โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 324 ใช้หมัดคุยเหตุผล
บทที่ 324 ใช้หมัดคุยเหตุผล
ปราณแห่งดวงดาว
กายเนื้อเทพมาร
และบรรพจารย์ดาบขั้นสูงสุดรุ่นเยาว์!
สามคนนี้มีความสามารถมาก!
สมมุติทั้งสามคนนี้อยู่ที่ผาซวนหมิง ก็ยังถือว่าเป็นอัจฉริยะลำดับต้นๆได้เลย!
เมื่อต้องเผชิญกับอัจฉริยะเช่นนี้
เจ้าต้องจบชีวิตเขาให้ได้ ไม่ว่าจะแลกกับอะไรก็ตาม!
นี่คือความคิดของผู้อาวุโสผาซวนหมิง และยังเป็นความคิดของทุกคนอีกด้วย!
หากเจ้าคิดว่า เจ้าอาวุโสกว่า พลังเหนือกว่า แล้วต้องการรักษาหน้าตนเอง แล้วปล่อยให้อัจฉริยะเหล่านี้รอดตายละก็
เมื่อคนเหล่านี้เติบโต จนมีพลังเหนือกว่าเจ้าเมื่อไหร่
เจ้าจะต้องประสบหายนะอย่างแน่นอน!
ดังนั้น ผู้อาวุโสผาซวนหมิงหยาจึงไม่ลังเลเมื่อยามเขาลงมือ เขาใช้พลังขอบเขตภวังค์เทพออกมาอย่างเต็มที่!
แต่เมื่อการโจมตีนี้กำลังจะถึงตัวทั้งสามคน
จู่ๆ ก็มีชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าเส้นทางโจมตี
ภายใต้สายตาที่หวาดกลัวของทุกคน เห็นชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ค่อยๆ ยื่นนิ้วออกมา
นิ้วก็ชี้ไปที่แสงอันมืดมิดเยือกเย็น!
แสงนี้มันคงอยู่เพียงชั่วครู่เท่านั้น!
ไม่ถึงลมหายใจ มันก็ละลายหายไปทันที!
ใบหน้าของผู้อาวุโสผาซวนหมิงเปลี่ยนไปด้วยความตกใจเมื่อเห็นสิ่งนี้!
ต้องรู้ก่อนว่า เขาอยู่ในขั้นต้นของขอบเขตภวังค์เทพ!
(โอเครู้ละ หลังจากมหาจักรพรรดิ ก็ขอบเขตภวังค์เทพ แล้วไปที่ขอบเขตรวบรวมเต๋า)
อาจกล่าวได้ว่าในเมืองคุนหลุน ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ที่จุดสูงสุดแล้ว!
แต่ชายชราตรงหน้าเขา ดูราวกับว่าเขายังไม่ตื่นเต็มที่ ดวงตาของเขาดูง่วงนอน และเขายังใช้มืออีกข้างตบปากและหาวอีกด้วย
ราวกับว่าเขาไม่สนใจแม้แต่น้อย!
เห็นได้ชัดว่า เขาไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมด มันเป็นเพียงการป้องกันง่ายๆ เท่านั้น!
เห็นได้ชัดว่า ความแข็งแกร่งของเขานั้นสูงกว่าผู้อาวุโสผาซวนหมิงอย่างแน่นอน!
แน่นอน คนอื่นๆ ต่างก็ประหลาดใจเมื่อเห็นสิ่งนี้
ไม่น่าแปลกใจเลย ที่ทั้งสามคนกล้ารุกรานศิษย์ของผาซวนหมิง กลับกลายเป็นว่าพวกเขามีผู้สนับสนุน!
แต่กองกำลังไหนกันล่ะ ที่สามารส่งผู้พิทักษ์ที่ทรงพลังออกมาได้?
ข้าเกรงว่าจะมีเพียงกองกำลังชั้นหนึ่งเท่านั้น!
ยิ่งกว่านั้น ตัวตนของพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนนั้น ต้องไม่ง่ายอย่างแน่นอนในหมู่กองกำลังชั้นหนึ่งนี้!
แต่เมื่อมองไปทีี่ทั้งสามคนนี้
ทุกคนเห็นเย่ชิวไป่ทั้งสามคนดูตกใจเล็กน้อยเช่นกัน
แน่นอน พวกเขารู้จักชายชราที่ดูสกปรกผู้นี้
แต่พวกเขาเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวนี่!
ชายชราผู้นี้ เป็นคนมอบชิ้นส่วนเหล็กขึ้นสนิมให้เขา เมื่อทั้งสามคนอยู่บนถนนเมืองคุนหลุน!
ในเวลานั้น เย่ชิวไป่รู้สึกว่าความแข็งแกร่งของคนผู้นี้พิเศษมาก ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่ามันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ!
