โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 458 ฮ่าวเทียน
นิกายดาบชิงหยุนคือนิกายที่ก่อตั้งโดยเย่ชิวไป่…นักดาบอันดับ หนึ่งในปัจจุบัน
นิกายนี้ได้ดึงดูดผู้ฝึกฝนดาบจากทั่วทั้งเขตแดน
ไม่ใช่แค่นักดาบทั่วไปเท่านั้น
แม้แต่ผู้ฝึกฝนดาบจากตระกูลลับและจากตระกูลชั้นสูงบาง ตระกูล พวกเขาก็ยังมีความต้องการเข้าร่วม
เช่นเดียวกับผู้มีอำนาจและผู้อาวุโสของนิกายอื่นๆ
ทุกคนต่างต้องการมาที่นิกายชิงหยุนเพื่อเข้ามาเป็นศิษย์ทั้งสิ้น
ในตอนนี้ เย่ชิวไป่ยืนอยู่บนแท่นสูงและมองลงไป
เหลียงเฟิงที่อยู่ด้านหลังแตะคางของเขาแล้วยิ้มกล่าวว่า “ดู เหมือนว่าคราวนี้ พวกเราจะมีต้นกล้าที่ดีค่อนข้างเยอะนะ”
เจี้ยนเจาเมี่ยนก็พยักหน้าและกล่าวว่า “มีมากกว่าตอนที่นิกาย เปิดครั้งแรกเยอะมาก”
“มันเป็นของขวัญอวยพรให้กับเถ้าแก่ใหญ่ที่ทิ้งร้านไปหรือ เปล่า?”
เหลียงเฟิงเหลือบมองเย่ชิวไป่ข้างๆ เขาและกล่าวอย่างเฉียบขาด ว่า “ถ้ามีคนบางคนกลับมาอย่างน้อยสองสามครั้งต่อปี ข้าว่าอีกไม่ นานผู้ฝึกฝนดาบอัจฉริยะในเขตแดนนี้คงมากองอยู่ที่นี่จนหมดเป็น แน่แท้”
เย่ชิวไป่ยิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวว่า “เอาล่ะ…พวกเจ้าทั้งสอง ได้ โปรดหยุดพยายามผลักข้าเสียที ข้ายอมรับความผิดพลาดของข้า แล้ว”
“แล้วข้าจะตอบแทนพวกเจ้าทั้งสองเอง”
เมื่อฟังประโยคนี้…
เจี้ยนเจาเมี่ยนและทั้งสองคนมองหน้ากันและยิ้มออกมา
ทั้งสองแสดงรอยยิ้มราวกับว่า…แผนการของพวกเขาประสบ ความสำเร็จเป็นที่แน่นอนแล้ว
“เอาล่ะ เที่ยงแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”
การรับสมัครศิยษ์นิกายดาบชิงหยุนนั้น…มันแบ่งออกเป็นสาม ระดับ
ระดับแรกคือการดูพรสวรรค์เป็นพิเศษ
สถานะไม่สำคัญ พรสวรรค์สำคัญที่สุด
ตราบใดที่เจ้าพรสวรรค์และมีทรัพยากรเพียงพอ เจ้าจะสามารถ ไปถึงระดับที่สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
การทดสอบพรสวรรค์ก็ง่ายที่สุดเช่นกัน
หลู่ฉางเซินได้วางศิลาดาบไว้ที่นี่เพื่อตรวจจับพรสวรรค์พิเศษ
ศิลาดาบมีทั้งหมดเก้าชั้น
ผู้ทดสอบสามารถใช้ปราณดาบโจมตีศิลาดาบเพื่อให้ศิลาเปล่ง ประกายตามจำนวนชั้น
ยิ่งมีชั้นมากเท่าใด พรสวรรค์ด้านดาบก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
เหลียงเฟิงและเจี้ยนเจาเหมี่ยนเคยทดสอบมาก่อนหน้านี้เช่นกัน
ทั้งสองคนสามารถทำให้ศิลาเปล่งประกายได้ถึงชั้นที่สี่!
