โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 416 ตงหวังไค่!
“อ๋องหลินหลงกบฎ?”
สำนักงานใหญ่ของหอการค้าเสินหยิง…ย่อมตั้งอยู่ในเมืองเสินหยิง
ในขณะเดียวกัน เมืองเสินหยิงยังเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดในเขตแดนไร้พรมแดน นอกเหนือจากเมืองจักรพรรดิของราชวงค์ไร้ขอบเขต
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือเมืองเดียวที่ไม่อยู่ภายใต้อำนาจของราชวงค์ และเป็นเมืองที่หอการค้าเสินหยิงปกครองด้วยตนเอง
บนถนนหนทางนั้น
มีความเจริญรุ่งเรืองที่สามารถมองเห็นได้ทุกจุด
ที่นี่ไม่มีแผงลอยริมถนน มีแต่ร้านค้ามากมายเรียงรายสองข้างทางแทน
ร้านตีอาวุธ, ร้านโอสถ, ร้านยันต์และค่ายกล…ร้านทั้งหมดที่เจ้าต้องการสามารถพบเห็นได้ที่นี่
แน่นอนว่ายังมีสินค้าสำเร็จรูปอีกด้วย
ที่สำคัญ…ไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพ
โอสถหรือยันต์ทุกชิ้นที่ขายโดยร้านค้า มันจะต้องได้รับการรับรองจากหอการค้าเสินหยิงก่อน…
มันจึงจะสามารถนำไปวางบนชั้นวางขายได้!
แน่นอนว่า…ราคาของมันจะแพงกว่าที่อื่นเล็กน้อย
ถึงแม้เมืองอื่นอาจมีสินค้าชนิดเดียวกัน แต่คุณภาพสินค้าโดยรวมของเมืองเสินหยิงย่อมดีกว่า
ที่สำคัญ สินค้าบางอย่าง…มันสามารถหาได้เฉพาะที่เมืองเสินหยิงแห่งนี้เท่านั้น
และมันเป็นเพราะสิ่งนี้นั่นเอง
ทำให้เมืองแห่งนี้ดึงดูดนิกายชั้นหนึ่ง ตระกูลชนชั้นสูง และผู้บ่มเพาะทั่วไปจำนวนนับไม่ถ้วน พวกเขาทั้งหมดต่างมาที่นี่ เพื่อซื้อหาอาวุธและโอสถเป็นประจำ
แม้แต่ราชวงศ์ไร้ขอบเขตเอง พวกเขาก็ยังซื้อและเติมเสบียงในเมืองเสินหยิงอยู่เสมอ
แล้วราชวงค์ไม่คิดว่าเมืองเสินหยิงจะก่อกบฎงั้นเหรอ?
แน่นอน…มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ท้ายที่สุด หากหอการค้าเสินหยิงต้องการทำการค้า พวกเขาก็จะต้องพึ่งพากองกำลังภายนอกมากมาย
ยิ่งไปกว่านั้น หอการค้าเสินหยิงยังเป็นยักษ์ใหญ่ในเขตแดนไร้พรมแดน
พวกเขาครอบครองส่วนแบ่งการตลาดถึงเจ็ดส่วน( 70% ) ของตลาดทั้งหมด!
แล้วเหตุใดพวกเขาถึงต้องก่อกบฎ?
ทำไมพวกเขาต้องทำสิ่งที่เหมือนทุบหม้อข้าวตนเองเช่นนี้?
…
สำนักงานใหญ่ของหอการค้าเสินหยิง มันตั้งอยู่บนท้องฟ้าเหนือเมืองเสินหยิง…
ถูกตัอง…
สำนักงานใหญ่ของหอการค้าเสินหยิงเป็นเมืองลอยฟ้า
สิ่งที่ล้อมรอบเมืองลอยฟ้าคือ…บันไดแปดขั้น มันตั้งอยู่ในแปดทิศทางของเมืองเสินหยิง
หากเจ้าต้องการเยี่ยมชมหรือซื้อของหายาก เจ้าต้องเดินขึ้นบันไดไปเท่านั้น
เพราะหอการค้าเสินหยิงไม่อนุญาตให้บินขึ้นมาบนนี้
หากไม่ได้รับอนุญาตจากหอการค้าเสินหยิง เจ้าจะไม่สามารถเข้าเมืองจากท้องฟ้าได้
ในวันนี้…
ตงเสี่ยวฉินถูกเรียกตัวกลับสำนักงานใหญ่
หลังจากรายงานเรื่องอ๋องหลินหลงก่อกบฎแล้ว นางก็อดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปากและยิ้มออกมา
“ดูเหมือนว่า…ความเข้าใจในตัวตนของมู่เจิ้งถิง ข้ายังคงตื้นเขินเกินไป”
ผู้ที่อยู่ตรงข้ามกับตงเสี่ยวฉินคือ…ชายชราอ้วนท้วน ซึ่งขมับทั้งสองข้าง มีสิ่งที่คล้ายเคราห้อยลงมา
ชายชรายิ้มและกล่าวว่า “ราชวงศ์นั้นโหดร้าย ถึงมู่เจิ้งถิงจะทำเรื่องเช่นนี้ แต่เขาก็คู่ควรกับตำแหน่งจักรพรรดิจริงๆ”
ตงเสี่ยวฉินพยักหน้าและกล่าวว่า “ท่านพ่อ พวกเราต้องการช่วยราชวงศ์ไร้ขอบเขตตามหาอ๋องหลินหลงผู้นี้ไหม? ถ้าเราช่วยเหลือพวกเขาในครั้งนี้ มันจะทำให้พวกเขาเป็นหนี้บุญคุณพวกเราด้วย”
ชายชราผู้นี้คือบิดาของตงเสี่ยวฉิน…
ในเวลาเดียวกัน เขายังเป็นประธานคนปัจจุบันของหอการค้าเสินหยิง…ตงหวังไค่
อาจกล่าวได้ว่า ตงหวังไค่ผู้ควบคุมเศรษฐกิจของเขตแดนมิติโลกระดับต่ำก็ว่าได้
หากถามว่า เขาควบคุมเศรษฐกิจได้อย่างไร?
