โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 484 ข้าเกรงว่าเขาไม่ชอบเจ้า
ตั้งแต่สมัยโบราณ…
มีกี่คนที่แพ้เพราะไม่เด็ดขาด?
ยังไม่พอ มีกี่คนแล้วที่โดนสังหารกลับ
ในฐานะหลู่ฉางเซินที่คุ้นเคยกับกิจวัตรเหล่านี้
เป็นไปได้อย่างไรที่จะทำผิดพลาดอย่างโง่เขลาเช่นนี้?
ดังนั้น หลู่ฉางเซินไม่เพียงแต่ต้องโจมตีซ ้าเท่านั้น
แม้แต่ขี้เถ้าของเจ้าก็ต้องถูกกระจาย!
แล้วขยี้จิตวิญญาณของเจ้า
เท่านี้ข้าก็ปลอดภัยเพียงพอแล้ว
ทุกคนมองไปที่ปราณดาบขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของหลู่ฉาง เซิน พวกมันทั้งหมดเต็มเปี่ยมด้วยกฎแห่งดาบ!
ดาบแต่ละเล่มดูเหมือนจะมีพลังแห่งกฎของสวรรค์และปฐพี
ในตอนนี้…
หลู่ฉางเซินดูเหมือนจะเป็นผู้ปกครองโลกใบนี้
เขาคือวิถีแห่งสวรรค์!
จีหลิวจือจ้องมองลูกศิษย์ของนางอย่างเคร่งเครียด
ด้วยความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เจ้ายังต้องการให้ข้า ช่วยอีกไหม?
นี่ไม่ทำให้ข้าเสียหน้างั้นเหรอ?
แต่ขณะนี้ จู่ๆ จีหลิวจือก็รู้สึกขอบคุณจินหลี่มาก
ถ้าเขาไม่หยุดยั้งข้า เกรงว่าข้าจะเสียหน้ามากไปกว่านี้…
เมื่อมือของหลู่ฉางเซินกดลงมา
ปราณดาบยักษ์ที่อยู่ข้างหลังเขา ซึ่งมีกฎของสวรรค์และปฐพี พู่ งอย่างรุนแรงไปยังหลุมในพื้นดิน!
ซึ่งในตอนนี้…
หยุนซื่อหรูในหลุม แม้ว่าเขาจะยังไม่ตาย แต่ก็กึ่งตายหรือไม่ก็ พิการไปแล้ว
เขาพยายามยื่นมือออกมาอย่างสั่นเทา และมีสมบัติบางอย่างอยู่ ในมือของเขา
มันคือโซ่ที่ส่องแสงสีดำ!
“โซ่ขังมังกรทะเลเหนือ มันคือสมบัติลับของวังมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ย หมิง…”
“ข้าไม่ได้คาดหวังว่า หยุนซื่อหรูจะนำสมบัติศักดิ์สิทธิ์นี้ติดตัวมา ด้วย?”
จริงๆ แล้ว หยุนซื่อหรูบังเอิญติดมันมาเฉยๆ
เดิมทีมีจุดประสงค์เพื่อแย่งชิงหงเหมิงจือฉี(ปราณหงเหมิงม่วง) และเตรียมใช้มันกับจินหลี่และจีหลิวจือ
ไม่คาดคิด มันถูกใช้กับ “รุ่นเยาว์” ที่เขาเคยดูถูกมาก่อน!
แต่ทว่า…
หากไม่ได้ใช้มันตอนนี้ เขาจะไม่มีโอกาสใช้มันอีกต่อไป
เมื่อโซ่ขังมังกรทะเลเหนือถูกใช้งาน
ดูเหมือนโลกทั้งใบจะเต็มไปด้วยการปราบปราม!
โซ่ขังมังกรทะเลเหนือต้องการปราบปรามวิถีแห่งสวรรค์!
แต่ถึงอย่างนั้น…
เดิมทีเขาคิดว่ามันคงสามารถต้านทานการโจมตีของหลู่ฉางเซิน ได้
ทว่าเมื่อปราณหล่นลงมาทีละเล่ม…
พวกมันร่อนลงโซ่ขังมังกรทะเลเหนือโดยไม่พักหายใจ!
เพียงแค่ดาบเล่มแรก!
ภายใต้การจ้องมองอย่างหวาดกลัว มันได้ทะลุผ่านกำแพง ปราบปรามที่ปล่อยออกมาจากโซ่ขังมังกรทะเลเหนือ!
จากนั้นดาบเล่มที่สอง
มันตกลงไปยังโซ่ขังมังกรทะเลเหนือโดยตรง
มีเสียงลั่นดังคลิก…
โซ่ขังมังกรทะเลเหนือแตกออกเป็นสองส่วน!
โซ่ขังมังกรทะเลเหนือต่อต้านไม่ได้แใ่่แต่เสี้ยววินาที สมบัติ ศักดิ์สิทธิ์ของวังมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิงพ่ายแพ้อย่างง่ายดายอย่างไร้ ความปรานี!
