โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 418 มาถึงแล้ว…
มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่ผนึกในภูเขาหลินเจี่ยจะถูกทำลาย!
ถ้าต้องการผนึกอีกครั้ง…
เราทำได้แค่สร้างค่ายกลผนึกขึ้นใหม่เท่านั้น
ส่วนการเสริมความแข็งแกร่งให้กับค่ายกลนั้น…มันเป็นไปไม่ได้เลย เว้นแต่จักรพรรดิดาบดาวตกจะเกิดใหม่แล้วสังเวยตัวเองอีกครั้ง
ท้ายที่สุดแล้ว ค่ายกลผนึกนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณของจักรพรรดิดาบดาวตก…
มีคนไม่มากนักที่สามารถเข้าใจโครงสร้างรูปแบบของค่ายกลผนึกนี้ได้
ท้ายที่สุดแล้ว วิญญาณของบุคคล…คือสิ่งที่ลึกลับและซับซ้อนที่สุดในร่างกายมนุษย์
ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งแค่ไหน เจ้าก็ไม่สามารถทำลายมันได้!
แค่การสร้างค่ายกลผนึกขึ้นมาใหม่อีกครั้งนั้น
มันเป็นไปได้ยากมาก อย่าพูดถึงว่า…เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดนนั้นทรงพลังมากเกินไป เพียงแค่สถานะปัจจุบันของเขตแดนไร้พรมแดน พวกเขายังไม่มีปรมาจารย์ค่ายกลที่มีความสามารถขนาดนี้!
มิฉะนั้น ทำไมจักรพรรดิดาบดาวตกจึงไม่ลังเลที่จะสร้างภูเขาที่มีเนื้อเลือดและจิตวิญญาณของเขา..เพื่อสร้างค่ายกลเล่า?
ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีปรมาจารย์ค่ายกลที่มีความสามารถก็ตาม
ภายใต้การแทรกแซงของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายนอกเขตแดน…
พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะสร้างค่ายกลได้อย่างราบรื่น
ดังนั้น…สิ่งที่เขตแดนไร้พรมแดนสามารถทำได้ในเวลานี้คือ การปกป้องภูเขาหลินเจี่ยและปกป้องสถานที่แห่งนี้
เจ้าไม่สามารถปล่อยให้ศัตรูข้ามภูเขาหลินเจี่ยมาได้
ไม่เช่นนั้น เขตแดนไร้พรมแดนทั้งหมด มันจะกลายเป็นนรก…
อีกด้านหนึ่ง…
เมื่อพวกหงหยิงทั้งสามคนมาถึงเขตแดนไร้พรมแดนแล้ว
สถานที่ปลายทางของพวกเขาคือ…นิกายดาบดาวตก
ท้ายที่สุดแล้ว ครั้งแรกที่หลู่ฉางเซินถึงเขตแดนนี้เป้นครั้งแรกคือ การมาช่วยนิกายดาบดาวตก…
ให้ตายเถอะ เพียงแค่หลู่ฉางเซินคิดถึงเรื่องนี้ ข้าก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที…
อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยข้าก็ได้รับศิษย์สุดโปรดมาหนึ่งคน
อืม…
เนื่องหักลบข้อดีและข้อเสียแล้ว งั้นข้าตกลงไว้ชีวิตเย่ชิวไป่ละกัน!
…
เมื่อมาถึง มู่ว่านเอ๋อมองไปรอบๆ อย่างสงสัย ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกล่าวว่า “นี่คือเขตแดนไร้พรมแดน มันคือเขตแดนที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตแดนมิติโลกระดับต่ำ? ไม่น่าเชื่อ…ออร่าปราณที่นี่เข้มข้นอย่างมาก!”
