โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 320 ยืมดาบฆ่าคน!
ฮึฮึ….เจ้าอยากให้ข้าหยุดงั้นเหรอ?
เย่ชิวไป่เยาะเย้ยอยู่ในใจ
ทำไมข้าต้องหยุด?
ในเมื่อตอนนี้ พวกเขาและคฤหาสน์เจ้าเมืองกลายเป็นศัตรูกันไปแล้ว
มีเพียงข้าอยู่ไม่ก็เจ้าตายเท่านั้น ต่อจากนี้ย่อมไม่มีทางพูดคุยกันได้อีกต่อไปแล้ว!
ให้ข้าหยุดเพื่อ!?
ให้ข้ารอคอยการแก้แค้นจากเจ้าในอนาคตหรือไง?
เย่ชิวไป่คงจะโง่มาก ถ้าเขาคิดจะหยุดเรื่องราวในครั้งนี้จริงๆ!
ตราบใดที่เป็นศัตรูกัน
เขาจำเป็นต้องตัดรากถอนโคน!
ที่สำคัญ
ความแค้นที่เสี่ยวเฮยสังหารบุตรสาวในครั้งนี้
ย่อมไม่มีทางที่เจิ้งหยงอันจะยอมอภัยอย่างแน่นอน
เป็นเรื่องธรรมดาที่เย่ชิวไป่ต้องจัดการ เพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดกับศิษย์น้องเขาในอนาคต!
ในตอนนี้ ใบหน้าของเจิ้งหยงอันดูน่าเกลียดมาก เมื่อเขาเห็นว่าเย่ชิวไป่ไม่มีความตั้งใจที่จะหยุด
เขาก็รู้ได้ทันที
ในสถานการณ์เช่นนี้ อีกฝ่ายจะไม่หยุดอย่างแน่นอน
ถ้าเป็นตัวเขาเอง เขาก็ต้องตัดปัญญหา เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะตามมาในอนาคต!
นี่คือสิ่งที่คนฉลาดต้องทำ
หลังจากนั้น
เจิ้งหยงอันก็ไม่พูดอะไรอีกต่อไป แต่กลับชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าและกระตุ้นค่ายกลขึ้นมาแทน!
ในพื้นที่ของคฤหาสน์เจ้าเมือง
รูปแบบค่ายกลทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า!
ค่ายกลรวมตัวกันกลายเป็นชุดเกราะปีศาจสีทอง!
แล้วชุดเกราะปีศาจสีทองก็พุ่งมาทางเจิ้นหยงอันทันที
หลังจากเห็นชุดเกราะแล้ว มือยักษ์ของเจิ้งหยงอันก็ประสานรวมกับค่ายกลชุดเกราะปีศาจสีทองทันที
ไม่นานนัก ออร่าปราณก็ถูกกระตุ้นเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง!
เมื่อเห้นสิ่งนี้ ใบหน้าของหยางเจิ้นฮวยก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ตัวเขาเอง เคยได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว
เมื่อก่อนนั้น เจิ้งหยงอันได้เคยเชิญปรมาจารย์ค่ายกลจากเขตแดนภายในมาที่คฤหาสน์เจ้าเมือง
เพื่อติดตั้งค่ายกลที่ทรงพลังมาก!
ซึ่งก็คือค่ายกลที่เขาเห็นในวันนี้
ข้ากรงว่า ค่ายกลนี้น่าจะแข็งแกร่งกว่าขอบเขตมหาจักรพรรดิขั้นปลายอย่างแน่นอน!
แต่หยางเจิ้นฮวยก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย
ประโยชน์ของค่ายกลนี้คืออะไร?
ในตอนนี้ ชุดเกราะปีศาจสีทองที่รวมเข้ากับมือยักษ์ ทำให้มือนั้นเหมือนสวมชุดเกราะศึก
แน่นอนแล้ว ค่ายกลนี้คือค่ายกลที่ส่งเสริมพลังทักษะของเจิ้งหยงอัน เพื่อทำให้มันทรงพลังมากยิ่งขึ้น!
