โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 89 ดาบแห่งแดโมคลีส!
( ชื่อตอนของตอนนี้คือ 达摩克利斯之剑 Dá mó kèlì sī zhī jian ต้าโม๋เคอรี่ซื่อจื่อเจี้ยน แปลเป็ นอังกฤษคือ Sword of Damocles ความหมายของวลีนี้คือ การคุกคามอย่างต่อเนื่องของ บางสิ่งหรือจากใครบางคน · อันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้ได้ ตลอดเวลา )
ราชวงศ์หลัวอี้
หวางเทียนหมิงได้รับข่าวของเย่ชิวไป่อย่างรวดเร็ว
เอาชนะอันดับ 1 ของดินแดนขัดเกลาร ้อยขั้น กวนจงหยาน ด้วย ขอบเขตขั้นกลางมหาสมุทรปราณ!
ทรงพลังไปอีกขั้น!
เมื่อได้ยินข่าวนี้ ใบหน้าของหวางเทียนหมิน ก็มืดมนยิ่งขึ้น
มองไปที่เจียงชางที่กาลังงุนงงอยู่ในลานเล็ก ๆ
ในตอนนี้ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความรู ้สึกเสียใจ
มันคุ้มค่าหรือไม่ ที่มีปัญหากับสัตว์ประหลาดมากพรสวรรค์เพื่อ หญิงสาวนางหนึ่ง?
ไม่สิ!
หวางเทียนหมิน กัดฟันของเขา ใครจะไปคาดคิด ว่าเย่ ชิวไป่ในตอนนั้น จะมีพรสวรรค์ระดับนี้? ข้าพลาดเอง!
ไม่ได้ทุ่มเทสังหารมันตอนที่ยังอ่อนแอ! หลังจากนั้นหวางเทียนหมิน ก็หันหลังและจากไป เย่ ชิวไป่ กาลังจะไปที่นิกายหยินเจี้ยนซ่ง
ต้องจัดการเย่ ชิวไป่ ระหว่างทางที่ไปนิกายหยินเจี้ยนซ่ง สังหาร เขาด้วยกาลังทั้งหมดที่มี!
นอกมิติของโลกนี้ มีท้องฟ้ าที่เต็มไปด้วยดวงดาวที่ไร ้สิ้นสุด และสถานที่ทั้งสองเชื่อมต่อกันคือ ถนนแห่งดวงดาวที่ทรุดโทรม เหนือถนนแห่งดวงดาวมีร่างห้าร่างมองดูมิติด้านล่างของถนน แห่งดวงดาวอย่างเงียบ ๆ “ค่ายกลนี้ เราสามารถทาลายมันได้หรือไม่?” “ถ้าเป็ นตัวตนจริงของเรามา ก็อาจจะได้”
พวกเขาทั้งห้าคนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเมื่อนึกถึงค่ายกลก่อนหน้า นี้!
นั่นคือแรงสั่นสะเทือนถึงจิตวิญญาณ!
“ข้าแนะน าให้ปล่อยมันไป เพราะเขาไม่ได้บอกว่าต้องการเป็ น ศัตรูกับเรา”
“ใครจะไปรู ้เจตนาของเขาได้ล่ะ ความแข็งแกร่งแบบนั้น ข้าเกรง ว่าเขาจะไม่ได้กาเนิดจากโลกทุรกันดารแห่งนี้”
“เป็ นไปได้ไหมว่าจุดประสงค์ของเขาจะเหมือนกับของเรา”
“อย่ารีบร ้อน รอดูอีกสักระยะหนึ่ง หลังจากคิดดูแล้ว เวลาก็ใกล้ จะหมดลง เมื่อถึงเวลานั้นแผนการจะสาเร็จ”
“เข้าใจแล้ว”
ทันทีที่สิ้นเสียง คนทั้งห้าก็หายไปทันที
ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน
ปล่อยให้ถนนดวงดาวที่พังทลายว่างเปล่า…
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช ้า
บนท้องฟ้ าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันไร ้ขอบเขต
มีบางสิ่งที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีดาพุ่งมาทางด้านนี้อย่าง รวดเร็ว!
บนท้องฟ้ าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทุกสิ่งที่ชนจะถูกเปลวเพลิงสีดา กัดกร่อนและถูกเผาจนสลาย!
และในขณะนี้ เปลวเพลิงสีดาที่ไม่รู ้จักนี้ พุ่งตรงผ่านถนนแห่ง ดวงดาวที่พังทลาย ผ่านกาแพงกั้นมิติ และตกลงสู่แผ่นดินใหญ่!
การเคลื่อนไหวนี้ไม่ใหญ่โตจนเกินไป ไม่ได้ท าลายอะไรบนแผ่นดินใหญ่ เปลวเพลิงสีดาที่ไม่รู ้จักตกลงมาในดินแดนจงหยู … เปลวเพลิงสีด าสลายไป กลายเป็ นหินที่ดูธรรมดามาก แล้วจู่ๆ ก็มีแขนทะลุหินออกมา! แดนใต้.
ศาลาเฉาถัง. หลู่ชางเฉิน เพิ่งเสร็จสิ้นการรดน้าดอกไม้และต้นไม้ และแล้ว เสียงระบบที่หายไปนานก็ดังขึ้น【โฮสต์รับภารกิจ ไปที่จงหยูเพื่อรับศิษย์】【ชื่อ: ไม่ทราบ】【ความสามารถ: ระดับ SSS】
【คุณสมบัติ: ร่างของมารสวรรค์, ราชามารกลับชาติมาเกิด, ร่างเฉิงตี้(จักรพรรดิบรรลุสรรพสิ่ง)】
“มาร?”
หลู่ชางเฉิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวว่า “ทาไมพรสวรรค์ถึง เป็ นจักรพรรดิอีกแล้ว ทาไมข้าถึงรู ้สึกว่าศิษย์เหล่านี้ล้วนดีกว่าข้า”
“แล้วร่างกายข้าเป็ นแบบไหน” “ข้ามีร่างกายที่ดูดีหรือไม่”
【ระบบ: ไม่มี】เมื่อได้ยินเสียงที่เย็นชานี้ หลู่ชางเชิงก็กล่าวไม่ออก ขยะคือข้าจริงดิ?
เขาส่ายหัวและถอนหายใจ “ก็ได้ ตราบใดที่ศิษย์เป็ นคนดี ข้าจะ ไม่สอนเขาเหมือนเจ้าเด็กเย่ ชิวไป่นั่น ที่ชอบสร ้างปัญหาไปทั่วทุกที่”
หลังจากกล่าว เขาก็หายไปในทันที ไปที่จงหยู
สองวันผ่านไป ในช่วงสองวันนี้ เย่ ชิวไป่ ทาลายสถิติของกวนจงหยานใน ดินแดนกลั่นเกลาร ้อยขั้นได้สาเร็จ
มาถึงชั้นที่ 49
บนศิลาอันดับ ชื่อของกวนจงหยาน ก็ถูกแทนที่ด้วยเย่ ชิวไป่ และฉากนี้ใครเห็น ก็อึ้งไปตามๆกัน
ที่สุดแล้ว เย่ ชิวไป่ก็บดขยี้กวนจงหยาน!
และวันนี้ เย่ ชิวไป่ก็กาลังจะออกเดินทางไปนิกายหยินเจี้ยนซ่ง
ผู้ติดตามเขาคือผู้อาวุโสสายในซึ่งมีความแข็งแกร่งในขั้นกลาง ขอบเขตก้าวข้ามแดนหยวน
และอีกคนคือเหลียงเฟิง
เห็นได้ชัดว่า เหลียงเฟิงได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเย่ ชิวไป่ด้วย และ กล่าวกับเขาว่า: “เมื่อเราไปถึงนิกายหยินเจี้ยนซ่ง เจ้ากับข้าสามารถ ประลองกันได้หรือไม่?”
