โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 453 ศัตรูตัวสุดท้าย
ณ ตอนนี้…
เกิดสีหน้าหวาดกลัวอย่างมากบนใบหน้าของทุกคน
นี่…ตระกูลเฟิ่งหวงในตำนาน
หลังจากสงครามหลงหวง(มังกรหงส์) พวกเขาก็หายตัวไป ใน เวลานั้น พวกเขาคิดว่าตระกูลเฟิ่งหวงและเผ่ามังกรได้สูญพันธุ์ไป หมดแล้ว ในสงครามที่ทำลายล้างโลกในครั้งนั้น
แต่ตอนนี้ สัตว์ในตำนานโบราณตัวนี้ มาปรากฏตัวต่อหน้าพวก เขา!
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ผู้มีอำนาจทั้งหกขอบเขตเหยิน เซียนก็ถูกสังหารอย่างง่ายดาย
ในความเห็นของพวกเขา ชายที่แข็งแกร่งทั้งหกคนนี้ คือผู้ที่อยู่ เหนือจินตนาการของพวกเขามาก
ทว่าต่อหน้าตระกูลเฟิ่งหวง!
มันโจมตีเพียงครั้งเดียว และวิญญาณของทั้งหกคนก็ถูกทำลาย!
จากระยะไกล เซี่ยหนานมองฉากนี้ด้วยใบหน้าที่น่าเกลียดอย่าง ยิ่ง
รูม่านตาของเขาหดแคบลงอย่างรวดเร็ว
ไม่น่าแปลกใจเลยที่พลังสายเลือดปีศาจของเขาถูกระงับ
หากอีกฝ่ายมาจากตระกุลเฟิ่งหวงจริงๆ มันก็ไม่มีอะไรน่า ประหลาดใจ
ท้ายที่สุดแล้ว สายเลือดของเผ่ามังกรและตระกูลเฟิ่งหวงอาจ กล่าวได้ว่า ทั้งสองอยู่ยอดบนสุดของสายเลือดทั้งหมด
แต่…
แต่ตอนนี้เจิ้งหวงตัวนี้กลับอยู่บนไหล่ของเย่ชิวไป่งั้นเหรอ?
เจิ้งหวงตัวนี้เกี่ยวข้องกับเย่ชิวไป่และคนอื่นๆ?
เย่ชิวไป่ถามอย่างสงสัย “ผู้อาวุโส ทำไมท่านถึงมาที่นี่?”
นกน้อยกล่าวเบาๆ ว่า”ข้ามาที่นี่เพื่อค้นหาสิ่งของที่ตระกูลข้าทิ้ง ไว้”
“ของจากตระกูลเฟิ่งหวง? ท่านต้องการความช่วยเหลือจากเรา ไหม?”
นกน้อยส่ายหัว “อย่ากังวล ข้าพบมันแล้ว”
“แต่เดิมข้าจะกลับไปอยู่แล้ว แต่ข้ารู้สึกถึงออร่าปราณของเจ้า ดังนั้นข้าจึงถือโอกาสมาดู”
ในเวลานี้ มู้เจิ้งถิงและผู้เชี่ยวชาญขอบเขตรวบรวมเต๋าทั้งหมด เข้ามาหาเย่ชิวไป่
พวกเขาโค้งคำนับนกน้อยบนไหล่ของเขาแล้วหล่าว่า “ขอบคุณ ผู้อาวุโสที่ช่วยพวกเราไว้”
นกน้อยกล่าวเบาๆ ว่า “ถ้าเจ้าต้องการขอบคุณ เจ้าก็ขอบคุณ เด็กๆ เหล่านี้ ข้าแค่มาช่วยพวกเขา”
มู่เจิ้งถิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แน่นอนว่าพวกเราทุกคนย่อม ขอบคุณอยู่แล้ว ข้าไม่รู้ว่าผู้อาวุโสต้องการสิ่งใดหรือไม่? ตราบใดที่
พวกเรามี พวกเราจะหามาให้ เพื่อตอบแทนน ้าใจอันยิ่งใหญ่ของผู้ อาวุโส”
นกน้อยกล่าวตรงๆ ว่า “ข้าไม่ชอบของของเจ้า และเจ้าก็ไม่ สามารถหาสิ่งที่ข้าต้องการได้”
“…… ”
มู่เจิ้งถิงและคนอื่นๆ ต่างก็ดูเขินอาย
แน่นอนว่าผู้แข็งแกร่งก็คือผู้แข็งแกร่ง!
พวกเขามักพูดโดยตรง!
มู่เจิ้งถิงคิดอีกครั้ง
จูเชว่ผู้นี้อยู่ข้างผู้อาวุโสคนนั้นจริงๆ งั้นเหรอ?
ถ้าเป็นเช่นนั้น ตัวตนของผู้อาวุโสผู้นั้นคืออะไร?
แล้วระดับความแข็งแกร่งของเขาล่ะ ถึงขอบเขตไหน?
