โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 514 เสี่ยวเฮยมาถึง
บทที่ 514 เสี่ยวเฮยมาถึง
ทักษะเซียนต้นกำเนิดนั้นมีอยู่จริง…
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นสิ่งที่กองกำลังชั้นหนึ่งและนิกายชั้นนำต่างแย่งชิงกัน
สาเหตุที่ผู้นำนิกายลั่วหยานและนิกายฮั่นไห่ สามารถกดขี่นิกายมากมายในเขตแดนฮั่นไห่ได้และกลายเป็นกองกำลังระดับสูงนั้น มันก็เนื่องมาจากการมีอยู่ของทักษะเซียนต้นกำเนิด
ยิ่งระดับของทักษะจิตวิญญาณสูงเท่าไหร่ ผลของทักษะเซียนต้นกำเนิดก็จะยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น!
และในปัจจุบัน ทักษะระดับวิญญาณขั้นสูงสุดในเขตแดนฮั่นไห่ก็คือขั้นเทียน(สวรรค์)
หากใช้ร่วมกับทักษะเซียนต้นกำเนิด มันก็จะสามารถทะลุผ่านทักษะระดับจิตวิญญาณและบรรลุทักษะระดับเซียน!
พลังของทักษะก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน
นี่จึงเป็นความน่ากลัวของทักษะเซียนต้นกำเนิด
แต่ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงยากที่จะเข้าใจ
ผู้อาวุโสซุยต้องการให้เย่ชิวไป่สัมผัสถึงการมีอยู่ของทักษะเซียนต้นกำเนิดได้เบื้องต้น ในเวลาเพียงแค่สามเดือนเท่านั้น
แม้ว่าพรสวรรค์ของเย่ชิวไป่จะชั่วร้ายเพียงใด
ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวและจี้เหลียนต่างก็เชื่อว่า เย่ชิวไป่ไม่น่าจะทำได้
ในเวลาเดียวกันกับที่เย่ชิวไป่ทั้งสามคนเข้าไปในแดนลับตงหยวน
อีกด้านหนึ่งนิกายฮั่นไห่ ซูหมิงสุ่ยและซุนกงก็เข้าไปพร้อมกัน
ใบหน้าของซูหมิงสุ่ยดูเย็นชา
“เมื่อข้าเข้าใจทักษะเซียนต้นกำเนิดได้แล้ว มันจะเป็นวันที่ข้าสังหารไอ้เย่ชิวนั่น!”
……
ในแดนลับตงหยวน
เมื่อเย่ชิวไป่ทั้งสามคนเข้าไปข้างในแล้ว
ความรู้สึกแรกของพวกเขาก็คือปราณจิตวิญญาณที่แผ่กระจายไปทั่ว
และเจตจำนงที่ไร้ที่สิ้นสุด
ความหนาแน่นของเจตจำนงเช่นนี้ แม้แต่ภูเขาเฉียวเต๋าซาน(ภูเขาแสวงหาเต๋า) ที่สำนักหลักชางเต๋า มันก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่หนึ่งในพันส่วน!
ทางตรงหน้าทั้งสาม ทางทิศตะวันออกมีเทือกเขาที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา
ทางทิศตะวันตกมีคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำ
จี้เหลียนที่อยู่ข้างๆ กล่าวว่า “ทักษะเซียนต้นกำเนิดมีอยู่ทั่วไป ดูว่าเจ้าจะสามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของมันหรือไม่?”
“อย่างไรก็ตาม สามเดือนนั้นสั้นเกินไป ทักษะเซียนต้นกำเนิดมันค่อนข้างเลื่อนลอย ข้าคิดว่าช่วงสามเดือนนี้ บ่มเพาะระดับของเจ้าให้ดีกว่านี้จะดีกว่า”
หลังจากกล่าวอย่างนั้น จี้เหลียนก็บินไปบนภูเขาและเริ่มบ่มเพาะ
มู่จือชิงยืนอยู่ข้างเย่ชิวไป่ นางยิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้าสามารถเข้าใจทักษะเซียนต้นกำเนิดได้อย่างแน่นอนใช่ไหม?”
เย่ชิวไป่ยิ้มและพยักหน้า “เราสามารถบ่มเพาะได้ทุกที่ แต่ทักษะเซียนต้นกำเนิดนี้ไม่เป็นเช่นนั้น”
หลังจากกล่าวเช่นนั้น เย่ชิวไป่และมู่จือชิงก็พบสถานที่ที่จะเริ่มบ่มเพาะ
…
หมู่บ้านภูเขาเซียนหยวน
หลายเดือนผ่านไป
ผู้คนในเผ่าวานรมารกำลังยืนอยู่รอบเสาหินอุกกาบาต พวกเขามองดูเสาหินสูงต้นสุดท้ายด้วยสายตาที่น่าหวาดกลัว
เสี่ยวเฮยเปลือยเปล่า และภายใต้ผิวสีเข้มของเขา กล้ามเนื้อของเขาพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง!
