โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 443 เจ้ายินดีที่จะเป็นทาสงั้นเหรอ?
ในสายตาของกองกำลังในเขตแดนมิติโลกระดับกลาง
เขตแดนมิติโลกระดับต ่า แม้ว่าอารยธรรมเต๋าจะล้าหลังมากก็ ตาม
ทว่าเนื่องจากความล้าหลังนี้เอง มันอาจมีสถานที่หลายแห่งที่ยัง ไม่ได้รับการพัฒนา
ตราบใดที่เจ้าครอบครองมัน เจ้าจะได้รับทรัพยากรมาไม่มากก็ น้อย
เซี่ยหนานเงยหน้าขึ้นและมองดูเสาแสงทั้งเจ็ดที่ตกลงมาจาก ท้องฟ้า
ในเสาแสงมีตัวแทนกำลังยืนอยู่
พวกเขาคือนิกายเทียนหมิง(อาณัติแห่งสวรรค์) นิกายอู๋หยา(ไร้ ประมาณ) หุบเขาเหล่ยจื่อ(ตะวันแผดเผา) และยอดเขาเทียนเจี่ย(ดาบ สวรรค์)
กองกำลังทั้งสี่นี้คือ…กองกำลังระดับสูงอันดับสองของเขตแดน มิติโลกระดับกลาง
ส่วนอีกสามกองกำลังคือตระกูลซวนหยวนเมืองจงตู คฤหาสน์อู๋ ซูและนิกายเหอฮวน(รื่นอารมณ์)
ในทำนองเดียวพวกเขาคือกองกำลังระดับสูงอันดับสอง เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดอ่อนแอกว่านิกายเทียนหมิงอยู่เล็กน้อย
ทว่าสิ่งที่ทำให้เซี่ยหนานมีสีหน้าน่าเกลียดก็คือ…กองกำลังหลัก ทั้งเจ็ดนี้ ล้วนแข็งแกร่งกว่าเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายของพวกเขา!
ท้ายที่สุดแล้ว เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายคือกองกำลังระดับสองอันดับ สุดท้าย
ตอนนี้กองกำลังหลักทั้งเจ็ดได้มาถึงที่นี่แล้ว อาจกล่าวได้ว่า… เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายไม่สามารถเพลิดเพลินกับเค้กของเขตแดนมิติโลก ระดับต ่าได้อีกต่อไป
เฮ้อ…น่าเสียดายที่ชัยชนะอยู่ใกล้แค่เอื้อม
จุดเชื่อมต่อค่ายกลชำระล้างโลกกำลังจะถูกทำลายจนหมดแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้น กองทัพเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายก็จะสามารถรุกเข้ามาได้ เลย!
หลังจากนั้นพวกมันทั้งหมดก็จะยึดเขตแดนนี้ได้อย่างง่ายดาย…
น่าเสียดาย…กองกำลังทั้งเจ็ดได้เข้ามาแทรกแซงและทำให้แผน ของพวกมันล้มเหลว!
ในเวลานี้ ภายในเสาแห่งแสง ชายวัยกลางคนจากนิกายเทียนห มิงก้มศีรษะลงและมองไปที่เซี่ยหนานและกล่าวอย่างสงบว่า “ชาย หนุ่มจากเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายถอยออกไป”
ไร้เหตุผล!
ไร้คำอธิบาย!
มีเพียงคำสั่งเท่านั้นเท่านั้น…จงถอยไป!
เพราะอะไรงั้นเหรอ?
เพราะความแข็งแกร่งของนิกายเทียนหมิงนั้น พวกเขาแข็งแกร่ง กว่าเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายมาก!
กฎแห่งป่ามันก็คือกฎแห่งป่า…
หมัดใหญ่กว่าคือกฎและเหตุผลทั้งหมด!
ในโลกของผู้ฝึกตนมันเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด มันโหดร้าย…แต่ ก็ยุติธรรมมากเช่นกัน
ทว่าเซี่ยหนานยังไม่เต็มใจที่จะยอมรับ ชัยชนะใกล้เข้ามามาก แล้ว แต่จู่ๆ มีผู้อื่นก้าวเข้ามาเพื่อเอาส่วนแบ่งแห่งชัยชนะไป!
เขาเงยหน้าขึ้นมองชายจากนิกายเทียนหมิงแล้วกล่าวว่า “ผู้ อาวุโส ท่านไม่คิดว่าทุกอย่างควรทำตามลำดับก่อนหลังใช่ไหม?”
“มาก่อนได้ก่อนงั้นเหรอ?”
ชายผู้นี้สีหน้าเย็นชาและกล่าวว่า “หรือเจ้ากำลังบอกว่า…เจ้าซึ่ง เป็นตัวแทนเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายต้องการเริ่มสงครามกับนิกายเทียนหมิง ของข้า?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของเซี่ยหนานก็เปลี่ยนไป ฟันของเขา ขบกันและยังส่งเสียง “กรอด” อีกด้วย
เจ้าอ่อนแอและเจ้าต้องพ่ายแพ้!
