โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 502 นิกายฮันไห่ปล้นชิงผู้คน!
บทที่ 502 นิกายฮันไห่ปล้นชิงผู้คน!
บทที่ 502 นิกายฮันไห่ปล้นชิงผู้คน!
ทุกคนต่างก็อึ้งงัน เมื่อพวกเขาเห็นปรมาจารย์ผู้นำยอดเขาทั้งสี่ต่างก็ทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงมู่ไป๋ (ชื่อแฝงขอลมู่จือชิง) จนแทบจะลงไม้ลงมือกันเลยทีเดียว!
โอ้สวรรค์…
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน!
ก่อนหน้านี้ เย่ชิวที่อายุยี่สิบสามปี เขาที่บรรลุขอบเขตครึ่งก้าวภวังค์เทพก็ยอดยอมเยี่ยมมากแล้ว
ทว่าตอนนี้ มู่ไป๋ที่อายุน้อยกว่าเพียงยี่สิบเอ็ดปี นางบรรลุถึงขั้นกลางขอบเขตรวบรวมเต๋าแล้ว!
แขตแดนฮั่นไห่ของพวกเขา มีอัจฉริยะสัตว์ประหลาดมากมายขนาดนี้เลยหรือ?
หรือว่าสมัยนี้ อัจฉริยะหาได้ทั่วไปเหมือนกะหล่ำปลีตามท้องถนนแล้ว?
มันเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด?
มู่จือชิงยิ้มเบา ๆ และกล่าวว่า “ยังเหลือการทดสอบอีก พวกท่านไม่ทดสอบข้าต่อหรือ?”
ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียว(สูงเทียมฟ้า) โบกมือแล้วกล่าวว่า “มีอะไรให้ทดสอบกันอีก ในการทดสอบครั้งต่อไป ใครจะยอดเยี่ยมเท่ากับเจ้าอีก?”
ปรมาจารย์ยอดเขาเหยากวง(แกว่งแสง)ยิ้มและกล่าวว่า “ถูกต้อง ถ้าเจ้าเข้าร่วมยอดเขาเหยากวง(แกว่งแสง) ทรัพยากรการฝึกฝนทั้งหมดข้าจะทุ่มเทให้กับเจ้า! ข้ารับประกันได้เลยว่า เจ้าจะประสบความสำเร็จขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตได้ภายในสามปี!”
ปรมาจารย์ยอดเขาเหยากวงถึงกับลำเอียงเรื่องทรัพยากรต่อหน้าทุกคน!
แต่ไม่มีผู้ใดรู้สึกว่าเรื่องนี้มีอะไรผิดปกติ…ใครใช้ให้พวกเขาไม่อยู่ขอบเขตรวบรวมเต๋าตอนอายุยี่สิบเอ็ดกันล่ะ!
“สามปี? ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ ข้าทำได้ภายในสองปี!”
“สองปี? เฮอะ…ข้าทำได้ภายในหนึ่งปี!”
เมื่อได้ยินเสียงสี่ปรมาจารย์เริ่มทะเลาะกันอีกครั้ง มู่จือชิงก็อดไม่ได้ที่จะปวดหัว
“หยุดก่อนเถอะ พวกท่านทั้งหลาย ขอบคุณพวกท่านมากที่ให้ความไว้วางใจในตัวข้า แต่ข้าตัดสินใจแล้วที่จะเข้าร่วมกับยอดเขาเหยากวง(แกว่งแสง)”
เมื่อได้ยินที่มู่จือชิงกล่าว ใบหน้าของปรมาจารย์ยอดเขาเหยากวงเต็มไปด้วยความยินดี
ส่วนปรมาจารย์จากยอดเขาอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าบึ้งตึง
“ทำไม?”
มู่จือชิงกล่าวตามความเป็นจริงว่า “เพราะผู้อาวุโสยอดเขาเหยากวง(แกว่งแสง) ท่านเป็นสตรีเช่นข้า”
เมื่อฟังเหตุผลนี้…
ปรมาจารย์ยอดเขาอีกสามคนล้วนมีใบหน้าที่หดหู่ทันที
พวกเขาแทบไม่ได้กล่าวเลย
ตราบเท่าที่เจ้าต้องการ!
