โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #81 : เงาปีศาจเหนือจันทรา และมรดกของผู้จากไป
ในค่ำคืนที่ท้องฟ้าแจ่มใส นักดาราศาสตร์สมัครเล่นและสมาคมผู้เฝ้ามองดวงดาวทั่วโลกต่างต้องขยี้ตาตัวเอง เมื่อกล้องโทรทรรศน์นับพันตัวจับภาพวัตถุประหลาดที่ค่อยๆ โผล่ออกมาจากขอบด้านมืดของดวงจันทร์ มันไม่ใช่ก้อนหินอุกกาบาต แต่เป็นวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดมหึมาที่มีพื้นผิวคล้ายเปลือกปูนสีเทาดำสนิท
“ความยาวอย่างน้อย 500 เมตร… กว้าง 300 เมตร!” เสียงอุทานดังลั่นห้องควบคุมภาคพื้นดิน
เคนโตะตัดสินใจ “ปิดระบบอำพรางตัว” ทั้งหมด เขาต้องการให้โลกเห็น และต้องการให้มนุษย์รู้ว่า “กรงขัง” ของเขานั้นไม่มีอยู่อีกต่อไป ยานลาดตระเวนลำยักษ์เคลื่อนที่อย่างช้าๆ ตัดกับแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากผิวโลก เป็นภาพที่ทั้งสง่างามและน่าเกรงขามจนทำให้คนบนโลกที่เฝ้าดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์ถึงกับหยุดหายใจ
เมื่อเห็นเป้าหมายปรากฏตัวอย่างชัดเจน ชาติมหาอำนาจไม่รอช้า จีนเร่งส่งยาน “ฉางเอ๋อ 10 (Chang’e 10) ” พร้อมนักบินอวกาศชุดที่ดีที่สุดขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศทันที ในขณะที่สหรัฐอเมริกาเปิดตัวยาน “อาร์ทิมิส (Artemis) ” รุ่นอัปเกรดเพื่อพุ่งเป้าไปยังดวงจันทร์ หวังจะเจรจาหรือเข้าแทรกแซง
แต่ทว่า ยานสี่เหลี่ยมลึกลับนั้นกลับค่อยๆ เร่งความเร็วด้วยอนุภาคสีฟ้าที่ท้ายลำ ก่อนจะพุ่งหายไปในความมืดมิดของห้วงอวกาศลึก ทิ้งให้ยานอวกาศของโลกเป็นเพียงมดปลวกที่คลานตามหลัง
เมื่อยานฉางเอ๋อและอาร์ทิมิสลงจอดที่ด้านมืดของดวงจันทร์ได้สำเร็จ นักบินอวกาศทุกคนถึงกับทรุดเข่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือ “ซากปรักหักพังของมหานครอุตสาหกรรม” ที่เคนโตะทิ้งไว้ โรงงานขุดเจาะอัตโนมัติ เตาหลอมพลาสม่าที่ยังมีความร้อนหลงเหลืออยู่ และโครงสร้างพื้นฐานที่ล้ำหน้าจนวิทยาการโลกตามไม่ทัน
“นี่มัน… ไม่ใช่แค่โรงงาน แต่มันคือพิมพ์เขียวของอนาคต” หัวหน้านักบินอวกาศชาวอเมริกันกล่าวผ่านวิทยุสื่อสาร ขณะที่นักบินอวกาศชาวจีนเดินเข้ามาสำรวจระบบแขนกลที่ยังทำงานอยู่เบื้องหน้า
ความยิ่งใหญ่ของสิ่งที่เคนโตะทิ้งไว้ทำให้ “ความขัดแย้ง” บนโลกกลายเป็นเรื่องไร้สาระ ชาติมหาอำนาจที่เคยเป็นศัตรูกันตระหนักได้ทันทีว่า หากต้องการจะก้าวตามชายที่ชื่อเคนโตะไป พวกเขาต้องร่วมมือกัน
“สนธิสัญญาจันทราใหม่ (New Lunar Accord) ” ถูกลงนามอย่างเร่งด่วน นานาประเทศระดมทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างโลกและดวงจันทร์ เพื่อส่งคนขึ้นไปใช้งานโรงงานที่เคนโตะทิ้งไว้ มนุษยชาติถูกบังคับให้ก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอดและการตามหา “ผู้จากไป”
ที่ระยะห่างหลายล้านกิโลเมตร เคนโตะเฝ้ามองข้อมูลการลงจอดของมนุษย์โลกผ่านเซนเซอร์ที่เขาทิ้งไว้ในฐานทัพเก่า เขายิ้มบางๆ เมื่อเห็นภาพนักบินอวกาศจากหลายสัญชาติกำลังทำงานร่วมกันในโรงงานของเขา
“เจ้านายคะ พวกเขากำลังพยายามซ่อมแซมเตาหลอมเบอร์ 4 ค่ะ” เซราฟีน รายงานพลางควบคุมทิศทางยานพุ่งตรงสู่แถบดาวเคราะห์น้อย
“ปล่อยให้พวกเขาเรียนรู้ไป เซราฟีน… ฉันให้บทเรียนสุดท้ายกับพวกเขาแล้ว ถ้าพวกเขาฉลาดพอ พวกเขาจะตามเรามาถึงที่นี่ในสักวัน” เคนโตะพิงหลังกับเก้าอี้กัปตัน “แต่ตอนนี้… เรามีงานที่ใหญ่กว่าต้องทำ การสร้าง ‘ยานแม่ (Mother Ship) ‘ ที่มีความยาว 5 กิโลเมตรในแถบดาวเคราะห์น้อย จะเป็นบทต่อไปของจักรวรรดิเรา”
เบื้องบนมิติที่ 5 ผู้เฝ้ามองหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “เจ้าได้จุดไฟแห่งความทะเยอทะยานให้มวลมนุษย์แล้ว เคนโตะ! จงดูสิว่ามดปลวกเหล่านั้นจะวิวัฒนาการได้เร็วแค่ไหน ในขณะที่เจ้ากำลังสร้างบัลลังก์ท่ามกลางหมู่ดาว!”…