โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 444 สร้างความขัดแย้ง!
“ผู้อาวุโส บางทีข้าอาจมีวิธี”
จู่ๆ คำพูดของเย่ชิวไป่ได้ทำลายบรรยากาศอันสิ้นหวังดั้งเดิมใน พระราชวังไปทันที
ทั้งผู้เชี่ยวชาญของนิกายหลัก เช่นเดียวกับผู้มีอำนาจของสาม ตระกูลโบราณ ทุกคนต่างหันหน้ามามองผู้เยาว์คนนี้
ในสนามรบ ผู้เยาว์คนนี้เปล่งประกายอย่างเจิดจ้า เขาอยู่เพียง ขั้นปลายขอบเขตมหาจักรพรรดิเท่านั้น แต่เขาสามารถข้ามระดับ สังหารเผ่าพันธ์ุุชั่วร้ายขอบเขตภวังค์เทพได้
แน่นอนว่า มู่เจิ้งถิงเองก็อยากรู้เช่นกัน และถามว่า “เย่ชิวไป่ ไหน เจ้าลองบอกวิธีของเจ้ามาหน่อยสิ?”
ในฐานะจักรพรรดิของเขตแดนไร้พรมแดน
มู่เจิ้งถิงเป็นคนใจกว้างมาก
เขาไม่เคยคิดดูถูกผู้อื่น แม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์ พลัง และ ความแข็งแกร่งที่สูงมาก
ในตอนนี้มีเพียงระดมความคิดเท่านั้น มันถึงจะมีหนทางแห่ง ความอยู่รอด!
ทว่ามีเพียงมู่เจิ้งถิงเท่านั้นที่ใจกว้าง มันยังมีผู้คนที่ใช้ความชรา ของตนเพื่อข่มผู้อื่นว่าด้อยกว่าอยู่
เช่นสำนักชิงเหอ(ธาราคราม) เป็นต้น…
สำนักชิงเหอคือกองกำลังชั้นหนึ่งของเขตแดนไร้พรมแดน
และพวกเขายังดีที่สุดในบรรดากองกำลังชั้นหนึ่งอีกด้วย
ภูมิหลังของพวกเขาไม่ได้เลวร้ายไปกว่านิกายดาบดาวตก เลย…!
ในตอนนี้ หานชิงเหอผู้นำนิกายชิงเหอขมวดคิ้วและกล่าวว่า “ผู้น้อยอย่างเจ้า…อย่ามาสร้างปัญหาในเวลานี้”
“จริงๆ แล้วเจ้าไม่คู่ควรแม้แต่จะอยู่ในวงสนทนาระดับนี้ด้วยซ ้า!!”
ทว่าไม่ต้องรอให้เย่ชิวไป่หักล้างคำปรามาสนี้
เจี้ยนหวู่เฟิงผู้นำนิกายดาบดาวตกกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ผู้นำ หาน ข้าคิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ การระดมความคิดเพื่อหาทาง ออกที่ดีที่สุด มันมีความสำคัญยิ่งกว่า”
“ยิ่งกว่านั้นเย่ชิวไป่ยังเป็นนักบุญดาบของข้า และเขายังสามารถ เป็นตัวแทนนิกายดาบดาวตกของข้าได้อย่างเต็มที่ สถานะนี้มัน เพียงพอหรือเปล่า?”
หานชิงเหอเหลือบมองเจี่ยนหวู่เฟิงแล้วกล่าวว่า “เฮอะ…เขาก็แค่ เด็กน้อยขนยังไม่ขึ้นเท่านั้น ถ้าเจ้าสละตำแหน่งผู้นำนิกายให้เขา บางทีข้าอาจจะยังเห็นด้วยกับเจ้า”
แต่จู่ๆ ก็มีบุคคลที่แม้แต่เย่ชิวไป่ไม่คาดคิด เขาช่วยพูดแทนเย่ชิว ไป่ขึ้นมา
“หานชิงเหอ มันต้องมีขีดจำกัดในการพึ่งพาความชรา และการ ขายความชรา”
ทุกคนมองไปที่ผู้กล่าวขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
ผู้ที่กล่าวคือผู้นำของตระกูลมู่…มู่หลี่เป่ย!
แม้แต่มู่จือชิงยังมองดูบิดาของนางด้วยความประหลาดใจ
บิดาข้าดูหมิ่นเย่ชิวไป่มาตลอดเลยไม่ใช่หรือ?
ไม่น่าเชื่อว่าบิดาจะกล่าวแทนชิวไป่…
เย่ชิวไป่ยิ้มเบาๆ กุมมือขึ้นแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณ ผู้อาวุโสมู่”
มู่หลี่เป่ยกล่าวอย่างใจเย็นว่า “อย่าเข้าใจข้าผิด เพราะ สถานการณ์มันฉุกเฉินเท่านั้น ข้าไม่ได้มีความคิดเป็นอื่น”
“ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าคิดว่าเราควรคิดหาทางแก้ไขเพิ่มเติม เพราะเรามีเวลาแค่สามวันเท่านั้น ไม่มีใครอยากไปถึงทางเลือก สุดท้าย แล้วต่อสู้กับอีกฝ่ายจนตัวตาย”
เย่ชิวไป่ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร
พ่อตาของข้าเป็นคนหยิ่งยโสจริงๆ!
