โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 319 พลังค่ายกลดาบ!
เจิ้งหยงฉี!
ในฐานะอัจฉริยะผู้มากพรสวรรค์แห่งเมืองหยุนฉี และนางคือบุตรสาวของเจ้าเมืองเจิ้งหยงอัน
สถานะของนางสูงส่งแค่ไหน?
ไม่ใช่แค่นั้น
สถานะนางในตอนนี้ เจิ้งหยงฉีได้รับการยอมรับให้เป็นลูกศิษย์ของนิกายหานหลิง ซึ่งเป็นกองกำลังชั้นหนึ่งของเขตแดนภายใน
ในนิกายหานหลิง นางเองก็ถือว่ามีตัวตนอยู่ในระดับหนึ่ง
ภายใต้รัศมีแบบนี้
นางยังคงถูกสังหารโดยบุคคลที่เหมือนปีศาจมารร้ายเช่นนี้งั้นหรือ?
เขามีความกล้าแค่ไหนกันเชียว?
แม้ว่าเขาจะไม่กลัวคฤหาสน์เจ้าเมือง แต่อย่างน้อยเขาก็น่าจะกลัวนิกายหานหลิงไม่ใช่หรือ?
สังหารศิษย์ของนิกาย พวกเขาก็จะถูกนิกายไล่ล่าไปจนสุดขอบโลกแน่นอน
อย่าลืมว่า นั่นคือสถานที่ดำรงอยู่ของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตรวบรวมเต๋า
เพียงอาศัยความแข็งแกร่งของขอบเขตทั้งสามคน
พวกเขาจะมีทางรอดงั้นหรือ?
หยางเจิ้นฮวยมองฉากนี้ด้วยสายตาเคร่งขรึม
หัวใจของเขาเข้าใจในเรื่องนี้ดี
เขารู้ดีว่าเรื่องในวันนี้อาจไม่ได้รับการแก้ไข
แล้วตระกูลเขาจะยืนอยู่ข้างไหนดีล่ะ?
เขายังคงยืนอยู่ในเรือลำเดียวกันกับพวกเย่ซิวไป่ทั้งสามคน
หรือ…แยกตัวออกจากพวกเขา?
หากเขายังคงยืนอยู่ข้างเย่ชิวไป่?
จากนั้นตระกูลหยางจะไม่เพียงเผชิญหน้าแค่คฤหาสน์เจ้าเมือง
แต่มันคือความโกรธแค้นของนิกายหานหลิง!
หากเป็นเพียงแค่คฤหาสน์เจ้าเมือง พวกเขาก็ยังมีตระกูลหลงอยู่
ท้ายที่สุดแล้ว ความแข็งแกร่งของตระกูลหลงนั้นแข็งแกร่งกว่าคฤหาสน์เจ้าเมืองมาก
แต่ถ้าเป็นนิกายหานหลิงล่ะ?
กองกำลังชั้นหนึ่งของเขตแดนภายใน
ข้ากลัวว่า ตระกูลหยางจะไม่สามารถรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้
ในใจของหยางเจิ้นฮวยเริ่มลังเล
เขามองไปที่เย่ชิวไป่ที่กำลังเผชิญหน้ากับเจิ้งหยงอัน มองไปที่เสี่ยวเฮยที่เป็นเหมือนปีศาจมารร้าย และ ซือเฉิงที่ดูสงบและซื่อสัตย์ ราวกับว่าเขาไม่มีความกังวลใดๆ
ข้ารู้สึกทรมานใจมาก!
กล่าวตามตรงเขามองในแง่ดีมาก เกี่ยวกับอนาคตของทั้งสามคนนี้
ความสามารถมี ความแข็งแกร่งก็มาก
พวกเขามันจะโดดเด่นในเขตแดนไร้พรมแดนอย่างแน่นอนในอนาคต!
