โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 322 ชุลมุนวุ่นวาย!
บทที่ 322 ชุลมุนวุ่นวาย!
“พ่อหนุ่มอยู่ก่อนเถอะ”
เมื่อพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามได้ยินคำกล่าวนี้ พวกเขาก็หันไปหาแหล่งที่มาของเสียง
ทั้งสามพบชายชราที่มีริ้วรอยบนใบหน้า
เส้นผมของชายชราเปลี่ยนเป็นสีเทา และกระจายไปทุกที่เหมือนไม่ได้รับการดูแล
ดวงตาเขามีขนาดเล็กมากจนแทบจะมองไม่เห็นดวงตา
หลายๆ คนจะคิดว่าเขาหลับตา
อย่างไรก็ตาม ดวงตาคู่นั้นสร้างความประทับใจให้กับเย่ชิวไป่อย่างบอกไม่ถูก
ดวงตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความขุ่นมัว
แต่ในความขุ่นมัวนั้น ก็ยังมีแสงแวบวาบสว่างอยู่
ราวกับมีแสงจากประภาคารส่องสว่างบนผิวน้ำทะเลในเวลากลางคืน ท่ามกลางหมอกหนาทึบยามค่ำ
เมื่อพวกเขาแน่ใจว่าชายชราที่กำลังมองอยู่เป็นผู้เอ่ยทัก เย่ชิวไป่ก็ชี้มาที่ตัวเองแล้วถามว่า “ท่านผู้เฒ่า ท่านเรียกข้างั้นเหรอ?”
ชายชรายิ้มและพยักหน้า จากนั้นค่อยๆ โบกมือแล้วกล่าวว่า “มาท่างนี้สิ พ่อหนุ่ม ข้ามีบางอย่างที่เจ้าจะต้องสนใจอย่างแน่นอน”
เย่ชิวไป่ เสี่ยวเฮยและซือเฉิงมองหน้ากัน
หลังจากทั้หมดพนักหน้าให้แกกันแล้ว พวกเขาก็เดินเข้าไปทันที
เมื่อมองดูสิ่งของรูปทรงแปลกๆ ต่างๆ ที่วางอยู่บนผ้าลินินเก่าๆ เขาก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย เย่ชิวไป่เลยถามว่า “ท่านผู้เฒ่า ท่านให้เราดูสิ่งใด?”
ชายชรายิ้มเล็กน้อยแล้วชี้ไปที่วัตถุที่อยู่ใกล้เขามากที่สุด
วัตถุชิ้นนี้เป็นชิ้นส่วนเหล็กที่ดูเสียหายเล็กน้อย และมีรอยนิดหน่อย
ไม่มีอะไรอื่นนอกจากสนิมเล็กน้อยบนชิ้นเหล็ก
ดูๆ แล้ว ไม่มีอะไรมากไปกว่าเศษโลหะชิ้นหนึ่ง
เย่ชิวไป่มองไปมองมา แต่ก็ไม่เห็นอะไรแปลกๆ เกี่ยวกับสิ่งนี้
“ท่านผู้เฒ่า ท่านล้อข้าเล่นหรือเปล่า?”
ชายชราส่ายหัว ชี้ไปที่ชิ้นเหล็กแล้วพูดว่า “เจ้าจะรู้หลังจากที่เจ้าหยิบมันขึ้นมาแล้วดู”
เย่ชิวไป่ไม่สงสัยในสิ่งที่ชายชราพูด เขายื่นมือออกไป เมื่อเขากำลังจะแตะชิ้นเหล็ก
แต่ทันใดนั้น เขากลับเห็นมือเก่าๆ ซึ่งไม่รู้ว่ามันวางอยู่บนข้อมือของเขาตั้งแต่เมื่อใด!
เมื่อเห็นสิ่งนี้ทำให้เย่ชิวไป่รู้สึกตกใจ!
เขาไม่สังเกตเห็นชายชราเคลื่อนไหวใดๆ ด้วยซ้ำ!
เขาไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้ชายชรายังอยู่ห่างจากเขากว่าหนึ่งช่วงตัว
เพียงชั่วพริบตา ข้อมือของเขาก็ปรากฎมือของชายชราเรียบร้อยแล้ว!
สีหน้าของเย่ ชิวไป่ดูเคร่งขรึมเล็กน้อย
คนประเภทนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ซ่อนอยู่อย่างแน่นอน!
อย่างไรก็ตาม เย่ชิวไป่ไม่ได้ต่อต้านอะไรเลย และสีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลง
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของเย่ชิวไป่i ชายชราก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเบาๆ และถามว่า “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะลงมือกับเจ้า?”
