โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 473 เหล็กเย็นหมื่นปี
พวกเขาทั้งหมดที่ได้รับเชิญโดยหมู่บ้านฟ่านเหริน
ทุกคนล้วนเป็นบุคคลที่โดดเด่นในหมู่กองกำลังชั้นนำของเขต แดนเทียนเหอ
แล้วพวกเขาจะไม่เย่อหยิ่งได้อย่างไร?
โดยเฉพาะจี้เฉียนเหยา เจิ้นเหรินจากวังอมตะเหยาฉือ ทุกคนที่
หมดเห็นนางขอความช่วยเหลือจากผู้ชายด้วยแววตาน่าสงสารเนี้ย นะ?
ตอนนี้พวกเขามีความรู้สึกเหมือนมีสมองไฟฟ้าลัดวงจร
ที่สำคัญ…ผู้ชายที่นางขอร้องยังเป็นผู้ชายที่เฉยชาต่อนาง?
เป็นผู้ชายที่ทึ่มทื่อเหมือนเหล็กเย็นหมื่นปีที่อยู่ก้นทะเล!
เป็นเหล็กชนิดที่ไม่มีวันแตกหักได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม!
ในตอนนี้ หลู่ฉางเซินที่กำลังนั่งพักลืมตาขึ้น เขามองไปที่จี้เฉียน เหยาที่อยู่ตรงหน้าเขา
เฮ้อ…เขาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
เดิมทีข้าก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งหรอกนะ…
เพราะความงามมักก่อให้เกิดปัญหามาตั้งแต่สมัยโบราณ
แต่ทว่า…
จี้เฉียนเหยามีเจตนาดี และเคยกล่าวแทนเขาในตอนที่อยู่หน้า กำแพงสูงเสียดฟ้า
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อตอนที่ซิงหยุนลงมือ
ตัวจี้เฉียนเหยาเองก็ต้องการเข้ามาช่วยเหลือเช่นกัน
เพียงอิงจากสองเหตุหารณ์นี้
หลู่ฉางเซินเองก็ไม่สามารถเพิกเฉยนางได้เช่นกัน
จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ใช่คนใจแข็งมากนัก…
“ข้าสามารถให้คำแนะนำเจ้าได้ แต่ข้าจะกล่าวสิ่งที่น่าเกลียด ก่อน”
“เจ้าไม่สามารถมีความคิดที่คดเคี้ยวอื่นๆ ได้ เจ้าเข้าใจใช่ไหม?”
ดวงตาของจี้เฉียนเหยาแสดงความประหลาดใจออกมา จากนั้น นางก็ถามอย่างสงสัยว่า “ความคิดที่คดเคี้ยวคืออะไร?”
ในเวลาเดียวกัน นางก็คิดในใจว่า…
ข้าดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?
รูปร่างหน้าตาของข้าน่าเกลียดมากไหม?
ข้าคือเจิ้นเหรินนะ…
เมื่อเห็นท่าทีของนางดูสงบแล้ว หลู่ฉางเซินพยักหน้าและกล่าว ว่า “ตอนนี้เจ้าเชี่ยวชาญขั้นที่สองของ ทักษะแล้ว หลังจากนี้เจ้า จะต้องทำความเข้าใจในขั้นที่สาม เพื่อที่จะผ่านแท่นหินทั้งเก้าและไป ถึงอีกด้านหนึ่งได้”
ทุกคน:……
เอิ่ม…ง่ายไปไหมพี่ชาย
เจ้าคิดว่าพวกเราทั้งหมดเป็นเหมือนเจ้าเหรอไง!?
ทักษะท่าน่างมังกรพเนจรนี้…คือทักษะที่มีอยู่ในหมู่บ้านฟ่านเห ริน!
เมื่อเทียบกับทักษะท่าร่างระดับสูงในนิกายของพวกเขา มัน แข็งแกร่งกว่ามาก
เจ้าพูดว่าให้ทำความเข้าใจ มันจะทำความเข้าใจได้ง่ายๆ ได้งั้น เหรอ?
หลู่ฉางเซินกล่าวต่อว่า “ลักษณะของทักษะมังกรพเนจรคืออะไร เจ้ารู้ไหม? มันคือความสง่างามหรืออาจพูดง่ายๆ ว่า มันเหมือนกับ การเดินผ่านสวนดอกไม้นับพัน…โดยไม่โดนใบไม้สัมผัสกับร่างกาย”
“มันไม่ใช่แค่การไล่ตามความเร็วเท่านั้น”
เมื่อได้ยินตำพูดนี้ จี้เฉียนเหยาพยักหน้า
งั้นเหรอ?
แสดงว่าที่ผ่านมา…พวกเขาทั้งหมดตกอยู่ในความเข้าใจผิด
ท้ายที่สุดแล้ว ทักษะท่าร่างส่วนใหญ่ที่พวกเขาฝึกเน้นที่ความเร็ว
ความคิดเรื่องท่าทางหรือความสวยงามนี้
โดยธรรมชาติแล้ว พวกเขาคิดไม่ถึงจริงๆ
“เจ้าเข้าใจที่ข้าบอกไหม?”
