โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 513 ทักษะเซียนต้นกำเนิด
บทที่ 513 ทักษะเซียนต้นกำเนิด
บนเขาตงหยวน(เขาต้นกำเนิด)
แสงสีขาวแห่งการทำลายล้างปกคลุมทั่วทั้งภูเขา!
ภายในแสงสีขาวนั้น มีแสงสายฟ้าที่ละเอียดอ่อนที่ส่องประกายอยู่ตลอดเวลา
มิติอากาศโดยรอบปรากฏรอยแยกแตกออกเป็นเส้นๆ กระแสมิติที่วุนวายพุ่งออกมาจากรอยแยกเหล่านั้น
ทั่วทั้งเขตแดนฮั่นไห่ ทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึงออร่าอันน่าสะพรึงกลัวที่ระเบิดออกมาจากทิศทางของภูเขาตงหยวนได้
พวกเขาต่างพากันแสดงสีหน้าตื่นตระหนก
เป็นไปได้ไหมว่า เหล่าผู้นำของนิกายลั่วหยานและนิกายฮั่นไห่ได้ปะทะกัน?
ในสายตาของพวกเขานั้น มีเพียงผู้ที่อยู่ขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตขึ้นไปเท่านั้น ที่สามารถระเบิดพลังทำลายล้างที่แข็งแกร่งเช่นนี้ออกมาได้
มันกินเวลาค่อนข้างนาน…
แสงสีขาวแห่งการทำลายล้างก็เริ่มจางหายไปทีละน้อย
มันเริ่มเผยให้เห็นสถานการณ์ที่อยู่ภายใน
มิติอากาศแตกแยกเป็นวงกว้าง!
ในอากาศเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าอันละเอียดอ่อน
ในเวลาเดียวกัน ในบริเวณที่แสงสีขาวปกคลุมนั้น แม้แต่ปราณจิตวิญญาณก็ถูกพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวดูดกลืนเข้าไป!
ส่งผลให้บริเวณนี้กลายเป็นดินแดนที่ไม่มีปราณจิตวิญญาณแม้แต่น้อยชั่วคราว
และในเวลานี้เอง
เย่ชิวไป่ถูกปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวบังไว้ด้านหลัง
ในฐานะที่เป็นยอดฝีมือขอบเขตจั๋วเซียน(เซียนเทียม) ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวย่อมสามารถต้านทานการโจมตีของทักษะสายฟ้าหยินหยางทำลายล้างได้อย่างแน่นอน
เย่ชิวไป่สีหน้าซีดเผือด หลังจากนั้นเขาก็กลืนโอสถลงไป ปราณจิตวิญญาณที่สูญเสียจึงฟื้นฟูขึ้นมาได้เล็กน้อย
ทันใดนั้น ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวก็พูดด้วยสีหน้าไม่ดีว่า “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วนะ ไอ้เด็กบ้า! คราวหน้าถ้าเจ้าปล่อยท่านี้ออกมาอีก เจ้าช่วยบอกข้าล่วงหน้าหน่อยได้ไหม? ถ้าข้าช้ากว่านี้อีกสักหน่อย ชีวิตของเจ้าก็คงไม่รอดแล้ว!”
เย่ชิวไป่หัวเราะ เขาเกาหัวตัวเอง แล้วกล่าวว่า “ฮะฮะฮะ คราวหน้าข้าจะระวัง คราวหน้านะ……”
ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวกรอกตาทันที
เขาไม่เชื่อเย่ชิวไป่อยู่แล้ว!
ครั้งก่อนก็เป็นเช่นนี้..
อีกด้านหนึ่ง กงรุ่ยก็ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าซูหมิงสุ่ย
กงรุ่ยปกป้องเขาจากระเบิดทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความมืดมน เขามองไปที่เย่ชิวไป่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต!
เขาเพิ่งจะแค่ขอบเขตภวังค์เทพเท่านั้น?
แต่เขาสามารถปล่อยการโจมตีที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตเปลี่ยนแปลงโลหิตก็ยังไม่สามารถต้านทานได้ทั้งหมด
ถ้าปล่อยให้เขาเติบโตขึ้นอีก เขาอาจเป็นภัยร้ายต่อนิกายฮั่นไห่!
ซูหมิงสุ่ยรู้สึกหวาดกลัวจนใบหน้าซีดเผือด
ถ้าไม่มีกงรุ่ยเข้ามาปกป้อง…
ในเวลานี้ เขาคงจะตายไปแล้ว!
ในเวลานี้เอง กงรุ่ยหล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “พวกเจ้านิกายลั่วหยาน ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่คิดจะมอบตัวเย่ชิวให้ข้าใช่ไหม?”
ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวไม่แสดงความอ่อนข้อแม้แต่น้อย เขาพูดว่า “ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ถ้าพวกเจ้านิกายฮั่นไห่อยากจะเปิดสงคราม พวกเรานิกายลั่วหยานก็พร้อมรบ!”
