โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 323 ผาซวนหมิง
บทที่ 323 ผาซวนหมิง
ผาซวนหมิง(แสงสลัว) เป็นกองกำลังชั้นหนึ่งที่อยู่ระดับล่างสุด
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเป็นกองกำลังชั้นหนึ่งของเขตแดนภายใน!
รากฐานและภูมิหลังอันล้ำลึกนั้น เกินกว่ากองกำลังธรรมดาทั่วไปอย่างมาก!
มีชายชราผู้หนึ่งเป็นผู้นำเหล่าศิษย์ของผาซวนหมิงมาที่นี่
ชายชรามีหนวดเครายาวและเส้นผมสีดำ แต่เบ้าตาของเขาลึกบุ๋มและจมูกของเขาหงิกงอเหมือนตะขอ!
เพียงแค่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่า ชายชราผู้นี้ชั่วร้ายขนาดไหน!
เมื่อชายชราเข้ามาในโรงเตี๊ยม เขาก็กวาดตามองไปรอบๆ
เมื่อเขามองไปที่พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคน
ดวงตาของเขาก็แคบลงเล็กน้อย
หือ?
เย่ชิวไป่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาเห็นว่ามีความเกลียดชังอยู่ในดวงตาของชายชรา!
พวกเขาไม่เคยพบหรือแม้แต่รู้จักกองกำลังที่ชื่อผาซวนหมิงนี้มาก่อน
ทำไมเจ้าถึงมองพวกเราแบบนี้?
ทันใดนั้น เย่ชิวไป่หันไปมองซือเฉิงและเสี่ยวเฮยที่นั่งอยู่ด้านข้าง
เห็นได้ชัดว่าซือเฉิงเข้าใจความหมายของเย่ชิวไป่ เขาส่ายหัวเล็กน้อย เพื่อบอกว่าเขาไม่เคยเห็นชายชราผู้นี้มาก่อนมาก่อน
ส่วนเสี่ยวเฮยเองก็ดูสับสน
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่มีใครรู้จักชายชราผู้นี้เลย
เรื่องนี้มันต้องสาเหตุแน่ๆ?
เย่ชิวไป่นั่งนึกถึงสิ่งที่พวกเขาทำมาตั้งแต่มาถึงขอบเขตไร้พรมแดน
เมื่อพวกเขามายังขอบเขตแห่งนี้ พวกเขาทำเพียงสองสิ่งเท่านั้น
เข้าร่วมสมาคมทหารรับจ้างและคุ้มกันตระกูลหยาง
จากนั้น เขาก็มีเข้าร่วมประลองโควต้าคุนหลุนเทียนฉือของตระกูลหยาง…
ฯลฯ!
การประลองเพื่อโควต้า!
คฤหาสน์เจ้าเมือง!
ในเมื่อเจิ้งหยงฉี บุตรสาวของเจิ้งหยงอันมาจากนิกายหานหลิง!
และสมาชิกนิกายหานหลิงทั้งหมดเป็นผู้หญิง
ดังนั้น บุคคลนี้จึงไม่สามารถมาจากนิกายหานหลิงได้
เพราะงั้นมันก็เหลืออีกคนหนึ่ง เจิ้งห่าวเมี่ยว บุตรชายของเจ้าเมือง!
มีข่าวลือว่าเขาได้ถูกผู้อาวุโสของกองกำลังชั้นหนึ่งเขตแดนภายในรับเป็นศิษย์ส่วนตัว
แต่ข้าไม่รู้ว่าเป็นกองกำลังไหน?
และซือเฉิงเองก็ได้บดขยี้เจิ้งห่าวเมี่ยว และทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส!
แถมทำให้หัวใจเต๋าของเขาสั่นไหว
แล้วความเกลียดชังนี้ร้ายแรงหรือไม่?
แน่นอน ร้ายแรงมาก!
หัวใจเต๋าสั่นไหวมันจะส่งผลต่อการบ่มเพาะของผู้ฝึกตน!
