โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 316 ใช้ตัวใหญ่กลั่นแกล้งตัวเล็ก?
以大欺小 zhāng yǐ dà qī xiǎo เป็นสำนวนจีน แปลว่ากลั่นแกล้งผู้อ่อนแอโดยอาศัยกำลังของตนเอง)
เจิ้งห่าวเมี่ยว เขามีแสงสว่างแห่งอัจฉริยะอยู่บนหัวมาโดยตลอด ตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก
เขาเติบโตด้วยสายตาที่เคารพและยำเกรงของทุกคน
เขายังได้รับการสนับสนุนจากผู้อาวุโสของกองกำลังชั้นหนึ่งของเขตแดนภายใน และยอมรับเขาเป็นลูกศิษย์ส่วนตัว
เหตุการณ์ทุกประเภทที่ผ่านมา ทำให้หัวใจของเจิ้งห่าวเมี่ยวหยิ่งยโสอย่างมาก
ไม่มีความล้มเหลวใดๆ เกิดขึ้นในชีวิตเลย
ตัวเขามักจะสามารถบดขยี้คู่ต่อสู้ในขอบเขตเดียวกันได้ อย่างง่ายดาย!
ในสายตาของเจิ้งห่าวเมี่ยว ผู้คนที่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน เขาสามารถต่อสู้ได้โดยไม่พ่ายแพ้
ส่วนพวกขอบเขตที่ต่ำกว่า มันจะซักเท่าไหร่!?
แต่ในตอนนี้
เจิ้งห่าวเมี่ยวพ่ายแพ้ต่อบุคคลในขั้นปลายขอบเขตเสมือนเทพเท่านั้น
แถมโดนกระทืบจนเข่าทรุด!?
อาจกล่าวได้ว่า ไร้หนทางให้สู้กลับ!
เป็นเพราะเหตุการณ์นี้
หัวใจที่เย่อหยิ่งของเจิ้งห่าวเมี่ยวไม่สามารถยอมรับได้ มันทำให้หัวใจเต๋าของเขาเริ่มสั่นคลอน
เจิ้งหยงอันมองไปที่บุตรชายของเขา ซึ่งดูมืดมนและมีดวงตาที่สับสน และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจกับตัวเอง
มันคงเพราะบุตรชายของเขา.
ใช้ชีวิตที่ผ่านมาราบรื่นจนเกินไป
สิ่งนี้ยังนำไปสู่บุคลิกที่หยิ่งยโสเกินไป
สิ่งใดมันแข็งเกินไป มันก็จะแตกหักง่าย
จริงๆ แล้ว เขาเคยพูดแบบนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง
แต่เจิ้งห่าวเมี่ยวก็ยังเถียงและยืนหยัดในแบบของเขาเอง เขาปฏิเสธที่จะเปลี่ยนแปลง และยังคงดูถูกทุกคน
เขาเชื่อว่าพรสวรรค์ของเขาไม่ได้ด้อยกว่าใคร!
แต่ตอนนี้ มันเป็นการพลิกผันครั้งใหญ่
สิ่งนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
หากเขาข้ามเรื่องนี้ไปได้
มันจะทำให้สภาพจิตใจของเจิ้งห่าวเมี่ยวก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และระดับความแข็งแกร่งของเขาจะเปลี่ยนไปสู่ระดับที่สูงมากขึ้น
แต่หากเขาไม่สามารถข้ามไปได้ล่ะ?
