โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #1 : เมล็ดพันธุ์ที่ถูกหยิบยื่น
ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ลึกล้ำเกินกว่าสติปัญญาของสิ่งมีชีวิตใดจะหยั่งถึง ณ มิติที่ 5 ที่ซึ่งกาลเวลาไม่ได้ไหลเป็นเส้นตรง แต่เป็นเพียงผืนผ้าที่ถูกพับซ้อนไปมา ตัวตนหนึ่งเอนกายลงบนบัลลังก์ที่ถักทอขึ้นจากแสงดาวและมวลสารลึกลับ
เขาไม่มีร่างกายที่เป็นเนื้อหนัง แต่คือกลุ่มก้อนพลังงานอันมหาศาลที่มีดวงตาสีฟ้าครามคู่ยักษ์จ้องมองผ่านความมืดมิดของจักรวาล แววตาของเขาราบเรียบและเฉยเมยต่อการเกิดดับของกาแล็กซีนับหม้านที่หมุนวนอยู่รอบกาย
เขาเฝ้ามองดวงดาวสีน้ำเงินที่ถูกเรียกว่าโลก… ดวงดาวที่เขากำหนดรหัสไว้ว่า Seed-A01
สายตาอันทรงพลังซูมลึกลงไปผ่านชั้นบรรยากาศ ผ่านกลุ่มเมฆสีเทาที่เริ่มก่อตัว และไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยมลภาวะ เธอชื่อ “ลิน” หญิงสาวที่กำลังแบกตะกร้าผักเก่าๆ เดินฝ่าฝูงชนด้วยแววตาที่เหนื่อยล้าจากการดิ้นรนเพื่อครอบครัว
“เปราะบาง… แต่เต็มไปด้วยเจตจำนงในการดิ้นรน” เสียงของเขาไม่ได้ดังออกมาเป็นคำพูด แต่มันสั่นสะเทือนอยู่ในโครงสร้างของมิติ
เขายื่นมือที่สร้างจากแสงสลัวออกไปเบื้องหน้า นิ้วเรียวยาวขยับเข้าหากันอย่างช้าๆ ก่อนจะ “ดีดนิ้ว” หนึ่งครั้ง
เป๊าะ! *
แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผลให้ความจริงบิดเบี้ยว เหนือท้องฟ้าของโลก วัตถุชิ้นหนึ่งพลันถือกำเนิดขึ้นจากความว่างเปล่า มันคือแหวนทองแดงเก่าโทรมที่ดูไร้ค่า แต่มันกลับบรรจุพลังที่สามารถฉีกกระชากกเกณฑ์ของฟิสิกส์ไว้ภายใน แหวนวงนั้นพุ่งดิ่งลงไปราวกับดาวตกที่ไร้แสง มุ่งตรงไปสู่จุดหมายที่เขาเลือกไว้
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายในห้องพักแคบๆ ที่มีเพียงเสียงพัดลมเก่าๆ ดังแว่ว ลินกำลังนั่งอยู่บนพื้นไม้ที่ผุพัง เธอเพิ่งกลับมาจากงานพาร์ทไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อ และกำลังมองดูใบเสร็จค่ายาของแม่ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ความท้อแท้ทำให้เธอเอื้อมมือไปหยิบห่อผ้าเก่าๆ ใต้หัวเตียงออกมา มันคือของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายจาก “ยาย” ที่เสียชีวิตไปเมื่อเดือนก่อน ยายเคยบอกเธอว่าหากชีวิตมืดแปดด้านจนไม่เห็นทางออก ให้เปิดห่อผ้านี้ดู
ลินคลี่ผ้าออกอย่างเบามือ ภายในนั้นมี แหวนทองแดง วงหนึ่งที่หมองจนแทบจะเป็นสีดำ เธอจำได้ว่ายายไม่เคยสวมมันเลย แต่วินาทีที่ผิวสัมผัสกับโลหะเย็นชืดนั้น ลินกลับรู้สึกเหมือนมีกระแสความอบอุ่นบางอย่างไหลซ่านเข้าสู่หัวใจ
“ยายคะ… ลินเหนื่อยเหลือเกิน”
เธอนำแหวนวงนั้นมาสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างแผ่วเบา มันพอดีอย่างน่าประหลาด และในจังหวะที่หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความเศร้า…
วูบ!
อากาศรอบตัวเกิดการสั่นไหว แสงสีขาวนวลตาปกคลุมวิสัยทัศน์ของเธอจนหมดสิ้น ลินสะดุ้งสุดตัวและหลับตาลงด้วยความตกใจ เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ลินก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องพักที่คุ้นเคยอีกต่อไป
เธอกำลังยืนอยู่บนผืนดินสีน้ำตาลเข้มที่ดูชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ตรงนี้กว้างขวางจนมองไม่เห็นขอบเขต ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีนวลตาไร้ดวงอาทิตย์แต่กลับสว่างไสว และที่ตรงกลางผืนดินนั้นมี น้ำพุหินโบราณ ที่ส่งเสียงน้ำไหลรินอย่างสงบ
“นี่มัน… อะไรกัน? หรือลินฝันไป?” เธอเดินไปที่น้ำพุแล้วลองก้มลงสัมผัสน้ำที่ใสสะอาด ความเย็นเยียบนั้นทำให้เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอค้นพบว่าเพียงแค่เธอนึกถึงห้องพัก ร่างของเธอก็จะกลับมาอยู่ที่เดิมทันที
ลินใช้เวลาทั้งคืนทดลองเข้าออกมิตินั้นด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน เธอพบว่าผักที่เธอเผลอทำหล่นไว้ในมิตินั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง กลับดูสดชื่นและเติบโตขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
แต่ความดีใจก็อยู่ได้ไม่นาน…
เช้าวันต่อมา ขณะที่ลินกำลังเดินไปทำงาน เธอสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เริ่มก่อตัวขึ้น ข่าวในวิทยุเริ่มพูดถึงอาการคลุ้มคลั่งของผู้คนในเมืองชายแดน และภาพในโซเชียลที่ถูกลบไปอย่างรวดเร็ว—ภาพของกลุ่มคนที่มีท่าทางประหลาดเดินโซเซและพยายามโจมตีผู้คน—ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่าความสงบสุขที่เธอกำลังใช้ชีวิตอยู่นั้น กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า
ลินกำแหวนทองแดงในมือแน่น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น
“ถ้าโลกข้างนอกจะพังทลาย… อย่างน้อยฉันต้องมีที่นี่ไว้ปกป้องแม่กับน้อง”
เธอเริ่มตัดสินใจใช้เงินเก็บก้อนสุดท้าย กว้านซื้อเมล็ดพันธุ์ผัก อาหารแห้ง และอุปกรณ์ที่จำเป็นเท่าที่กำลังจะทำได้ ลินเริ่มทำสงครามกับกาลเวลาที่เธอก็ยังไม่รู้ว่าเหลืออยู่อีกนานแค่ไหน
ตัดกลับมายังเบื้องบน…
ในมิติที่ 5 ดวงตาสีฟ้าขนาดใหญ่คู่นั้นยังคงจ้องมองการกระทำของลินด้วยความสงบ เขาเห็นทุกย่างก้าว ความหวาดกลัว และความพยายามดิ้นรนเพื่อสะสมทรัพยากรของเธอ
เขายกมือพลังงานขึ้นโบกเบียวหนึ่งครั้ง ภาพของเด็กสาวที่กำลังขุดดินอย่างเอาเป็นเอาตายค่อยๆ จางลง แทนที่ด้วยมวลหมอกสีดำสนิทที่เริ่มแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งจักรวาลหมายเลข 01
เขาลุกขึ้นยืน ร่างที่เป็นแสงสลัวนั้นแผ่ขยายออกจนปกคลุมดวงดาวเบื้องล่าง มุมปากที่มองไม่เห็นขยับขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับน้ำเสียงที่เย็นเยือกดังก้องไปทั่วความว่างเปล่า
“เตรียมตัวให้พร้อม เมล็ดพันธุ์น้อยๆ ของข้า…”
เขาสะบัดมืออีกครั้ง ส่งสัญญาณบางอย่างลงไปสู่โลกสีน้ำเงินใบนั้น
“ได้เวลาทำลายล้างแล้ว”
สิ้นคำพูดนั้น แสงสีฟ้าจากดวงตาของเขาก็วาบขึ้นจนดับแสงดาวทุกดวงในบริเวณนั้น …