จี้เฉียนเหยาเอียงศีรษะ นางวางนิ้วบนริมฝีปากล่างแล้วกล่าวว่า “อือ…ดูเหมือนข้าจะเข้าใจแล้ว…”
หลู่ซางเฉิงขมวดคิ้ว…
นั่นหมายความว่า…เจ้าไม่เข้าใจใช่ไหม?
“เจ้าไม่ใช่เจิ้นเหรินแห่งวังอมตะเหยาฉือเหรอ? เจ้าไม่ใช่อัจฉริยะ ของเขตแดนนี้หรือไง? ทำไมเจ้าถึงมีความเข้าใจที่ไม่ดีนัก?”
เมื่อฟังคำพูดที่หลู่ฉางเซินถาม
แล้วพวกข้าจะพูดอะไรได้อีก?
จี้เฉียนเหยาทำหน้าบูดบึ้งและกล่าวอย่างอ่อนแอว่า “เจ้าคิดว่า ทุกคนต้องเป็นเหมือนเจ้าเหรอไง…”
หลู่ฉางเซินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้และกล่าวว่า “เอาล่ะ เจ้าเข้า มาใกล้ๆ!”
“ทำอย่างนี้ตั้งแต่แรกก็จบแล้ว…”
จี้เฉียนเหยาบ่นพึมพำ หลังจากนั้นนางก้าวเข้ามา แล้วเอียงหัว ของนางเข้าไปใกล้หลู่ฉางเซิน
หลู่ฉางเซินชี้นิ้วไปข้างหน้า โดยแตะจุดระหว่างคิ้วของจี้เฉียน เหยา
ทันใดนั้น
การรับรู้ถึงทักษะท่าน่างมังกรพเนจรหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของจี้
เฉียนเหยาโดยตรง!
ใบหน้าของจี้เฉียนเหยาตกใจเล็กน้อย
ในขณะนี้ ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของนาง
มันทำให้นางดูประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ
นี้มัน……
ไม่ใช่แค่ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับเทักษะท่าร่างมังกร พเนจรเท่านั้น
แต่ทักษะยังได้ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก?
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการปรับปรุงนี้ ข้ารู้สึกว่า…ข้าได้ก้าวข้าม ทักษะดั้งเดิมไปแล้ว!
เหมือนกับรับแก่นแท้แล้วทิ้งขี้เถ้าไป!
ข้าบรรลุถึงสภาวะแห่งความสมบูรณ์แบบ
“เจ้า…เจ้าทำได้อย่างไร?!”
หลู่ฉางเซินกลอกตา “ถ้าเจ้าต้องการ…เจ้าก็แค่ทำความเข้าใจ เท่านั้น โอเค๊…โอเคไหม? รีบเข้าใจให้ไว แล้วผ่านแท่นหินบ้าๆ นี้ซะ แล้วอย่ารบกวนข้าอีก ตอนนี้เป็นเวลางีบหลับของข้า เจ้าเข้าใจไหม? ”
ทุกคน: “……”
เหล็กเย็น…
เหล็กเย็นทะเลลึกหมื่นปี
หรือไม่ก็เหล็กนี้ยังไม่แกร่งเท่าเจ้า…
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ จี้เฉียนเหยาก็ได้แต่นั่งเฉยๆ ด้วยแววตาที่
โศกเศร้า ˆ
ทำไมเจ้าถึงดุร้ายขนาดนี้!
พูดดีๆ กับข้าหน่อยไม่ได้เหรอ…
เฮ้อ…ข้าทำได้เพียงถอนใจ
หลังจากนั้นนางหลับตาลงและเริ่มทำความเข้าใจ
ในตอนนี้ ซิงเฉิงข้ามาอยู่ข้างๆ หลู่ฉางเซินแล้วกล่าวว่า “พี่หลู่ จี้
เฉียนเหยาเป็นเจิ้นเหริน และนางก็ยังมีวังอมตะเหยาฉืออยู่ข้างหลัง นะ”
“นางมีพรสวรรค์ นางมีภูมิหลัง และนางเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด ของเขตแดนเทียนเหอ ทำไมเจ้าไม่ถูกล่อลวงล่ะ?”
ถูกล่อลวง?
หลู่ฉางเซินหัวเราะเยาะ
ผู้หญิงจะส่งผลต่อความเร็วที่ข้าชักดาบเท่านั้น!
ความงามและภัยพิบัติ ทั้งสองต่างก็เป็นอันตรายถึงชีวิต!
ข้าต้องเลี่ยงให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้!
…
ครึ่งวันต่อมา
จี้เฉียนเหยาลืมตาขึ้น
นางเดินไปที่แท่นหิน
แน่นอนว่า ทุกคนก็มองไปที่นางเช่นกัน
พวกเขายังต้องการดูว่า หลังจากนางขอคำแนะนำจากหลู่ฉาง เซินแล้ว
จี้เฉียนเหยาสามารถผ่านแท่นหินทั้งเก้า และผ่านการทดสอบได้ หรือไม่?