เมื่อมาถึงจุดนี้ เซี่ยหนานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโบกมือแล้ว คำรามด้วยเสียงต ่า “ถอย!”
กองทัพเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายด้านล่างไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหยุด การโจมตีด้วยความหงุดหงิด และถอยกลับไปยังภูเขาหลินเจี่ย
หลังจากนั้น ชายจากนิกายเทียนหมิงมองไปที่ฝ่ายมนุษย์และ กล่าวอย่างใจเย็นว่า “ใครคือบุคคลที่รับผิดชอบเขตแดนนี้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ มู่เจิ้งถิงก็ก้าวไปข้างหน้าและมาถึงฝั่งตรงข้ามแล้ว กล่าวว่า “ข้าเอง ท่านผู้อาวุโสต้องการสิ่งใด?”
ชายจากนิกายเทียนหมิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ข้าคือเหอหวู่ เว่ย…รองผู้นำนิกายเทียนหมิง ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องกลัวข้า”
“ข้ามาที่นี่โดยไม่มีเจตนาที่จะสังหารเจ้า”
มู่เจิ้งถิงตกใจเล็กน้อย อีกฝ่ายมาทำลายพวกเขาเพื่อยึดเขต แดนไม่ใช่หรือ?
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหอหวู่เว่ยกล่าวต่อไปทำให้ใบหน้าของมู่ เจิ้งถิงดูน่าเกลียดมากอย่างยิ่ง
“ข้าต้องการแผนที่ดาวของทุกเขตแดนในมิติโลกระดับต ่าแห่งนี้ รวมถึงข้อมูลกองกำลังทั้งหมดด้วย”
“ต่อจากนั้น เราและกองกำลังหลักอีกเจ็ดกองกำลังจะแบ่งแยก เขตแดนด้วยตัวเอง”
“สิ่งที่เจ้าต้องทำคือ พัฒนาพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาและจ่าย ทรัพยากรทั้งหมดให้ตรงเวลา”
“แน่นอน เจ้าสามารถเก็บไว้ได้หนึ่งส่วนเพื่อตัวเจ้าเองได้”
เมื่อฟังจบแล้ว
มู่เจิ้งถิงถึงเข้าใจ
อีกฝ่ายปฏิบัติต่อกองกำลังทั้งหมดในเขตแดนมิติโลกระดับต ่า ทั้งหมด เสมือนทาสของพวกเขา!
ไม่ใช่แค่การเสี่ยงชีวิตด้วยการเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามหรือ ดินแดนที่ยังไม่ได้สำรวจเท่านั้น
แต่เก้าส่วนของทรัพยากรที่ได้รับ มันจะต้องถูกส่งมอบให้กับ พวกเขา!
กองกำลังเหล่านี้ไม่สังหารพวกเขาก็จริง..
แต่ปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนทาส!
แล้วสิ่งนี้มันแตกต่างจากการไม่สังหารพวกเขาอย่างไร?
ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ จากเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็มีการแสดงออกที่
แตกต่างกันและมีสีหน้าที่น่าเกลียดอย่างมาก
ผู้ฝึกตนด้านล่างมีสีหน้าโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น!
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายเข้ามาและต้องการจะสังหารพวกเขาทั้งหมดเพื่อ เป็นอาหาร
แต่ตอนนี้ มีกองกำลังที่ทรงพลังอีกเจ็ดกองกำลังที่ต้องการทำให้ พวกเขาเป็นทาส!
ทำไมพวกเขาถึงบ่มเพาะเต๋า?
มันก็เพื่ออิสรภาพไง!
สิ่งที่ข้าแสวงหาคือชีวิตนิรันดร์!
เมื่อพวกเขาถูกปฏิบัติเหมือนเป็นทาส พวกเขาก็จะสูญเสีย อิสรภาพไป
แล้วเหตุใดจึงแสวงหาความเป็นอมตะ?
มันเลวร้ายยิ่งกว่าความตายอยู่แล้ว!
ไม่ต้องพูดถึง…
น ้าเสียงของอีกฝ่ายไม่ใช่การเจรจาแต่อย่างใด!
กองกำลังเหล่านี้ไม่มีเจตนาที่ต้องการเจรจากับพวกเขา!
พวกมันออกคำสั่งเพียงอย่างเดียว!
มู่เจิ้งถิงสามารถคิดได้ว่าหากพวกเขาไม่เห็นด้วย
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาจะไม่ดีไปกว่าเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายที่มา ทำลายเขตแดนไร้พรมแดนอย่างแน่นอน!
สีหน้าเซี่ยหนานก็ดูน่าเกลียดเช่นกัน
คำกล่าวของอีกฝ่ายได้ตัดเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายออกไปอย่างสิ้นเชิง!
อาจกล่าวได้ว่า…พวกเขาไม่มีส่วนแบ่งในเขตแดนมิติโลกระดับ ต ่าอีกต่อไป
แต่เขาจพูดอะไรได้ล่ะ?
เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายอ่อนแอมากต่อหน้ากองกำลังหลักทั้งเจ็ดนี้
เหอหวู่เว่ยมองไปที่มู่เจิ้งถิงอย่างสงบและถามว่า “เจ้าเข้าใจใช่ ไหม?”