แต่ก่อนหน้านั้น…ต้องอยู่รอดให้ได้ก่อน
สำหรับหยางเจิ้นฮวย ในฐานะหัวหน้าตระกูลเขาต้องคิดให้รอบคอบ
เขาไม่สามารถทำลายอนาคตของตระกูลหยางด้วยความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวของเขาเองได้
ในช่วงเวลานี้
หยางเจิ้นฮวยตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก…
ในที่นั่งผู้ชม
หลัวหยุนมองฉากนี้ด้วยสายตาที่เคร่งขรึมเช่นกัน
นางยังคิดอยู่ว่าจะใช้กำลังคนของสมาคมทหารรับจ้างหรือไม่
อนาคตของพวกเข่ชิวไป่ทั้งสามคนจะไม่ต่ำต้อยอย่างแน่นอน
มันจะเป็นการดีสำหรับสมาคมทหารรับจ้างที่จะปกป้องพวกเขา
แต่ข้อเสียก็คือ เขาเป็นศัตรูของนิกายหานหลิง!
หลังจากคิดดีแล้ว
หลัวหยุนยังคงตัดสินใจว่า ตราบใดที่พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคน สามารถออกจากคฤหาสน์เจ้าเมืองโดยยังมีชีวิตอยู่ได้
จากนั้นนางจะรายงานเรื่องนี้ไปยังหัวหน้าสมาคม แล้วปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจเอาเอง
นี่ถือได้ว่าเป็นการช่วยเหลือพวกเขาได้ดีที่สุดแล้ว
…
ในตอนนี้
ใบหน้าของเจิ้งหยงอันดูมืดมนอย่างยิ่งกลางอากาศ
ในสายตาของทุกคน ดูเหมือนว่าเขาจะเต็มไปด้วยความโกรธ!
ดวงตาเต็มไปด้วยเปลวไฟ ราวกับจะเผาผลาญพวกเสี่ยวเฮยเป็นเถ้าถ่าน!
แกบังอาจสังหารบุตรสาวต่อหน้าเขางั้นหรือ?
จะเรียกว่ากล้าหรือโง่ดี!?
ข้าจะอภัยให้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
ด้านล่าง เจิ้งห่าวเมี่ยวซึ่งตกอยู่ในภวังค์ ก็พลันรู้สึกตัวเมื่อเห็นฉากนี้ เขากัดฟันแน่นและปล่อยเสียงคำรามอันออกจากลำคอ!
เขารีบไปหาเสี่ยวเฮยที่มีสีหน้าไม่แยแสและเต็มไปด้วยปราณมารอันชั่วร้ายในอากาศ!
เมื่อเจิ้งหยงอันเห็นสิ่งนี้
ด้วยการมองอย่างรวดเร็วในดวงตาของเขา เขาชี้ไปทางบุตรชายในทันที
พลังปราณวิญญาณห่อหุ้มร่างกายของเจิ้งห่าวเมี่ยวและโยนเขากลับไป
“ฮ่าวเมี่ยว อย่าหุนหันพลันแล่น ข้าจะจัดการเอง!”
ในที่สุด เจิ้งห่าวเมี่ยวก็สงบลง
อย่างไรก็ตาม ในดวงตาของเขายังคงมีความขุ่นเคืองอยู่อย่างมาก!
เจิ้งห่าวเมี่ยวรู้ดีว่า เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของศัตรู
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเกลียดตัวเองมาก เพราะเขาไม่แข็งแกร่งพอ!
เขาต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น!
เมื่อเจ้าแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น เจ้าถึงจะแก้แค้นได้!
ด้วยเหตุนี้ หัวใจเต๋าของเจิ้งห่าวเมี่ยวจึงเริ่มมั่นคง
ก็แค่…ทิศทางนี้ผิดเพี้ยนไปนิดหน่อย…
เจิ้งหยงอันมองเย่ชิวไป่ตรงหน้าเขา เขากลัวค่ายกลดาบที่อยู่ตรงหน้าและไม่ดำเนินการใด ๆ เขาระงับความโกรธและถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ข้าสมควรได้รับการอธิบายในเรื่องนี้ไหม?”