เขาไม่สามารถเดาได้จริงๆ
มู่จือชิงมองไปที่เย่ชิวไป่และขยิบตาอย่างสนุกสนาน
เย่ชิวไป่หันกลับมายิ้มให้นาง
มู่หลี่เป่ยที่อยู่ด้านข้าง เขาย่อมสังเกตเห็นโดยธรรมชาติว่า ทั้ง สองมีความสัมพันธ์ที่ดีมากจริงๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เย่ชิวไป่กล่าวกับเขาก่อนหน้านี้ก็กลับมาอยู่ ในใจของเขา
พลังแห่งสายเลือดสำคัญมากขนาดนั้นจริงเหรอ?
ในเวลานี้เอง เจี้ยนหวู่เฟิงกล่าวจากด้านข้างว่า “ผู้เฒ่ามู่ เจ้าอย่า เข้มงวดนักเลย เจ้าคิดว่าคู่รักหนุ่มสาวคู่นี้รักกันมากใช่ไหม เจ้ามี หัวใจที่จะทุบตีทั้งคู่และทำให้บุตรสาวของเจ้าเสียใจงั้นเหรอ?”
มู่หลี่เป่ยขมวดคิ้ว ถ้าไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสเจิ้นหวงที่อยู่ตรงหน้า เขาละก็…
เขาคงได้ชักดาบของเขาเข้าปะทะเจี้ยนหวู่เฟิงแล้ว
ข้าทนไม่ได้จริงๆ กับชายชราที่ปากไม่มีหูรูดผู้นี้!
เจี้ยนหวู่เฟิงยังคงยิ้มและกล่าวว่า “ตอนนี้ชิวไป่ไม่มีพลังแห่ง สายเลือด”
“แต่ด้วยพรสวรรค์ปีศาจของเขาและภูมิหลังที่แข็งแกร่ง มันไม่ ง่ายเลยเหรอไง ที่เขาจะได้รับสายเลือดใหม่?”
“ข้าเกรงว่าพลังแห่งสายเลือดของเขา มันจะแข็งแกร่งกว่าของ ตระกูลมู่เจ้ามาก!”
“ในเวลานั้นบุตรสาวของเจ้าอาจไม่สามารถเข้าถึงเขาก็เป็นได้!”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ มู่หลี่เป่ยก็จ้องมองแล้วตะโกนขึ้นมาว่า “เขา จะกล้าดีได้ยังไง!”
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของมู่หลี่เป่ย ทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองไปที่
เขา
ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม…
เขาจะกล้าดี? แล้วเขาคือใคร?
เย่ชิวไป่ถามด้วยความกังวลว่า “ท่านพ่อตา มันเกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของมู่จือชิงก็เปลี่ยนเป็นสีแดง นางงดงาม ราวกับดอกไม้ที่เบ่งบาน
เมื่อได้ยินคำถามของเย่ชิวไป่ ใบหน้าของมู่หลี่เป่ยก็กระตุก
หลังจากนั้นเขาก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ไม่มีอะไร”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้แล้ว เย่ชิวไป่ก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
ครั้งนี้เขาเรียกมู่หลี่เป่ยว่าพ่อตา แต่อีกฝ่ายไม่ได้ปฏิเสธออกมา
เจี้ยนหวู่เฟิงและมู่เจิ้งถิงก็มองหน้ากันและยิ้มเช่นกัน
ดูเหมือนว่าเรื่องของทั้งคู่น่าจะไม่ยากแล้ว
“ขอแสดงความยินดีด้วย ตระกูลมู่ของเจ้าจะทะยานขึ้นไปบน ท้องฟ้าในอนาคต”
เจี้ยนหวู่เฟิงยิ้มและกล่าวว่า “อย่าลืมเกี่ยวกับนิกายดาบดาวตก ของข้าล่ะ ถ้าข้าไม่ได้เตือนให้เจ้าคว้าโอกาสนี้ เจ้าอาจหัวแข็งและ พลาดโอกาสนี้ออกไป!”
“…ไอ้เฒ่า เจ้าอยากต่อสู้ใช่ไหม?”
“โอ้…เจ้าคิดว่า ข้ายังกลัวเจ้าอยู่หรือไง?”
มู่เจิ้งถิงและชายที่แข็งแกร่งคนอื่นๆ รู้สึกอายเล็กน้อย
ผู้อาวุโสจูเชว่ยังอยู่ที่นี่ พวกเจ้าหยุดเล่นกันก่อนได้ไหม?
ในตอนนี้เอง…
นกน้อยถามว่า “เจ้าต้องการให้ข้าช่วยจัดการกับกองกำลังที่อยู่ เบื้องหลังพวกเขาหรือไม่?”