ภายใต้สายตาของทุกคน…
จี้เฉียนเหยาเริ่มเคลื่อนไหว
ร่างกายนางเป็นเหมือนมังกรว่ายน ้า
ภายในไม่กี่ลมหายใจ นางก็มาถึงแท่นหินที่แปดแล้ว!
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนรู้สึกประหลาดใจมาก
การเคลื่อนไหวท่าร่างมังกรของจี้เฉียนเหยาดูเหมือนจะแตกต่าง ไปจากเมื่อก่อน
ลดความเร็วลงนิด สวยงามขึ้นอีกหน่อย!
ในตอนนี้…
คลื่นมหึมาอันน่าตกใจซัดเข้ามาหานางแล้ว!
มันเหมือนกับท้องฟ้าและแผ่นดินถล่มลงมา คลื่นยักษ์พุ่งเข้าหาจี้
เฉียนเหยา!
ใบหน้าของจี้เฉียนเหยาเคร่งขรึมเล็กน้อย
นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว!
มันเหมือนกับมังกรว่ายน ้า!
นางพุ่งเข้าหาคลื่น!
ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของทุกคน
นางข้ามไปอยู่อีกฝั่งได้!
แถมยังไม่มีคราบน ้าบนร่างกายอีกด้วย!
นี้มัน……
นางผ่านแล้วใช่ไหม?
จี้เฉียนเหยารู้สึกมีความสุขมาก นางรีบวิ่งกลับไปหาหลู่ฉางเซิน แล้วยิ้มเบาๆ ว่า “ข้าผ่านได้แล้ว!”
หลู่ฉางเซินไม่ลืมตา โบกมือแล้วกล่าวว่า “เยี่ยมมาก…”
“ไปเถอะ ข้าอยากนอนแล้ว”
จี้เฉียนเหยาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่
นางกระทืบเท้า พยายามเดินเลี่ยงและอยู่ห่างจากหลู่ฉางเซิน
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง นางยังคงรู้สึกเสียใจเล็กน้อย ดังนั้นนาง จึงนั่งข้างหลู่ฉางเซินพร้อมกับเม้มปาก
ท่าทางนางเหมือนกับลูกสะใภ้ตัวน้อยที่ดูหงุดหงิด…
เมื่อทุกคนเห็นฉากนี้ พวกเขาก็รีบวิ่งไปหาเช่นกัน
“พี่หลู่!ช่วยแนะนำพวกเราด้วยได้ไหม?”
“ใช่แล้ว เราสามารถใช้สมบัติแลกเปลี่ยนได้นะ!”
“พี่หลู่ ตราบใดที่ท่านแนะนำข้า ท่านจะเป็นเพื่อนของข้า ตลอดไป หากท่านต้องการอะไร ท่านสามารถมาหาข้าได้!”
สมบัติสวรรค์!
แม้แต่อาวุธวิญญาณที่อาจทำให้เกิดพายุนองเลือดในเขตแดน เทียนเหอก็ยังถูกส่งมอบให้กับหลูฉางเซิน
หลู่ฉางเซินเม้มริมฝีปากด้วยความรังเกียจและกล่าวว่า “เอาพวก มันออกไปให้หมด”
สิ่งเส็งเคร็งเหล่านี้ไม่มีอะไรน่าดู!
แถมข้าไม่อยากเกี่ยวข้องกับพวกเจ้า
เมื่อจี้เฉียนเหยาเห็นสีหน้าที่ดูสิ้นหวังบนใบหน้าของหลู่ฉาง เซิน…
นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มเบาๆ
ปรากฎว่าเจ้าก็มีเวลานี้ด้วย!
เมื่อหลู่ฉางเซินสังเกตเห็นสีหน้าที่ค่อนข้างยินดีของจี้เฉียนเหยา
ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ดุร้ายและกล่าวว่า “เจ้ายิ้มอะไร? ข้า บอกแล้วไงว่าข้าจะนอน! ไล่พวกเขาไปให้พ้น!”
สีหน้ายิ้มแย้มของจี้เฉียนเหยากลับรู้สึกเศร้าอีกครั้ง
แต่นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลุกขึ้นและไล่ผู้คนที่อยู่ รอบตัวเขา
เมื่อทุกคนเห็นสิ่งนี้
พวกเขาทำได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากนั้น…
ไม่มีใครที่นี่ที่ผ่านการทดสอบอีกแล้ว
มีเพียงหลู่ฉางเซินและจี้เฉียนเหยาเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเข้าร่วม การทดสอบรอบที่สาม
ทันใดนั้น เด็กน้อยคนแรกวิ่งมาพร้อมกับถังหูลู่รสหวานอยู่ใน ปาก
“เซียนเซิงบอกว่า…ผู้ที่ผ่านการทดสอบรอบสองสามารถมา ทดสอบรอบสามกับข้าได้”
หลู่ฉางเซินและจี้เฉียนเหยาต่างยืนขึ้น
ทั้งสองเดินมาหาเด็กชาย
เด็กชายมองไปที่หลู่ฉางเซิน โดยเผยให้เห็นฟันกระต่ายซี่เล็กๆ สองซี่ และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “พี่ชาย ท่านตามข้าไปพบเซียนเซิง”