หยุนซื่อหรูมองไปที่ดาบยักษ์ที่สับลงมา และยิ้มอย่างขมขื่น
ผู้ใดจะคาดคิดได้?
ในบรรดาผู้คนที่เข้าร่วมการทดสอบในหมู่บ้านฟ่านเหริน กลับมี ปรมาจารย์เชี่ยวชาญลึกลับซ่อนอยู่…
บูม บูม บูม!
แผ่นดินแตกร้าว!
ราวกับวิถีสวรรค์พังทลายลง
ภูเขาสั่นสะเทือน!
หมู่บ้านฟ่านเหรินกระโจนเข้าสู่วันสิ้นโลก เหมือนกับที่โลกกำลัง ถูกทำลายล้าง!
หัวหน้าหมู่บ้านรีบตะโกนว่า “สมาชิกหมู่บ้านทั้งหมด…ถอย!”
ในเวลานี้ แสงสีขาวได้ฉายออกมาจากบ้านไม้ไผ่ ซึ่งจำกัดผลที่
ตามมาจากการพังทลาย
แน่นอนว่า หลู่ฉางเซินยังจำกัดขอบเขตพลังของเขาให้แคบลง เล็กน้อยอย่างมีสติ
ทำให้พลังนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อโลกภายนอก
ปราณดาบนับหมื่นเล่มที่พุ่งเข้าไปในหลุมกินเวลานานหลายลม หายใจ
เมื่อหลู่ฉางเซินหยุดลง…การสั่นก็หยุดลงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม พลังแห่งกฎของสวรรค์และปฐพีที่แทรกซึมอยู่ใน อากาศไม่ได้หายไปเป็นเวลานาน
ทุกคนค่างก็มองไปที่การล่มสลายในหลุมนั้น
ในนั้น ร่างของหยุนซื่อหรูกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว
แม้แต่วิญญาณก็หายไปจากโลกนี้โดยสิ้นเชิง
ตอนนี้ ใบหน้าของเหอเจิ้นดูมืดมน
เขาไม่คาดคิดจริงๆ หยุนซื่อหรูจะตายง่ายๆ แบบนี้
หลังจากนี้ ความร่วมมือระหว่างเขากับวังมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิง ก็อาจถูกทำลายลงเช่นกัน
จินหลี่เห็นฉากนี้และโดยไม่ต้องคิดอะไร เขากุมมือไปทางหลู่ฉาง เซินแล้วกล่าวว่า “ผู้อาวุโส ตระกูลต้าเผิงปีกทองคำของเราขอถอน ตัวจากเรื่องนี้”
ทันทีโดยไม่รอให้หลู่ฉางเซินกล่าวอะไร เขาก็กระพือปีกสีทอง อันใหญ่โตและออกจากสถานที่นั้นไปในทันที!
แม้แต่ศีรษะก็ไม่เหลียวกลับมา!
จีหลิวจือยิ้มอย่างขมขื่นและมองไปที่จี้เฉียนเหยา
เห็นได้ชัดว่านางกำลังถามว่าเกิดอะไรขึ้น?
จี้เฉียนเหยาก็ส่ายหัวอย่างไร้เดียงสาเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ นางรู้เพียงว่าพรสวรรค์ของหลู่ฉางเซินนั้นชั่วร้าย อย่างยิ่ง และความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่เหนือพวกนาง
อย่างไรก็ตาม นางไม่ได้คาดหวังว่ามันจะน่ากลัวขนาดนี้…
แต่ทว่าหลู่ฉางเซินไม่ได้หยุดจิตสังหาร
เขามองไปที่เหอเจิ้น
การมองครั้งนี้ เป็นเพราะเขาคิดว่าเหอเจิ้นเคยมุ่งร้ายกับเขามา ก่อนด้วย
เมื่อเห็นหลู่ฉางเซินหันมามอง การแสดงออกของเหอเจิ้นก็ เปลี่ยนไป และเขาก็ตะโกนทันทีว่า “ที่นี่คือหมู่บ้านฟ่านเหริน!”
“ข้าไม่สนใจว่าเจ้าอยู่ที่ไหน…”
หลู่ฉางเซินเป็นคนที่ทะนุถนอมชีวิตของเขาเป็นอย่างมาก
ผู้ที่ต้องการชีวิตของตนเองนั้น มันต้องศัตรูที่ต้องตายสถานเดียว
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว
หลู่ฉางเซินชี้นิ้วออกมา!
ปราณดาบขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าและฟัน ไปทางเหอเจิ้น!
หัวหน้าหมู่บ้านลังเลและไม่ได้ลงมือช่วยเหลือใดๆ
เซียนเซิงถอนหายใจ “เฮ้อ…ที่นี่คือหมู่บ้านฟ่านเหริน แลัวมัน ยังไง?”