เมื่อได้ยินคำพูดที่หนักแน่นของปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวที่ไม่เหมือนกับล้อเล่น…
กงรุ่ยคาดคิดว่านิกายลั่วหยานจะยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องศิษย์คนหนึ่ง!
ถ้าเปิดสงครามขึ้นมา…
แม้ว่านิกายฮั่นไห่จะสามารถเอาชนะได้ แต่มันก็จะแลกมาด้วยราคาอันมหาศาล
เพราะนิกายลั่วหยานสืบทอดกันมานับตั้งแต่สมัยโบราณ พวกเขายังคงมีฐานรากที่แข็งแกร่ง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ กงรุ่ยก็ยิ่งมีสีหน้ามืดมน เขาพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าจะกลับไปรายงานผู้นำนิกายให้!”
พูดจบ เขาก็พาเหล่าศิษย์นิกายฮั่นไห่ที่เหลือออกไปจากสถานที่แห่งนี้ทันที
ก่อนจะจากไป เขาเหลือบมองเย่ชิวไป่ด้วยแววตาอาฆาตแค้น
ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวตะโกนใส่หลังของพวกเขาที่กำลังจะจากไปว่า “อย่าลืมนำเดิมพันมามอบให้นิกายข้าด้วย”
ตะโกนจบ เขาก็พาเย่ชิวไป่และคนอื่นๆ กลับไปนิกายลั่วหยาน
……
เหตุการณ์บนภูเขาตงหยวน แพร่กระจายไปทั่วเขตแดนฮั่นไห่อย่างรวดเร็ว
นอกจากผู้คนจะตกตะลึงเรื่องการพ่ายแพ้ของนิกายฮั่นไห่แล้ว
สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจมากกว่าก็คือ ศิษย์ใหม่ของนิกายลั่วหยาน…เย่ชิว
ด้วยพลังขอบเขตภวังค์เทพ เขาเกือบจะสังหารซูหมิงสุ่ย ศิษย์สายตรงของผู้นำนิกายของนิกายฮั่นไห่!
เขาช่างเป็นปีศาจร้ายที่แท้จริง!
ในฐานะที่เป็นตัวละครหลักที่ถูกพูดถึง
หลังจากกลับไปนิกายลั่วหยานแล้ว เขาก็ถูกเรียกตัวพบโดยผู้นำนิกายทันที
ประการแรก…
เขาชนะเดิมพัน และนิกายลั่วหยานได้รับทรัพยากรจากภูเขาตงหยวนหกส่วน
นิกายลั่วหยานตัดสินใจให้เย่ชิวเข้าไปบ่มเพาะในแดนลับตงหยวนเป็นเวลาสามเดือน
ประการที่สอง…
ผู้นำนิกายเตือนเเย่ชิวว่า เขาห้ามออกไปนอกนิกายลั่วหยานโดยง่าย
เนื่องจากหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ นิกายฮั่นไห่มีจิตสังหารต่อเย่ชิวอย่างรุนแรง!
นิกายฮั่นไห่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น พวกเขาสาบานว่าจะต้องกำจัดเย่ชิวไป่ให้สิ้นซากให้ได้!
พวกเขายังได้ส่งผู้อาวุโสจำนวนมากไปลาดตระเวนรอบๆ นิกายลั่หยาน!
เมื่อเย่ชิวไป่กลับมาถึงยอดเขาเฮิ่นเทียน
ผู้อาวุโสซุยยังคงนั่งดื่มสุราอยู่หน้าถ้ำ
เมื่อเห็นเย่ชิวไป่กลับมา…
ผู้อาวุโสซุยก็กล่าวว่า “ไอ้เด็กบ้า! คราวนี้เจ้าทำได้ดี แต่คราวหน้าอย่าใช้ทักษะสายฟ้าหยินหยางทำลายล้างแบบนั้นอีกนะ!”
เย่ชิวไป่หัวเราะและกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวอยู่ข้างๆ หรอกเหรอ?”
ผู้อาวุโสซุยอดไม่ได้ที่จะเหลือบมอง
เขาพูดว่า “เจ้ารู้หรือไม่เกี่ยวกับแดนลับตงหยวน(แดนลับต้นกำเนิด)?”