เดิมทีคนสองคนนี้เป็นที่รู้จักในฐานะอัจฉริยะดาบแห่งเขตแดน ทุรกันดาร
ทว่าทั้งสองสามารถทำได้เพียงสี่ชั้นเท่านั้น
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การทำให้ถึงชั้นที่เก้านั้น มันยากมาก เพียงใด
การทดสอบระดับที่สองคือความเพียร
เส้นทางบ่มเพาะจิตวิญญาณนั้น มันยากมากอยู่แล้วโดย ธรรมชาติ
เจ้ามีพรสวรรค์ ทว่าไม่มีความเพียร ขีดจำกัดความสำเร็จก็จะต ่า มากเช่นกัน
ระดับที่สามก็เป็นระดับที่สำคัญที่สุดเช่นกัน
หัวใจแห่งดาบ…
วิถีแห่งดาบ!
สิ่งที่แย่ที่สุดคือการไม่สามารถก้าวไปข้างหน้า เพราะเจ้าทำตาม หัวใจดาบของตัวเองไม่ได้
ถ้าเป็นเช่นนั้น วิถีแห่งดาบของเจ้าก็จะผิดพลาด
และถ้าเจ้าใช้วิชาดาบเพื่อทำความชั่ว นิกายดาบชิงหยุนก็ไม่มี ทางรับเจ้าเป็นศิษย์อย่างเด็ดขาด!
ที่ประตูภูเขาทางเข้านิกาย…
เมื่อพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนมาที่นี่
ทันใดนั้น ผู้ฝึกฝนดาบที่ต้องการเข้าร่วมนิกายดาบชิงหยุนต่างก็ โค้งคำนับให้กับเย่ชิวไป่
“คารวะผู้อาวุโสเย่!”
เสียงทุกคนดังสนั่นหวั่นไหวอย่างน่าตกใจจริงๆ!
เย่ชิวไป่กดมือของเขาและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “วันนี้เป็นวันรับ ศิษย์ของนิกายชิงหยุน หากเจ้าต้องการเข้าร่วมนิกายดาบชิงหยุน เจ้าผ่านการทดสอบก่อน ดังนั้นเรามาเริ่มต้นกันเถอะ”
ที่ประตูภูเขา มีศิลาดาบเก้าชั้น
ตราบใดที่สามารถทำให้ศิลาเปร่งประกายได้ถึงชั้นสาม มันก็จะ ถือว่าประสบความสำเร็จ
เมื่อผู้ฝึกฝนทุกคนดาบเห็นสิ่งนี้ พวกเขาทั้งหมดก็เดินไปที่ศิลา ดาบทันที
ทั้งหมดเริ่มโจมตีศิลาดาบ
ผู้อาวุโสหลายคนกำลังตรวจสอบอยู่ด้านข้าง
“ภูมิภาคตะวันออก เหลยหยุน ชั้นสอง ล้มเหลว”
“ภูมิภาคตะวันตก เซียงเหอ ชั้นแรก ล้มเหลว”
“ภูมิภาคเหนือ หมิงจู ไม่ปรากฏชั้นดาบ ล้มเหลว…”
การใช้ศิลาดาบทดสอบ มันก็เพียงพอที่จะกวาดล้างผู้ฝึกฝนดาบ ส่วนใหญ่ไปได้
เย่ชิวไป่เมื่อมองดูฉากนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา
ตามที่คาดไว้ รากฐานของเขตแดนทุรกันดารยังขาดอยู่มาก
เมื่อเทียบกับเขตแดนไร้พรมแดนแล้ว มันมีผู้คนน้อยเกินไปที่จะ เรียกว่าอัจฉริยะได้อย่างแท้จริง
ผู้ฝึกฝนดาบด้านล่างมองดูฉากนี้ด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้า ของพวกเขา
“เหลยหยุนจากภูมิภาคตะวันออกคือตระกูลผู้ฝึกฝนดาบ บุตรชายคนโตของหัวหน้าตระกูลเหลยเป็นที่รู้จักในนามอัจฉริยะ ดาบสายฟ้า อย่างไรก็ตาม เขายังคงล้มเหลวเมื่อมาถึงที่นี่”
“เช่นเดียวกันสำหรับเซียงเหอ เขาได้เข้าร่วมในดินแดนลับหลาย แห่งและมีชื่อเสียง ดูเหมือนว่าเขายังไม่สามารถบรรลุมาตรฐานของ นิกายดาบชิงหยุนได้”
“ข้าแน่ใจว่า มันเป็นเพราะนิกายดาบชิงหยุนก่อตั้งโดยผู้อาวุโส เย่ ดังนั้นข้อกำหนดมันย่อมสูงมากอยู่แล้วโดยธรรมชาติ”
“ข้าสงสัยว่า ผู้ใดจะเป็นคนแรกที่ผ่านการทดสอบ?”