หลอดเลือดดำบนกล้ามเนื้อที่มีลักษณะคล้ายไส้เดือนกำลังคืบคลาน
ตอนนี้เสี่ยวเฮยกำลังแบกก้อนหินที่เหมือนเนินเขาบนแผ่นหลัง
ก้อนหินนี้ มันไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา
เชื่อกันว่า หินยักษ์แต่ละก้อนบนเสาหินอุกกาบาตนี้
ล้วนเป็นดาวฤกษ์ที่แตกสลาย มันกลายเป็นเศษดาวที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
และหินยักษ์เหล่านี้ มันก็ถูกสร้างขึ้นจากเศษดาวเหล่านั้น
พลังของดาวฤกษ์ในนั้น ทำให้หินยักษ์เหล่านี้หนักหน่วงยิ่งขึ้น!
เสี่ยวเฮยกัดฟัน และมีแถบห้าเส้นปกคลุมทั่วร่างกายของเขา!
ตอนนี้กายมารนิรันดร์ได้บรรลุถึงขั้นห้าอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาพุ่งสูงขึ้น พูดได้ว่า เสี่ยวเฮยสามารถต่อสู้กับขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตได้แล้ว
หยวนซูกล่าวด้วยอารมณ์ว่า “ใช้เวลาสามเดือน เขาก็สามารถผ่านน้ำลั่วเทียนได้ และตอนนี้เสาหินอุกกาบาตก็มาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว พรสวรรค์ทางกายภาพเช่นนี้ มันช่างหาได้ยากยิ่ง”
หยวนซูคือผู้ที่สืบทอดสายเลือดของวานรมารอย่างสมบูรณ์แบบ
คำกล่าวของเขาน่าเชื่อถือที่สุดโดยธรรมชาติ
คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ เขาก็พยักหน้าเช่นกัน
มีเพียงหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้นที่ยิ้มและไม่แสดงอาการประหลาดใจ
ในความเห็นของเขา มันจะผิดปกติถ้าเสี่ยวเฮยไม่สามารถผ่านการทดสอบทั้งสองนี้ในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้ได้
ในเวลานี้เอง…
บนเสาหินอุกกาบาต เสี่ยวเฮยส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ! กล้ามเนื้อทั่วร่างกายพองตัวอย่างบ้าคลั่ง
จากนั้น เขาแบกหินยักษ์ไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง แถบห้าเส้นบนร่างกายเขาเปล่งประกายอย่างบ้าคลั่ง!
เข่าทั้งสองข้างเขางอลงเล็กน้อย มันเหมือนกับคันธนู เขากระแทกขึ้นมาอย่างรุนแรง ก้าวเท้าลงอย่างหนักบนเสาหิน ตัวเสี่ยวเฮยราวกับกระสุนพุ่งเข้าใส่เสาหินต้นสุดท้าย!
ภายใต้สายตาที่ประหลาดใจของทุกคน เสี่ยวเฮยแบกหินยักษ์ และประสบความสำเร็จในการฝ่าฟันเสาหินอุกกาบาต!
หยวนซูยิ้มและกล่าวว่า “ชายหนุ่มผู้นี้ ความสำเร็จในอนาคตของเขาไร้ขีดจำกัด”
ในเวลานี้ หัวหน้าหมู่บ้านกลับยิ้มและกล่าวว่า “ถึงเวลาเปิดเผยแล้ว”
หยวนซูและคนอื่นๆ ตกตะลึง พวกเขามองไปที่หัวหน้าหมู่บ้าน
ทันใดนั้น หัวหน้าหมู่บ้านก็เรียกเสี่ยวเฮยเข้ามา
“เมื่อเจ้ารู้ตัวตนของเขาแล้ว เจ้าจะรู้ว่าเป็นเรื่องปกติที่เขาทำได้”
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านกล่าวจบ
สีหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านก็จริงจังขึ้น เขาค่อยๆ คุกเข่าลงตรงหน้าเสี่ยวเฮย
“ผู้นำเผ่าวานรมาร คารวะท่านจอมมาร”
ทุกคนต่างตกตะลึง!
ท่านจอมมาร!
สำหรับเผ่าวานรมาร พวกเขาคุ้นเคยกับคำนี้มาก!
เพราะเผ่าวานรมารคือกองกำลังแนวหน้าชั้นหนึ่งภายใต้ท่านจอมมาร!