แต่ถึงอย่างนั้น พลังของค่ายกลดาบ ก็ยังคงเหนือกว่าพลังของค่ายกลของคู่ต่อสู้!
หลังจากเห็นว่ามือยักษ์ของศัตรูมีพลังเพิ่มมากขึ้น ดูหมือนว่าค่ายกลดาบจะมีความรู้สึกเกิดขึ้นมา
เจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
พลังเจตจำนงดาบกดดันไปทั่วพื้นที่ทันที!
พลังของมันบดขยี้บริเวณโดยรอบ ทำลายภูเขาและสิ่งก่อสร้างของคฤหาสน์เจ้าเมือง!
พลังของมันทำให้มือยักษ์ที่สวมเกราะปีศาจสีทองเริ่มสั่นไหว
มันทำให้เกิดระลอกคลื่น!
ทำให้เกราะบนมือยักษ์เริ่มสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง!
เกราะกำลังแตกร้าว!
เมือเห็นฉากนี้ การแสดงออกของเจิ้งหยงอันก็เปลี่ยนไป
แม้แต่ค่ายกลจากปรมาจารย์ค่ายกลเขตแดนภายใน ก็ไม่สามารถหยุดดาบนี้ได้ใช่ไหม?
บ้าเอ้ย….ใครเป็นคนสร้างค่ายกลดาบนี้ขึ้นมากันแน่!?
เจิ้งหยงอันคำรามด้วยความโกรธ
เขาหยิบสมบัติออกมาจากแหวนมิติทันที
สมบัติเหล่านี้
พวกมันล้วนเป็นสมบัติระดับสูงที่คฤหาสน์เจ้าเมืองเก็ยสะสมไว้หลายปีแล้ว
ถ้าสมบัติเหล่านี้ถูกนำไปประมูลในตลาด มันก็สามารถประมูลได้ในราคาที่สูงมากอย่างแน่นอน!
ถึงเมืองหยุนฉีจะเป็นแค่เมืองชายขอบ
แต่เจิ้งหยงอันก็ยังเป็นเจ้าเมืองหยุนฉีแห่งนี้!
ภูมิหลังก็ยังล้ำลึกอยู่มาก!
เมื่อเขามองไปที่สมบัติด้วยความเสียดายเล็กน้อย หลังจากนั้น พวกมันก็ถูกโยนเข้าไปที่ค่ายกลดาบ
แต่ผลที่ได้ สมบัติทั้งหมดถูกค่ายกลดาบทำลายทิ้งจนหมดสิ้น!
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น หัวใจของเจิ้งหยงอันก็รู้สึกเหมือนมีเลือดออก
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาดีๆ แล้ว เขารู้สึกเหมือนพลังของดาบยักษ์เริ่มลดลงอย่างช้าๆ
แสดงว่ามันได้ผล!
ในที่สุด
พลังของค่ายกลดาบเริ่มลดลงจนถึงระดับต่ำสุด
สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นเพียงค่ายกลที่สลักไว้ในจี้หยกเท่านั้น
ค่ายกลดาบนี้สลักไว้โดยหลู่ฉางเซิน และมันโจมตีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
หลังจากใช้แล้วค่ายกลก็จะหายไป
ในตอนนี้ การโจมตีเจิ้งหยงอันก็หายไปพร้อมกับค่ายกลดาบ
แต่ตัวของเขาเองได้รับบาดเจ็บสาหัส และออร่าปราณก็อ่อนแรงลง
ค่ายกลชุดเกราะปีศาจก็หายไปด้วยเช่นกัน…
เจิ้งหยงอันกล่าวอย่างเคร่งขรึม: “เจ้าเป็นใครกันแน่?”