คำพูดประโยคนี้เพิ่งจบลง…
ศิลาดาบปรากฎชั้นสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!
เมื่อทุกคนก็มองไป…
พวกเขาเห็นหญิงสาวยืนอยู่หน้าศิลาดาบ และทำให้ชั้นของศิลา ดาบพุ่งขึ้นสูงถึงชั้นที่สี่!
“คนผู้นี้คือใคร ทำไมช่างสวยยิ่งนัก…”
“เจ้าไม่รู้จักนางงั้นเหรอ? นั่นคือซินหงอี้จากตระกูลซินแห่ง ภูมิภาคแดนใต้ นางได้ชื่อว่าเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในภูมิภาคแดน ใต้!”
“อ้าว…นางไม่ได้มาจากสำนักชางเต๋างั้นเหรอ?”
“สำนักชางเต๋าไม่ได้จำกัดศิษย์ไม่ให้เข้าร่วมกองกำลังอื่น”
เย่ชิวไป่อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อเห็นฉากนี้
แน่นอนว่า เหลียงเฟิงและเจี้ยนเจาเมี่ยนที่อยู่ด้านข้าง ทั้งสอง มองเย่ชิวไป่ด้วยสายตาที่ไม่ชัดเจน
“คนบางคนช่างหว่านเสน่ห์ไปทุกที่จริงๆ”
“แม่นางซินปฏิเสธคู่ครองนับไม่ถ้วนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้แต่คนที่ตระกูลจัดหามาให้ มันก็ยังถูกนางปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ข้าไม่รู้ว่านางกำลังรอใครอยู่?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้เย่ชิวไป่ก็ทำอะไรไม่ถูก
ข้าหว่านเสน่ห์เมื่อไหร่?
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทุบตีนางหนึ่งครั้งและช่วยนางอีกครั้ง
นั่นคือทั้งหมดที่ข้าทำ!
ซินหงอี้เงยหน้าขึ้นและมองไปในทิศทางของเย่ชิวไป่ หลังจาก นั้นนางเดินเข้าไปในประตูภูเขาและเข้าสู่การทดสอบระดับที่สอง
“ดินแดนจงหยู(ภาคกลาง) ฮ่าวเทียน ชั้นที่หก…ผ่าน!”
ชั้นหกงั้นเหรอ?
ทุกคนมองไปในทิศทางของฮ่าวเทียน
รูปลักษ์เขาค่อนข้างดูน่ากลัว…
“คนผู้นี้เป็นใคร ทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อเขามากก่อน”
“ข้าเดาว่าเขาคงเป็นผู้ฝึกฝนดาบทั่วไป แต่เขาสามารถทำให้ ศิลาดาบเปล่งประกายได้ถึงชั้นหก?”
เหลียงเฟิงและเจี้ยนเจาเมี่ยนก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน
ชายคนนี้มีพรสวรรค์ด้านดาบมากกว่าพวกเขาสองคนอีกงั้น เหรอ?
