า: “ในเวลานั้น ข้าคิดว่าพวกเขาเป็นแค่คนโง่ตัวน้อยสามคน”
“โดยไม่คาดคิด เวลาผ่านไปเพียงเดือนกว่าๆ และเขาก็กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในเมืองหยุนฉีแล้ว”
เหอหลิน ผู้นำกลุ่มทหารรับจ้างเกราะเกล็ดที่อยู่ด้านข้าง ก็พยักหน้าด้วยความรู้สึกลึกซึ้งเช่นกัน
พวกเขายอมรับภารกิจคุ้มกันตั้งแต่เริ่มต้น และดำเนินการต่อสู้สองครั้งระหว่างภารกิจคุ้มกัน
โดยไม่คาดคิด ทั้งสามคนได้สังหารผู้คนหลายสิบคนในขอบเขตเสมือนเทพอย่างต่อเนื่อง
ต่อสู้ข้ามระดับและสังหารครึ่งก้าวมหาจักรพรระดิที่สามารถทะลวงขอบเขต
ในตอนนี้ เขาได้กลายเป็นบุคคลสำคัญในการพลิกสถานการณ์ในข้อพิพาทระหว่างสามตระกูลในเมืองหยุนฉี
นี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญล่าสุดในเมื่อหยุนฉี
แน่นอน ผู้ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดคือ กลุ่มทหารรับจ้างศาลาเฉาถังนั่นเอง!
…
ในอีกด้านหนึ่ง หัวหน้าตระกูลคัง และตระกูลหลี่ ก็มองไปที่สามคนที่อยู่ด้านหลังหยางเจิ้นฮวย
การแสดงออกบนใบหน้าของพวกเขาทั้งสองซับซ้อนมาก
นี่คือรุ่นเยาว์ทั้งสามคนนี้ที่ขัดขวางแผนนี้โดยสิ้นเชิง!
ในเวลาเดียวกัน ทั้งสองก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมากในใจ
ตระกูลหยางมอบทั้งสามสิทธิ์ให้กับทั้งสามคนนี้
แลัวมันจะเหลือโควต้าให้ทั้งสองตระกูลได้ช่วงชิงอีกหรือ?
ทั้งสามคนนี้แม้จะยังไม่ถึงขอบเขตครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิก็ตาม
แต่เขามีความแข็งแกร่งที่จะประลองกับครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิผู้ทรงพลังที่สามารถทะลวงผ่านขอบเขตได้
แลัวหนึ่งในนั้นสามารถสังหารมหาจักรพรรดิเช่นนี้ได้!
แลัวพวกเขาจะประลองไปเพื่อ?
การประลองคราวนี้ ทั้งสองตระกูลทำได้แค่เป็นเพียงไม้ประดับเท่านั้น…
แม้ว่าจะมีโควต้าสี่ที่ก็ตาม
แต่อย่าลืมว่า ยังมีคฤหาสน์เจ้าเมือง…
คฤหาสน์เจ้าเมืองเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแท้จริงในเมืองหยุนฉี!
จากที่เล่าลือมา
บุตรชายและบุตรสาวของเจ้าเมือง ก็กลับมาจากการบ่มเพาะจากกองกำลังของเขตแดนภายใน และเข้าร่วมการประลองโควต้าครั้งนี้ด้วย
ดังนั้นแล้ว
โควต้าที่เหลือต้องได้รับจากในสองคนนี้แน่นอน…
ณ ขณะนี้.
บนที่นั่งที่อยู่ด้านบน
มีชายวัยกลางคนสวมชุดผ้าสีทองปรากฏตัวขึ้น
หยางฉีอธิบายที่ด้านข้าง: “นี่คือเจ้าเมืองหยุนฉี เจิ้งหยงอัน”
“เขายังเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหยุนฉี เป็นผู้แข็งแกร่งขั้นปลายมหาจักรพรรดิ!”
เย่ชิวไป่พยักหน้ารับฟัง