เมื่อได้ยินที่ชายชรากล่าว
เย่ชิวไป่ก็ส่ายหัวแล้วตอบว่า “ด้วยความแข็งแกร่งของท่านผู้เฒ่า หากท่านต้องการ ท่านสามารถสังหารข้าได้ง่ายๆ ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว”
“ท่านจะทำให้มันยุ่งยากอีกทำไม”
เมื่อพิจารณาจากความเร็วของชายชราแล้ว เย่ชิวไป่ไม่ได้พูดเกินจริง
แม้ว่าเขาจะมีสิ่งของป้องกันตัวที่หลู่ฉางเซินมอบให้ก็ตาม
แต่ภายใต้ความเร็วชายชรา เขาไม่มีความเป็นไปได้ที่จะใช้มันได้ทัน!
เมื่อได้ยินเย่ชิวไป่ตอบ
ชายชราพยักหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ข้าเห็นได้อย่างชัดเจน เจ้าเป็นนักดาบจริงๆ”
เย่ชิวไป่ถามว่า “ท่านผู้เฒ่าคงไม่ใช่แค่พูดเท่านี้ใช่ไหม?”
ชายชราไม่ตอบ
แต่เขากลับบีบเส้นลมปราณบนข้อมือของเย่ชิวไป่เบาๆ
หลังจากสัมผัสได้สักพัก
แววตาชองชายชราเกิดความหวาดกลัวเกิดขึ้น!
อย่างไรก็ตาม มันก็หายวับไปในพริบตา
หลังจากนั้น สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติทันที
เพียงแค่เขาพึมพำว่า “ร่างกายนี้…มีอยู่จริงๆ”
“ดูเหมือนว่ามันจะเป็นโชคชะตาซินะ”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ชายชราก็ปล่อยมือแล้วกล่าวว่า “เจ้าเอาเหล็กชิ้นนี้ไปเถอะ”
เย่ชิวไป่สับสนเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม เขายังคงหยิบเศษเหล็กนี้ขึ้นมา
เขามองดูเศษเหล็กในมือซึ่งเต็มไปด้วยสนิม แล้วขมวดคิ้วเมื่อไม่รู้สึกถึงอะไรเกี่ยวกับมันเลย
เขาไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ แม้แต่น้อย!
“ท่านผู้เฒ่า…”
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาต้องการถาม เขาก็เงยหน้าขึ้น
โดยไม่คาดคิด เขาเห็นว่าชายชราตรงหน้าเขาหายไปแล้ว!
ราวกับว่าเขาไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน!
เย่ชิวไป่รู้สึกงุนงง แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
หลังจากเก็บเศษเหล็กที่เป็นสนิมแล้ว เขาก็จากไปพร้อมกับซือเฉิงและเสี่ยวเฮย
ทั้งสามมาถึงโรงเตี๊ยม
หลังจากมอบเงินหนึ่งร้อยห้าสิบหยวนจิงแล้ว
เขาก็ขอห้องพักธรรมดาที่สุดสามห้อง
ถ้าเป็นเรื่องสถาณการณ์ปกติ เงินหนึ่งร้อยห้าสิบหยวนจิงก็เพียงพอที่จะอาศัยอยู่ในห้องขนาดใหญ่สุดได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขาสามารถเข้าพักในห้องพักธรรมดาที่สุดได้เพียงสามห้องเท่านั้น
แต่มันก็ไม่น่าแปลกใจ
เป็นเพราะคุนหลุนเทียนฉือใกล้จะเปิดแล้วนั่นเอง
ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ย่อมเดินทางมายังเมืองคุนหลุน
ในช่างเวลานี้ โรงเตี๊ยมย่อมมีห้องพักไม่เพียงพอเป้นเรื่องปกติ
โชคดีที่ทั้งสามยังได้ห้องพักสามห้อง แต่ก็แลกมากับราคาทึ่สูงกว่าเดิมหลายเท่า
สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเถ้าแก่ขึ้นราคาอย่างหน้าเลือดนั่นเอง!
ถ้าหลู่ฉางเซินอยู่ที่นี่
เขาต้องพูดประโยคนี้อย่างแน่นอน
“ช่วงฤดูท่องเที่ยวอย่าออกไปเที่ยว!!”
ทุกอย่างแพงงง!! o(▼皿▼メ;)o
(อิโมจินี้ผู้แต่งเป็นผู้ใส่ที่ต้นฉบับนะครับ ผู้แปลไม่ได้ใส่ สงสัยผู้แต่งน่าจะโดนเชือดช่วงท่องเที่ยวมาแน่ๆ ╮(╯▽╰)╭ )
รอจนพักผ่อนหายเหนื่อยแล้ว
ทั้งสามคนก็ออกมานั่งที่โต๊ะอาหาร แล้วสั่งสุราและอาหารจานพิเศษจากโรงเตี๊ยม
ทั้งสามคนหัวเราะ สนทนา พลางดื่มกินไปพร้อมๆ กัน
ในตอนนี้เอง
มีผู้คนรอบข้างกล่าวว่า “ข้าได้ยินมาว่า คราวนี้กองกำลังชั้นหนึ่งจำนวนมาก มาที่คุนหลุนเทียนฉืองั้นหรือ?”
