โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 66 แตงโมของเจ้า... สุกหรือยัง?
(แตงโมในที่นี้เป็นคำแสลง หมายถึงคนที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น คน
ที่สอดรู้สอดเห็น หรือรู้มาก)
ในห้องโถงใหญ่
เสียงฟาดเม็ดแตงโมบนหัวดังกึกก้อง(เปรียบเจ้านิกายเป็น
แตงโม)
ในห้องโถงใหญ่ มีเสียงสะท้อนอย่างต่อเนื่อง…
ตอนนี้ ค่ายกลเงาสังหาร ได้สลายไปแล้ว
ชายชุดดำที่อยู่รอบนอกตกตะลึงเมื่อเห็นหลู่ชางเฉิง กำลังตบ
เมล็ดบนหัวของเจ้านิกายของเขา
เจ้านิกายเงาสังหาร!
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับ 8 ในรายนามผู้เยี่ยม
ยุทธ์สี่ภูมิภาค
หัวหน้ามือสังหาร ที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวนับไม่ถ้วน!
ตอนนี้โดนชายหนุ่ม ทุบหัวรัวๆ?
เจ้านิกาย ก็ตกตะลึงเช่นกัน
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการต่อต้าน แต่เขาไม่สามารถต้านทานได้
เลย!
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาจับชายเสื้อของเขา ราวกับว่าเขาถูก
ตรึงไว้ด้วยพลังปราณขั้นสูงสุด แต่เขาไม่สามารถมองเห็นพื้นฐานบ่ม
เพาะชายหนุ่มได้เลย!
นับประสาอะไรกับการตบสมอง แม้ว่าหูจะถูกต่อย จริงๆมันต้อง
ไม่มีความรู้สึกใดๆ
สำหรับบุคคลที่แข็งแกร่งเช่นพวกเขา มีออร่าปราณปกป้อง
ร่างกายอยู่แล้ว
แต่มือของ หลู่ชางเฉิง ตกลงบนหัวของเขาโดยตรงราวกับว่าทะลุ
ชั้นปราณป้องกันนี้โดยตรง!
ในฐานะที่เจ้าเป็นผู้ยุยง ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน หลู่ชางเชิงกำลังฟัง
เสียงเคาะแตงโมที่คมชัดนี้
อย่าบอกนะว่า ไอ้เจ้านี่ รู้สึกเฉยๆ…
คำถาม กล่าวออกมาจากจิตใต้สำนึก: “แตงโมของเจ้า…สุกหรือ
ยัง”(ยังจะยุ่งเรื่องของคนอื่นอยู่อีกไหม)
เจ้านิกาย: “???”
ชายในชุดดำ: “???”
เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่สับสนของทั้งสอง หลู่ชางเฉิงอดไม่ได้ที่จะ
อธิบายด้วยความลำบากใจ: “ข้าขอโทษ ข้าแค่ล้อเล่น”
หลังจากนั้นไม่นาน หลู่ชางเชิงก็หยุด
เจ้านิกายเงาสังหาร ถามในเวลานี้: ” เก๋อเซี่ย ท่านก็สังหารอี้ซา
ไปแล้ว ทำไมท่านยังต้องมาที่นี่อีก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลู่ชางเฉิงก็ยิ้ม
ถ้าเจ้ากล่าวว่า รอยยิ้มตามปกติของ หลู่ชางเฉิง ทำให้ผู้คนรู้สึก
ใจสลาย
ในขณะนี้มีความรู้สึกเย็นชา!
เจ้านิกาย เห็นรอยยิ้มของ หลู่ชางเฉิง แล้วหัวใจของเขาก็สั่น
สะท้าน!
แต่เมื่อนึกขี้นมาได้ เจ้านิกายก็ตกใจอีกครั้ง
ข้ารู้สึกกลัวเมื่อเห็นหน้าคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?
หลู่ชางเฉิงเย้ยหยันในเวลานี้และกล่าวว่า: “เจ้าต้องการฆ่าศิษย์
ของข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าจัดการข้างนอกข้าจะไม่ยุ่ง แต่คราวนี้พวก
เจ้ารังแกศิษย์ต่อหน้าข้า คิดว่าข้าไม่โมโหหรือยังไง?”
