โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 65 เจ้าคิดว่าข้าตาบอดหรือไง?
เม็ดยา?
หยางซู มองไปที่ลวดลายเม็ดยาที่ดูสวยงาม และกลิ่นยาที่หอม
หวานในยานั้น
ระดับของเม็ดยาศักดิ์สิทธิ์นี้ ไม่ต ่าอย่างแน่นอน!
แต่สิ่งที่ทำให้ หยางซู ประหลาดใจก็คือ
เขาไม่รู้ด้วยซ ้าว่ายาศักดิ์สิทธิ์นี้คืออะไร
ในเวลานี้ เสียงของ หงหยิง ดังมาจากศาลาเฉาถัง
“นี่คือเม็ดยาพั่วหยวน(แยกพลังหยวน) ซึ่งผู้คนในขอบเขตก้าว
ข้ามแดนหยวน สามารถใช้เพื่อเพิ่มขอบเขตได้ มันสามารถทะลุ
ทะลวงขั้นได้สิบส่วน แต่ใช้ได้ครั้งเดียว หลังจากนั้นจะไม่สามารถ
ทะลวงขั้นได้อีกต่อไปในชีวิต”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หยางซู ก็ตกใจมาก
ผู้คนในขอบเขตก้าวข้ามแดนหยวน สามารถทะลุขั้น! สำเร็จสิบ
ส่วน?
แม้ว่าจะเป็นขั้นเล็ก ๆ แต่เจ้าต้องรู้ว่าขอบเขตก้าวข้ามแดนหยวน
มันยากที่จะข้ามไปได้!
ผู้คนจำนวนมากแค่ไหน ที่ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อบรรลุขั้น?
แม้ว่าจะมีการกล่าวว่าจะไม่มีการพัฒนาต่อในอนาคต แต่ด้วย
สถานการณ์ของ หยางซู มันจะมีอนาคตได้หรือ?
ดังนั้น เม็ดยาศักดิ์สิทธิ์นี้มีค่ามากสำหรับ หยางซู!
ฉินเทียนหนานถามด้วยความประหลาดใจ: “หงหยิง เม็ดยา
ศักดิ์สิทธิ์นี้มีค่ามาก มันมาจากไหน?”
หงหยิงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เธอจึงกล่าวว่า “มันเป็นของอาจารย์”
หลู่ชางเฉิน?
ผู้อาวุโส โถงปรุงยา หายใจไม่ทั่วท้องและรีบถามว่า “หลู่ชางเฉิง
สามารถปรุงเม็ดยานี้ได้?”
เม็ดยาศักดิ์สิทธิ์นี้ ถึงจะมีสูตรยา แม้ว่าเขาจะกลั่นมันด้วยตัวเอง
เขาก็ไม่สามารถกลั่นมันออกมาได้!
ยาศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างน้อยก็เป็นระดับปฐพี!
และคุณภาพดีมาก ไม่มีสิ่งเจือปนบนเม็ดยาเลย!
“ตอนนี้หลู่ชางเฉิงอยู่ที่ไหน?”
หงหยิงก็ประหลาดใจเช่นกันและกล่าวว่า: “อาจารย์ไม่ได้อยู่ใน
ศาลาเฉาถังตอนนี้”
“หลู่ชางเชิงกลับมาแล้ว เจ้าต้องแจ้งให้ข้าทราบ!”
เย่ ชิวไป่ มองไปที่ หงหยิง ด้วยท่าทางแปลก ๆ และกล่าวว่า
“ศิษย์น้อง เจ้าผลักอาจารย์ออกไปแบบนี้จะดีเหรอ? เจ้าก็รู้นิสัยของ
อาจารย์ ”
หงหยิงผายมือแล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าจะกล่าวอะไรได้ล่ะ จะ
บอกว่าเป็นของข้าเองก็ไม่ได้ มิฉะนั้น พวกเขาจะถามคำถาม
มากกว่านี้”
เย่ ชิวไป่ ตบหน้าผากของเขา
เขาคิดไว้แล้วว่า อาจารย์จะจัดการกับสองคนนี้อย่างไรเมื่อเขา
กลับมา…
ในเวลานี้ หยางซู กำหมัดของเขาและกล่าวว่า “เมื่อข้าทะลุขั้น
แล้ว ข้าจะมาขอบคุณอาจารย์ของเจ้าอีกครั้ง”
หลังจากกล่าวจบ หยางซู ก็กลายเป็นลำแสง ออกจากที่นี่และบิน
ไปยังส่วนลึกของสำนักชางเต๋า
ฉินเทียนหนานและคนอื่น ๆ ก็จากกันไป
เย่ ชิวไป่มองไปรอบ ๆ เอามือแตะหัวของเขาแล้วกล่าวว่า
“อาจารย์ไปไหน? ปกติเขาไม่ออกไปข้างนอกนี่?”
