โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 84 ภูเขาเฉียวเต๋าซาน , เจี้ยนเฟิง!
ตำราไท่จู(ต้นกำเนิดเที่ยงแท้)
มันมีเจตจำนงของชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุด
และเจตจำนงของชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้เอง ที่ทำให้ชั้นหมอก
น ้าแข็งหายไป
เย่ ชิวไป่ไม่รู้สึกหนาวสั่นแม้แต่น้อย!
ขณะที่เห็นฉากนี้ หญิงสาวผมขาวอ้าปากเล็กน้อยและถามด้วย
ความงุนงงว่า “เจ้าทำได้ยังไง?”
เว้นแต่เจ้าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก ไม่งั้นจะไม่สามารถเข้าใกล้
นางได้เลย
ถึงเข้าใกล้ได้ แต่จะยังคงได้รับผลกระทบ!
เจ้าสำนักของสำนักชางเต๋าหลัก ซึ่งอยู่ในอันดับ 3 ในรายนามผู้
เยี่ยมยุทธ์สี่ภูมิภาค ยังได้รับผลกระทบเมื่อเข้าใกล้นาง!
เย่ ชิวไป่ดูยังไงก็ปกติ ไม่ได้รับผลกระทบ!
เย่ ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า “เพราะร่างกายของข้าค่อนข้างพิเศษ”
“ร่างกายพิเศษ?”
เย่ ชิวไป่พยักหน้า จากนั้นมองไปที่ปลาตัวน้อยที่แช่แข็งแล้ว
กล่าวว่า “เจ้าบอกว่า เจ้าอยากกินปลาย่าง?”
หญิงสาวผมขาวมองไปที่เย่ ชิวไป่และพยักหน้า ดวงตาที่สดใส
ของนางเต็มไปด้วยความคาดหวัง!
เมื่อเห็นสิ่งนี้ เย่ ชิวไป่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก้มลง เอามือที่เต็มไปด้วย
เจตจำนงแห่งชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุด จากนั้นคว้าปลาตัวน้อยที่แช่แข็ง
เกิดเพลิงไหม้ขึ้น
แน่นอนว่าเพลิงยังถูกปราณของ เย่ ชิวไป่ปกคลุม เลยไม่ได้รับ
ผลกระทบจากหมอกน ้าแข็งสีขาว
เย่ ชิวไป่ลอกเกล็ดปลาออก
นำอวัยวะภายในออก
เขาหยิบขวดและเหยือกออกมาจากแหวนทันที
เครื่องปรุงเหล่านี้ล้วนปรุงโดยอาจารย์เอง
เรียกว่าอะไรนะ ซีอิ้ว ผงยี่หร่า…
หลังจากวันนั้น เย่ ชิวไป่ได้แต่ใส่เครื่องปรุงรสเหล่านี้ เมื่อปรุง
อาหารให้อาจารย์
“เจ้า…ใส่สิ่งใด?”
ข้างเขา เสียงที่ละเอียดอ่อนของหญิงสาวผมสีขาวก็ดังขึ้น
หลังจากฟัง เย่ ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า: “แค่รอและกิน”
หลังจากแล่ปลาเสร็จแล้วก็นำมาย่างไฟ
เมื่อดูฉากนี้ หญิงสาวผมขาวนั่งยองๆ ข้างกองไฟ วางมือบนคาง
กระพริบตา และขนตายาวของนางขยับเหมือนพัดขนาดเล็กขณะที่
เปลือกตาปิดและเปิด
สักพักปลาย่างก็ส่งกลิ่นหอมออกมา
ดูเหมือนว่าจะได้กลิ่น ดวงตาของผู้หญิงสาวผมขาวดูสว่างขึ้น
และน ้าเสียงของนางดูกระตือรือร้นเล็กน้อยนางกล่าวว่า “อีกนาน
ไหม?