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้หยุดหลูฉางเซิน
ปราณดาบยักษ์นั่นตัดผ่านเหอเจิ้นโดยตรง!
ใบหน้าของเหอเจิ้นแสดงท่าทีไม่เต็มใจ และวิญญาณของเขาก็ ดับลง!
เกี่ยวกับเรื่องนี้…
เซียนเซิงทำได้แต่เพียงต้องยอมเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ตั้งแต่แรกเป็นเหอเจิ้นต้องการสังหารเขาก่อน นั่นเอง
ผู้ที่เป็นมือสังหาร…ย่อมต้องเตรียมใจถูกสังหารด้วยเช่นกัน
ถึงแม้เหอเจิ้นเสียชีวิตอย่างไม่ยุติธรรมนัก แต่เขาก็ทำสิ่งใดไม่ได้ จริงๆ…
ในเวลานี้เอง จี้เฉียนเหยาเข้ามาและถามอย่างสงสัยว่า “ทำไม เจ้าถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?”
“ข้าไม่ได้แข็งแกร่ง แค่ว่าเจ้าอ่อนแอเกินไป”
ใบหน้าของจีหลิวจือและหัวหน้าหมู่บ้านมืดลง
หลู่ฉางเซินถามว่า “ที่ตั้งของวังมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิงอยู่ที่
ไหน?”
จี้เฉียนเหยาตอบอย่างว่างเปล่า
“เจ้าต้องการทำสิ่งใด?”
“ไม่มีอะไร..ก็แค่ตัดหญ้ามันต้องถอนรากถอนโคน”
ทันทีที่คำพูดจบลง
หลู่ฉางเซินหายตัวไปจากจุดนั้นทันที
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนก็รู้ว่าหลู่ฉางเซินกำลังจะทำอะไร
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ…
วังมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิงซึ่งครอบครองพื้นที่กว้างใหญ่ และเป็น ที่รู้จักในฐานะกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตแดนเทียนเหอ พวก เขาอาจถูกทำลายในครั้งนี้
ในอนาคต กองกำลังของเขตแดนเทียนเหอจะต้องเผชิญกับการ สับเปลี่ยน…
หลังจากนั้นไม่นาน เวลาผ่านไปยังไม่ถึงธูปก้านเดียว
ร่างของหลู่ฉางเซินปรากฏขึ้นที่นี่อีกครั้ง
จี้เฉียนเหยาตกใจเล็กน้อย “ทำไมเจ้ากลับมา เจ้าหาทางไปไม่ เจอเหรอ?”
หลู่ฉางเซินกลอกตา “วังมังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิงหายไปแล้ว”
หายไปแล้ว?
รวดเร็วมาก?
จีหลิวจือยิ้มอย่างขมขื่น
โชคดีที่ไม่ใช่จี้เฉียนเหยาที่ยั่วยุสัตว์ประหลาดตัวนี้
ไม่เช่นนั้น ชะตากรรมของวังอมตะเหยาฉือก็คงจะเหมือนกับวัง มังกรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหมิง
หัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวและกล่าวว่า “ผู้ อาวุโส หากเจ้ามีความแข็งแกร่งมากขนาดนี้ ทำไมเจ้าถึงต้องเข้า ร่วมการทดสอบนี้ด้วย?”
หลู่ฉางเซินคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่พักหนึ่ง และกล่าวโดยไม่ปิดบัง ว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อของสิ่งหนึ่ง”
“ของอะไร?”
หลู่ฉางเซินแค่อยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง
แต่เขาได้ยินเสียงเซียนเซิงกล่าวออกมาก่อนว่า “มาที่บ้านข้าสิ”
เห็นได้ชัดว่าเซียนเซิงไม่อยากให้หลู่ฉางเซินพูดออกมา
หลู่ฉางเซินพยักหน้าและเดินไปที่บ้านไม้ไผ่
ขณะนั้นทุกคนที่อยู่ข้างนอก
พวกเขายังคงไม่กลับมามีสติสัมปชัญญะ
จี้หลิวจื่อเรียกจี้เฉียนเหยาเข้ามา แล้วถามว่า “เจ้าชอบเขาใช่ ไหม?”
ใบหน้าของจี้เฉียนเหยาเปลี่ยนเป็นสีแดง และนางก็พยักหน้า อย่างเขินอาย “ดูเหมือนว่า…ข้าชอบเขาไปแล้ว”
“ท่านอาจารย์ ท่านไม่รู้วิธี…”
“วิธีอะไรล่ะ ถ้าชอบเจ้าชอบก็ลงมือเลย!”
“แต่ทว่า…” จีหลิวจื่อคิดด้วยหน้าตาบูดบึ้ง “ข้าแค่เกรงว่า เขาจะ ไม่ชอบเจ้าน่ะสิ!”
จี้เฉียนเหยา:……
ท่านคืออาจารย์ของข้าจริงหรือเปล่า?