ข้า…ข้าก็สามารถแสดงเป็นสตรีได้เช่นกัน!
ปรมาจารย์ยอดเขาเหยากวงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เอาล่ะ! มู่ไป๋ เจ้าจะเป็นศิษย์สายตรงของข้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!”
ทันทีที่นางโบกมือ ห่านทองคำก็ปรากฏขึ้นที่หน้าอกซ้ายของชุดมู่จือชิง!
นี่คือเครื่องหมายของลูกศิษย์สายตรง
“เอาล่ะ ศิษย์รัก เจ้าตามข้ามา”
มู่จือฉิงพยักหน้า และหันไปมองเห็นสายตาที่อิจฉาของฝูงชน
แต่นางย่อมไไม่สนใจ นางเพียงแค่เหลือบมองไปที่เยว่ชิวไป่เท่านั้น แลบลิ้นเล็กๆ และส่งเสียงทางลมปราณให้เขาว่า “อิอิอิ…มาแข่งกัน ว่าใครจะได้สิทธิ์เป็นผู้นำในนิกายลั่วหยานก่อน”
อะไร? นางมั่นใจแล้วเหรอที่มาท้าข้า?
เย่ชิวไป่หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “ตกลง แต่ถ้าเจ้าแพ้ เจ้าต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของข้า”
เมื่อกล่าวจบ เขาจึงยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอีกครั้ง
มู่จือชิงเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้น แก้มของนางก็แดงระเรื่อ และบ่นพึมพำอย่างโกรธเคือง
ข้ารู้นะว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่
เจ้ายิ้มอย่างหยาบคายมาก…
หลังจากที่ปรมาจารย์ยอดเขาเหยากวงได้พามู่ไป๋(มู่จือชิง)ไปแล้ว
จู่ ๆ ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียว(สูงเทียมฟ้า) ก็หันมามองเย่ชิวไป่และกล่าวว่า “เย่ชิว พรสวรรค์ของเจ้าก็ไม่เลวเช่นกัน เจ้าอยากจะพิจารณาเข้าร่วมยอดเขายอดเขาหลิงเซียวของข้าไหม?”
เย่ชิวไป่คิดสักครู่แล้วกล่าวว่า “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส แต่ข้าขอถามหน่อยว่า ยอดเขาใดที่ทรัพยากรต่ำที่สุด?”
“ต่ำที่สุด?” ปรมาจารย์สามยอดเขาที่เหลือต่างก็นิ่งอึ้งไป
จากนั้น ยอดเขาหลิงเซียวก็กล่าวด้วยสีหน้าแปลกๆ ว่า “ยอดเขาเฮิ่นเทียน (ชังสวรรค์)”
จริงๆ แล้ว นิกายลั่วหยานมีห้ายอดเขา…
ในยอดเขาทั้งหมด ยอดเขาหลิงเซียว(สูงเทียมฟ้า)คือยอดเขาที่แข็งแกร่งที่สุด
ส่วนยอดเขาที่อ่อนแอที่สุดคือ…ยอดเขาเฮิ่นเทียน(ชังสวรรค์)
แทบจะไม่มีผู้ใดอยากเข้าร่วมยอดเขาเฮิ่นเทียนเลย
เพราะทุกครั้งในช่วงรับสมัครศิษย์ใหม่ มันก็แทบจะไม่มีผู้ใดอย่างเข้าร่วม ดังนั้นยอดเขาเฮิ่นเทียนจึงไม่ได้ปรากฏตัวที่นี่ในทุกครั้ง
“อือ…งั้นข้าก็จะเข้าร่วมยอดเขาเฮิ่นเทียนก็แล้วกัน”
เมื่อปรมาจารย์ทั้งสามยอดเขาได้ยินสิ่งที่เย่ชิวไป่กล่าวออกมา
มันทำให้ทั้งสามต่างตกตะลึง
เจ้าเด็กนี่หมายความว่าไง?