หงหยิงพยักหน้ารับและกล่าวว่า “ถูกต้อง…ออร่าปราณที่นี่หนาแน่นกว่าเขตแดนทั้งสองของเรามาก แน่นอน ยกเว้นที่บ้านเรานะ”
บ้านในความหมายของหงหยิงคือ…ศาลาเฉาถัง
สภาพแวดล้อมของศาลาเฉาถังนั้น มันรายล้อมไปด้วยค่ายกลรวบรวมปราณของหลู่ฉางเซิน
ปราณจิตวิญญาณนั้นอุดมสมบูรณ์มาก แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในเขตแดนไร้พรมแดน แต่มันก็ยังมีความแตกต่างอย่างมาก
หนิงเฉินซินมองไปรอบๆ และกล่าวว่า “สถานที่นี้อยู่ที่ไหน? กล่าวตามหลักเหตุผลแล้ว ท่านอาจารย์ต้องมีเหตุผลที่ได้เคลื่อนย้ายพวกเรามาที่นี่”
“อือ…เราหาใครสักคนก่อน เพื่อดูว่าเราจะได้ข่าวเกี่ยวกับศิษย์พี่ใหญ่และคนอื่นๆ ไหม?”
ในวันนี้…
หงหยิงได้กลายเป็นวิถีแห่งสวรรค์ของเขตแดนทุรกันดาร ควบคู่ไปกับพรสวรรค์ที่เหมือนสัตว์ประหลาดที่หลอมรวมเข้ากับการกลับชาติมาเกิดเก้าวัฏจักร!
ขอบเขตบ่มเพาะของนาง ได้มาถึงขั้นปลายมหาจักรพรรดิแล้ว
นางความก้าวหน้าอย่างมาก!
ส่วนหนิงเฉินซินได้กลายเป็นตัวแทนของเต๋าขงจื๊อทั้งเขตแดนทุรกันดารและเขตแดนวิญญาณสวรรค์
ผู้ศึกษาเต๋าขงจื๊อทั้งสองเขตแดน ล้วนศึกษาอยู่ภายใต้หนิงเฉินซินทั้งสิ้น!
สำนักจือไจ่(สำนักห้องหนังสือ) คือกองกำลังเต๋าขงจื๊อที่ก่อตั้งโดยหนิงเฉินซิน
ในปัจจุบัน มีผู้คนนับถือเต๋าขงจื๊อมากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะเรื่องนี้…ทำให้หนิงเฉินซินได้รับพลังศรัทธาอันแข็งแกร่ง ทำให้เขาอยู่ขอบเขตบ่มเพาะที่เทียบเท่ากับขั้นกลางมหาจักรพรรดิเลยทีเดียว
สำหรับมู่ว่านเอ๋อ…
ขอบเขตบ่มเพาะของนางก้าวหน้าอย่างเชื่องช้ามาก
ณ ตอนนี้ นางยังอยู่ขอบเขตครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิเท่านั้น
นี่เป็นเพราะมู่ว่านเอ๋อทุ่มเทให้กับวิถีปรุงยาของนางเกือบตลอดเวลา
ขอบเขตปรุงยาของนางในปัจจุบัน นางสามารถกลั่นโอสถจิตวิญญาณได้อย่างง่ายดายแล้ว
โอสถจิตวิญญาณ(หลิง)คือโอสถที่อยู่เหนือระดับสวรรค์(เทียน)
ส่วนโอสถที่เหนือกว่าโอสถจิตวิญญาณ…คือโอสถโฮ่วตู่(เทพพิภพ) และที่สูงกว่าโอสถโฮ่วตู่คือโอสถซู่เทียน(เหนือสวรรค์)
มู่ว่านเอ๋อมั่นใจหกส่วนว่า นางสามารถกลั่นโอสถโฮ่วตู่ได้
ส่วนระดับต่อไป นางยังไม่ถึงสถานะนั้น
จริงๆ แล้ว…