หงหยิงยังส่ายหัวและกล่าวว่า: “อาจารย์ย่อมมีธุระของตัวเองอยู่
แล้ว มาบ่มเพาะกันเถอะ”
เย่ ชิวไป่ พยักหน้า แต่ก็ยังอดบ่นไม่ได้
อาจารย์…ท่านมีธุระของตัวเองด้วย?
ในเวลานี้ในป่ามืด ทางภูมิภาคแดนเหนือ
ต้นไม้ในป่า เหลืองเหี่ยวเฉาไปหมด ใบไม้ร่วงหล่นเหลือแต่
กิ่งก้านที่ตายแล้ว!
อย่างไรก็ตาม ต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาเหล่านี้มีความหนาแน่นสูงมาก
และกิ่งก้านเหล่านั้นเหมือนใยแมงมุมที่ไขว้กันกลางอากาศ
แม้แต่แสงยังส่องผ่านได้ยาก
มีเพียงแสงประปรายเท่านั้น ที่สามารถลอดผ่านจากกิ่งไม้ได้
สถานที่นี้มืดมน และมืดมาก
ที่นี่ในป่าลึก
มีค่ายกลก่อตัวอยู่!
หากมองจากภายนอก ที่นี่คือภูเขาลูกใหญ่
แต่ข้างในมันคือศาลาหลังใหญ่ ที่มีห้องใต้หลังคา!
บนแผ่นจารึกในห้องใต้หลังคา มีคำว่า “เงาสังหาร” สลักไว้!
ในเวลานี้ในชั้นสูงสุดของห้องใต้หลังคา
“หือ?หยกวิญญาณของอี้ซา(สังหารที่หนึ่ง)แตกไปแล้ว?”
ในหมู่พวกเขา ชายในชุดดำมองชายที่นั่งอยู่บนแท่นสูงด้วย
ความเคารพ พยักหน้าและกล่าวว่า: “ใช่ ก่อนหน้านี้ ข้าได้เข้าไปดู
โถงวิญญาณ และเห็น หยกวิญญาณของอี้ซาแตก ข้าสันนิษฐานว่า
ภารกิจล้มเหลว…”
ชายผู้นั่งอยู่บนยกแท่นสูงเอามือปิดหน้า แต่ตาขวาที่เผยอของ
เขามีแผลเป็นลึก!
เงาสังหาร มีการจัดอันดับภายใน
อี้ซาคือบุคคลที่มีอัตราความสำเร็จงานสูงสุดและได้รับรางวัล
มากที่สุดในบรรดาการเงาสังหาร
“อี้ซาก็ล้มเหลวเช่นกัน?” ชายบมแท่นสูง ขมวดคิ้วและกล่าวว่า:
“ตามข่าว เย่ ชิวไป่ เพิ่งเข้าสู่ ขอบเขตมหาสมุทรปราณ และด้วย
ความแข็งแกร่งของอี้ซา มันก็มากเกินพอที่จะฆ่า เย่ ชิวไป่ เป็นไปได้
ไหมที่ข่าวจะผิดพลาด? ”
ขอบเขตของอี้ซานั้น อยู่ในขั้นต้น ขอบเขตก้าวข้ามแดนหยวน
ขอบเขตก้าวข้ามแดนหยวน ไม่สามารถแม้แต่จะฆ่าคนที่เพิ่งเข้า
สู่ ขอบเขตมหาสมุทรปราณ?
นั่นเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินไป
“เจ้านิกาย เป็นไปได้ไหม ว่ามีคนช่วย เย่ ชิวไป่”
เจ้านิกายเงาสังหาร ส่ายหัวและกล่าวว่า: “ถ้าเจ้าสามารถสังหาร
อี้ซาได้ ความแข็งแกร่งของเจ้าอย่างน้อยที่สุดก็คือ สิบอันดับแรกใน
รายนามผู้เยี่ยมยุทธ์สี่ภูมิภาค”
เจ้านิกายเงาสังหาร อยู่ในอันดับที่ 8 ในรายนามผู้เยี่ยมยุทธ์สี่
ภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม แม้แต่จักรพรรรดิราชวงค์หลัวอี้ก็ยังหวั่นเกรงถ้า
จะฆ่าเจ้านิกายเงาสังหาร
พลังสังหารของเขาช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
ในขณะนี้ มีเสียงหนึ่งดังออกมา
“รายนามผู้เยี่ยมยุทธ์! ไม่ๆ ข้าไม่อยู่ในรายนามผู้เยี่ยมยุทธ์เลย”
เจ้านิกายเงาสังหาร และชายในชุดดำผงะไปครู่หนึ่งและมองไป
ข้างหน้า
มีชายเสื้อเขียว!