เย่ชิวไป่สามารถมีค่ายกลดาบแบบนี้ได้
ข้าเกรงว่าภูมหลังจะต้องไม่ธรรมดา
เย่ชิวไป่ยิ้มและหล่าวว่า “นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าควรกังวล”
เมื่อฟังคำกล่าวนี้แล้ว
เจิ้งหยงอันก็เกิดความคิดบางอย่างเช่นกัน เขาไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เรื่องนี้….เราจบกันแค่นี้เถอะ”
เจิ้งห่าวเมี่ยวบนพื้นได้ยินคำพูดเหล่านี้และตะโกนทันที: “ท่านพ่อ!”
“หุบปาก!”
เจิ้งหยงตระโกนพร้อมจ้องอย่างเคร่งเครียดไปที่บุตรชาย!
หลังจากนั้นเขาก็มองไปที่เย่ชิวไป่แล้วกล่าวว่า “เราปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเถอะ”
เย่ชิวไป่มองไปที่เจิ้งหยงอันอย่างลึกซึ้งแล้วกลับไปรวมกับเสี่ยวเฮยและซือเฉิง
จริงๆ แล้วเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เจิ้งหยงอันพูดอยู่แล้ว
แต่เรื่องราวไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้อีก
แม้ว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นคนที่แข็งแกร่งมหาจักรพรรดิขั้นปลายอยู่ดี
เมื่อผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ทุ่มเทเพื่อเอาชีวิตรอด
ด้วยความแข็งแกร่งที่รวมกันของพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคน พวกเขาอาจจะสามารถสังหารเจิ้งหยงอันได้ แต่พวกเขาก็ต้องจ่ายด้วยราคาอันหนักหน่วง
ที่สำคัญ เจิ้งหยงอันไม่ใช่คนเดียวในคฤหาสน์เจ้าเมืองที่เป็นศัตรูของเขา
ยังมีตระกูลหลี่และตระกูลคังที่เฝ้าดูด้วยสายตากระตือรือร้นเช่นกัน!
ทำให้เขาไม่สามารถประมาทได้จริงๆ
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้แล้ว พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนก็จากไป
เรื่องนี้….สิ้นสุดลงเฉพาะตอนนี้ก่อนก็แล้วกัน
บนที่นั่งผู้ชม หลัวหยุนดูเคร่งขรึมและจากไปทันที
เหอหลินที่อยู่ด้านข้างถามว่า “เจ้าจะไปไหน?”
หลัวหยุนไม่หันกลับมามองและเดินออกไปตามปกติ
แต่นางทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียวเท่านั้น
“รายงานต่อผู้บริหารระดับสูงของสมาคม”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหอหลินดูตกใจเล็กน้อย
แต่เขาก็เข้าใจความตั้งใจของหลัวหยุนอยู่แล้ว
ความสามารถที่น่าดึงดูดเข่นนี้!
มันก็คุ้มค่าที่จะเดิมพันเช่นกัน!
หยางเจิ้นฮวยถอนหายใจอย่างลับๆ ราวกับว่าเขาตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว เขาดึงหยางฉีออกมา แล้วกล่าวว่า “เราไปกันเถอะ”
หนางฉีพยักหน้าและต้องการติดตามพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนไป
แต่เขาถูกหยางเจิ้นฮวยดึงกลับและบังคับให้เดินไปอีกด้านหนึ่ง
เมื่อเห็นเช่นนี้ หยางฉีรู้สึกประหลาดใจ
“ท่านพ่อ?”
หยางเจิ้นฮวยถอนหายใจและกล่าวว่า “ตระกูลหยางเป็นกองกำลังระดับล่าง เราไม่สามารถต่อสู้กับนิกายหานหลิงได้ … ”
หยางฉีรู้สึกกังวลมาก หลังจากได้ยินสิ่งนี้
แต่เขาเข้าใจว่าหยางเจิ้นฮวยหมายถึงอะไร
เขาทำได้เพียงติดตามหยางเจิ้นฮวยจากไปเท่านั้น
เมื่อมีผู้คนออกจากคฤหาสน์เจ้าเมือง ต่างก็พากันพูดคุยถึงแต่เรื่องราวนี้
บางคนหันกลับไปมองไปที่เวทีประลองที่ที่พังทลาย พร้อมกับรู้สึกสะท้อนในจิตใจ
แน่นอน เจิ้งหยงอันก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน
เจิ้งห่าวเมี่ยวเข้ามาถามด้วยความโกรธว่า “ท่านพ่อ ทำไมท่านถึงปล่อยพวกเขาไป!”
เจิ้งหยงอันหันกลับมามองที่เจิ้งห่าวเมี่ยว แล้วกล่าวพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า “ข้าเพียงหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดกับตระกูลของเรา”
“ท้ายที่สุด เราไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีอะไรอยู่ในมืออีกหรือไม่?”
“นั่นเป็นไปไม่ได้…” เจิ้งห่าวเมี่ยวสวนกลับมาด้วยความโกรธ
เจิ้งหยงอันโบกมือขัดจังหวะคำพูดของเจิ้งห่าวเมี่ยว
เขาพูดว่า “ฮ่าวเมี่ยว เจ้ารีบออกเดินทางทันที ไปที่นิกายหานหลิง แล้วแจ้งให้พวกเขาทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้”
เจิ้งห่าวเมี่ยวจ้องมองไปที่บิดาของเขาเล็กน้อย
ทันใดนั้น เขาก็ทำเสียงฮึดฮัดแล้วหันหลังจากไป
เขาเข้าใจดีว่าบิดาของเขาหมายถึงอะไร
นี่คือ… กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน!
…
ณ ศูนย์กลางของขอบเขตไร้พรมแดน
มีเมืองจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่!
เมืองหลวงแห่งนี้อาจจะใหญ่กว่าภูมิภาคแดนใต้เพียงเล็กน้อย!
และเมืองจักรพรรดิแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางอำนาจของเขตแดนไร้พรมแดน
ที่นี่มีผู้ปกครองเขตแดนไร้พรมแดนตั้งอยู่
นั่นก็คือ ราชวงศ์ไร้ขอบเขต!
ในห้องโถงใหญ่
ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังฝึกซ้อม
ในเวลานี้ องครักษ์สวมชุดเกราะเดินเข้ามา ยกมือขึ้นแล้วกล่าวด้วยความเคารพ: “ฝ่าบาท คุนหลุนเทียนฉือกำลังจะเปิดออกแล้ว”
ชายผู้นั้นลืมตาและพยักหน้า
ทุกวันนี้ แม้ว่าขอบเขตฐานบ่มเพาะของเขา จะเกินเงื่อนไขการเข้าคุนหลุนเทียนฉือแล้ว
แต่มื่อใดก็ตามที่คุนหลุนเทียนฉือเปิด
สมาชิกของราชวงศ์จะส่งคนไปที่นั่น
ถึงแม้จะไม่สามารถเข้าไปได้ แต่ที่นั่นก็ยังมีอัจฉริยะชั้นนำจากทั่วเขตแดนไปรวมกันอยู่
มันคุ้มค่าที่จะมองหาและเชื้อเชิญ!
ชายผู้นั้นเดินออกจากห้องโถง มองไปในทิศทางของภูเขาหิมะคุนหลุน และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าไม่รู้ว่าพวกพี่เย่จะมาด้วยหรือเปล่า?”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็พลันคิดขึ้นได้ เขาหัวเราะเบาๆ ส่ายหัวแล้วกล่าวเสริมว่า “ด้วยความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ของพวกเขา พวกเขาจะต้องไปแน่นอนอยู่แล้ว”
“มาดูกัน ข้าอยากรู้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเพิ่มมากขึ้นขนาดไหน…”