เจ้าอยากเข้าร่วมยอดเขาที่อ่อนแอที่สุดงั้นเหรอ?
เจ้าตัวน้อยผู้นี้…มีนิสัยชอบความท้าทายงั้นเหรอ?
ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวไอและกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไม่บังคับเจ้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าเข้าร่วมไปแล้ว เจ้าจะเปลี่ยนใจไม่ได้ เจ้ารู้ไหม?”
เย่ชิวไป่กุมมือขึ้นแล้วกล่าวว่า “ข้าตัดสินใจแล้ว”
เมื่อเห็นใบหน้าของเย่ชิวไป่ที่มั่นคง
ปรมาจารย์ยอดเขาทั้งสามก็พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้
น่าเสียดาย เย่ชิวผู้นี้ก็เป็นต้นกล้าที่ดีเช่นกัน!
หลังจากนั้น ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวหันไปหาหวังซิงแล้วกล่าวว่า “พาเขาไปที่ยอดเขายอดเขาเฮิ่นเทียน เขาไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการทดสอบครั้งต่อไป”
หวังซินพยักหน้ารับทันที
เขามีพรสวรรค์ที่ดี แต่กลับเลือกเส้นทางได้แย่มาก
ถ้ายอดเขาที่เย่ชิวเข้าร่วมคือยอดเขาหลิงเซียว(สูงเทียมฟ้า)หรือยอดเขาฮุนหยวน(ผสมหยก)
ด้วยพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมของเขา เขาจะสามารถครอบครองตำแหน่งผู้นำระดับสูงในนิกายลั่วหยานได้อย่างแน่นอนในอนาคต
แต่ทว่า…
เขากลับเข้าร่วมยอดเขาเฮิ่นเทียน(ชังสวรรค์)…
ไม่ว่าพรสวรรค์ของเย่ชิวจะดีมากแค่ไหน มันก็ไม่สามารถให้การสนับสนุนเขาด้วยทรัพยากรที่เพียงพอได้
แล้วมันจะทำให้พรสวรรค์ของเขานั้นสูญเปล่า…
ทันใดนั้น!
ปรมาจารย์ยอดเขาทั้งสามก็เงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า!
เหนือท้องฟ้ากลางทะเลเมฆปรากฏทะเลพายุบังเกิดขึ้น!
ชายสามคนปรากฏตัวกลางทะเลเมฆ!
“หัวหน้าหอบังคับกฎนิกายฮั่นไห่นี่! กงรุ่ย..เจ้ามาทำอะไรที่นี่!?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า….หลิงเซียว เจ้าสบายดีไหม?”
กงรุ่ยยิ้มและกล่าวว่า “ไม่มีอะไร ข้าแค่เห็นว่า วันนี้คือวันเปิดรับศิษย์ใหม่ของเจ้า ข้าจึงมาแสดงความยินดีกับเจ้า”
ขอแสดงความยินดี?
ปรมาจารย์ยอดเขาฮุนหยวน(ผสมหยก)หัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า “เฮอะ…นิกายฮั่นไห่มีเจตนาที่ดีเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เฮ้เฮ้! เจ้าเดาถูกจนได้!” กงรุ่ยแสดงรอยยิ้มเหน็บแนมบนใบหน้าของเขาและกล่าวว่า “วันนี้ ผู้ที่ผ่านการทดสอบ ตราบใดที่พวกเจ้าอายุต่ำกว่าสามสิบปี และมีขอบเขตมหาจักรพรรดิ พวกเจ้าสามารถเข้าร่วมนิกายฮั่นไห่ของเราได้!”
สีหน้าของปรมาจารย์ยอดเขาทั้งสามเปลี่ยนไป!
เจ้ามาที่นี่เพื่อปล้นศิษย์ใหม่พวกข้า?
“กงรุ่ย เจ้าน่ารังเกียจมากเกินไปแล้ว!”