เย่ชิวไป่หัวเราะเบาๆ เลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “อธิบาย? ข้าต้องอธิบายเรื่องอะไร?”
“แน่นอน เรื่องศิษย์น้องของเจ้าที่สังหารบุตรสาวของข้า” เจิ้งหยงอันกัดฟันแน่นเมื่อตอบคำถาม
“เฮอะ!” เย่ ชิวไป่เยาะเย้ยและกล่าวว่า “ไม่สำคัญว่าเจ้าจะอยู่หรือจะตาย ประโยคนี้บุตรสาวของเจ้าเป็นคนกล่าวเองนี่”
“เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่เจ้าตกลงแล้วด้วย”
“ทำไมข้าจะต้องอธิบาย?”
“เป็นไปได้ไหม ที่เจ้าอยากให้ศิษย์น้องของข้าชดใช้ชีวิตให้บุตรสาวของเจ้า”
ใบหน้าของเจิ้งหยงอันมืดมน
เหตุผลที่เขาเห็นด้วยก็เพราะความมั่นใจในตนเองของเจิ้งหยงฉี
เป็นเพราะเขาคิดว่า เสี่ยวเฮ่ยไม่มีความแข็งแกร่งพอ!
เพราะเหตุนี้ เขาถึงยอมรับเรื่องนี้!
ถ้าอย่างนั้น ก็ปล่อยให้เจิ้งหยงฉีถูกสังหารอย่างไร้ความปราณีงั้นเหรอ?
ไม่มีทาง!
“ถึงอย่างนั้น นางก็ยังเป็นบุตรสาวของข้าอยู่ดี”
เจิ้งหย่งอันตะโกนด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว “นางถูกสังหารต่อหน้าข้า ถ้าข้าไม่ช่วยนางล้างแค้น แล้วข้าจะคู่ควรกับการเป็นบิดาได้อย่างไร?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เย่ชิวไป่ก็พยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าเป็นข้า ข้าก็จะทำเช่นเดียวกัน”
เจิ้งหย่งอันประหลาดใจเล็กน้อย “โอ้? ถ้าอย่างนั้นเจ้าสัญญาว่าจะมอบศิษย์น้องของเจ้าให้ข้างั้นเหรอ?”
เย่ชิวไป่ส่ายหัวและยิ้ม “ข้าหมายความว่า เจ้าสามารถดำเนินการได้ แต่ไม่ว่าเจ้าจะสามารถทำได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้า”
“เจ้าเล่นลิ้นงั้นเหรอ?”
สีหน้าเจิ้งหยงอันดูมืดมน
“เจ้าคิดแบบนั้นก็ได้” เย่ชิวไป่แค่นเสียงตอบ
ใบหน้าของเจิ้งหยงอันเปลี่ยนเป็นสีเขียวและขาว จากนั้นเขาก็พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา
เขาหมุนเวียนปราณจิตวิญญาณไปทั่วร่างกาย
ความแข็งแกร่งของขอบเขตมหาจักรพรรดิขั้นปลาย ได้ระเบิดออกมาในทันที!
ความบ้าคลั่งหมุนวนรอบตัวเขา และจากนั้นก็รวมตัวกันบนฝ่ามือ
เจิ้งหยงอันเหวี่ยงฝ่ามือไปข้างหน้าอย่างรุนแรง!
ปราณฝ่ามือเหมือนภูเขาพุ่งเข้าหาค่ายกลดาบ!
เขาต้องการสังหารเสี่ยวเฮย
เพราะฉะนั้นค่ายกลดาบที่น่าสะพรึงกลัวนี้ จะต้องทำลายทิ้งก่อน!
เย่ชิวไป่ยิ้มจางๆ
เขาถือจี้หยกไว้ในมือ ควบคุมค่ายกลดาบ ปราณดาบอันท่วมท้นรวมตัวกันเป็นดาบขนาดยักษ์และเผชิญหน้ากับปราณฝ่ามือขนาดใหญ่!
ดาบยักษ์ฟันอย่างรุนแรง!
วินาทีที่ดาบฟัน ราวกับว่าทุกอย่างคืนกลับมาสู่ความเงียบงัน!
เจตจำนงของดาบในนั้นปั่นป่วนอย่างมาก รอยฟันขนาดใหญ่ทำให้มิติพื้นที่รอบๆ แตกร้าว!
ปราณดาบทำลายปราณฝ่ามือขนาดใหญ่นี้ทันที!
การแสดงออกของเจิ้งหยงอันก็เปลี่ยนไป
ค่ายกลดาบนี้สามารรถสังหารเขาได้จริงๆ!
นี่คือค่ายกลระดับใด?
เจตจำนงดาบในนั้นช่างน่ากลัวมาก!
แม้ว่าจะเป็นเจตจำนงดาบของบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์ มันก็ไม่รุนแรงเท่านี้ใช่ไหม?
ปราณดาบที่พุ่งมาหา ทำให้เจิ้งหยงอันต้องหยุดความคิดทุกอย่างไว้ทันที
เพื่อที่จะหยุดปราณดาบนี้
เจิ้งหยงอันก็โบกมือและปราณจิตวิญญาณอันท่วมท้นก็รวมตัวกันอยู่ในฝ่ามือของเขาอีกครั้ง!
ฝ่ามือมีกระแสน้ำวนปราณจิตวิญญาณขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว!
ทันใดนั้น ท่ามกลางกระแสน้ำวนปราณจิตวิญญาณ
มีมือยักษ์ปรากฏตัวขึ้น!
มือยักษ์เอื้อมไปทางปราณดาบที่พุ่งมา!
เจิ้งหยงอันอยากจะขยี้ปราณดาบนั่นเพื่อหยุดมัน!
แต่ความเป็นจริง
ค่ายกลดาบที่สลักโดยหลู่ฉางเซินจะเรียบง่ายได้อย่างไร?
แม้ว่าจะไม่ได้จารึกกฎแห่งดาบไว้
อย่างไรก็ตาม เจตจำนงดาบของมันยังคงทรงพลังอย่างมาก!
แม้แต่เย่ชิวไป่ที่เห็นค่ายกลนี้ เขาก็เหม่อมองมันด้วยอารมณ์
ท่านอาจารย์มีความแข็งแกร่งถึงระดับใดกันแน่?
ทักษะดาบของเขาไปถึงขั้นไหนแล้ว?
ทำไมมันช่างลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ!?
ท่านช่างลึกลับอย่างผิดปกติยิ่งนัก
ในเรื่องนี้ เย่ชิวไป่ไม่สามารถมองทะลุผ่านอาจารย์ของเขาได้เลย
ไม่ว่าอย่างไร
เขาก็ไม่เคยเห็นผู้ใดที่ทรงพลังกว่าอาจารย์ของเขา!
ในตอนนี้
มือยักษ์ที่ปรากฏตัวจากวังวนปราณจิตวิญญาณจับปราณดาบไว้แน่น!
หลังจากนั้น
ตอนที่มือยักษ์เริ่มบีบ!
สีหน้าของเจิ้งหยงอันก็เปลี่ยนไป
ปรากฎคราบเลือดบนมือทั้งสองข้างของเขา!
เลือดพุ่งกระฉูด!
เส้นเลือดในมือของเขาเริ่มแตก!
แต่ถึงอย่างนั้น
ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่อดทน
เมื่อปราณดาบนี้โจมตีมาถึงข้า
กลัวว่ามันจะสังหารข้าได้!
ฉับ ฉับ ฉับ!
เจตจำนงดาบพุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง!
เจิ้งหย่งอันรู้ดีว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องตะโกนว่า “ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจแล้ว ได้โปรดหยุดเถอะ!”
แต่เย่ชิวไป่ยังคงไม่หยุด…