แต่ทำไมล่ะ……
ทำไมเขาถึงมาช่วยพวกเรา?
เย่ชิวไป่รู้สึกสับสนเล็กน้อย
ไม่ว่ายังไง ระหว่างทั้งสองก็ไม่มีมิตรภาพต่อกัน
ในตอนนี้ ใบหน้าของผู้อาวุโสผาซวนหมิงดูเคร่งขรึมและน่าเกลียด
ดวงตาที่ลึกบุ๋มลงไป เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ข้าขอถามได้ไหมว่าเจ้าเป็นใคร?”
ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ หาวเสร็จและตบเสื้อผ้าโทรมๆ บนตัวของเขา จริงๆ แล้วมีฝุ่นหนามาก เกาะอยู่บนเสื้อผ้า!
“มันไม่สำคัญว่าข้าเป็นใคร และเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของผู้อาวุโสผาซวนหมิงก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวและขาว แต่เขาประสานมือขึ้นแล้วกล่าวว่า “แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าผู้อาวุโสคือใคร แต่ผู้เยาว์ที่อยู่ข้างหลังท่าน ทำร้ายศิษย์ของข้าผาซวนหมิง ดังนั้นโปรดหลีกทางด้วย”
ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ หัวเราะเหน็บแนมและกล่าวว่า “สมัยข้ายังเยาว์ ไม่เพียงแต่แข่งขันกับสวรรค์และปฐพีเท่านั้น แต่ยังแข่งขันกับคนรุ่นเดียวกันอีกด้วย”
“หากมีการต่อสู้ จะไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตายได้อย่างไร? แน่นอน ข้าไม่มีทางลงมารังแกผู้เยาว์อยู่แล้ว”
ผู้อาวุโสผาซวนหมิงโต้กลับ “แล้วถ้าศิษย์ของอาวุโสถูกสังหาร ท่านควรทำอย่างไร?”
ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ตอบตรงไปตรงมาโดยไม่ต้องคิด “แน่นอน ข้าก็ต้องสังหารผู้ที่ลงมืออยู่แล้ว ทำไมต้องคิดมากด้วยล่ะ เจ้าโง่มากที่ถามคำถามแบบนี้”
เมื่อได้ยิน เย่ชิวไป่ทั้งสามคนพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง
พูดแบบนี้ ดูเหมือนจะย้อนแย้งกับคำกล่าวช่วงต้นนะ ไม่กลัวตบหน้าตัวเองงั้นเหรอ?
ผู้อาวุโสผาซวนหมิงก็ดูน่าเกลียดเช่นกันและกล่าวว่า “เป็นไปได้ไหมที่ผู้อาวุโสกำลังล้อเล่นกับข้า”
“ไม่ไม่ไม่”
ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ นั่งสบายๆ บนพื้น หยิบไหสุราที่มีรอยแตกแต่ยังมีสุราเหลืออยู่บ้าง และดื่มหมดในอึกเดียว
เขาหัวเราะและกล่าวว่า “ข้าแค่กำลังสอนเรื่องจริงให้กับเจ้าไง คนที่พูดอะไรก็ได้คือคนที่มีกำปั้นใหญ่ที่สุด!”
เมื่อฟังคำกล่าวนี้
ผู้อาวุโสผาซวนหมิงถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม “เป็นไปได้ไหมที่ผู้อาวุโสต้องการเป็นศัตรูของผาซวนหมิง?”
“ผาซวนหมิง?”
ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ คิดอยู่ครู่หนึ่งราวกับว่าเขาเพิ่งคิดถึงมัน และทันใดนั้นก็พูดว่า: “โอ้ ~ ข้าจำได้แล้ว นิกายของเจ้าซวนหมิงซีคนนั้นใช่ไหม? ให้ตายเถอะ นิกายของชายผู้นั้นไม่เพียงพอที่จะคุกคามข้าเฒ่า ผู้นี้หรอก”
เมื่อฟังถึงประโยคนี้
สีหน้าของผู้อาวุโสผาซวนหมิงก็เปลี่ยนไปอย่างมาก!
ซวนหมิงซีคือเป็นผู้นำนิกายของผาซวนหมิง
แม้ว่าชื่อของซวนหมิงซีจะไม่เป็นความลับ
อย่างไรก็ตาม คนที่สามารถเรียกชื่อผู้นำนิกายเฉยๆ โดยไม่เปลี่ยนสีหน้านั้น มีไม่มากนัก!
ไม่ว่ายังไง ซวนหมิงซีก็เป็นหนึ่งในชายที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ในเขตแดนนี้ เขาคือชายที่แข็งแกร่งในขอบเขตรวบรวมเต๋า!
เป็นไปได้ไหมว่า…
ผู้อาวุโสผาซวนหมิงเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ มองดูชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ แล้วกล่าวว่า “เป็นไปได้ไหม ที่ท่านก็เป็นขอบเขตรวบรวมเต๋าที่แข็งแกร่งเช่นกัน”
“ท่านคือใครกันแน่?”
ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ไม่ยอมตอบ
ในความเห็นของเขา เขาไม่ต้องการพูดอะไรที่เขาเคยพูดไปแล้ว
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ผู้อาวุโสผาซวนหมิงก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ประสานหมัดแล้วกล่าวว่า “ถ้าเป็นเช่นนี้นี้ ข้าจะไม่รบกวนผู้อาวุโส ข้าขอลา”
หลังจากจบประโยค เขาก็กำลังจะพากลุ่มศิษย์ออกจากห้องอาหารที่พังทรุดโทรมแล้ว
อย่างไรก็ตาม ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ หยุดเขาไว้และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าจะไม่ชดเชยงั้นเหรอ?”
ชดเชย ชดเชยสิ่งใด?
“เจ้าดูสิ เจ้าทำให้ห้องอาหารของใครบางคนเละเทะแบบนี้ ทำไม เจ้าจะไม่จ่ายเงินค่าเสียหายงั้นเหรอ?”
ผู้อาวุโสผาซวนหมิงดูน่าเกลียด แค่นเสียงอย่างเย็นชาและโยนแหวนมิติออกมา
หลังจากนั้น เขาก็รีบออกจากสถานที่นี้โดยเร็ว
ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ รับแหวนมาดู และพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ในตอนนี้เอง
เย่ชิวไป่ก้าวไปข้างหน้า ประสานหมัดแน่นแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยข้าไว้”
เมื่อชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ เห็นแบบนั้น เขาก็หัวเราะเสียงดัง ตบไหล่เย่ชิวไป่แล้วกล่าวว่า “เจ้าคือคนที่ข้าลำบากมากกว่าจะหาพบ ถ้าเจ้าตายไปข้าก็ไม่สามารถอธิบายให้เขาฟังได้!”
“อธิบาย?” เย่ชิวไป่ตกตะลึงและถามว่า “เขาคือใคร?”
ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้เจ้ายังแข็งแกร่งไม่พอ ดังนั้นอย่ารู้มากเกินไป การรู้มากเกินไปจะไม่ดีสำหรับเจ้าในตอนนี้”
เมื่อจบประโยคนี้
ชายชราใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ก็หายไปทันที
หายไปอีกแล้ว…
เย่ชิวไป่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
เขามองไปที่แหวนมิติที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นแล้วยิ้มอีกครั้ง
ชายชราผู้นี้ ช่างเป็นคนดีจริงๆ!
เนื่องจากโรงเตี๊ยมได้รับความเสียหาย เขาจึงได้ใช้เงินในแหวนมิติให้เถ้าแก่เป็นค่าชดเชย
แต่ทั้งสามคนก็ต้องไปอาศัยอยู่ที่อื่น
และแล้ว เจ็ดวันก็ผ่านไป
ในที่สุด คุนหลุนเทียนฉือก็จะเปิดในวันพรุ่งนี้!
ทุกคนที่สามารถเข้าคุนหลุนเทียนฉือได้ หรือผู้ที่เข้าไม่ได้
พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังภูเขาหิมะคุนหลุน!
ภูเขาหิมะคุนหลุนแห่งนี้ตั้งชื่อตามคุนหลุนเทียนฉือ
เนื่องจากอยู่บนไหล่เขาจึงมีหิมะตกตลอดทั้งปี
ส่งผลให้ไหล่เขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวหนาเสมอ
บนภูเขาไม่มีพืชสีเขียว
มีเพียงต้นสนซีดาร์ที่ยืนประปรายอยู่บนยอดเขาที่เต็มไปด้วยหิมะ
เมื่อพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนมาถึงไหล่เขา
ที่นี่ก็มีฝูงชนมารวมตัวกันแล้ว!
นี่คือคนที่สามารถเข้าไปในคุนหลุนเทียนฉือได้
พวกเขาทั้งหมดมาจากกองกำลังหลักทั้งหมด!
แน่นอนว่าผู้คนจากผาซวนหมิงก็อยู่ที่นี่เช่นกัน
ในตอนนี้เอง
กลางอากาศ สัตว์ขนาดยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้น!
เป็นสัตว์ยักษ์ที่มีขนาดใหญ่เท่ากับมังกร!
และหลังของมันกว้างมาก!
บนหลังของมันมีคฤหาสน์!
เมื่อทุกคนเห็นสิ่งนี้
พวกเขาทั้งหมดก็กำลังก้มหัวให้กับสัตว์ยักษ์!
เพราะพวกเขารู้ว่า
นี่คือพาหนะของราชวงศ์!
และผู้ที่สามารถใช้พาหนะนี้ได้ก็มีสถานะที่สูงส่งอย่างยิ่ง!