เย่ ชิวไป่ พยักหน้าเห็นด้วย
ผู้อาวุโสสายในยิ้มและกล่าวว่า “เอาล่ะ ไปกันเถอะ”
ทันใดนั้นผู้อาวุโสก็เคลื่อนไหว
เรือลาเล็กปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
พวกเขาทั้งสามขึ้นเรือ และบินไปในทิศทางของนิกายหยินเจี้ย นซ่ง!
ระหว่างทาง.
เย่ ชิวไป่ นั่งไขว่ห้าง
บนเส้นทางแห่งการฝึ กฝน ความสามารถอย่างเดียวไม่มี ประโยชน์
หากต้องการก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น การทางานหนักก็เป็ นสิ่งที่ ขาดไม่ได้ แน่นอนว่าหากไม่มีพรสวรรค์ ก็เป็ นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ผู้อาวุโสดูฉากนี้ และอดไม่ได้ที่จะพยักหน้า เก่งขนาดนี้ยังไม่หยิ่งผยอง
เมล็ดพันธ ์นี้ถือเป็ นของชั้นยอด เมื่อผ่านภูเขาไท่ไป๋ ผู้อาวุโสก็เปลี่ยนสีหน้าและมองไปข้างหน้า!
เย่ ชิวไป่ และ เหลียงเฟิง ก็ลืมตาขึ้นมา เมื่อรู ้สึกถึงสถานการณ์ ตรงหน้า
ด้านหน้าเรือเหาะมีคนห้าคนยืนอยู่ เบื้องหลังคนทั้งห้าคือฝูงชนที่มากมายจนดูมืดมิด กลุ่มคนทั้งหมดขี่ม้าสีแดงฉาน มือถือหอก และสวมชุดเกราะ ต่อสู้! เย่ ชิวไป่ หรี่ตาลงเล็กน้อย
เขาคุ้นเคยกับกองทัพนี้เป็ นอย่างดี
นี่คือกองทหารม้าเหล็กชิวหลัวของราชวงศ์หลัวอี้!
ด้านหลังทหารม้าชิวหลัวคือหวางเทียนหมิน เขามองไปที่ เย่ ชิว ไป่ ด้วยจิตสังหารในดวงตาของเขา!
เหลียงเฟิงมองไปที่เย่ ชิวไป่ และกล่าวว่า “ศัตรูเจ้า?”
เย่ ชิวไป่ พยักหน้าเล็กน้อย
ผู้อาวุโสสายในตะโกนด้วยเสียงต่า: “เจ้ากล้าที่จะสกัดกั้นเรือ เหาะของส านักชางเต๋า?”
ในสายตาของสานักชางเต๋าหลักจงหยู แม้ว่าราชวงค์หลัวอี้จะ แข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่มากเท่าพวกเขา
ในอดีต ราชวงศ์หลัวอี้ไร ้ความกล้า!
หวางเทียนหมิน ค านับผู้อาวุโสสายใน และกล่าวด้วยน้าเสียง จริงจัง: “วันนี้เป็ นความคับข้องใจส่วนตัวของข้าระหว่างราชวงศ์หลัว อี้กับเย่ ชิวไป่ ข้าหวังว่าสานักของท่านจะไม่แทรกแซง”
ผู้อาวุโสสายในใบหน้าเปลี่ยนไปเป็ นเคร่งขรึม และกล่าวว่า: “เย่ ชิวไป่เป็ นศิษย์ส านักชางเต๋าของข้า หากเจ้ากล้าแตะต้องเขา เจ้าจะ กลายเป็ นศัตรูของส านักแน่นอน”
ท้ายที่สุด พรสวรรค์ของเย่ ชิวไป่ นั้นใช ้นิยามได้คาเดียวว่า “สัตว์ประหลาด”
ผู้อาวุโสสายในไม่ต้องคิดอะไรมากเลย พวกเขาต้องพยายาม อย่างดีที่สุดเพื่อปกป้ องเย่ ชิวไป่!