ในกรณีที่ร้ายแรง ฐานบ่มเพาะเขาจะอยู่กับที่และไม่สามารถก้าวหน้าได้อีกต่อไป!
ในเรื่องนี้ ผู้ฝึกตนถือเป็นเรื่องที่จริงจังที่สุด!
สรุปคือ
ผาซวนหมิงนี้เป็นกองกำลังที่เจิ้งห่าวเมี่ยวสังกัดอยู่นั่นเอง
เย่ชิวไป่ยืนขึ้นและมองดูชายชราผู้นำผาซวนหมิงด้วยรอยยิ้ม
“ผู้อาวุโส ท่านมาที่นี่เพราะเกี่ยวข้องกับเจิ้งห่าวเมี่ยวใช่หรือไม่?”
ผู้อาวุโสตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วเยาะเย้ย “เจ้าฉลาดมาก เจ้ารู้จุดประสงค์ของข้า เพียงแค่เห็นข้ามองเจ้าเพียงครั้งเดียว”
เย่ชิวไป่ยิ้มเบาๆ และตอบว่า “ผู้อาวุโส นี่ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคาดเดา ท้ายที่สุด เมื่อพวกเราทั้งสามมาถึงที่นี่ พวกเราเพียงแต่ทำให้สองคนนี้ขุ่นเคืองเท่านั้น แต่เรายังไม่ได้สังหารพวกเขาเลยนี่”
“แล้วไง!”
ศิษย์ที่อยู่ข้างหลังผู้อาวุโสตะโกน “ตอนนี้เจ้ารู้ว่าเรามาจากไหน แต่เจ้ายังคงเย่อหยิ่งอยู่? เจ้าไม่กลัวตายจริงๆ งั้นหรือ?”
ลูกศิษย์คนนี้เต็มไปด้วยออร่าปราณครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิ!
แต่มีความแตกต่างไม่มากระหว่างเขากับเจิ้งห่าวเมี่ยว!
“ความตาย?” เย่ชิวไป่หัวเราะเบาๆ เมื่อเขาได้ยินคำพูดนี้
เย่ชิวไป่ตอบกลับด้วยดวงตาที่เย็นชา “แน่นอน ข้ากลัวซิ ในโลกนี้ตราบใดที่เจ้ายังมีความผูกพันและเป้าหมาย ใครบ้างไม่กลัวความตาย?”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมเจ้าไม่คุกเข้าร้องขอความเมตตาล่ะ?”
“เผื่อข้าใจดี ข้าอาจจะปล่อยเจ้าไปก็ได้?”
จากด้านข้าง ซือเฉิงก็ยืนขึ้นและกล่าวว่า “ข้าเป็นผู้ทำสิ่งนี้เอง ถ้าเจ้าอยากสังหารก็มาหาข้า แต่..แค่เจ้ามันไม่เพียงพอ”
ลูกศิษย์ที่อยู่ข้างหลังหัวเราะด้วยความโกรธ และในมือของเขาก็มีปราณอันมืดมนเยือกเย็นไหลออกมา!
ทันใดนั้น เขาก็รีบวิ่งไปในทิศทางของซือเฉิง!
เขาใช้ฝ่ามือตบเข้าใส่ด้วยฝ่ามือเดียว!
ฝ่ามือซวนหมิง!
เห็นดังนั้น ซือเฉิงก็หยิบขวานขวานหมิงหวงซวนเฮยออกมา
เขาปะทะฝ่ามือด้วยขวานในทันที!
หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น ขอบเขตของซือเฉิงก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ในตอนนี้ ปราณแห่งดวงดาวที่ไหลผ่านขวานหมิงหวงซวนเฮยมีน้ำหนักนับหมื่นจิน!
เมื่อขวานฟาดออกไป แต่ก่อนที่มันจะตกลง โต๊ะไม้ด้านล่างก็ไม่สามารถทนแรงเหวี่ยงจากขวานได้อีกต่อไป และโต๊ะก็พังทลายลง!
แน่นอน เมื่อขวานตกลงบนปราณฝ่ามือซวนหมิง
มันทำให้ใบหน้าของศิษย์ผู้นั้นเปลี่ยนไปทันที!
เลือดพุ่งออกมาเต็มปากและเขาก็ถอยกลับอย่างรุนแรง!
เมื่อชายชราเห็นสิ่งนี้ ใบหน้าของเขามืดมน และเขาวางฝ่ามือบนหลังของศิษย์ผู้นั้นเพื่อทำให้เขามั่นคง
ในเวลาเดียวกัน มันก็ละลายปราณแห่งดวงดาวที่ไหลอยู่ในร่างของศิษย์ผู้นั้นได้อย่างง่ายดาย!
ในตอนนี้ การแสดงออกของเย่ชิวไป่เคร่งขรึมลงเล็กน้อย
ด้วยการเคลื่อนไหวนี้ ออร่าปราณของชายชราก็ถูกเปิดเผยเล็กน้อย
มันแข็งแกร่งกว่าขอบเขตมหาจักรพรรดิ!
แม้แต่เจิ้งหยงอันซึ่งอยู่ขั้นปลายมหาจักรพรรดิก็ไม่สามารถเทียบได้!
หรืออีกนัยหนึ่ง สถานะของบุคคลนี้อย่างน้อยก็อยู่ในขอบเขตภวังค์เทพ(เฟินเฉิน)!
(ขอบเขตภวังค์เทพ(เฟินเฉิน) นี้นะครับ จีนใช้ 分神境 Fēn shén jìng ผู้แปลไม่แน่ใจว่ามันเป็นขอบเขตขั้นใหญ่ก่อน ขอบเขตรวบรวมเต๋า(เหอเต๋า) หรือเป็นขั้นเล็กเหมือนครึ่งก้าวมหาจักรพรรดินะครับ ในตอนนี้ผู้แต่งไม่ได้อธิบายอะไรมาก)
นี่ก็คือผู้อาวุโสของผาซวนหมิง
แน่นอน เขาต้องอยู่ในขอบเขตภวังค์เทพ(เฟินเฉิน)แน่ๆ!
ดังนั้น เย่ชิวไป่จึงถือจี้หยกไว้ในมือ พร้อมที่จะเรียกค่ายกลดาบออกมาได้ตลอดเวลา เพราะเกรงว่าคู่ต่อสู้จะโจมตีเร็วเกินไป และเขาจะไม่สามารถตอบสนองได้ทันเวลา!
ชายชรามองดูฉากนี้ด้วยความเยาะเย้ยและกล่าวว่า “เจ้ากล้าหาญมากจริงๆ”
“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าจะไม่โจมตี เจ้าก็ยังต้องตายอยู่ดี”
“มันไม่สำคัญว่าจะเป็นการรังแกเด็กหรือไม่ ข้าแค่อยากให้เจ้ารู้ว่าศิษย์ของผาซวนหมิงของข้า ไม่ง่ายเลยที่จะถูกรังแก!”
ผู้คนที่อยู่ในห้องอาหารของโรงเตี๊ยมนั้น ได้ถอยออกไปจากสถานที่แล้ว แต่ก็ยังได้ยินคำพูดเหล่านี้
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะมองพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนด้วยความสงสาร
ทั้งสามคนรุกรานผาซวนหมิง และกำลังจะถูกคิดบัญชีที่นี่
ต้องรู้ก่อนว่า
ที่จริงแล้ว ผาซวนหมิงยังขึ้นชื่อในเรื่องการให้ท้ายคนของตัวเองอีกด้วย เห็นได้ชัดว่ารุ่นเยาว์ทั้งสามคนต้องทำบางสิ่งกับศิษย์ของผาซวนหมิง และผาซวนหมิงย่อมลงโทษทั้งสามคนด้วยความตายอย่างแน่นอน!