มีคนกลอกตาแล้วตอบว่า “แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุนหลุนเทียนฉือไม่มีกองกำลังชั้นหนึ่งมาเยือน โดยเฉพาะคราวนี้ มีหลายกองกำลังที่มีอัจฉริยะเกิดขึ้นมามากมาย”
“ใช่แล้ว ตัวอย่างเช่น ในบรรดากองกำลังชั้นหนึ่ง หุบเขาฉีจือ(เจ็ดอักษร) เจี้ยซือกู่ , นักบุญหญิงแห่งนิกายหานหลิง(วิญญาณเยือกแข็ง) ตงชิงเมี่ยว และนิกายฉือเหยียน(เปลวเพลิงแดง) ราชาเปลวเพลิงหยานเทียนฮั่ว”
“ข้าได้ยินมาว่า พวกเขาทั้งหมดจงใจระงับความแข็งแกร่งของตัวเองและไม่ได้บุกทะลวงเข้าสู่ขอบเขคมหาจักรพรรดิ เพียงเพื่อจะได้เข้าไปที่คุนหลุนเทียนฉือนี้เท่านั้น!”
“ไม่ว่ายังไง ผลประโยชน์ที่คุนหลุนเทียนฉือนำมานั้นยิ่งใหญ่เกินไป หากเจ้าสามารถได้รับออร่าบริสุทธิ์ของเทียฉือ(บ่อสวรรค์)ได้ เวลาเจ้าทะลวงผ่านขอบเขต เจ้าจะทรงพลังกว่ามหาจักรพรรดิทั่วไปมาก!”
“และมันยังเพิ่มโอกาสในการทะลวงผ่านขอบเขตรวบรวมเต๋าด้วย!”
“อย่างไรก็ตาม มีข่าวอีกชิ้นหนึ่งที่จะทำให้เจ้าประหลาดใจอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทุกคนต่างก็หันมองไปที่บุคคลนี้
แม้แต่พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนก็อดไม่ได้ที่จะหยุดสนทนาและใส่ใจกับสิ่งที่บุคคลนี้กลังกล่าว
หลังจากเงียบไปสักพัก เพื่อดึงดูดให้ทุกคนหันมาสนใจเรียบร้อยแล้ว
บุคคลนี้กระแอมแล้วกล่าวว่า “ราชวงศ์ไร้ขอบเขตจะส่งฝ่าบาทมาที่นี่ในครั้งนี้”
“ฝ่าบาทองค์ไหน?”
“ใครอีกที่สามารถเรียกฝ่าบาทได้?”
“จักรพรรดิมีองค์ชายเพียงผู้เดียวเท่านั้น!”
เมื่อได้ยินข่าวนี้ ทุกคนต่างก็ตกใจ!
พวกเขาเดาได้แล้วว่าผ่าบาทนี้หมายถึงใคร!
ในตอนที่คุนหลุนเทียนฉือเปิดตามปกตินั้น
แม้ว่าคนจากราชวงศ์จะส่งคนมาที่นี่ แต่สถานะที่พวกเขาส่งมา ก็ไม่ได้สูงเกินไป!
เพื่อวัตถุประสงค์ในการกำกับดูแล และป้องกันใครก็ตาม ที่อยากทำลายคุนหลุนเทียนฉือ!
แต่เหมือนในครั้งนี้ ราชวงศ์ส่งฝ่าบาทมาที่นี่งั้นหรือ?
“เจ้าหมายถึงมู่ฟู่เฉิง? ราชวงศ์ส่งฝ่าบาทมู่มาที่นี่ด้วยตัวเองเ!”
มู่ฟู่เฉิง!
หลังจากได้ยินชื่อนี้ พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนต่างก็ยิ้มให้กันเบาๆ
“ดูเหมือนว่าเราจะเดาถูกนะ”
ถูกตัอง ก่อนหน้านี้
พวกเขาเดาตัวตนของมู่ฟู่เฉิงไว้บ้าง
แต่ตอนนี้ได้รับการยืนยันแล้ว
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีอาการตกใจมากนัก
เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ตอนที่เจอกับอันตราย เขาจะปกป้องตัวเองเหมือนเต่าที่อยู่ในกระดอง
เย่ชิวไป่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตลก
ถ้าข้าแนะนำเขาให้อาจารย์รู้จัก
สองคนนี้คงมีเรื่องให้คุยกันมากมายแน่นอน!
ในนั้นเอง มีกลุ่มคนก้าวเข้ามาในโรงเตี๊ยม
บางคนมองเห็นแล้วดูตกใจเล็กน้อย
“พวกเขามาจากผาซวนหมิง!”
ผาซวนหมิง(แสงสลัว)
มันคือกองกำลังชั้นหนึ่งจากเขตแดนภายใน!
แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในกองกำลังชั้นหนึ่ง แต่ก็อยู่อันดับล่างสุด
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นกองกำลังชั้นหนึ่งอยู่ดี
แน่นอน ภูมิหลังย่อมล้ำลึกมาก!