มู่เจิ้งถิงได้ยินสิ่งนี้จึงรับช่วงต่อว่า “ผู้อาวุโส พวกเขาเป็นกอง กำลังระดับสูงอันดับสองของเขตแดนมิติโลกระดับกลาง ไม่ต้อง กล่าวถึงระยะทางที่ไกลมาก พวกเราต้องผ่านกำแพงเขตแดนมิติ และ พลังของพวกเขาก็มากเช่นกัน .. ”
นกน้อยไม่ตอบแต่มองดูผู้คนจากศาลาเฉาถัง
สำหรับมัน มันเป็นเพียงแค่กำแพงเขตแดนมิติ มันสามารถข้าม ได้ตลอดเวลาตามต้องการ
ส่วนกองกำลังสูงสุดอันดับสองน่ะเหรอ?
เหตุใดข้าต้องสนใจกับระดับอำนาจแค่นี้?
เย่ชิวไป่, หงหยิง, หนิงเฉินซินและคนอื่นๆ มองหน้ากันแล้วก็ยิ้ม ออกมา
ทุกคนมีทางเลือกเหมือนกัน
พวกเขาส่ายหัวพร้อมกัน
“ไม่จำเป็น ให้เราจัดการพวกมันเอง”
“ผู้อาวุโสไม่จำเป็นต้องจัดการในเรื่องนี้”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ดวงตาของนกน้อยก็เต็มไปด้วยความชื่นชม เช่นกัน
ถ้าเจ้ารับความช่วยเหลือจากผู้อื่น
ให้ผู้อื่นช่วยขจัดหนามและสิ่งกีดขวางบนถนนในอนาคตของเจ้า
เหมือนดั่งขี่ม้ากลางทุ่งกว้าง!
ใช้ชีวิตโดยไร้อุปสรรคใดๆ
ถึงแม้ถนนลักษณะนี้ มันจะเรียบและง่าย แต่เจ้าจะสามารถเห็น จุดสิ้นสุดได้อย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่า ตัวเจ้าก็จะถึงเพียงแค่จุดนั้น…โดยไม่สามารถไปต่อ ได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากเจ้าสร้างทางของตัวเองด้วยฝีมือเจ้าเอง
ถึงแม้มันจะมีโค้งงอและขวากหนามมากมายตลอดเส้นทาง แต่ ถนนสายนี้ของเจ้ามันตจะไม่มีจุดสิ้นสุด
เจ้าสามารถปีนขึ้นไปบนสุดยอดของถนนอมตะต่อไปได้ตลอด กาล!
ทำไมหลู่ฉางเซินไม่ลงมือ?
มันก็เพราะเหตุนี้เช่นกัน…
ไม่ใช่เพราะข้าอยากขี้เกียจอย่างแน่นอน!
จริงๆ เชื่อข้าเถอะ!
นกน้อยถามต่อว่า “เมื่อไหร่เจ้าจะกลับ”
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า “เรื่องที่นี่เกือบจะยุติลงแล้ว คงอีกไม่ นาน”
“ตกลง ข้าจะรอเจ้าสองสามวัน”
หลังจากกล่าวอย่างนั้น มันก็ยืนบนไหล่ของเย่ชิวไป่ หลับตาและ ดูเหมือนจะหลับอยู่
ในเวลานี้ ฉู่กุยเต๋าบนท้องฟ้าก็ลงมาหาเย่ชิวไป่
เขายิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวว่า “กองกำลังที่อยู่ข้างหลังเจ้า แข็งแกร่งมาก เจ้าจำเป็นต้องใช้แผนการด้วยเหรอ?”
เย่ชิวไป่กางมือแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่รู้ว่าผู้อาวุโสนกน้อยจะมานี่”
ฉู่กุยเต๋าส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ แล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ข้า คงต้องไปแล้ว ข้าหวังว่าไม่นาน เจ้าจะไปเขตแดนมิติโลกระดับกลาง นะ ที่นั่นมีเรื่องน่าตื่นเต้นมากมาย”
“ตกลงผู้อาวุโส ไม่นานข้าจะไปทั้นั่นอย่างแน่นอน”
หลังจากกล่าวอย่างนั้น ฉู๋กุยเต๋าก็กลายเป็นเสาแห่งแสงและ หายไปจากสถานที่นี้ทันที!
หลังจากนั้น…
มู่เจิ้นถิงยิ้มและกล่าวว่า “เย่ชิวไป่ เจ้าคือผู้มีส่วนสนับสนุนที่
ยิ่งใหญ่ในสงครามครั้งนี้ ข้าจะมอบรางวัลให้เจ้าเป็นการส่วนตัว เพื่อให้ผู้คนในเขตแดนไร้พรมแดนจดจำการมีส่วนร่วมของเจ้า!”
เย่ชิวไป่ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “นั่นไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม เรื่อง มันยังไม่จบ ท่านลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า?”
มู่เจิ้งถิงและคนอื่นๆ ตกใจเล็กน้อย
ทันใดนั้นข้าถึงลืมมันไปได้นะ!
สายตาของทุกคนกำลังมองออกไปนอกเมือง มองไปทางภูเขา หลินเจี่ย!
พวกเขายังเหลือศัตรูอยู่…เผ่าพันธุ์ชั่วร้าย!