เย่ ชิวไป่เห็นว่าเกือบเสร็จแล้ว เขาจึงยื่นปลาให้นาง
“เอ่า ลองทานดู”
หญิงสาวผมขาวรับมันด้วยมือทั้งสองข้าง มองไปที่ปลาย่างที่
กำลังร้อน และกัดอย่างกระตือรือร้น
“ฮื่อ~ ร้อนจัง”
เมื่อเห็นฉากนี้ เย่ ชิวไป่ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
“กินช้าๆ ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก”
ขณะที่เป่าหายใจออก หญิงสาวผมขาวก็กล่าวว่า “อร่อยจัง ข้า
ไม่ได้กินของร้อนมานานแล้ว”
ได้ยินสิ่งนี้
เย่ ชิวไป่อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
ทันทีที่คิดถึงปัญหาเกี่ยวกับร่างกายของผู้หญิงสาวผมขาว นาง
ก็อดไม่ได้ที่จะนิ่งเงียบ
“เจ้าน่าจะไปถึงขอบเขตพีกู๋ แล้วใช่ไหม?”(ไม่กินธัญพืช ทั้ง 5
หมู่)
หญิงสาวผมขาวหน้าแดงเล็กน้อยและกล่าวว่า: “ใช่ แต่… ข้ายัง
ชอบกิน โดยเฉพาะพวกของร้อน!”
“แต่มันนานมากแล้วที่ไม่ได้กิน… ขอบคุณเจ้ามาก!”
มองไปที่ดวงตาที่ขอบคุณของหญิงสาวผมสีขาว
เย่ ชิวไป่ยิ้ม: “ถ้าเจ้าต้องการกินอีกในอนาคต มาหาข้าสิ”
หญิงสาวผมขาวมีความสุขมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้ แต่ก็หดหู่ลงอีก
ครั้งในทันที
“ข้าออกไปไม่ได้ดั่งใจ… ต้องมีปราณเต๋าของภูเขาเฉียวเต๋าซาน
เพื่อยับยั้งหมอกน ้าแข็งนี้”
เย่ ชิวไป่ เหลือบมองไปที่ภูเขาเฉียวเต๋าซานที่อยู่ข้างหน้าเขา
และกล่าวว่า: “ไม่เป็นไร ถ้าเจ้าอยากกิน ส่งข้อความมาหาข้า แล้วข้า
จะมาทำอาหารให้เจ้า”
“จริงหรือ?”
“จริง.”
หญิงสาวผมขาวพยักหน้าอย่างแรง
“จะไปแสวงหาเต๋าเหรอ”
เย่ ชิวไป่พยักหน้า
หญิงในชุดขาวกล่าวว่า: “เจ้าเป็นนักดาบ ดังนั้นเมื่อเจ้าเข้าไป
ข้างใน อย่าลืมเข้าไปหลังภูเขา มีสถานที่ที่เรียกว่าเจี้ยนเฟิง(คมดาบ)
มันมีกำแพงหินอยู่ที่นั่น และมีเจตจำนงดาบบันทึกไว้ เจ้าจะรับมันได้
หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ โอกาสของเจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่ ชิวไป่ก็ผงะ “เจ้ารู้จักภูเขาเฉียวเต๋าซานเป็น
อย่างดี?”
หญิงสาวผมขาวยิ้ม: “แน่นอน”
ต่อมาทั้งสองได้แลกเปลี่ยนชื่อกัน
เย่ ชิวไป่รู้ว่าหญิงสาวผมขาวผู่นี้ชื่อ มู่จือชิง
“ข้าไม่รู้ว่าอาจารย์จะแก้ปัญหาร่างกายของนางได้หรือไม่?”
“มันไม่น่ามีปัญหา เพราะข้ารู้สึกว่าไม่มีอะไรที่อาจารย์ทำไม่ได้”
“ข้าจะกลับไปถามเมื่อถึงเวลา”
มาถึงเชิงเขาเฉียวเต๋าซาน
ที่นี่ เย่ ชิวไป่รู้สึกได้ว่ามีสิ่งกีดขวางกั้นอยู่เล็กน้อย!
หากเจ้าบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าอาจถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ด้วย
สิ่งกีดขวางต้องห้ามนี้
ที่นี่ไม่มีผู้ดูแลอยู่มากมาย
มีเพียงชายชราผู้เดียวนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยหลับตาเล็กน้อย
เย่ ชิวไป่เดินมาหาเขา ชูกำปั้นด้วยความเคารพและกล่าวว่า “ผู้
อาวุโส เย่ ชิวไป่จากสำนักชางเต๋าแดนใต้ ต้องการเข้าภูเขาเฉียวเต๋า
ซานเพื่อฝึกฝน”
ชายชรายื่นมือออกมา
ไม่ได้กล่าวอะไร
เย่ ชิวไป่ผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงตอบสนอง และส่งหินคะแนนให้
ชายชรา
ชายชราหักแต้ม 1,000 แต้มแล้วโยนให้เย่ ชิวไป่และกล่าวว่า:
“เวลาจำกัดคือครึ่งวัน เมื่อหมดเวลา เจ้าจะถูกส่งออกมาโดย
อัตโนมัติ”
หลังจากกล่าวก็ไม่มีเสียงอะไรอีก
1,000 คะแนนเพียงครึ่งวัน?