เย่ชิวไป่ส่ายหน้าออกมา
ตัวเขาเองก็อยากถามเช่นกัน
ดูเหมือนว่านิกายใหญ่ๆ ทั้งหมดในเขตแดนฮั่นไห่ต่างให้ความสำคัญกับแดนลับตงหยวนเป็นอย่างมาก
ผู้อาวุโสซุยอธิบายว่า “ทรัพยากรบนภูเขาตงหยวนจะถูกใช้เพื่อรักษาแดนลับตงหยวนของแต่ละนิกาย”
“แดนลับตงหยวนมีอยู่ทั่วไป”
“รวมถึงนิกายลั่วหยานและนิกายฮั่นไห่ ต่างตั้งอยู่ในบริเวณที่มีแดนลับตงหยวน”
“ในแดนลับ ปราณจิตวิญญาณในนั้นเข้มข้นกว่ามาก และการบ่มเพาะเจตจำนงภายในนั้น มันมีประสิทธิภาพมากกว่าข้างนอกสองเท่า แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องรอง”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสซุยก็ลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขาเปล่งประกายและพูดอย่างจริงจังว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือ แดนลับตงหยวนมีทักษะหนึ่งที่ไม่มีระดับ”
“แต่ทักษะนี้สามารถเพิ่มระดับของทักษะที่เจ้าใช้ได้ถึงหนึ่งระดับ! เราเรียกว่าทักษะเซียนต้นกำเนิด(ตงหยวนเจิ้น)!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น…
เย่ชิวไป่ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ทักษะที่สามารถเพิ่มระดับทักษะได้หนึ่งระดับ?
ถ้าอย่างนั้น ทักษะสายฟ้าหยินหยางทำลายล้าง ซึ่งเป็นทักษะระดับจิตวิญญาณขั้นเทียน เมื่อใช้ทักษะเซียนต้นกำเนิดแล้ว มันจะสามารถเหนือกว่าระดับจิตวิญญาณขั้นเทียนได้!
พลังของมันจะยิ่งน่ากลัวมากขึ้นใช่ไหม?
ผู้อาวุโสซุยมองไปที่เย่ชิวไป่และพูดอย่างจริงจังว่า “ดังนั้น ภารกิจของเจ้าก็คือ สัมผัสกับทักษะเซียนต้นกำเนิดให้ได้”
เย่ชิวไป่พยักหน้ารับทันที
หากเป็นอย่างที่ผู้อาวุโสซุยพูดจริงๆ ทักษะเซียนต้นกำเนิดนี้ มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการอย่างแน่นอน!
“เอาล่ะ เจ้าไปพักผ่อนเถอะ” ผู้อาวุโสซุยเข้าไปนอนลงบนเตียงหินในถ้ำแล้วตะโกนออกมาว่า “สามวันหลังจากนี้ ข้าจะพาเจ้าเข้าไปในแดนลับตงหยวนเอง”
เย่ชิวไป่พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในถ้ำสระน้ำสายฟ้าหยินหยาง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขามาถึงหน้าถ้ำ เขาลังเลเล็กน้อยและตะโกนว่า
“ข้างในมีคนไหม?”
หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในถ้ำสระน้ำสายฟ้าหยินหยางแล้ว
เย่ชิวไป่จึงเดินเข้าไปข้างในอย่างสบายใจ……
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แดนลับตงหยวนตั้งอยู่บนยอดเขาหลักของนิกายลั่วหยาน
ผู้อาวุโสซุยพาเย่ชิวไป่มาที่ทางเข้าอดนลับ
เขากำชับอีกครั้งว่า “ทักษะเซียนต้นกำเนิดมีอยู่ทั่วไป ในช่วงสามเดือนนี้ อย่างน้อยเจ้าควรสัมผัสถึงการมีอยู่ของทักษะเซียนต้นกำเนิดให้ได้ เจ้าเข้าใจใช่ไหม?”
เย่ชิวไป่พยักหน้า…
ปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวที่ยืนอยู่ข้างๆ เหลือบมองและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสซุย เจ้าพูดจาโอ้อวดเกินไปแล้ว ถึเย่ชิวจะเก่งมากแค่ไหน สามเดือนก็คงสัมผัสถึงการมีอยู่ของทักษะเซียนต้นกำเนิดไม่ได้หรอก!”
จี้เหลียนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็พยักหน้าเช่นกัน
จี้เหลียนและมู่จือชิงต่างก็ได้รับเวลาบ่มเพาะหนึ่งเดือนเช่นกัน
มันเป็นเพราะวทักษะเซียนต้นกำเนิดไม่ใช่สิ่งที่สัมผัสได้ง่ายๆ
ในเขตแดนฮั่นไห่ มีเพียงหยานเว่ยเซิงและผู้นำนิกายนิกายฮั่นไห่เท่านั้นที่เคยสัมผัสถึงมันได้
ผู้อาวุโสซุยเหลือบมองปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวและกล่าวว่า “ไม่มีความทะเยอทะยาน จึงไม่แปลกใจที่เจ้าไม่สามารถทะลุผ่านขอบเขตเซียนจิง(เซียนแท้)ได้”
เมื่อพูดจบ เขาก็ทิ้งปรมาจารย์ยอดเขาหลิงเซียวที่กำลังโมโหอยู่ เขาถือไหสุราที่แตกร้าวแล้วออกไป
ส่วนเย่ชิวไป่ มู่จือชิงและจี้เหลียน ทั้งสามก็เข้าไปในแดนลับตงหยวนทันที…