มู่เจิ้งถิงรู้สึกเสียใจ…
แต่ในสถานการณ์นี้ เขาไม่มีทางเลือกนอกจากพยักหน้า
เมื่อเผชิญกับกองกำลังหลักทั้งเจ็ดนี้ ไม่มีความเป็นไปได้ของ การต่อต้านจริงๆ
“เราไม่มีแผนที่ดาวในเขตแดนไร้พรมแดน และยังมีกองกำลัง อื่นๆ อีกมากมายที่เราไม่รู้จัก ดังนั้นมันจึงต้องใช้เวลา”
เหอหวู่เว่ยพยักหน้าและกล่าวว่า “ข้าให้เวลาเจ้าสามวัน”
เมื่อกล่าวจบเสร็จเรียบร้อย…
เหอหวู่เว่ยหันกลับมาและร่างของเขาก็หายไปพร้อมกับลำแสง!
เมื่อกองกำลังอื่นเห็นสิ่งนี้ พวกเขาก็จากไปทีละคนเช่นกัน
เหลือเพียงชายชราจากยอดเขาเทียนเจี่ยเท่านั้นที่มองลงมา หลังจากนั้นจึงหันหลังกลับและจากไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองแวบเดียว เย่ชิวไป่่ก็มั่นใจมาก
ชายชรามองดูเขา?
เหตุใดยอดเขาเทียนเจี่ยจึงมองมาที่เขา?
เป็นไปได้ไหมที่ชายชราผู้นี้รู้จักเขา?
เย่ชิวไป่นิ่งคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และนึกไม่ออกว่าเขาเคยเจอชาย ชรามาก่อนหรือเปล่า
หลังจากที่กองกำลังทั้งเจ็ดกลับไป…
เซี่ยหนานแค่นเสียงอย่างเย็นชา และถอยกลับเข้าไปในภูเขา หลินเจี่ยทันที
เขายังต้องรายงานต่อเรื่องนี้เจ้าหน้าที่อาวุโสของเผ่าพันธุ์ชั่วร้าย ด้วย
การดำเนินการต่อจากนี้ เขาต้องให้เหล่าผู้อาวุโสตัดสินใจ
…
หลังจากนั้น มู่เจิ้งถิงได้เรียกผู้อาวุโสแห่งกองกำลังหลักและ อัจฉริยะทั้งหมดให้กลับมาที่ราชวงศ์ไร้ขอบเขต
ภายในพระราชวัง….
มู่เจิ้งถิงนั่งอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าของเขาน่าเกลียดมาก
“เรามีเวลาแค่สามวัน เรามาหาทางกันเถอะว่าจะจัดการเรื่องนี้
ยังไง?”
ในหมู่พวกเขา มู่หลี่เป่ยผู้นำตระกูลมู่กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้า คิดว่าทางเลือกเดียวของพวกเราคือ การทำสงคราม!”
กองกำลังอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
พวกเขาบ่มเพาะเต๋ากันมานานมาก
แต่สุดท้าย…เจ้ายังต้องการกลายเป็นทาสของคนอื่นอีกเหรอ?
“ตายซะยังดีกว่าที่จะทำเช่นนี้!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ มู่เจิ้งถิงก็พยักหน้าด้วยสีหน้าหดหู่เช่นกัน
เขาต้องใช้เวลาสามวัน เพื่อหาวิธีแก้ปัญหา
หากไม่มีวิธีแก้ปัญหา มันก็จะถึงทางตันแล้ว
ทางด้านล่าง มู่ฟูเซิงถามว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ เจ้ามีความคิดดีๆ บ้าง ไหม?”
เย่ชิวไป่คิดเรื่องนี้มาตั้งแต่กลับมาแล้ว
วิธีทำลายสถานการณ์นี้งั้นเหรอ?
เมื่อเผชิญหน้ากับกองกำลังขนาดใหญ่ของเขตแดนมิติโลก ระดับกลาง ด้วยช่องว่างความแข็งแกร่งอันมหาศาล
และยังมีถึงเจ็ดกองกำลัง…
พูดตามตรง ถ้าจะบอกว่าข้าไม่หมดหวังก็คงเป็นเรื่องโกหก
ทว่า!
จู่ๆ เย่ชิวไป่ก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
เจ็ดกองกำลังหลัก?
พวกเขาจะแจกจ่ายทรัพยากรอย่างเท่าเทียมได้อย่างไร?
เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาได้ตกลงกันแล้ว?
เรามาดูเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายอีกครั้งดีกว่า
ทำไมเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายถึงมาที่นี่เพียงกองกำลังเดียว?
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการอยากกินเค้กนี้ทั้งก้อนเพียงผู้เดียว นั่นเอง!
หลังจากคิดได้ เย่ชิวไป่่ยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน
เขากล่าวทำลายบรรยากาศที่สิ้นหวังและเคร่งขรึมในวังว่า…
“ผู้อาวุโส บางทีข้าอาจมีวิธี”