เย่ ชิวไป่ส่ายหัวเล็กน้อย โค้งคำนับอีกครั้ง และเดินเข้าไปใน
ภูเขาเฉียวเต๋าซาน
ในขณะนี้ ชายชราลืมตาขึ้นเล็กน้อย
“ปรมาจารย์ดาบผู้ยิ่งใหญ่ มีทักษะลึกลับ มีพรสวรรค์ที่ดี ดู
เหมือนว่าสำนักจะได้เมล็ดพันธุ์ที่ดีมา…”
“ดูเหมือนว่าโลกแห่งความวุ่นวายกำลังมาจริงๆ…”
หลังจากกล่าวจบ เขาก็หลับตาลงอีกครั้ง
แสวงหาเต๋าบนภูเขา
เย่ ชิวไป่รู้สึกถึงปราณเต๋าในนั้น
ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้หรือหญ้า ต้นไม้หรือใบไม้ ก็มีล้วนแล้วมีเต๋า!
เย่ ชิวไป่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยอารมณ์ ไม่แปลกใจเลยที่
คนใน สำนักหลัก จะดีกว่าคนในแดนใต้มาก
เย่ ชิวไป่ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่วิ่งไปที่กำแพงดาบที่ มู่จือชิง กล่าว
เย่ ชิวไป่มุ่งเน้นไปที่ดาบเท่านั้น
สำหรับเขาแล้ว ดาบคือแนวทางการฝึกฝนของเขา
ฝึกดาบให้ถึงที่สุด และเจ้ายังสามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดได้อีก
ด้วย!
เมื่อ เย่ ชิวไป่คิดเช่นนั้น ดาบชิงหยุน ก็ดูเหมือนจะปล่อย
เจตจำนงดาบออกมา!
ในเวลาเดียวกัน คลื่นของปราณดาบไหลอย่างเงียบ ๆ ใน
ร่างกายของ เย่ ชิวไป่
แต่ เย่ ชิวไป่ไม่ได้รู้สึกถึงทั้งหมดนี้
เขามาถึง เจี้ยนเฟิง(คมดาบ)
ตามชื่อเลย ภูเขาทั้งลูกเหมือนดาบที่พุ่งตรงไปในท้องฟ้า!
เย่ ชิวไป่รู้สึกถึงความแหลมคมเมื่อเขาก้าวเข้าไป!
นี่คือเจตจำนงของดาบ!
เย่ ชิวไป่ตกใจเล็กน้อย และเดินไปข้างหน้าต่อ
มีกำแพงหินอยู่ด้านหลัง!
เย่ ชิวไป่เห็นชายผู้หนึ่ง ยืนถือดาบอยู่ในอ้อมแขน มองไปที่
กำแพงหินข้างหน้าเขา ดูเหมือนเขาไม่ได้ขยับมาเป็นเวลานาน!
แม้ว่าเย่ ชิวไป่จะเดินผ่านไป เขาก็ไม่ไหวติงเลย
เมื่อเห็นบุคคลผู้นี้ เย่ ชิวไป่ไม่ได้รบกวนเขา แต่มองเข้าไปที่
กำแพงหิน
ไม่มีตัวอักษรและภาพวาดพิเศษบนผนังหิน
มีแต่เพียงรอยดาบที่ต่อกัน!
ลึกและตื้น
ในทุกรอยของดาบ มีเจตจำนงดาบที่มีความแข็งแกร่งแตกต่าง
กัน!
แต่ว่าทั้งหมดนั้นคือเต๋าดาบ!
เย่ ชิวไป่มองไปที่รอยดาบและหลับตา
ในรอยดาบ เจตจำนงดาบดูเหมือนจะไหลไปทางเย่ ชิวไป่!
ปราณเจตจำนงดาบ คล้ายเส้นด้ายล้อมรอบ เย่ ชิวไป่ทีละชั้น!
และการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ชายที่อยู่ข้างๆ มองมา
เขาตกใจมาก!
เย่ ชิวไป่เองไม่รู้เรื่องนี้
ถ้าหลู่ชางเฉิน อยู่ที่นี่ เขาจะรู้ได้ทันทีว่า มันคือสภาวะของกาย
ดาบฮุ่นหยวน!(กายดาบต้นกำเนิด)