เอาง่ายๆ อย่างเช่น…ถ้าเขาอยากยุติความร่วมมือทั้งหมดกับเขตแดนไร้พรมแดน เขาจะทำให้พ่อค้าทั้งหมดภายใต้หอการค้าเสินหยิงถอนตัวออกจากเขตแดนนี้
แล้วเรื่องนี้มันจะกระทบกับผู้ฝึกตนทุกคนทันที!
ไม่มีอาวุธ โอสถ ยันต์ หรือค่ายกล!
นี่เป็นการโจมตีที่หนักหน่วงต่ออารยธรรมผู้บ่มเพาะของเขตแดน…
เพราะเรื่องนี้ ย่อมไม่มีเขตแดนใดสามารถทนต่อสิ่งนี้ได้!
ดังนั้นแล้ว…
หอการค้าเสินหยิง
หรืออีกนัยหนึ่ง…ตงหวังไค่
เขาคือการดำรงอยู่ ของผู้ที่สามารถส่งผลกระทบต่อเขตแดนได้!
ตงหวังไค่พยักหน้ารับ หลังจากฟังคำพูดของตงเสี่ยวฉิน แล้วกล่าวว่า “ถูกต้อง เราควรช่วยเหลือในเรื่องนี้ แต่เราไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ เราแค่ต้องช่วยอย่างลับๆ และแจ้งให้มู่เจิ้งถิงรู้ถึงเรื่องนี้”
ตงเสี่ยวฉินพยักหน้า “ข้าจะรีบดำเนินการทันที”
เป็นเพราะตงเสี่ยวฉินได้อยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่แรก
นางได้มาเชื่อมโยงกับเรื่องกบฎของอ๋องหลินหลงมาก่อนหน้านี้แล้ว
นางสามารถคาดเดาได้เจ็ดหรือแปดส่วน ว่าสิ่งต่างๆ ต่อจากนี้ มันจะพัฒนาไปอย่างไร
พูดง่ายๆ…
มู่เจิ้งถิงวางแผนส่งคนไปแอบทำลายกองทหารที่ประจำการอยู่ในภูเขาหลินเจี่ย!
เพื่อสร้างเหตุการณ์ที่ทำให้อ๋องหลินหลงเปิดเผยข้อบกพร่องของเขา!
แน่นอนว่า อ๋องหลินหลงเอง เขาก็ระมัดระวังตัวอย่างยิ่งเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่แค่การเปิดเผยข้อบกพร่องของอ๋องหลินหลงเท่านั้น
เขายังสามารถร่วมมือกับอ๋องหยุน เพื่อบังคับให้อ๋องหลินเปิดเผยความคิดที่เขาต้องการกบฎออกมาด้วย
และจุดนี้เอง…
หากอ๋องลินหลงไม่หลบหนีไปก่อน ทั้งสองก็สามารถตรวจสอบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายว่า…อ๋องหลินหลงมีเจตนาก่อกบฏหรือไม่?
อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะตัวอ๋องหลินหลงเอง เขามีจิตใจที่จะก่อกบฏอยู่แล้ว
เขาย่อมรู้ว่า…ถ้าเขาโดนสอบสวน ความลับที่เขาซ่อนไว้ทั้งหมด มันจะต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน!
ในเวลานี้ ยิ่งอ๋องหลินหลงหลบหนีไป มันยิ่งยืนยันความคิดก่อกบฎของเขามากยิ่งขึ้น!
