โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #80 : มหานครจันทรา และการอพยพสู่หมู่ดาว
เวลาผ่านไปกว่า 2 ปี หลังจากเหตุการณ์ขีปนาวุธนิวเคลียร์ชุดแรกถูกทำลายไป โลกตกอยู่ในสภาวะ “สงครามเย็นอวกาศ” ชาติมหาอำนาจไม่กล้าส่งอะไรขึ้นมาสุ่มสี่สุ่มห้าอีก แต่ก็ยังคงมีการยิงขีปนาวุธสอดแนมหรือหัวรบชุดเล็กขึ้นมาลองเชิงอยู่เป็นพักๆ ทว่าสำหรับ เคนโตะ เขามองสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียง “แมลงหวี่” ที่น่ารำคาญเท่านั้น
ภายใต้การบริหารจัดการของ เซราฟีน ฐานทัพจันทรคติถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นนิคมอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ กองพลแอนดรอยด์นับพันขุดเจาะทรัพยากรลึกลงไปในชั้นเปลือกดาวเพื่อนำแร่หายากมาสร้างกองเรือ
“เจ้านายคะ ปริมาณแร่โลหะหนักที่เราสกัดออกมาเริ่มส่งผลต่อมวลรวมของดวงจันทร์แล้วค่ะ” เซราฟีนรายงานพร้อมแสดงแบบจำลองเสถียรภาพวงโคจร “หากเรายังขยายโรงงานระดับ Global ต่อไป แรงดึงดูดระหว่างโลกและดวงจันทร์จะเสียสมดุล ซึ่งอาจทำให้ดวงจันทร์พุ่งเข้าหาโลกในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า”
เคนโตะมองภาพจำลองนั้นด้วยแววตาที่ยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ แม้เขาจะโกรธแค้นกวิน หรือชิงชังความโง่เขลาของมหาอำนาจ แต่เขาไม่ใช่ฆาตกรล้างเผ่าพันธุ์ “ฉันแค่ต้องการที่ที่สงบสุขในการสร้างจักรวรรดิของฉัน ไม่ได้ต้องการทำลายบ้านเกิดของบรรพบุรุษ… เราจะหยุดเพียงเท่านี้”
เขาตัดสินใจระงับโครงการสร้างฐานทัพถาวรบนดวงจันทร์ และเปลี่ยนทรัพยากรทั้งหมดที่เหลืออยู่ไปทุ่มเทให้กับโครงการ “Ark Genesis” นั่นคือการสร้างยานลาดตระเวนชั้นพิเศษ (Frigate Class) ที่มีระบบพยุงชีพและโรงงานแปรรูปขนาดเล็กในตัว
ในคืนที่โลกเงียบเหงา ยานลาดตระเวนลำมหึมาที่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีจาก Galaxy of Arcana และพิมพ์เขียวจากหอคอยเหล็กกล้า ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากหลุมอุกกาบาตด้านมืดของดวงจันทร์ มันดูสง่างามและทรงพลังกว่ายานลำเลียงพลรุ่นก่อนหลายเท่า
“ทิ้งฐานทัพบนดวงจันทร์ไว้ให้เป็นเพียงเปลือกนอก… ให้พวกมหาอำนาจบนโลกแย่งเศษเหล็กกันต่อไปเถอะ” เคนโตะสั่งการขณะนั่งอยู่บนที่นั่งกัปตัน “พิกัดต่อไป: แถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid Belt) ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ที่นั่นมีทรัพยากรแร่ธาตุนับล้านตันให้เราขุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสมดุลของดาวเคราะห์ดวงไหน”
เซราฟีนพยักหน้า “ระบบเครื่องยนต์ไอออนพลาสม่าทำงานเต็มพิกัด… เรากำลังพ้นจากวงโคจรโลก-ดวงจันทร์ใน 3… 2… 1…”
ยานลาดตระเวนของเคนโตะพุ่งทะยานออกสู่ความมืดมิดของอวกาศ ทิ้งความวุ่นวายและเสียงปืนบนโลกไว้เบื้องหลัง สำหรับเคนโตะ การป้องกันตัวที่ผ่านมาคือการแสดงให้เห็นว่าเขามีอำนาจ แต่การจากไปในครั้งนี้คือการแสดงให้เห็นว่าเขามี “อิสระ”
“เราไม่ได้หนี… เราแค่กำลังไปสร้าง ‘ของจริง’ ที่ใหญ่กว่านี้” เคนโตะมองออกไปนอกหน้าต่างห้องบัญชาการ เห็นหมู่ดาวที่ส่องประกายรอคอยเขาอยู่
บนโลก กวินและเมย์ที่ยังถูกกักตัวอยู่ ได้แต่แหงนมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า พวกเขาอาจจะชนะในเกม แต่ในจักรวาลแห่งความจริง เคนโตะได้ก้าวข้ามพวกเขาไปไกลเกินกว่าที่แสงจะเดินทางไปถึงแล้ว
เบื้องบนมิติที่ 5 ผู้เฝ้ามองแสยะยิ้มด้วยความเคารพในตัวเลือกของเคนโตะ “ผู้ชนะที่แท้จริง คือผู้ที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะก้าวออกไป… เคนโตะ จงใช้แถบดาวเคราะห์น้อยเป็นโรงหล่อดาบของเจ้า และกลับมาในฐานะจักรพรรดิแห่งดวงดาวเมื่อเวลามาถึง!”…