“ท่านคือผู้ใด เก๋อเซี่ย”
ดวงตาของเจ้านิกายเงาสังหาร เต็มไปด้วยความกลัว
สามารถซ่อนการรับรู้ของเขาและปรากฏตัวต่อหน้าเขาอย่าง
เงียบ ๆ
สิ่งนี้หมายความว่า?
ความแข็งแกร่งของบุคคลนี้ไม่ด้อยกว่าของเขาเอง!
หรือแข็งแกร่งยิ่งกว่า!
ท้ายที่สุดเขาคือมือสังหารและเขาไวต่อการรับรู้ของลมปราณ
ชายเสื้อเขียวผายมือแล้วกล่าวว่า “เจ้าเพิ่งกล่าวถึงข้าไม่ใช่
เหรอ”
คนที่มาคือหลู่ชางเชิง!
เจ้านิกายเงาสังหาร ยืนขึ้นมองไปที่ หลู่ชางเฉิง และกล่าวว่า
“เจ้าคือผู้สังหารอี้ซา?”
หลู่ชางเฉิง พยักหน้าและกล่าวว่า “ข้าควรกล่าวให้ชัดเจนกว่านี้
ไหม?”
เจ้านิกายเงาสังหาร ตะคอกอย่างเย็นชา และร่างของเขาก็หายไป
ทันที!
ในห้องโถงทั้งหมดดูเหมือนว่าจะถูกขังอยู่ในหมอก!
นี่คือค่ายกลเงาสังหาร!
หากกล่าวว่าผู้อื่นต้องทำงานร่วมกันเพื่อเปิดใช้งานค่ายกล
แต่เขา เจ้านิกาย สามารถใช้ค่ายกลเงาสังหารได้ด้วยตัวคน
เดียว!
หลู่ชางเชิงมองไปรอบ ๆ กระพริบตาและกล่าวว่า “ค่ายกลเงา
สังหาร?”
นอกค่ายกล ชายในชุดดำกล่าวอย่างภาคภูมิใจ: “ค่ายกลเงา
สังหาร เป็นวิธีที่มือสังหารของเราพึ่งพา เพื่อความอยู่รอด! หลงเข้า
ไปในค่ายกล มันสามารถปิดกั้นการรับรู้ได้ทั้งหมด! ทำให้คนยากที่
จะป้องกัน ”
ป้องกันการรับรู้ทั้งหมด?
หลู่ชางเฉิง ตกตะลึงเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น ในสายตาของเขา เจ้า
นิกายเงาสังหาร ยืนอยู่ข้างหน้าเขาทางด้านซ้าย
มองเขาเหมือนคนโง่
ในบางครั้ง เขาก็เปลี่ยนสถานที่และเข้าหาเขาเรื่อยๆ
เจ้าบอกข้าว่าสิ่งนี้เรียกว่าการปิดกั้นการรับรู้?
หลู่ชางเฉิงรู้สึกโกรธ ชี้ไปยังสถานที่ ที่เจ้านิกายเงาสังหารยืนอยู่
และสาปแช่ง: “คิดว่าข้าโง่เหรอ ไอ้บ้า! เจ้ายืนอยู่ตรงนั้น ใช่ไหม?”
ทำไมข้าถึงโกรธ?
แม้ว่า หลู่ชางเฉิง จะไม่คิดว่าเขาฉลาดมาก แต่เขาก็ไม่ใช่คนงี่
เง่าที่ไม่มี ไอคิว
เขารู้สึกเหมือมีคนดูถูก ไอคิว ของเขา
ทันใดนั้น เจ้านิกายเงาสังหาร ก็ตกตะลึง
เกิดอะไรขึ้นที่นี่?
ข้าถูกค้นพบ?
ค่ายกลเงาสังหารของข้าเป็นของปลอมหรือไม่?
เพื่อป้องกันว่า หลู่ชางเฉิง เป็นแมวตาบอดร้องจับหนูตาย(แกล้ง
หลอกลวง)
ดังนั้น เจ้านิกายเงาสังหาร จึงเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้งและมาที่
ด้านหลังของ หลู่ชางเฉิง
ในท้ายที่สุด หลู่ชางเฉิงก็หันหลังกลับและกล่าวอย่างหมด
หนทาง: “เจ้าบอกว่า ข้าหาเจ้าไม่เจอเหรอ?”
เจ้านิกาย ยังคงไม่เชื่อ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง
คราวนี้ หลู่ชางเฉิง ทนไม่ได้อีกต่อไป และด้วยใบหน้าที่เต็มไป
ด้วยความโกรธ เขารีบพุ่งเข้าไปและคว้าตัวเจ้านิกาย
พร้อมกับสาปแช่ง: “เจ้าปฏิบัติกับข้าเหมือนคนตาบอดหรือคนงี่
เง่า?”
มือหนึ่งคว้าด้านหลังเจ้านิกาย อีกมือตบหัวของเจ้านิกายเงา
สังหาร!
เสียงที่คมชัดดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง…