โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 421 ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต!
แม้ว่าเย่ชิวไป่จะไม่ได้ใช้เจตจำนงดาบของบรรพจารย์ดาบ ศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม…
เมื่อเผชิญหน้ากับมู่หลี่ยี่ เขายังคงสามารถเอาชนะได้อย่าง ง่ายดายอยู่แล้ว
ไม่ว่ายังไง พวกเขาก็อยู่ในขอบเขตเดียวกัน
เย่ชิวไป่ไม่เคยพ่ายแพ้กับผู้ที่อยู่ขอบเขตเดียวกันมาก่อน
ทุกครั้งที่เขาต่อสู้ มันเป็นการต่อสู้ข้ามระดับทั้งหมด ซึ่งที่ผ่าน มา…ส่วนมากเขาจะเอาชนะได้!
มู่หลี่ยี่ซึ่งอยู่ในขอบเขตเดียวกันกับเย่ชิวไป่ เขาจะเป็นคู่ต่อสู้ ของเย่ชิวไป่ได้อย่างไร?
แต่ที่เขาใช้พลังของบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์นั้น
เพียงเพื่อแสดงให้คนที่อยู่เบื้องหลังมู่หลี่ยี่ดู!
หากเขาไม่แสดงความสามารถใดๆ
อีกฝ่ายจะจริงจังกับเขาได้อย่างไร?
แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย…ที่อีกฝ่ายเห็นสิ่งนี้แล้ว พวกเขาจะตก ลงให้มู่จือชิงเป็นคู่บ่มเพาะเต๋าของเขาก็ตาม
แต่อย่างน้อย…มันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีใช่ไหม?
ตราบใดที่บรรลุขั้นตอนนี้ มันก็ถือเป็นความสำเร็จเบื้องต้น
…
หลังจากนั้น เจตจำนงดาบบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์เหล้านั้น มัน ก็ควบแน่นเป็นคลื่นน ้าแข็งขนาดใหญ่
เห็นได้ชัดว่า…เป็นคนที่อยู่ในห้องด้านหลังมู่หลี่ยี่ที่ลงมือกระทำ
เขาคือหัวหน้าตระกูลมู่…มู่หลี่เป่ย!
เขาคือผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเขตแดนไร้พรมแดน…
เพียงเจตจำนงน ้าแข็งเพียงเล็กน้อย มันก็หยุดเจตจำนงดาบของ บรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้
เมื่อเห้นฉากนี้ มู่หลี่ยี่สีหน้าดูมืดมนเล็กน้อย
เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยจริงๆ
ในขอบเขตเดียวกัน ในฐานะทายาทสายตรงของหนึ่งในสาม ตระกูลโบราณ เขาครอบครองพลังสายเลือด
เขาจะพ่ายแพ้!
และยิ่งไปกว่านั้น เขาพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย!
เมื่อเผชิญหน้ากับเจตจำนงดาบของบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์ผู้ นี้
เขาต่อต้านไม่ได้แม้แต่น้อย!
ที่สำคัญ มีความตายแวบเข้าในจิตใจของเขาเมื่อครู่ด้วย!
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองดูท่าทางสงบของเย่ชิวไป่ เขายังคงมีออร่า ปราณที่มั่นคง
เเห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมด…
มู่หลี่ยี่อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า คนผู้นี้คือใครกันแน่?
เขามีพรสวรรค์ด้านดาบที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร?
ในช่วงขั้นต้นขอบเขตมหาจักรพรรดิ เขาได้กลายเป็นบรรพ จารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์แล้ว
เย่ชิวไป่ไม่ได้มองไปที่มู่หลี่ยี่ แต่เขาโค้งคำนับไปที่ประตูที่เปิดอยู่ ด้านหลัง
“ผู้เยาว์เย่ชิวไป่ คำนับผู้นำตระกูลมู่”
หลังจากนั้น
มีแรงอันนุ่มนวลจับร่างกายของเย่ชิวไป่ให้ตั้งตรงขึ้นมา
ด้านหลังประตู…มีชายวัยกลางคนเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม จางๆ บนใบหน้าและดูช่างใจดีอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ใครก็ตามที่รู้จักมู่หลี่เป่ย เขาจะรู้เรื่องนี้ดี
ภายใต้รอยยิ้มนี้ มีภูเขาน ้าแข็งซ่อนอยู่…
“พรสวรรค์ด้านดาบของเจ้าเยี่ยมดี พูดได้ว่า…เจ้าคือรุ่นเยาว์ที่มี พรสวรรค์ด้านดาบที่โดดเด่นที่สุดในเขตแดนไร้พรมแดนที่ข้าเคย เห็นมา”
เย่ชิวไป่ไม่ถ่อมตัวและไม่พูดอะไร เขายิ้มและกล่าวว่า “ผู้อาวุโส ท่านคิดผิดแล้ว มีคนอยู่นอกโลกและมีสวรรค์อยู่นอกโลก ผู้เยาว์เย่ ไม่กล้ารับมัน”
“เยี่ยม…”
มู่หลี่เป่ยมองไปที่มู่หลี่ยี่ด้วยดวงตาสีเทาแล้วกล่าวว่า “เจ้าได้ยิน ไหม? มีคนอยู่นอกโลกและมีสวรรค์อยู่นอกโลก โลกนี้กว้างใหญ่ เกินไป เจ้าอย่าอวดดีนักเพราะพลังสายเลือด”
“คือ…ท่านพ่อ”
“กลับไปบ่มเพาะต่อเถอะ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ มู่หลี่ยี่ก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย เขาเหลือบมองเย่ชิวไป่ ด้วยสายตาที่ซับซ้อน แล้วหันหลังจากไป
รอจนกว่ามู่หลี่ยี่จะจากไป
มู่หลี่เป่ยเดินช้าๆ ไปที่โต๊ะหินข้างๆ หลังจากนั่งลงแล้ว เขาก็ชง ชาอย่างสบายๆ
เขาชี้ไปที่ที่นั่งข้างหน้าเขาแล้วกล่าวว่า “เย่ชิวไป่ใช่ไหม ทำตัว ตามสบาย แค่นั่งลงเถอะ”
ทันใดนั้น เขามองไปที่มู่ฉีเฉิงที่กำลังสับสนและกล่าวว่า “เจ้าควร ไปบ่มเพาะด้วย”
แม้ว่ามู่ฉีเฉิงจะดูขี้อาย และเขาสื่อสารกับผู้อื่นไม่เก่ง
อย่างไรก็ตาม ข้อความมู่หลี่เป่ยต้องการสื่อว่า…เขาต้องการคุย กับเย่ชิวไป่ก็ยังคงได้ยินอยู่
เขาคำนับแล้วหันหลังกลับและจากไป
“มาจิบชากันเถอะ”
หลังจากกล่าวอย่างนั้น มู่หลี่เป่ยก็หยิบถ้วยชาขึ้นมา เขาดื่มใน ขณะที่สนใจเรื่องของตัวเอง
เย่ซิ่วไป่จิบแล้ววางถ้วยชาลง
มู่หลี่เป่ยถามด้วยรอยยิ้ม “ชาเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ชานี้…ทำจากต้นชาที่ปลูกบนยอดเขาหิมะคุนหลุน น ้านี้ยังเป็น น ้าพุแห่งจิตวิญญาณในภูเขาหิมะคุนหลุนอีกด้วย”
เย่ชิวไป่เกาหัวด้วยความเขินอายเมื่อได้ยินที่มาของชานี้และเขา กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ข้าไม่เข้าใจชา ดังนั้นสำหรับข้า ชานี้
เป็นเพียงน ้าธรรมดา”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้…เขาเกิดความรู้สึกชื่นชมขึ้นมาในดวงตาของมู่ห ลี่เป่ย และเขาก็พยักหน้า “ถูกต้อง ชาก็คือชา ไม่ว่าพวกมันจะมี รสชาติแค่ไหน มันก็ไม่สามารถแยกออกจากคำว่าน ้าได้”
ถ้าเป็นรุ่นเยาว์คนอื่นๆ พวกเขาจะชมเชยชาตามคำกล่าว ของมู่หลี่เป่ยอย่างแน่นอน พวกเขาจะยกย่องชานี้ว่าอร่อยและน่า มหัศจรรย์เพียงใด
มู่หลี่เป่ยยิ้มแล้วกล่าวว่า “จริงๆ แล้ว ข้าก็ไม่เข้าใจชาเหมือนกัน”
ดวงตาของเย่ชิวไป่ประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ส่ายหน้า และหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ผู้อาวุโสใช้ชีวิตอย่างเด็ดขาดจริงๆ”
“เด็ดขาด?”
มู่หลี่เป่ยยิ้มแล้วกล่าวว่า “กล่าวได้ดี…นี่คือครั้งแรกที่มีคน วิจารณ์ข้าเช่นนี้”
หลังจากนั้น…
มู่หลี่เป่ยไม่ได้เดินวนเป็นวงกลมและตรงไปที่หัวข้อสนทนา ในทันที
“ข้าได้ยินมาว่า เจ้าสนใจบุตรสาวของข้า…มู่จือชิง?”
ใบหน้าของเย่ชิวไป่เริ่มจริงจังทันที เขาวางมือบนเข่าพยักหน้า แล้วกล่าวว่า “ใช่ ข้ากับจือชิงรู้จักกันมานานแล้ว”
“ข้ารู้ แต่ข้าในฐานะบิดาของจือชิง ข้าก็อยากจะขอบคุณเจ้าและ อาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังเจ้าด้วย”
มู่หลี่เป่ยยิ้มและกล่าวว่า “ปัญหาของจือชิง ได้รับการแก้ไขโดย อาจารย์ของเจ้า”
“แต่……”
แต่?
เย่ชิวไป่มองไปที่ใบหน้าของหมู่หลี่เป่ยที่ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ เพื่อ รอคำกล่าวต่อไปของเขา
มู่หลี่เป่ยกล่าวต่อว่า “เจ้าน่าจะเคยได้ยินจากฉีเฉิง…เกี่ยวกับบาง สิ่งของสามตระกูลโบราณของเราใช่ไหม?”
“ตัวอย่างเช่น เนื่องจากพลังแห่งสายเลือด ทายาทสายตรงของ ตระกูลโบราณจะไม่แต่งงานกับบุคคลภายนอก ไม่ว่าภูมิหลังของอีก ฝ่ายจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม”
เย่ชิวไป่พยักหน้ารับ
มู่หลี่เป่ยกล่าวต่อว่า “ข้ารู้ว่าอาจารย์ของเจ้าแข็งแกร่งมาก ท้ายที่สุดแล้ว เขาสามารถแก้ไขปัญหาทางกายภาพที่ตระกูลมู่ของ เราไม่สามารถแก้ไขได้”
“แต่เราก็เย่อหยิ่งและรู้สึกว่าเพื่อความเจริญของตระกูล เรายังคง ต้องพึ่งพาตนเองและไม่สามารถพึ่งพาบุคคลภายนอกได้…เจ้าคิด อย่างนั้นไหม?”
เย่ชิวไป่พยักหน้ารับทันที
เขาเข้าใจในเรื่องนี้ดี
อีกฝ่ายหมายถึงว่า เขาจะไม่มอบมู่จือชิงให้กับเย่ชิวไป่ เพียง เพราะเขามีอาจารย์ที่ทรงพลัง
“แน่นอนว่าพรสวรรค์ของเจ้าก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน รากฐาน เต๋าของเจ้า…ขนาดอายุยังน้อยขนาดนี้ เจ้ายังมีความมั่นคงมากจน ข้ายังแปลกใจเล็กน้อย”
“นอกจากนี้ เจ้าได้มาถึงขอบเขตบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์แล้ว ในเวลาต่อมา มันก็ไม่ใช่เรื่องโกหกที่ข้าจะบอกว่า เจ้าจะกลายเป็น นักดาบอันดับหนึ่งของเขตแดนมิติโลกระดับต ่าแห่งนี้”
อันดับหนึ่งของเขตแดนมิติโลกระดับต ่า!
แทนที่จะเป็นจุดสูงสุดของนักดาบ!
การประเมินนี้มาจากปากของมู่หลี่เป่ย
แน่นอนว่านั่นไม่ใช่คำกล่าวให้กำลังใจ
แต่คือการบอกความจริง!
ในระดับของพวกเขา หลังจากที่ใช้ชีวิตมาหลายปี พวกเขาเบื่อ หน่ายกับคำชมและคำกล่าวที่ขัดต่อความตั้งใจมานานแล้ว
เขาจะบอกแต่ความจริงและตรงไปตรงมาเท่านั้น
มู่หลี่เป่ยกล่าวอย่างเสียใจต่อว่า “อย่างไรก็ตาม เจ้าไม่มีพลัง สายเลือดเลย การมอบจือชิงให้กับเจ้า มันจะทำให้ความบริสุทธิ์ของ สายเลือดอ่อนแอลงเท่านั้น”
เมื่อฟังคำกล่าวนี้
เย่ซิวไป่ถามกลับว่า “ข้าขอถามท่านผู้นำตระกูลมู่ได้ไหม พลัง ของสายเลือดสำคัญมากจริงๆ หรือ?”
“มีความสำคัญอย่างมากโดยธรรมชาติ”
มู่หลี่เป่ยพยักหน้าโดยไม่ลังเลใดๆ
“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมไม่มีใครในเขตแดนไร้พรมแดนที่บุกทะลวง ผ่านขอบเขตรวบรวมเต๋าได้และไปถึงขอบเขตที่สูงกว่า?”
“ราชวงศ์ไร้ขอบเขตแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังไม่มีผู้แข็งแกร่งเหนือ ขอบเขตรวบรวมเต๋า”
เย่ชิวไป่ตกใจและกล่าวว่า “เพราะพลังสายเลือดงั้นเหรอ?”
มู่หลี่เป่ยพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ ขอบเขตที่เหนือรวบรวมเต๋า เราเรียกว่าขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต(เปี้ยนเสี่ย)”
“ดังที่ชื่อบอกไว้ หากเจ้าต้องการบุกทะลวงไปสู่ขอบเขตรวบรวม เต๋า เจ้าต้องแทนที่สายเลือดมนุษย์ในร่างกายของเจ้าด้วยสายเลือดที่
สูงขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น!”
“แต่ในเขตแดนมิติโลกระดับต ่าไม่มีเงื่อนไขนี้”
“ดังนั้น มีเพียงสามตระกูลโบราณที่มีพลังแห่งสายเลือดเท่านั้นที่
จะมีโอกาสฝ่าฟันไปได้”
“นี่คือเหตุผลว่าทำไมตระกูลโบราณทั้งสามของเรา…จึงห้ามมิให้ บ่มเพาะเต๋าคู่กับบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด เจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม?”