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ความสำเร็จของเจิ้งห่าวเมี่ยวในชีวิตนี้จะถูกจำกัด
เรื้องนี้จะกลายเป็นฝันร้ายชั่วนิรันดร์ในใจของเขา…
และแน่นอน
ในฐานะบิดาของเจิ้งห่าวเมี่ยว
เจิ้งหยงอันยังคงไม่มีความสุขเล็กน้อยและมองดูซือเฉิงอย่างลึกซึ้ง
ซือเฉิงเองก็รู้สึกถึงการจ้องมองของเจ้าเมือง
เขาก็มองกลับไปเช่นกัน
ดวงตาของซือเฉิงมีแต่ความบริสุทธิ์ และไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
มันช่างอ่อนโยนผิดปกติ
ด้วยสิ่งที่เห็นนี้ มันทำให้เจิ้งหยงอันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยจริงๆ
จากการที่เขาดำรงตำแหน่งที่สูงเป็นเวลาหลายปี ออร่าแรงกดดันของเขาแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปมาก
แต่ซือเฉิงกลับไม่รู้สึกกดดันใดๆ เลยแม้แต่น้อย
สิ่งนี้ทำให้เห็นได้ว่า สภาพจิตใจของเขามั่นคงเพียงใด
หลังจากนั้นเจิ้งหยงอันก็หันไปมองไปที่บุตรสาวของเขาเจิ้งหยงฉี ด้วยดวงตาที่ลึกล้ำ
เจิ้งหยงฉีเองก็สังเกตเห็นการจ้องมองของบิดาของนางด้วย
ด้วยสายตาที่เย็นชา นางพยักหน้ารับทันที
นางเข้าใจความต้องการของบิดาแล้ว
นางยังรู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นการประลองก็ตาม
ในระหว่างการต่อสู้ สิ่งต่างๆ ไม่สามารถคาดเดาได้ และเป็นเรื่องปกติที่การบาดเจ็บล้มตายจะเกิดขึ้น
และนั่นคือสิ่งที่บิดานางคาดหวัง
แล้วมันจะทำไม บิดาอย่างเขาไม่สามารถเจ็บแค้นแทนบุตรได้งั้นหรือ?
เมื่อเห็นบุตรชายของตนเจ็บปวดมาก
แม้ว่าอีกฝ่ายจะประลองชนะอย่างถูกต้อง แต่เขาจะอก้แค้นมันจะมีปัญหาตรงไหน!?
บางคนเคยมีเหตุผลที่ดีมาก่อน
เพียงแต่ว่ายังไม่ถึงจุดที่ทำให้เขาหงุดหงิดนั่นเอง
คนที่มีเหตุผลก็สามารถมีอารมณ์ได้เช่นกัน
และสำหรับการประลองต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องจับสลากแล้ว
แม้ไม่จำเป็นต้องต่อสู้
เย่ชิวไป่ ซือเฉิง เสี่ยวเฮย และเจิ้งหยงฉี ต่างก็ยืนยันโควต้าของพวกเขาแล้ว
ในตอนนี้ ไม่มีใครอยากท้าชิงที่นั่งโควต้า
หัวใจเต๋าของเจิ้งห่าวเมี่ยวสั่นไหว
ชายที่มีไม้พลองก็คิดว่า เขาไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ดังนั้นเขาจึงยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหัว
เมื่อเห็นฉากนี้
มันก็ทำให้ทุกคนตกใจขึ้นมา
สมาชิกทั้งสามคนของกลุ่มทหารรับจ้างศาลาเฉาถัง ไม่มีใครอยู่ขอบเขตครึ่ก้าวจักรพรรดิเลย!
แต่พวกเขาได้โควต้าคุนหลุนเทียนฉือทั้งสามตำแหน่งไป!
ที่สำคัญ ทั้งสามมีความสามารถในการต่อสู้ข้ามขอบเขต!
โดยเฉพาะเย่ชิวไป่
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในขั้นต้นเสมือนเทพ เขาเอาชนะครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิที่แข็งแกร่งได้อย่างง่ายดาย!
บอกได้คำเดียวว่า…มันสุดเหลือเชื่อจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ขอบเขตดาบของเย่ชิวไป่ ไม่สอดคล้องกับขอบเขตบ่มเพาะ
ขอบเขตบรรพจารย์ดาบขั้นสูงสุด ทำให้เขาสามารถก้าวข้ามระดับของเขาเองได้
ด้วยเหตุการณืนี้ หยางเจิ้นฮวยเองก็ยิ้มแก้มปริเช่นกัน
แม้ว่า พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนจะไม่ใช่ทายาทสายตรงของตระกูลหยางก็ตาม
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็เข้าร่วมในการประลองเพื่อชิงโควต้าในนามของตระกูลหยาง
ดังนั้น ในเรื่องแบ่งสันปันส่วนทรัพยากรหรือชื่อเสียงของตระกูลหยาง ก็ทำให้พวกเขามีสิทธิ์ในการพูดเพิ่มขึ้นอย่างมาก!
ในเวลาเดียวกัน เขาก็มองไปที่หยางฉีด้วยความชื่นชมและกล่าวว่า “ฉีเอ๋อร์ เจ้าเยี่ยมมาก!”
ถ้าไม่ใช่เพราะคำแนะนำของหยางฉี
และการเดิมพันด้วยตำแหน่งทายาทตระกูลของเขา
ไม่อย่างนั้น ตระกูลหยางจะต้องร้องไห้จนตายไปจริงๆ…
หลังจากนัี้น
ไม่รอให้ทุกคนจบการสนทนา
เสียงเย็นชาของเจิ้งหยงฉีก็ดังก้องไปทั่วเวทีการประลอง
“มีคนผู้หนึ่งที่ไม่เคยต่อสู้มาก่อน ข้าอยากจะเปรียบเทียบกับเขา ไม่อย่างนั้นทุกคนจะบอกว่า ข้าได้โควต้าคุนหลุนเทียนฉือมาด้วยโชค”
ทุกคนรู้สึกได้อย่างชัดเจน
คฤหาสน์เจ้าเมืองต้องการแก้แค้น
เจิ้งหยงฉีต้องการท้าทายเสี่ยวเฮย!
เย่ชิวไป่ก็มองไปที่นาง แล้วหัวเราะเบาๆ พร้อมกับกล่าวว่า “เป็นไปได้ไหม ที่คฤหาสน์เจ้าเมืองไม่สามารถจะยอมรับความพ่ายแพ้ได้?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ทุกคนของคฤหาสน์เจ้าเมืองก็จ้องมองพวกเขาด้วยความโกรธ!
มีแรงกดดันมหาศาล พุ่งเข้ามาบดขยี้เย่ชิวไป่!
เจิ้งหยงอันก็มองดูอย่างเฉยเมยเช่นกัน และก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “เด็กหนุ่มปากพิษ ทำไมเจ้าถึงกล่าวเช่นนี้!?”
ความแข็งแกร่งขอบเขพมหาจักรพรรดิระเบิดออกมา!
ความรู้สึกของการกดขี่เป็นเหมือนภูเขากดทับเย่ชิวไป่!
ดวงตาของเย่ชิวไป่หรี่ลง และเขาก็ก้มตัวลงเล็กน้อย
ทันใดนั้น เขาชี้ไปที่ท้องฟ้าและชักดาบออกมา!
ขอบเขตดาบระเบิดออกมา!
เจตจำนงดาบอันยิ่งใหญ่ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า!
เขาต้องการต้านทานพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้!
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ทุกคนต่างหวาดกลัว
เย่ชิวไป่กำลังพยายามใช้ความแข็งแกร่งขั้นต้นเสมือนเทพ เพื่อต่อต้านเจ้าเมืองหยุนฉี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นปลายมหาจักรพพรดิงั้นหรือ?
เมื่อมองดูเจตจำนงดาบที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่างกายของเขา เขาก็ต่อต้านพลังกดขี่อยู่ตลอดเวลา
แต่เย่ชิวไป่ก็ยังไม่คุกเข่าลง
เจิ้งหยงอันเลิกคิ้วเล็กน้อย
“น่าสนใจ มาดูกันว่าเจ้าจะอยู่ได้นานแค่ไหน?”
เมื่อพูดเช่นนั้นแล้ว เขาก็เหยียดนิ้วออก
แรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกครั้ง!