“เจ้าคิดจริงๆเหรอว่า นิกายลั่วหยานของข้าไม่กล้าลงมือ?!”
“พวกเจ้าไม่ต้องกังวล” กงรุ่ยกล่าวต่อ “พวกเจ้าทุกคนรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของนิกายฮั่นไห่ของข้า และข้าไม่จำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดมากเกินไป ตราบใดที่เจ้าเต็มใจที่จะเข้าร่วม เจ้าก็สามารถเป็นศิษย์นิกายฮั่นไห่ได้เลย”
“ยิ่งกว่านั้น ถ้าพื้นฐานของเจ้าสามรถเป็นศิษย์ภายในได้ละก็…พวกเจ้าสามารถได้รับเหรียญสมบัติตงหยวนห้าสิบเหรียญได้ทุกเดือน!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ทุกคนต่างก็ตกใจ!
เหรียญสมบัติตงหยวน
มันคือสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดของเขตแดนฮั่นไห่!
มันสามารถหาได้ในดินแดนลับของเขตแดนฮั่นไหเท่านั้น!
แน่นอนว่า เหรียญสมบัติตงหยวนหาได้ยากมาก!
ทันทีที่คำกล่าวนี้ออกมา
มันทำให้ใบหน้าของบางคนเริ่มแสดงอาการลังเล!
ในหมู่พวกเขา หมิงเสี่ยวถิงและหลี่รุ่ยเฟยรีบตอบรับทันที
“ข้าขอเข้าร่วม!”
เมื่อเห็นสิ่งนี้ กงรุ่ยก็หัวเราะเสียงดัง “เอาล่ะ! เอาล่ะ! ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ตามข้ามาได้เลย!”
ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียว(สูงเทียมฟ้า) มีสีหน้าดูน่าเกลียดมาก
อย่างไรก็ตาม เขาไม่พูดสิ่งใดออกมา
ท้ายที่สุด นี่เป็นเพียงระดับแรกของการทดสอบเท่านั้น
พวกเขายังไม่ได้เป็นศิษย์ของนิกายลั่วหยานอย่างเป็นทางการ
ไม่ว่าเจ้าจะอยู่หรือไป มันก็ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของเจ้าเอง!
พวกเขาไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้!
แต่ทว่า…
สิ่งนิกายฮั่นไห่ทำในวันนี้
มันเท่ากับการตบหน้านิกายลั่วหยานของพวกเขา!
มันเจ็บปวดมาก!
กงรุ่ยยิ้มและกล่าวว่า “ยอดเยี่ยม เจ้าทั้งสองถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรคืเช่นกัน ข้าต้องขอบคุณนิกายลั่วหยานที่มีส่วนร่วมใน นิกายฮั่นไห่ของเรา!”
“กงรุ่ย!”
ในตอนนี้เอง…
ปรมาจารย์ยอดเขาฮุนหยวน(ผสมหยก)โกรธมาก!
หนวดเคราบนใบหน้าของเขาปลิวไปทุกทิศทุกทางในขณะนี้!
ความแข็งแกร่งขอบเขตจั๋วเซียน(เซียนเทียม) ได้ปะทุออกมาทันที!
กงรุ่ยก็มีรอยยิ้มที่ประสบความสำเร็จบนใบหน้าของเขาเช่นกัน!
แต่ทว่า…
มีร่างหนึ่งหยุดปรมาจารย์ยอดเขาฮุนหยวนไว้…
“อย่าหุนหันพลันแล่น”
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ปรมาจารย์ยอดเขาฮุนหยวนก็กุมมือขึ้นทันทีและกล่าวว่า “ผู้นำนิกาย!”
ผู้นำนิกายลั่วหยานพยักหน้า จากนั้นมองไปที่กงรุ่ย และกล่าวอย่างใจเย็นว่า “กลับไปบอกผู้นำนิกายฮั่นไห่ของเจ้า นิกายลั่วหยานของข้าได้จดบันทึกเรื่องในครั้งนี้ไว้แล้ว”