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า “น่าสนใจจริงๆ เจตจำนงดาบของเขา ค่อนข้างน่าสนใจจริงๆ”
เจตจำนงดาบของนักดาบย่อมไม่เหมือนกันทุกคน…
บางคนดุร้าย เจตจำนงดาบจะคมกริบและการโจมตีจะรุนแรง
บางคนเก่งในการวางแผน เจตจำนงดาบของเขาก็จะมีแนวโน้มที่
จะเด่นด้านป้องกัน
“ทำไมเหรอ เจ้าต้องการที่จะบ่มเพาะเขาด้วยตัวเจ้าเอง?”
เย่ชิวไป่ยิ้มกล่าวว่า “เราค่อยๆ ดูกันก่อนเถอะ”
…
หลังจากนั้น มีเพียงร้อยคนเท่านั้นที่ผ่านการทดสอบแรก
ฮ่าวเทียนย่อมเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ถมากที่สุดในหมู่พวกเขา…
ตอนนี้เรามาถึงการทดสอบระดับสองแล้ว
ผู้อาวุโสถามว่า “ฮ่าวเทียน ผู้อาวุโสคนไหนที่เจ้าอยากเข้าร่วม ในอนาคต เจี้ยนเจาเมี่ยนหรือเหลียงเฟิง?”
ฮ่าวเทียนส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่ต้องการ?”
“โอ้ แล้วเจ้าจะอยากเป็นศิษย์ใครหรือเจ้าอยากจะฝึกฝนด้วย ตัวเอง?”
ฮ่าวเทียนมองไปยังจุดสูงสุดของนิกายดาบชิงหยุน
มีความทะเยอทะยานในดวงตาของเขา!
“ข้าต้องการเป็นศิษย์ของผู้นำนิกาย และมีเพียงผู้อาวุโสเย่ เท่านั้นที่คู่ควรที่จะเป็นอาจารย์ของข้า”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ผู้อาวุโสทุกคนต่างตกตะลึง
หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวว่า “ผู้นำนิกายไม่ ต้องการรับศิษย์ส่วนตัว”
ฮ่าวเทียนยักไหล่และกล่าวว่า “ถ้าไม่ลอง ข้าจะรู้ได้อย่างไร?”
…
ในอีกด้านหนึ่ง หนิงเฉินซินมาที่สำนักจือไจ่(สำนักห้องหนังสือ)
สำนักจือไจ่…คือสำนักศึกษาเต๋าขงจื้อที่เรียบง่ายมาก
สำนักมีสนามหญ้าเรียบง่าย รอบๆ สนามเต็มไปด้วยห้องหนังสือ สำหรับผู้ที่ศึกษาเต๋าขงจื้อ
ตรงกลางสนามมีห้องสมุดขนาดใหญ่
ในห้องสมุด มันมีตำราอยู่มากมายนับไม่ถ้วนอยู่ในนั้น!
ที่ผ่านมา ผู้คนที่บ่มเพาะเต๋าขงจื๊อสามารถเข้ามาศึกษาที่นี่ได้ทุก คน
อย่างไรก็ตาม สำนักจือไจ่ในวันนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่มี เกียรติ
สีหน้าของผู้บ่มเพาะเต๋าขงจื๊อแสดงความตื่นตระหนกเล็กน้อย!
หนิงเฉินซินเดินเข้ามาและโบกมือของเขา
จู่ๆ เส้นแสงสีขาวตกลงมาลงบนร่างของทุกคน
ทันใดนั้น ความตื่นตระหนกบนใบหน้าของคนเหล่านี้ก็จาง หายไปทันที
หัวใจของพวกเขาสงบลง…
“ผู้อาวุโสหนิงท่านมาแล้ว!”
หนิงเฉินซินถามว่า “เอาล่ะ…เล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังหน่อยสิ”
หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในสำนักจือไจ่ของหนิงเฉินซิน เขา จะต้องไม่มองข้ามและเริ่มสอบสวนทันที!