หลังจากนั้น ชายชราไม่พูดอะไรอีก
สำหรับเขาแล้ว
พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนคือได้ตายไปแล้ว
สักพัก ออร่าปราณก็ไหลออกมาทันที
ในช่วงเวลานี้ ภายในห้องอาหารทั้งร้าน เต็มไปแรงกดดันอันทรงพลัง!
โต๊ะ เก้าอี้ และสิ่งของรอบๆ เหล่านั้นล้วนพังทลายและฉีกขาด ภายใต้แรงกดดันอันทรงพลังนี้!
ใบหน้าของผู้มารับประทานอาหารในห้องอาหารเปลี่ยนไป และพวกเขาก็รีบออกจากห้องนี้ทีละคน!
ภายใต้ออร่าปราณที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ พวกเขาไม่สามารถต้านทานได้เลย!
ขอบเขตภวังค์เทพช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
แม้แต่พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนก็พบว่ามันยากที่จะต้านทาน
เจตจำนงบรรพจารย์ดาบขั้นสูงสุด พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งไปรอบๆ ร่างของเย่ชิวไป่!
ส่วนร่างของซือเฉิงกลายเป็นกำแพงด้วยปราณแห่งดวงดาว และพยายามปิดกั้นตัวของเขาไว้
ในตอนนี้ ดวงตาของเสี่ยวเฮยก็มีปราณมารมารวมตัวกันแล้ว!
หลังจากนั้นไม่นาน เทพมารอันชั่วร้ายก็จะฟื้นคืนชีพ!
ตราบใดที่ศัตรูลงมือ เทพมารก็จะถูกอัญเชิญออกมา!
ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อย: “บรรพจารย์ดาบขั้นสูงสุด ผู้ฝึกฝนกายมาร ปราณแห่งดวงดาว พวกเจ้าไม่สามารถรอดชีวิตได้ในวันนี้!”
คำกล่าวยังไม่จางหาย
ผู้อาวุโสผาซวนหมิงก็เหยียดนิ้วของเขาออก และลำแสงที่เต็มไปด้วยปราณมืดมนเยือกเย็นก็ยิงตรงไปยังทั้งสามคน!
ปราณนี้ประกอบไปด้วยความมืดมิดและความหนาวเย็น
แต่มันไม่ใช่แค่ความหนาวเย็นจากน้ำแข็งเท่านั้น!
แต่มันยังมีความเย็นเยือกจากความตายด้วย!
เมื่อทั้งสองความเย็นมารวมกัน พลังของพวกมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก!
พลังแห่งการผสมผสานของเขตจำนงไม่ใช่แค่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง
แต่มันเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ!
แสงเย็นนี้ทำให้ทั้งสามคนรู้สึกระมัดระวังมากขึ้น!
ในตอนนี้ เสี่ยวเฮยอัญเชิญเทพมารออกมาทันที!
เงาเทพมารทะลุหลังคาของห้องอาหารนี้โดยตรง!
มันยืนอยู่ระหว่างสวรรค์และปฐพี!
ส่วนเย่ชิวไป่เหยียดนิ้วดาบของเขาออก และอาณาเขตดาบก็เต็มไปด้วยอันตราย!
ค่ายกลดาบสี่สมบูรณ์ที่มีเอกลักษณ์มารวมตัวกัน!
ซือเฉิงก็ยังรวบรวมดวงดาวและอุกกาบาตอีกด้วย!
ทั้งสามใช้อำนาจสูงสุดของพวกเขา เพื่อต้านทานการโจมตีนี้!
เพราะนี่คือการโจมตีที่คุกคามพวกเขาถึงตาย!
ขอบเขตภวังค์เทพไม่ใช่สิ่งที่พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนสามารถเอาชนะได้!
และเมื่อการโจมตีนี้กำลังจะโจมตีพวกเขา
ชายชราสวมเสื้อผ้าเก่าทรุดโทรมก็ปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสามคน!