โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 422 รอให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น
สายเลือดของผู้ฝึกตนนั้น…หากบรรพบุรุษไม่ได้อยู่ขอบเขต เปลี่ยนแปลงโลหิต(เปี้ยนเสี่ย) หรือเหนือกว่านั้น
แสดงว่าสายเลือดของผู้ฝึกตนผู้นี้…คือสายเลือดธรรมดา
นั่นคือสายเลือดเผ่ามนุษย์!
ตามชื่อเลย มันคือสถานะของสายเลือดนั่นเอง
มีเพียงการแทนที่สายเลือดเผ่ามนุษย์หรือทำให้สายเลือดเผ่า มนุษย์ของตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น มันถึงจะทำให้ร่างกายของเรา สามารถรองรับพลังงานทางจิตวิญญาณมหาศาลในตอนที่ทะลวง ขอบเขตได้
ข้อกำหนดสำหรับเผ่ามนุษย์ในการเปลี่ยนถ่ายสายเลือดนั้น มัน มีความต้องการสูงอย่างมาก!
มันต้องใช้โอสถซู่เทียน(เหนือสวรรค์) ระดับสูงสุดที่ชื่อว่า…โอสถ ฮวนเสี่ย(โอสถเปลี่ยนโลหิต)
ความยากลำบากในการกลั่นโอสถและความหายากของวัสดุนั้น มันเกินกว่าโอสถซู่เทียนระดับสูงสุดมาก!
ในเวลาเดียวกัน มันต้องมีการเปลี่ยนถ่ายสายเลือดหรือใช้แก่น แท้โลหิตของผู้แข็งแกร่งเป็นองค์ประกอบด้วย
และที่สำคัญ เจ้าต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งพอ…ที่จะทนต่อความ เสียหายอันใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นกับร่างกายระหว่างการใช้โอสถฮวน เสี่ย!
เงื่อนไขสามประการนี้ มันจะขาดไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว!
ซึ่ง ณ เขตแดนมิติโลกระดับต ่าแห่งนี้…
ด้วยเงื่อนไขทั้งสามประการ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ บรรลุผลสำเร็จ
ดังนั้นแล้ว…
มีเพียงตระกูลโบราณสามตระกูลนี้เท่านั้น…ที่บรรพบุรุษของพวก เขาได้ไปถึงขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตแล้ว
เมื่อนั้นเราจึงสามารถเพิกเฉยต่อข้อกำหนดหนึ่งในนั้นได้
ตราบใดที่สายเลือดยังบริสุทธิ์เพียงพอ พวกเขาก็มีโอกาสที่จะ ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตได้!
นี่คือเหตุผลทีี่ตระกูลโบราณทั้งสามเผ่า ไม่อนุญาตให้ทายาท สายตรงของพวกเขา…บ่มเพาะเต๋าคู่กับบุคคลภายนอก
เพราะสิ่งนี้…มันจะทำให้สายเลือดขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตใน ร่างกายของพวกเขาเจือจางลงนั่นเอง!
เมื่อเย่ชิวไป่ฟังที่มู่หลี่เป่ยอธิบายแล้ว
เขาก็เข้าใจเช่นกัน
นอกเหนือจากขอบเขตรวบรวมเต๋า มันก็คือขอบเขต เปลี่ยนแปลงโลหิต…
ด้วยข้อกำหนดที่เข้มงวดดังกล่าว
เป็นเรื่องจริงที่ตระกูลโบราณทั้งสามต้องออกกฎข้อบังคับ เด็ดขาดนี้!
เย่ซิวไป่นิ่งคิดสักพัก หลังจากนั้นจึงถามว่า “ตอนนี้มีผู้ฝึกตนใน ตระกูลมู่ที่อยู่ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ มู่หลี่เป่ยก็ส่ายหน้า แล้วกล่าวว่า “น่า เสียดาย…ตระกูลของข้ายังไม่มีผู้ใดอยู่ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต”
“เป็นเวลาหลายปีแล้ว…นับตั้งแต่การตายของบรรพบุรุษขอบเขต เปลี่ยนแปลงโลหิต”
“และด้วยการสืบทอดของลูกหลานอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีใครใน พวกเราถึงขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต พลังของสายเลือดก็จะยังคง ถูกเจือจาง แม้ว่าพวกเราจะเป็นพันธมิตรกับตระกูลโบราณอื่นๆ ที่มี พลังสายเลือดเช่นกัน สิ่งนี้คือเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
“มันเป็นเพราะว่าสภาพแวดล้อมของเขตแดนมิติโลกระดับต ่านั้น แห้งแล้งเกินไป มันไม่เอื้อให้เกิดผู้แข็งแกร่งขอบเขตเปลี่ยนแปลง โลหิตขึ้นมาได้”
“ดังนั้นแล้ว…หลังจากผ่านไปหลายชั่วอายุคน พลังสายเลือด ของสามตระกูลโบราณก็ถูกเจือจางลงอย่างต่อเนื่อง”
“ในปัจจุบัญนี้ พลังสายเลือดของมู่จือชิงใกล้เคียงบรรพบุรุษของ เรามากที่สุดในตระกูล เจ้าควรเข้าใจสิ่งที่ข้ากล่าวใช่ไหม”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เย่ชิวไป่ก็พยักหน้า…
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ภายใต้สถานการณ์ที่ทั้งสามตระกูลโบราณ ล้วนมีสายเลือดเจือจาง มีเพียงมู่จือชิงเท่านั้นที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ที่
ใกล้เคียงกับบรรพบุรุษ ซึ่งทุกคนคาดว่า…นางมีโอกาสเข้าสู่ขอบเขต เปลี่ยนแปลงโลหิตได้มากที่สุด!
และเมื่อมู่จือชิงบุกเข้าขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตได้แล้ว พลัง ของสายเลือดของตระกูลมู่จะถูกกระตุ้นอีกครั้ง!
ด้วยวิธีนี้…ชื่อของตระกูลมู่ซึ่งเป็นหนึ่งในสามตระกูลโบราณจะ ยังคงมีอยู่ต่อไป
เมื่อเห็นเย่ชิวไป่พยักหน้า…มู่หลี่เป่ยก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้า สามารถร้องขอบางสิ่งจากข้าได้ ข้าจะให้เป็นของกำนัลตอบแทนที่
เจ้าช่วยจือชิงแก้ไขปัญหาของนาง”
เห็นได้อย่างชัดเจน…
ตอนนี้มู่หลี่เป้ยกำลังส่งสัญญาณขับไล่แขกแล้ว
เย่ชิวไป่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เอาล่ะ…ข้าจะ ขอบางสิ่งจากท่าน”
มู่หลี่เป่ยยื่นมือออกมาและทำท่าทางเชิญ
“ข้าขอจือชิง…”
เมื่อได้ยินคำขอนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่หลี่เป่ยก็แข็งค้าง หลังจากนั้น ออร่าปราณที่หนักแน่นเหมือนภูเขาน ้าแข็งค่อยๆ ล้อมรอบพื้นที่อย่างกะทันหัน!
ละอองน ้าแข็งลอยอยู่ในอากาศ…
อากาศเริ่มควบแน่นทันที!
ร่างกายของเย่ชิวไป่เริ่มถูกปกคลุมไปด้วยน ้าค้างแข็งหลายชั้น แล้วเช่นกัน
มู่หลี่เป้ย…ขั้นสูงสุดขอบเขตรวบรวมเต๋า!
เพียงแค่เขาถอนหายใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เย่ชิวไป่รู้สึกได้เลยว่า…การไหลเวียนของเลือดในร่างกายของ เขา หรือการเคลื่อนไหวของปราณจิตวิญญาณ ทั้งหมดล้วนถูกแช่ แข็ง!
แม้แต่ร่างกายก็ขยับไม่ได้!
“เจ้าล้อเล่นข้างั้นเหรอ?”
ทุกคนที่รู้จักมู่หลี่เป้ยรู้เรื่องนี้ดี
ผู้นำตระกูลมู่คนนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักในฉายาเหมียงปิงซาน(ภูเขา น ้าแข็งยิ้ม)…มีชื่อเสียงอย่างมาก!
วู๊…
เย่ชิวไป่ปลดปล่อยเจตจำนงดาบของบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์!
น ้าค้างแข็งสีขาวที่ควบแน่นบนพื้นผิวร่างกายของเย่ชิวไป่ถูกตัด เป็นชิ้นๆ ด้วยความแข็งแกร่งของเจตจำนงดาบ
เย่ชิวไป่บังคับหมุนเวียนปราณจิตวิญญาณไปทั่วร่างกายของ เขา และพยายามดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นภายใต้สายตาที่ประหลาดใจ เล็กน้อยของมู่หลี่เป่ย
ต้องรู้ก่อนว่า…
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา
แม้ว่าจะเป็นการพ่นลมหายใจเพียงเล็กน้อย…ผู้บ่มเพาะใน ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตขั้นปลายยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้!
แม้แต่คนที่อยู่ในขอบเขตภวังค์เทพ พวกเขาก็ยังต้องใช้กำลัง ทั้งหมดเพื่อหลุดพ้น!
อย่างไรก็ตาม เย่ชิวไป่ซึ่งอยู่เพียงขั้นต้นมหาจักรพรรดิ!
เขาสามารถทำได้?
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า “ผู้นำมู่ ข้าคิดว่า…ท่านคงเห็นความ มุ่งมั่นของข้าแล้ว…สำหรับจือชิง ข้าจะพานางไปอย่างแน่นอน เว้นแต่ ว่านางไม่ต้องการไปกับข้า”
“ดังนั้น ท่านไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงสายเลือดโบราณ ท้ายที่สุด แล้ว ข้าอย่างในโลกนี้ มนุษย์เราสามารถทำขึ้นมาได้อย่างแน่นอน”
“เป็นไปได้ยังไงที่เผ่ามนุษย์ไม่สามารถทะลวงผ่านขอบเขต เปลี่ยนแปลงโลหิตได้ แล้วบรรพบุรุษของตระกูลโบราณบรรลุสิ่งนี้ได้ อย่างไร?”