เดิมที เย่ ชิวไป่ ไม่ต้องการให้ หลู่ชางเฉิง เคลื่อนไหว
หลู่ชางเฉิง พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
แต่นั่นก็จำกัดเฉพาะราชวงศ์หลัวอี้เท่านั้น
ต่อมาเงาสังหารก็เข้ามาอีกครั้ง
สิ่งนี้ทำให้ หลู่ชางเฉิง อดไม่ไหวและเขาก็อารมณ์เสียแล้ว ถ้า
เขาไปราชวงค์หลัวอี้ไม่ได้ งั้นก็มาที่นี่แทนละกัน
เจ้านิกายเงาสังหาร ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านคืออาจารย์ของ เย่
ชิวไป่? แต่ท่านไม่ได้อยู่ในข้อมูลนี่”
ใช่ ในข้อมูลไม่ระบุไว้…
หลู่ชางเฉิง อดไม่ได้ที่จะคิดกับตัวเอง ท้ายที่สุดแล้วข้าเป็นคนขี้
อาย ขี้ขลาด จนข้าชอบอยู่บ้านเฉยๆ!
ถ้าเจ้าได้ข้อมูลของข้า เจ้าก็บอกได้เลยว่าเจ้ามีสายลับอยู่เคียง
ข้างข้า…
หลู่ชางเฉิง กล่าวว่า: “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป หลังจากที่
ข้าคิดดูแล้ว ข้าเองไม่ต้องการอะไร และเจ้าก็ไม่มีอะไรจะให้ แค่ตบหัว
เจ้า ข้าก็ยังไม่หายโกรธ…อือ เอาเป็นว่าเจ้าทำลายการบ่มเพาะของ
เจ้าเอง เป็นไง? ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจ้านิกาย ก็โกรธและตะโกน: ” เก๋อเซี่ย เจ้าจะ
มากไปแล้ว”
หลังจากกล่าวจบ เจ้านิกาย ก็กระโดดขึ้นไปบนแท่นสูง!
ปราณทางจิตวิญญาณหลั่งไหลเข้ามาในที่นั่งครั้งแล้วครั้งเล่า
ทันใดนั้น ทั้งห้องโถงก็กลายเป็นความว่างเปล่า!
แล้วกำแพงมืดก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ล้อมรอบ หลู่ชางเฉิง ไว้!
ตอนนี้ รอบตัวเขามีทางแยกนับไม่ถ้วนราวกับเขาวงกต!
แต่ละกองกำลังจะมีไพ่เด็ด ที่ถ้าไม่ถึงที่สุดจะไม่นำออกมา!
จริงๆแล้ว สำนักชางเต๋าเองก็มี
เงาสังหาร ก็ไม่มีข้อยกเว้น
และค่ายกลนี้ แม้ว่าจะเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หลัวอี้ ก็ปวดหัว
มาก ถ้าถูกขังอยู่ในนั้น!
เมื่อมองไปรอบ ๆ หลู่ชางเฉิงพยักหน้าและกล่าวว่า “สุดท้าย เจ้า
ก็ยังมีหลุมไว้โดดหลบ”
เจ้านิกายเงาสังหาร ที่ควบคุมค่ายกล เกือบสำลักตายเมื่อได้ยิน
คำกล่าว
“มีทางหลัก 9 สายในค่ายกลนี้ และทางแยก 81 เส้นจะแยกออก
จากทางสายหลัก! ในทางทั้งหมด มีทางรอดเพียงทางเดียว เจ้าจะ
ทำลายค่ายกลนี้ได้ไหม!”
หลู่ชางเฉิง อดไม่ได้ที่จะตกใจเมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้
ทางสายหลัก 9 สาย 81 ด้าน มีทางออกทางเดียว?
ถ้าไปผิดทาง ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรอกมั้ง?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ หลู่ชางเฉิงก็ตัดสินใจว่าคงจะดีไม่น้อย หากเขา
ไม่ใช้ทางเหล่านี้เลย
เมื่อเห็นว่าหลู่ชางเชิงไม่เคลื่อนไหว เจ้านิกายที่อยู่นอกค่ายกล ก็
อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย: “เจ้าคิดว่าเจ้าจะสบายดี ถ้าเจ้าไม่ขยับ? ในเขา
วงกตนี้ ปราณของเจ้าจะถูกกลืนกินเร็วขึ้น สำหรับการบังคับทำลาย
ค่ายกล? นี่คือค่ายกลที่อยู่จุดสูงสุดของระดับปฐพี มันคงเป็นเรื่อง
แปลก ถ้าจะใช้ความรุนแรงทำลายมัน…”
อย่างไรก็ตาม คำกล่าวยังไม่จบ
ในค่ายกลเขาวงกต มีออร่าปราณที่รุนแรงระเบิดออกมาอย่าง
กะทันหัน!
ในหมู่พวกมัน มีเจตจำนงดาบคำรามและเจตจำนงหอก!