ถึงแม่ว่ามู่เจิ้งถิงจะไม่สามารถจับตัวอ๋องหลินหลงมาได้
แต่อย่างน้อย อ๋องหลินหลงก็สูญเสียอำนาจในราชวงศ์ไปอย่างสิ้นเชิง!
เขากลายเป็นคนทรยศที่ใครๆ ก็ตะโกนร้องเพื่ออยากทุบตี!
ท้ายที่สุด นี่คือสถานการณ์ที่เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดนกำลังจะบุกเข้ามา และเป็นช่วงเวลาที่เขตแดนไร้พรมแดนกำลังจะได้สัมผัสกับการต่อสู้ที่คุกคามความอยู่รอด
ด้วยการก่อกบฎของอ๋องหลินหลงในปัจจุบัน เขาย่อมไม่สามารถแสดงใบหน้าของเขาในเขตแดนไร้พรมแดนได้อีกต่อไป…
หลังจากนั้นสักพัก ตงเสี่ยวฉินก็จากไป
ตงหวังไค่ลูบเคราของเขาแล้วยิ้มพร้อมกับพึมพำว่า “มู่เจิ้งถิง…เจ้าคือของจริงสินะ ข้าไม่แปลกใจเลยที่จักรพรรดิคนก่อน เขามอบบัลลังก์ให้กับเจ้าโดยไม่สนใจสิ่งใด”
…
อีกด้านหนึ่ง…
ในหุบเขาที่ห่างไกล
สถานที่แห่งนี้…มันอยู่ห่างไกลจากราชวงศ์ไร้ขอบเขตมาก!
ขณะเดียวกัน มันเป็นสถานที่รกร้าง
ไร้ทรัพยากร…
อาจกล่าวได้ว่า มันไม่มีใครอยากมาที่นี่
อย่างไรก็ตาม ในหุบเขานี้…มีต้นไม้ยักษ์ยืนต้นสูงทะลุถึงท้องฟ้า
ในสภาพแวดล้อมที่มืดมิด มีแสงแดดที่ส่องลงมาไม่มากนัก ลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ ของใบไม้และกิ่งก้าน
ใต้ต้นไม้ยักษ์ต้นนี้ มีจุดแสงไฟเพียงจุดเดียวเท่านั้นที่เกิดขึ้นบนพื้น
ในหุบเขาที่ไม่มีคนอาศัยอยู่เช่นนี้ มันได้มีการต้อนรับ “นักท่องเที่ยว” กลุ่มแรกที่เข้ามา
ชายชุดคลุมสีดำมากกว่าสิบคนอยู่ที่นี่
ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
หน้าอืดบวมเหมือนคนจมน้ำ
มีความโกรธที่ไม่อาจบรรยายได้อยู่ในดวงตาของพวกเขาทุกคน!
ในหมู่พวกเขา หนึ่งในนั้นคือคนทรยศที่ตอนนี้ทุกคนในเขตแดนไร้พรมแดน ร้องตะโกนด่าและอยากทุบตี
อ๋องหลินหลง…
“มู่เจิ้งถิง สุนัขเฒ่าบัดซบตัวนี้ช่างเก่งจริงๆ!”
“คิดไม่ถึงว่า..ข้าจะพลาดเอง!”
องครักษ์ชุดดำที่อยู่ด้านหลังอ๋องหลินหลงถามว่า “ท่านอ๋อง ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ อ๋องหลินหลงก็ส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ข้าไม่รู้ ข้ากำลังรอใครบางคนอยู่”
รอ..?
มีใครอีกบ้างที่ยินดีช่วยเหลือพวกเขาในตอนนี้?
ในเวลาไม่นานนัก
มีกลุ่มควันสีเทาลอยผ่านมา
ควันสีเทารวมตัวกันกลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม เขาได้ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
เมื่อเห็นชายผู้นี้มาถึง อ๋องหลินหลงรีบถามทันทีว่า “เราควรทำอย่างไรต่อไป?”
องครักษ์ชุดดำทุกคนแปลกใจมาก พวกเขาเห็นว่าท่านอ๋องกำลังซักถามชายผู้หนึ่งที่ดูเด็กมาก
ที่สำคัญ…ท่านอ๋องของพวกเขายังถามด้วยท่าทีที่ดูนอบน้อมอย่างยิ่ง!
คนผู้นี้คือใครกันแน่?
ชายหนุ่มรูปงามยื่นนิ้วออกมาแล้วพูดว่า “มีทางเดียวที่เจ้าทำได้…คือการเข้าร่วมกับเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดน และใช้ตัวหมากที่เจ้าซ่อนไว้ในราชวงศ์ เพื่อรายงานข่าวกรองแก่เผ่าพันธุ์ชั่วร้าย”
“ด้วยวิธีนี้ เจ้าจะมีโอกาสกลับมาอีกครั้ง”