พวกเขาจงรักภักดีมาโดยตลอด!
ไม่นานนัก หยวนซูก็เผยสีหน้ากระจ่างแจ้ง
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงมีพรสวรรค์เช่นนี้
หลังจากนั้น หยวนซูก็มีสีหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน เขาคุกเข่าลงต่อหน้าเสี่ยวเฮยอย่างช้าๆ
“เผ่าวานรมาร หยวนซูคารวะท่านจอมมาร”
มีหนึ่งแล้วสอง แล้วมีคนต่อๆ มาอีกจำนวนมาก
หลังจากที่หัวหน้าหมู่บ้านและหยวนซูคุกเข่าต่อหน้าเสี่ยวเฮย
เหล่าชาวบ้านวานรมารทั้งหมดก็คุกเข่าต่อหน้าเสี่ยวเฮยทีละคน
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น: “ในอดีต เผ่าวานรมารไม่เคยทรยศต่อท่านจอมมาร และในอนาคต พวกข้ายังคงเป็นกำลังเสริมของท่านจอมมารอยู่ตลอดไป!”
เสี่ยวเฮยดึงหัวหน้าหมู่บ้านขึ้นและกล่าวว่า “ความทรงจำและพลังของข้ายังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ ดังนั้น ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร พวกเจ้าก็เหมือนเดิมเถอะ จู่ๆ ทำแบบนี้ ข้ารู้สึกไม่ชินยังไงไม่รู้”
หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้าและลุกขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
“ท่านจอมมารไม่ได้ถามเรื่องเศษเสี้ยวความทรงจำงั้นหรือ? ข้าไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน แต่มีสถานที่สืบทอดของเผ่ามารแห่งหนึ่งในเขตแดนมิติระดับกลาง”
เสี่ยวเฮยถาม “ที่ไหน?”
หัวหน้าหมู่บ้านตอบ “เขตแดนฮั่นไห่ แดนลับตงหยวน”
“ให้หยวนซูตามไปกับท่านเถอะ เขาจะได้ช่วยเหลือท่านด้วย”
เสี่ยวเฮยพยักหน้า “ขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้าน”
หลังจากพักผ่อนแล้ว เสี่ยวเฮยก็ลาหัวหน้าหมู่บ้านและเดินทางไปยังแดนลับตงหยวนพร้อมกับหยวนซู
…
ในเวลานี้ ในแดนลับแห่งตงหยวน
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ทั้งจี้เหลียนและมู่จือชิงต่างก็สิ้นสุดการฝึกฝน
ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้ ทั้งสองเข้าใกล้ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตมากขึ้น
และมู่จือชิงก็มาถึงครึ่งก้าวขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตแล้ว
จากนั้น จี้เหลียนก็หันไปมองไปยังจุดที่เย่ชิวไป่อยู่
มีปราณจิตวิญญาณห่อหุ้มอยู่รอบตัวเขา
แต่ความแข็งแกร่งของเขากลับไม่เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย
จี้เหลียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ด้วยพรสวรรค์ของเย่ชิวไป่ เป็นไปได้อย่างไรที่เวลาหนึ่งเดือนจะไม่มีการพัฒนาขึ้นเลย
เว้นแต่ว่าเขากำลังพยายามเข้าใจทักษะเวียนต้นกำเนิด
ช่างเถอะ ไม่ชนกำแพงก็ไม่ยอมหันหลังกลับ…
จี้เหลียนส่ายหน้า เวลาสามเดือนนี้คงต้องเสียเปล่าแล้ว…
และในเวลานี้ เย่ชิวไป่ก็มีข้อสงสัย
ไม่ใช่ว่าทักษะเซียนต้นกำเนิดนั้นยากที่จะเข้าใจไม่ใช่หรือ?
ไม่ใช่ว่าสามเดือนเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจใช่ไหม?
แต่…ในจิตสำนึกของเขาเอง กลิ่นอายโบราณที่ปรากฎออกมานี้คืออะไร?
สัญชาตญาณบอกเย่ชิวไป่ว่า นี่คือทักษะเซียนต้นกำเนิด!
เพื่อความปลอดภัย เย่ชิวไป่จึงทดลองใช้ทักษะะสายฟ้าหยินหยางทำลายล้างดู
ใช่แล้ว พลังของมันสูงขึ้นอีกหลายระดับ!
อย่างไรก็ตาม การบริโภคปราณจิตวิญญาณก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วย
เมื่อได้เรียนรู้แล้ว เย่ชิวไป่ก็ไม่คิดอะไรอีก เขาใช้เวลาที่เหลือเพื่อบ่มเพาะ
ในช่วงเวลาหนึ่งขอบเขตของเขาได้พุ่งสูงขึ้น…