เจตจำนงของเปลวเพลิงกลายเป็นทะเลเพลิง กระจายออก และ
กวาดล้างทั้งห้องโถง!
เจ้านิกาย ผงะไปครู่หนึ่ง และรีบใช้ฐานการบ่มเพาะของเขาอย่าง
สุดกำลัง เพื่อต้านทานการโจมตีที่ตามมา!
สำหรับชายในชุดดำ?
ถูกทะเลเพลิงกลืนกินไปก่อนแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่านและ
วิญญาณของเขาก็บินหายไป!
หลังจากนั้นไม่นาน ทะเลเพลิง ก็เผาห้องใต้หลังคาของนิกายเงา
สังหาร จนหมดสิ้น!
ในหมู่พวกเขา มีเสียงกรีดร้อง!
ครู่หนึ่ง ศาลานิกายเงาสังหาร ก็กลายเป็นขี้เถ้า และเหนือห้องใต้
หลังคา เจตจำนงของดาบและหอกแผ่ซ่านไปทั่วอากาศ!
หลังจากนั้นไม่นาน พลังที่โหดร้ายนี้ก็ค่อยๆสลายไป
ร่างของ หลู่ชางเฉิง ปรากฏขึ้น มองไปรอบ ๆ ตัวเขา เขาอด
ไม่ได้ที่จะกล่าวด้วยความประหลาดใจ: “หือ? โทษที ข้าคิดว่าข้าไม่
สามารถหาทางเดินในค่ายกลได้ ข้าเลยต้องใช้กำลัง แต่เหมือนมันจะ
มากไป? ทำไม ค่ายกลนี้อ่อนเกิ๊น! ”
ในขณะนี้ เจ้านิกายเงาสังหาร คุกเข่าลงบนพื้นด้วยเข่าข้างเดียว
หายใจไม่ออก
เมื่อได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ เขาก็กระอักเลือดออกมา
สังหารข้าเลยสิ ไม่ใช่มาทำร้ายจิตใจเยี่ยงนี้
เจ้านิกาย มองไปที่ หลู่ชางเฉิง ที่กำลังเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ จับ
หน้าอกของเขาไว้ หน้ากากสีดำถูกเผาโดยเปลวไฟ เผยให้เห็น
ใบหน้าที่ซีดมาก!
“เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้าเขานั้นน่ากลัวมาก
มันทำให้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน!
แม้แต่ตอนที่เผชิญหน้ากับจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หลัวอี้ เขาก็ไม่
รู้สึกแบบนี้!
“เป็นไปได้ไหมว่าเจ้ามาจากจงหยู(ภาคกลาง)?”
ในบรรดารายนามผู้เยี่ยมยุทธ์สี่ภูมิภาค 4 อันดับแรกมาจากจงห
ยูทั้งหมด!
หลู่ชางเซิงส่ายหัว “ข้าไม่ได้มาจากจงหยู และเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้
ยังไงเจ้าก็ต้องตายอยู่ดี ยิ่งไม่รู้ยิ่งกล่าวยิ่งเกิดอุบัติเหตุ! ”
หลังจากกล่าวจบ เขาไม่รอให้เจ้านิกายตอบสนอง หลู่ชางเฉิน
ตบเจ้านิกาย ตรงกลางหัว!
ด้วยเสียงที่คมชัด!
ร่างกายทั้งหมดของ เจ้านิกายเงาสังหาร อ่อนลง ดวงตาของเขา
ไร้ชีวิตชีวา และเขาล้มลงกับพื้น!
ลมหายใจหายไปอย่างสมบูรณ์!
ฝ่ามือของ หลู่ชางเฉิง ทำลายวิญญาณของ เจ้านิกาย โดยตรง!
แล้วเปลวไฟก็ตกลงมาบนร่างของ เจ้านิกายเงาสังหาร และ
ร่างกายก็ถูกเผาไหม้ทันที!
ทำลายศพและกำจัดร่องรอย!
หลู่ชางเฉิง ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าเขาทำ และจากนั้นผู้คนก็มา
หาเรื่องเขา
ทำทุกอย่างเพื่อความสงบสุข!
หลู่ชางเฉินปรบมือและร้องตะโกน: “โอเค ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก ข้า
จะกลับไปกินข้าวบ้าน!”
หลังจากกล่าวจบ ร่างของหลู่ชางเชิงก็หายไป!
หลังจากนั้น ประมาณธูป 2 ดอก
มีคนมาที่นี่และเห็น ศาลาเงาสังหาร ที่ถูกเผา ใบหน้าของเขา
เปลี่ยนไปอย่างมาก