“ผู้นำมู่…ท่านพึ่งพาพลังสายเลือดของท่านมากเกินไป”
หลังจากกล่าวอย่างนั้น เย่ชิวไป่พยายามดิ้นรน เขาโค้งคำนับ เล็กน้อยไปทางมู่หลี่เป่ยด้วยการกำหมัดของเขา
หลังจากนั้น…
ด้วยสีหน้าบูดบึ้งของมู่หลี่เป่ยบนใบหน้า เย่ชิวไป่ค่อยๆ หันหลัง กลับและเดินไปที่ด้านนอกของคฤหาสน์ทันที
ค่อยๆ ก้าวเดินออกไปทีละก้าว…
แต่ละก้าวน ้าแข็งค้างที่อยู่บนร่างกายค่อยๆ สลัดออก!
ทุกย่างก้าวปราณดาบจะคมกล้ามากยิ่งขึ้น!
อาณาเขตดาบเผยออกมา!
ค่ายกลดาบสี่สมบูรณ์(ซื่อเจ๋เจี้ยนเจิ้น) ถูกรวมเข้ากับอาณาเขต ดาบ!
คัมภีร์ดาบไท่จูถูกใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ!
เเย่ชิวไป่ใช้กำลังทั้งหมดของเขาเพื่อละลายน ้าแข็งนี้!
เพื่อออกจากคฤหาสน์!
มู่หลี่เป่ยมองไปที่แผ่นหลังที่ดื้อรั้นของเย่ชิวไป่ เขาอดไม่ได้ที่จะ ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “เขาคือต้นกล้าที่ดี… อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้น หลังของเขตแดนโลหิตระดับต ่าและไม่มีพลังแห่งสายเลือด เขาจะ ทะลวงผ่านขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตได้อย่างไร?”
มู่ลี่เป่ยกล่าวเสร็จ…เขาก็ถอนหายใจทันที
หลังจากนั้นน ้าแข็งในคฤหาสน์จู่ๆ ก็หายไป!
ชาที่กลายเป็นน ้าแข็งในถ้วยตรงหน้าเขาก็ละลายเช่นกัน
เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาอีกครั้งแล้วจิบ
“เฮอะ…เย็นชะมัด”
“เอาล่ะ…เจ้าออกมาเถอะ”
เมื่อวางถ้วยชาลง เขามองไปที่ส่วนโค้งไปด้านข้าง และเห็นเงา ค่อยๆ เดินออกมาจากด้านหลังส่วนโค้ง
มู่หลี่เป่ยกล่าวว่า “จือชิง ถ้าเจ้าคิดได้แล้ว ต่อไปเจ้าต้องฝึกฝน ทักษะลับของตระกูล”
ผู้มาเยือนไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก…มู่จือชิง!
เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
มู่จือชิงเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าที่สวยงาม…ตอนนี้เย็นชามากกว่าความหวานเมื่อก่อน เล็กน้อย
พูดง่ายๆ
นางเปลี่ยนจากสาวหวานไปเป็นเจ๊สาวอย่างอย่างช้าๆ…
มู่จือชิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ตกลง”
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นจนจบ…มู่จือชิงไม่ได้มองบิดาของนาง แม้แต่น้อย
ดวงตาของนางมองออกไปนอกคฤหาสน์
มองแผ่นหลังของเย่ชิวไป่เสมอ!
มู่หลี่เป่ยมองดูฉากนี้และเห็นการแสดงออกของบุตรสาวของเขา แล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ แล้วกล่าวว่า “จือชิง เจ้าต้อง เข้าใจว่า เจ้าคือหนึ่งในสามตระกูลโบราณที่มีความหวังมากที่สุดใน การบุกทะลวงขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิต”
“ดังนั้น…เจ้าจะต้องไม่ทำให้สายเลือดของเจ้าเจือจาง!”
มู่จือชิงไม่ตอบ…
คำพูดที่เย่ชิวไป่กล่าวเมื่อครู่…มันวนเวียนอยู่ในใจของนาง
ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผู้คน…
สักพัก…นางยิ้มและกล่าวในใจว่า “ข้าจะรอให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งมากจนแม้แต่ตระกูลโบราณทั้งสามก็ไม่สามารถหยุดเจ้าได้ … ”
มู่หลี่เป่ยมองดูฉากนี้…
เขาคิดกับตัวเองว่า “ดูเหมือนว่า…ข้าจะต้องระวังเด็กหนุ่มผู้นั้น ให้มากกว่านี้…”
…
เมื่อเย่ชิวไป่กลับมาที่คฤหาสน์เมืองหลงเฉิน…
มู่ฟู่เฉิงนำข่าวมาแจ้งให้เขาทราบทันที