ไม่ว่าอะไรก็ตาม…
เป็นเพราะใจของเขาเริ่มผูกติดกับข้า เขาถึงช่วยพูดแก้ให้ข้า แน่นอน
มู่หลี่เป่ยไม่ได้อธิบายกับเย่ชิวไป่อีกต่อไป แต่เขามองไปที่หาน ชิงเหอแล้วกล่าวอย่างใจเย็นว่า “การค้นหาวิธีแก้ปัญหา มันไม่ เกี่ยวข้องกับสถานะหรือขอบเขต”
“ถ้าคิดวิธีได้ก็กล่าวออก ถ้าไม่มีวิธี เจ้าก็อย่าขัดจังหวะผู้อื่น”
“เจ้า!”
“เจ้าอะไร?” ร่างกายของมู่หลี่เป่ยถูกล้อมรอบไปด้วยออร่า ปราณ!
พลังแห่งสายเลือดพลุ่งพล่าน!
“ถ้าเจ้ายืนกรานที่จะแสดงความคิดเห็นของเจ้า เราจะออกไปลอง ดูข้างนอกกันไหม?”
พวกเขาทั้งคู่อยู่ที่ขั้นสุดยอดขอบเขตรวบรวมเต๋า
แต่ด้วยพลังแห่งสายเลือดของมู่หลี่เป่ย หานชิงเหอถามตัวเอง ว่า…เขาไม่คู่ควรต่อกรอย่างแน่นอน
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หานชิงเหอก็ทำได้เพียงพ่นลมหายใจและหันหลัง กลับไป
“ข้าอยากเห็นนักว่า ไอ้เด็กน้อยอย่างเขาจะทำอะไรได้!”
เย่ชิวไป่มองไปที่มู่หลี่เป่ย…
แม่ง!
พ่อตาข้าหล่อมาก!
ถ้าใช้คำของท่านอาจารย์ต้องบอกว่า…พ่อตาข้าโคตรเจ๋ง!
ข้ารักท่านมาก!
ในเวลานี้ มู่เจิ้งถิงออกมาเพื่อคลี่คลายบรรยากาศและกล่าวว่า “เอาล่ะ…ตอนนี้เรามีศัตรูที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ และในช่วงเวลาแห่ง ความเป็นความตายนี้ เราไม่ควรมีความขัดแย้งกันเอง”
เมื่อถึงจุดนี้ มู่เจิ้งถิงมองไปที่เย่ชิวไป่ และถามว่า “เย่ชิวไป่ บอก ข้าหน่อยสิว่าเจ้าคิดอย่างไร?”
เมื่อฟังคำถามนี้แล้ว…
เย่ชิวไป่พยักหน้า แล้วตอบว่า “จริงๆ แล้ว โอกาสของเราคือกอง กำลังหลักทั้งเจ็ดแห่ง”
เอิ่ม?
ทุกคนมองไปที่เย่ชิวไป่ด้วยความสับสน
ทุกคนค่อนข้างงุนงงเล็กน้อย…
เหตุใดถึงมีโอกาส ถ้ามีกองกำลังทั้งเจ็ด?
กองกำลังทั้งเจ็ดที่ทรงพลังได้มายังเขตแดนนี้แล้ว พวกเราไม่ ควรมีโอกาสชนะไม่ใช่หรือ?
มู่เจิ้งถิงครุ่นคิดและกล่าวว่า “พูดต่อไป”
เย่ชิวไป่อธิบายว่า “หากเป็นเพียงกองกำลังเดียว มันจะยาก ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะด้วยความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย แม้ว่าเราจะทุ่มเท ทุกสิ่งที่เรามี เราก็ยังไม่สามารถต่อกร”
แน่นอน เว้นแต่ท่านอาจารย์จะลงมือ…
“ทว่าอีกด้านหนึ่งมีเจ็ดกองกำลังที่มีความแข็งแกร่งคล้ายกัน”
“แต่เรามีเขตแดนมิติโลกระดับต ่าเพียงแห่งเดียวเท่านั้น”
“เมื่อเผชิญกับผลประโยชน์ กองกำลังใดจะยินดีแบ่งปันอย่างเท่า เทียมกับผู้อื่น”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ บางคนก็เริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบแล้ว
มู่เจิ้งถิง เจี้ยนหวู่เฟิงและผู้นำทั้งสามตระกูลโบราณต่างก็มีสีหน้า สว่างขึ้น!
ถูกต้อง!
เมื่อเผชิญกับความผลประโยชน์ เจ้าจะทำเพื่อตัวเจ้าเองเท่านั้น!
