โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 394 จอมมาร!
“ผู้ใต้บังคับบัญชา คารวะท่านจอมมาร(โม่จู่)!”
ข้าเห็นชายผมดำคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเสี่ยวเฮย
ข้าได้ยินชายผมดำเรียกเสี่ยวเฮยว่าท่านจอมมาร
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
จอมมารงั้นเหรอ?
มู่ชิงชิงก็หรี่ตาของนางเช่นกัน
ท่านจอมมาร?
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สถานะของเสี่ยวเฮยนั้น สูงกว่าพวกเขา ทั้งหมด?
รวมถึงชายผมดำที่แข็งแกร่งอย่างมากผู้นี้ด้วย
เข้าใจแล้ว!
พวกเขาสามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นสองชั้นแรกได้แล้ว
มู่ฉีเฉิงและหลิวเจี่ย ทั้งคู่มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่า จอมมารคืออะไรก็ตาม
แต่ชายผมดำที่มีพลังมาก เขายังคงต้องคำนับเสี่ยวเฮย
ด้วยสิ่งนี้ทำให้พวกเขารู้สึกประหลาดใจ
พูดจริงๆแล้ว แม้แต่ผู้นำนิกายเจี้ยนหวู่เฟิงหรือผู้นำตระกูลมู่ เมื่อ เผชิญกับชายผมดำผู้นี้ ทั้งสองก็อาจไม่สามารถต่อกรได้
ส่วนมู่ฟู่เฉิง เขารีบกระซิบกล่าวกับเย่ชิวไป่ที่อยู่ด้านข้างทันที “ดู เหมือนว่า สถานะของศิษย์พี่สี่จะยอดเยี่ยมมาก!”
เย่ชิวไป่และซือเฉิง ทั้งคู่มีการแสดงออกที่ดูเหมือนว่า “ข้ารู้มา นานแล้ว!”
ทั้งคู่ไม่มีความประหลาดใจเลย
เสี่ยวเฮยกล่าวโดยไม่รู้ตัว “ลุกขึ้นเถอะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายผมดำก็ลุกยืนขึ้น
ทันใดนั้น เขาโบกมือและปิดกั้นทุกสิ่งรอบตัวเขาด้วยบาเรียสีดำ!
ไม่มีสิ่งมีชีวิตหรือเสียงใดสามารถเข้าหรือออกจากบาเรียสีดำนี้
ได้!
เว้นแต่จะเป้นผู้ที่มีขอบเขตสูงกว่าชายผมดำผู้นี้เท่านั้น ถึงจะทำ ได้
ชายผมดำกล่าวว่า “ท่านจอมมาร ในเมื่อท่านอยู่ที่นี่ ท่านคง ทราบว่าความทรงจำของท่านถูกผนึกไว้ใช่ไหม?”
เสี่ยวเฮยพยักหน้าและถามอย่างรวดเร็ว “เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร และทำไมความทรงจำข้าจึงถูกผนึกไว้”
คำถามเหล่านี้
เป็นคำถามที่สร้างความสับสนให้กับเสี่ยวเฮย
เขายังอยากรู้ด้วยว่า ใครคือผู้หญิงที่ถูกคุมขังในห้องมืด ใน ความทรงจำของเขา
เขาจึงอยากขอให้ชายผมดำช่วยตอบคำถาม!
อย่างไรก็ตาม ชายผมดำไม่ได้อธิบายความสงสัยของเสี่ยวเฮย แม้แต่น้อย
แต่เขาส่ายหัวและกล่าวว่า “ท่านจอมมาร ข้าไม่สามารถบอก ท่านเรื่องนี้ได้ ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของท่าน มันจะเป็นการ ดีกว่าที่จะไม่ทราบเนื้อหาของความทรงจำล่วงหน้า”
“ทำไมล่ะ?”
ชายผมดำอธิบายเพิ่มเติมว่า “เป็นเพราะความแข็งแกร่งใน ปัจจุบันของท่านจอมมาร มันไม่เพียงพอที่จะเข้าถึงความทรงจำที่ถูก ผนึกไว้เหล่านั้น”
“มันไม่ดีสำหรับท่านที่จะรู้ล่วงหน้า ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผนึกถูก กระตุ้น พวกกบฏก็จะรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นด้วยความ แข็งแกร่งในปัจจุบันของท่าน ท่านจะไม่สามารถต้านทานพวกนั้นได้”
“ถ้าเรื่องราวเลยเถิดมาถึงจุดนี้ สิ่งที่หญิงสาวผู้นั้นทำก็จะหมด ความหมาย”
หญิงสาว?