ที่ผ่านมา มู่ว่านเอ๋อยังกังวลว่า ถึงแม้ระดับปรุงยาของนางจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขอบเขตของนางก็พัฒนาขึ้นช้ามาก
ในตอนนั้นเอง ต้นหลิวให้ความคิดเห็นกับนางว่า
วิถีโอสถคือหนึ่งในวิถีเต๋า…
หลังจากนางได้ยินที่ต้นหลิวกล่าวเตือน
มู่ว่านเอ๋อก็เข้าใจความหมายของประโยคนี้ ทำให้นางไม่กังวลกับมันอีกต่อไป
เต๋าปรุงยาคือความสนใจของนาง
นางไม่สนใจในเต๋าต่อสู้เลยจริงๆ…
ในตอนนี้เอง
มีชายและหญิงคู่หนึ่ง ทั้งสองมุ่งตรงมาที่นี่
เมื่อมองไปที่พวกหงหยิงทั้งสามคน เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ข้าสงสัยว่า…พวกเจ้าคือผู้ใด? และทำไมพวกเจ้าถึงมาที่นิกายดาบดาวตกของเรา”
หงหยิงก้าวไปข้างหน้า
เมื่อเผชิญหน้ากับคนสองคนนี้ นางไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นในสายตาหรือคำกล่าวของนาง มันก็เต็มไปด้วยเชื่อมั่นของจักรพรรดินีผู้ปกครองดินแดน!
“พวกข้าไม่ได้มีอันตรายใดๆ พวกข้ามาที่นี่เพื่อตามหาคน”
ไม่มีอะไรผิดกับประโยคนี้
แต่ชายและหญิงทั้งสองถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ทั้งสองรู้สึกหวาดกลัวหงหยิงในใจ
เมื่อพวกเขาตระหนักเรื่องนี้…
ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ!
หญิงสาวผู้นี้คือใคร?
ทำไมระหว่างการสนทนา นางทำให้พวกเขารู้สึกกดดัน?
แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่เก่งเท่าหลินเจี่ย แต่พวกเขายังคงเป็นบุคคลระดับอัจฉริยะในนิกายดาบดาวตก และทั้งสองเป็นศิษย์สายตรงของจางหยุนจง!
ชายคนหนึ่งถามว่า “เจ้าตามหาใคร?”
หงหยิงตอบว่า “เย่ชิวไป่ เสี่ยวเฮยและซือเฉิง”
เมื่อได้ฟังชื่อทั้งสามคนนี้
ชายและหญิงมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ และไม่แน่ใจในสายตาของพวกเขา
“เจ้าตามหานักบุญดาบของเราเพื่ออะไร?”
นักบุญดาบ?
หงหยิงทั้งสามคนมองหน้ากัน และอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กัน
ดูเหมือนว่าศิษย์พี่ใหญ่จะทำได้ดีที่นี่
เขาได้กลายเป็นนักบุญดาบของนิกายในเขตแดนไร้พรมแดนแห่งนี้!
“เรามีท่านอาจารย์คนเดียวกับศิษย์พี่เย่ชิวไป่”
เมื่อฟังคำกล่าวนี้
ชายและหญิงรู้สึกโล่งใจ…
ไม่น่าแปลกใจจริงๆ ที่ทั้งสองรู้สึกกดดันในตอนสนทนากับนาง
ปรากฎว่าพวกเขาเป็นศิษย์สำนักเดียวกับสัตว์ประหลาดเยี่ยงเย่ชิวไป่!
พวกเขามีอาจารย์ที่ทรงพลังเช่นเดียวกัน
เป็นเรื่องปกติที่นางจะมีความแข็งแกร่งเช่นนี้
…
หลังจากทั้งสองเรียนรู้ตัวตนของทั้งสามคนแล้ว
ชายและหญิงทั้งคู่ไม่กล้าที่จะละเลย
พวกเขาคอยสนทนาอย่างดี แล้วมุ่งหน้าไปยังนิกายในทันที
หลังจากมาถึงนอกายดาบดาวตก…
เจี่ยนหวู่เฟิงได้กลับมาที่นิกายก่อนหน้านี้แล้ว เขาได้ออกมารับพวกหงหยิงทั้งสามคนเป็นการส่วนตัว
เจี่ยนหวู่เฟิงยิ้มและกล่าวว่า “เย่ชิวไป่ไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
ขณะที่เขากล่าว เขาก็มองไปที่พวกหงหยิงทั้งสามคนด้วย
หงหยิง…นางอยู่ขอบเขตขั้นปลายมหาจักรพรรดิ
ส่วนหนิงเฉินซินมีเจตจำนงเต่าขงจื๊อไหลวนอยู่รอบกาย
ส่วนมู่ว่านเอ๋อ นางเต็มไปด้วยกลิ่นและออร่าของปรมาจารย์ปรุงยา
เจี่ยนหวู่เฟิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเล็กน้อยในใจ
ศิษย์ของผู้อาวุโสคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ
หงหยิงถามว่า “ข้าขอทราบได้ไหมว่า ศิษย์พี่เย่ชิวไป่อยู่ที่ไหน?”
“เขาอยู่ที่ภูเขาหลินเจี่ย”
หลังจากนั้น เจี่ยนหวู่เฟิงได้เล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบัญของเขตแดนไร้พรมแดนให้พวกเขาทั้งสามฟัง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มู่ว่านเอ๋อกล่าวออกมาด้วยใบหน้าขมขื่น “พี่สาวหงหยิง ดูเหมือนว่าเรามาผิดเวลานะ”
หงหยิงยิ้มและลูบศีรษะของมู่ว่านเอ๋อแล้วกล่าวว่า “ข้าว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีต่างหาก พวกเรามาในเวลานี้เพื่อช่วยเหลือศิษย์พี่เย่ชิวไป่และคนอื่นๆ”
เจี่ยนหวู่เฟิงกล่าวว่า “เจ้าอยากไปภูเขาหลินเจี่ยไหม? เจ้ารอสักพัก แล้วค่อยเดินทางร่วมกับพวกเราสิ”
“ในตอนนี้ มีคำสั่งให้นิกายหลักรวบรวมกองกำลัง และส่งชนชั้นสูงของพวกเขาไปรักษาการณ์ที่ภูเขาหลินเจี่ย”
“แน่นอนว่า นิกายดาบดาวตกของเราก็ไม่มีข้อยกเว้น”
เมื่อฟังคำกล่าวนี้แล้ว
พวกหงหยิงทั้งสามคนก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
ไม่มีประโยชน์ที่จะวิตกกังวลในตอนนี้
“เอาล่ะ…ส่งข้อความถึงศิษย์พี่ใหญ่และคนอื่นๆ ก่อน เพื่อรายงานว่าเรามาถึงที่นี่แล้ว”
…
ภูเขาหลินเจี่ย
เย่ชิวไป่ เสี่ยวเฮย ซือเฉิงและมู่ฟู่เฉิง ทั้งหมดออกจากแดนมารแล้ว
สมบัติในห้องสมบัตินั้น มันไม่ได้อยู่ในระดับต่ำเลย
แต่สำหรับทั้งสี่คนในวันนี้ มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก
เย่ชิวไป่มีดาบดาวตกยาวเก้าฉือและดาบชิงหยุน
ซือเฉิงครอบครองขวานดำหมิงหวงซวนเฮยและขวานศักดิ์สิทธิ์ดาวตก
เสี่ยวเฮยมีทวนมารเก้าชั้นฟ้าและกายเนื้อที่ทรงพลัง
มู่ฟู่เฉิง…มีอะไร?
แน่นอน…ข้ามียันต์และสมบัติช่วยชีวิตค่อนข้างมาก!
ตอนที่พวกเขามาถึงภูเขาหลินเจี่ย เย่ชิวไป่ก็ได้รับข้อความของหงหยิงทันที
“ฟู่เฉิง ข้าจะแนะนำเจ้าให้รู้จักกับศิษย์พี่หญิงสองและศิษย์พี่สามของเจ้า…เมื่อถึงเวลา”