เย่ชิวไป่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ในตอนนี้เอง
มีชายชราปรากฏตัวต่อหน้าเย่ชิวไป่
ทำให้แรงกดดันต่อเย่ชิวไป่หายไปทันที
ชายชรามองไปที่เจิ้งหยงอันอย่างสงบและพูดว่า “ท่านเจ้าเมือง การรังแกผู้เยาว์นั้นไม่ดีนักใช่ไหม?”
หยางเจิ้นฮวยกล่าวด้วยความเคารพทันที: “ท่านบรรพบุรุษ”
ชายชราคือบรรพบุรุษของตระกูลหยาง!
ชายผู้แข็งแกร่งในขั้นกลางขอบเขตมหาจักรพรรดิ
เจิ้งหย่งอันขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็โบกมือ หันกลับมาแล้วพูดว่า “ข้าแค่อยากเห็นพรสวรรค์ของรุ่นเยาว์ผู้นี้”
เมื่อเห็นว่าเจิ้งหยงอันหยุดแรงกดดันนี้
บรรพบุรุษของตระกูลหยางก็หันกลับมามองพวกเย่ชิวไป่ทั้งสาม แล้วกล่าวว่า “เจ้าเป็นคนดีมาก การได้รู้จักเจ้าเป็นพรของตระกูลหยางจริงๆ”
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว เขาก็หายตัวไปจากจุดนั้นทันที
ในตอนนี้เอง
เสี่ยวเฮยที่อยู่ด้านข้างก้าวไปข้างหน้า
เขารายล้อมไปด้วยวิญญาณชั่วร้าย!
เมื่อก้าวขึ้นสู่เวทีการประลอง เขามองไปที่เจิ้งหยงฉีด้วยท่าทางที่ชั่วร้าย!
“ขึ้นมา!”
เพียงสองคำที่เต็มไปด้วยความหมายที่ไม่อาจต้านทานได้!
ซือเฉิงมองไปที่เสี่ยวเฮยและกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ดูเหมือนว่าหญิงสาวผู้นี้จะได้รับความสุข”
พวกเขาทั้งหมดรู้เรื่องนี้ดี
ในตอนนี้
เสี่ยวเฮยกำลังโกรธ!
เจิ้งหยงอันใช้ตัวใหญ่กลั่นแกล้งตัวเล็ก
ในกรณีเช่นนี้
เสี่ยวเฮยต้องการตอบโต้ผู้อื่นในแบบของเขาเองด้วย
ในสายตาของเขา
เจิ้งหยงฉีก็เป็นเพียงรุ่นเยาว์เท่านั้น!
แน่นอน เจิ้งหยงฉีเองก็ตกตะลึงเล็กน้อยเช่นกัน
หลังจากนั้นสักพัก
เกิดร่องรอยของความโกรธในดวงตาของนาง
นางดึงกระบี่บางๆ ออกมา
กระบี่ที่ปกคลุมไปด้วยสีของน้ำแข็งและหิมะ!
บนด้ามกระบี่ มีการประดับดอกไม้น้ำแข็งสองดอก
ทั้งหมดนี้ช่วยส่งเสริมให้นางดูเย็นชามากขึ้น!
เมื่อรู้สึกถึงลมปราณนี้
หยางเจิ้นฮวยก็ขมวดคิ้วและกล่าวว่า “นี่คือออร่าปราณของทักษะนิกายหานหลิง(วิญญาณเยือกแข็ง)ใช่หรือไม่?”
นิกายหานหลิง(วิญญาณเยือกแข็ง)
กองกำลังระดับหนึ่งของเขตแดนภายใน!
ในกองกำลังระดับหนึ่งทั้งหมด พวกเขาก็มีผู้เชี่ยวชาญที่มีความแข็งแกร่งมากเช่นกัน!
มันคือการมีอยู่ของผู้มีอำนาจในขอบเขตรวบรวมเต๋า!