หญิงสาวผู้นั้นที่ถูกขังอยู่ในห้องมืดในความทรงจำหรือเปล่า?
ทุกครั้งที่นึกถึงฉากนี้
เสี่ยวเฮยจะรู้สึกเจ็บแปลบในใจ
เขารู้สึกได้ว่า หญิงสาวผู้นั้นที่ถูกคุมขัง นางมีความสำคัญต่อ เขาอย่างมาก!
ชายผมดำกล่าวต่อ “ตอนนี้ สิ่งที่ท่านต้องทำคือ การปรับปรุง ความแข็งแกร่งของท่านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และฟื้นฟูมันให้ ถึงจุดสูงสุดหรือแม้กระทั่งเกินกว่านั้น”
“ด้วยวิธีนี้ มันเป็นไปได้ที่จะกอบกู้ทุกสิ่งและรื้อฟื้นอาณาจักรมาร (โม่หยู) กลับคืนมา”
(ตอนนี้ทุกคนอยู่แดนมาร 魔渊 Mó yuān นะครับ ส่วน อาณาจักรมาร คือ 魔域 Móyù)
“ตราบใดที่ท่านพัฒนาความแข็งแกร่ง ท่านจะได้เรียนรู้เรื่อง ทั้งหมดนี้อย่างช้าๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เสี่ยวเฮยก็พยักหน้า
เขาย่อมไม่ตะโกนหรือโวยวายด้วยความโกรธ
เพราะตอนนี้ เขารู้ตัวดีว่าความแข็งแกร่งของเขายังไม่เพียงพอ!
และด้วยความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้ เขาจะรู้เรื่องทั้งหมดได้ อย่างไร?
อย่ามองว่าเสี่ยวเฮยดูเป็นคนร้อนรนหรือใจร้อน
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว เสี่ยวเฮยยังคงคิดเกี่ยวกับ ปัญหานี้ได้อย่างรอบคอบ
เมื่อเห็นจอมมารพยักหน้า ชายผมดำก็ถอนหายใจด้วยความโล่ งอกเช่นกัน
เขารู้บางเรื่องดี ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยวเฮยยังไม่รู้
ถ้าเกิดต้องต่อสู้กันขึ้นมาจริงๆ ชายผมดำไม่อาจต้านทานเสี่ยว เฮยได้!
เพราะเขาจะถูกยับยั้งจากสายเลือดและลำดับชั้น!
แน่นอน ลำดับชั้นของเผ่ามารนั้นเข้มงวดมาก!
ยิ่งการยับยั้งทางสายเลือดนั้นเด็ดขาด!
“ในแดนมารแห่งนี้ มีสิ่งที่ท่านต้องการอยู่”
ชายผมดำกล่าวต่อ “แต่สิ่งนั้นยังต้องมีการทดสอบอยู่บ้าง แน่นอน ด้วยความแข็งแกร่งของท่านจอมมาร ท่านยังคงสามารถ ผ่านการทดสอบเหล่านี้ได้”
“การทดสอบเหล่านี้ ถึงมันจะเรียกว่าการทดสอบ แต่จริงๆ แล้ว มันมีไว้เพื่อกระตุ้นจุดแข็งบางอย่างของท่าน”
เมื่อได้ยินที่ชายผมดำบอก เสี่ยวเฮยพยักหน้าและกล่าวว่า “เอา ล่ะ งั้นข้าจะเดินทางต่อ”
“เจ้าจะปล่อยให้พวกเราไปใช่ไหม?”
ชายผมดำส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ไม่ เหตุผลที่ลูกน้องของข้า ถูก ย้ายจากสามชั้นล่างมายังสามชั้นบนก็เพื่อเรื่องนี้”
“สามชั้นล่างและสามชั้นกลาง ภายใต้การยับยั้งทางสายเลือด ของท่าน สัตว์มารทั้งหมดได้สูญเสียความคิดของตนเองไปโดย สิ้นเชิง”
“ถ้าเราปล่อยให้คนของท่านผ่านแดนมารอย่างราบรื่น แดนมาร ก็จะสูญเสียความหมายของมัน”
“นอกจากนั้น สิ่งเหล่านี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีใช่ไหม?”
เสี่ยวเฮยไม่ได้ร้องขอ แต่กล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม ผู้คนจากกอง กำลังอื่นมาที่นี่ และเราต้องการหยุดพวกมัน”
เมื่อฟังประโยคนี้
ชายผมดำหัวเราะอย่างเหยียดหยาม
“ท่านหมายถึงมดพวกนั้น ที่มีร่องรอยสายเลือดของเผ่าปีศาจ (กุ่ยซู) ใช่ไหม?”
“อย่ากังวล พวกมันจะไม่ได้สิ่งที่ต้องการ”
“ด้วยความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้ พวกมันย่อมไม่สามารถเข้าถึง สิ่งที่มันต้องการได้”
เห็นได้อย่างชัดเจน
ชายผมดำรู้สถานการณ์เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดนดี และเขาได้ดูถูกเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายเหล่านี้
ชายผมดำกล่าวต่อ “ท่านจอมมาร ต่อไป ข้าขอให้ท่านไปผู้ เดียวและผ่านการทดสอบ”
“แล้ว…เพื่อนที่เหลือล่ะ ท่านจะว่ายังไง?”
ในใจของชายผมดำ
ไม่มีใครสามารถเป็นเพื่อนของจอมมารได้!
เพราะไม่มีใครสมควรได้รับมัน
นี่ไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง
แต่คือความจริง เพราะเผ่ามารมีพลังเช่นนี้ถึงทำได้
เจ้าต้องรู้ว่าเผ่ามารเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่ด้านบนสุดของห่วงโซ่ อาหาร ในขอบเขตมิติโลกระดับสูงด้วย!
ในฐานะที่เสี่ยวเฮยเป็นจอมมาร เพื่อนของเขาน่าจะมีบางอย่างที่
พิเศษ
เป็นเรื่องปกติที่ชายผมดำจะคิดแบบนี้
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงลังเลเล็กน้อย เมื่อเอ่ยถึงเพื่อนของ เสี่ยวเฮย
เสี่ยวเฮยส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “มีเพียงศิษย์พี่และศิษย์น้องเท่านั้น ที่เป็นญาติของข้า คนอื่นๆ เป็นเพียงคนรู้จักเฉยๆ เท่านั้น”
ศิษย์พี่และศิษย์น้องงั้นเหรอ? ?
ชายผมดำรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ผู้ใดที่คู่ควรกับการเป็นอาจารย์ของท่านจอมมาร?”
ทันใดนั้น ชายผมดำก็นึกถึงชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ เสี่ยวเฮยที่
ชักดาบออกมา
“ท่านหมายถึง รุ่นเยาว์ที่เพิ่งหยิบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับสุดยอด ออกมา คือศิษย์พี่ของท่านงั้นเหรอ?”
เสี่ยวเฮยพยักหน้ารับทันทีที่ได้ฟังคำถาม
เมื่อเห็นฉากนี้ ชายผมดำก็หยุดกล่าว
บุคคลที่สามารถมอบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับสุดยอดแก่เหล่าศิษย์ ได้ตามต้องการ
ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องทรงพลังอย่างยิ่ง
เจ้าต้องรู้ว่ามีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับสุดยอดเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น แม้แต่ในเผ่ามาร
ในฐานะสมบัติระดับสูงสุดของเผ่ามาร มันจะไม่มีวันถูกนำ ออกมา จนกว่าจะถึงช่วงเวลาวิกฤติของความเป็นตาย
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่ยอมรับได้สำหรับจอมมาร ที่มีบุคคล เช่นนี้เป็นอาจารย์ของเขา
“เอาล่ะ ท่านจอมมาร ผู้ใต้บังคับบัญชาของข้าจะส่งท่านไป ทดสอบ ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับท่าน ส่วนศิษย์พี่และศิษย์น้องของท่าน ข้า จะจัดเตรียมการให้ด้วย”
เมื่อฟังประโยคนี้แล้ว
เสี่ยวเฮยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า
ชายผมดำโบกมือ และกระแสน ้าวนสีดำก็ปรากฏขึ้นที่ประตูที่
เปิดอยู่
เสี่ยวเฮยก้าวเข้าไปในนั้นและเคลื่อนย้ายออกไป
เมื่อเห็นสิ่งนี้ เขาก็เปิดบาเรียสีดำออก
เย่ชิวไป่ที่กำลังเฝ้าดู เขารู้สึกแปลกใจที่เสี่ยวเฮยหายไปและถาม ว่า “เสี่ยวเฮยไปไหนแล้ว?”
ชายผมดำตอบว่า “จอมมารได้เข้าสู่การทดสอบแล้ว ดังนั้น พวก เจ้าต้องดูแลตัวเอง”
“ต่อไป ให้ข้าทำการประเมินด้วยตัวเอง เอาล่ะ…พวกเจ้าคนไหน จะเข้ามาก่อน”