เจ้าย่อมไม่ต้องการแบ่งปันอย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น!
นี่คือธรรมชาติของมนุษย์!
เมื่อดูสีหน้าของพวกเขาแล้ว เย่ชิวไป่ก็ยิ้มและกล่าวว่า “ข้าคิดว่า ผู้อาวุโสทุกท่านคงเข้าใจเรื่องนี้ดีแล้ว”
“ถูกต้อง สิ่งที่เราต้องการทำคือไม่เผชิญหน้าพวกเขาและต่อสู้ จนตาย”
“ตอนนี้มีสิ่งเดียวที่ต้องทำ”
“นั่นคือทำให้พวกเขาขัดแย้งกัน!”
ทุกคนมองไปที่เย่ชิวไป่ ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางมหาอำนาจและกล่าว อย่างอิสระ เขาไม่ถ่อมตัวหรือหยิ่งผยอง
เขาพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการของเขาเอง และในขณะเดียวกัน เขาก็ ยังให้แนวคิดแก่ผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ด้วย!
เมื่อเห็นฉากนี้ มู่จือชิงยิ้มเบาๆ ออกมา
แน่นอนว่าคนที่ยอดเยี่ยม เขาไม่สามารถซ่อนแสงที่เปล่งประกาย ได้ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็ตาม…
มันคือแผนยั่วยุให้แตกแยก!
มู่หลี่เป่ยรับช่วงต่อและกล่าวว่า “เจ้าหมายถึง สิ่งที่เราต้องทำ ตอนนี้คือ คิดถึงวิธีชักจูงอีกฝ่ายให้ผูกขาดผลประโยชน์มิติเขตแดน นี้?”
เย่ชิวไป่พยักหน้าและกล่าวว่า “ท่านพ่อตาของข้ากล่าวถูกต้อง”
ท่านพ่อตา? !
เมื่อได้ยินคำเรียกนี้ ทุกคนกำลังมองไปที่มู่หลี่เป่ยทันที!
ไม่น่าแปลกใจที่ผู้นำตระกูลมู่ออกตัวปกป้องเย่ชิวไป่เช่นนี้… ปรากฎว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์เช่นนี้อยู่นี่เอง!
มู่จือชิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ทว่าใบหน้าของมู่หลี่เป่ยเริ่มมืดลง
ไอ้เด็กบ้ากำลังเล่นสกปรก!
ข้าไม่สามารถลดความระมัดระวังลงได้แม้แต่วินาทีเดียวจริงๆ!
อย่างไรก็ตาม มู่หลี่เป่ยไม่ได้อธิบายอะไรออกมา
เพราะโอกาสของเย่ชิวไป่ย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย
เย่ชิวไป่กล่าวต่อ “สิ่งที่เราต้องทำคือ ไม่ต้องกระตุ้นความโลภ ของอีกฝ่ายอย่างจงใจ เพราะความโลภนี้ต้องมีอยู่ในหัวใจของพวก เขาอยู่แล้ว!”
“เราจำเป็นต้องทำเช่นนี้เพื่อความสมดุลระหว่างกองกำลัง”
“ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือ แค่ขยายความโลภในใจพวกเขา เท่านั้น!”
“เมื่อความโลภขยายออกไป อีกฝ่ายก็จะเริ่มมีแผนการของ ตัวเอง เมื่อถึงเวลานั้น รอยร้าวก็จะปรากฏขึ้นแล้ว”
“ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ โดยที่เราไม่ต้องทำสิ่ง ใด!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ทุกคนก็ตระหนักได้ทันที
พวกเขาทั้งหมดมองไปที่เย่ชิวไป่ด้วยความตกใจบนใบหน้า
มีผู้ที่มีอำนาจมากมายที่นี่ และพวกเขาไม่สามารถหาหนทางได้ หลังจากพูดคุยกันเป็นเวลานาน
แต่รุ่นเยาว์ผู้นี้กลับคิดวิธีแก้ปัญหาขึ้นมาได้?
และวิธีนี้ใช้ได้ผล!
หรือก็คือ…นี่เป็นวิธีเดียวที่ได้ผลในตอนนี้!
ผู้นำนิกายหานชิงเหอรู้สึกอับอายเล็กน้อย…
แม้แต่เขายังต้องยอมรับว่าวิธีนี้ดีจริงๆ
ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินรุ่นเยาว์ผู้นี้ต ่าเกินไป
มู่เจิ้งถิงกล่าวว่า “แล้วเราจะต้องทำอย่างไร?”
เย่ชิวไป่ยิ้มและแนะนำตัวเอง “ข้าเป็นผู้คิดวิธีนี้ขึ้นมา ดังนั้นให้ รุ่นเยาว์อย่างพวกข้าดำเนินการ”
“มิฉะนั้น เกรงว่าข้าจะโดนผู้นำนิกายบางคน…อาศัยความชรา ของเขากล่าวหาว่า ข้าเก่งแต่ปากใช่ไหม?”