โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด - ตอนที่ #85 : ทฤษฎีความจุของโลก และวิสัยทัศน์แห่งการอยู่รอด (บทสรุป seed A05)
- Home
- โลกนับล้านจักรวาลไม่สิ้นสุด
- ตอนที่ #85 : ทฤษฎีความจุของโลก และวิสัยทัศน์แห่งการอยู่รอด (บทสรุป seed A05)
ภายในห้องบัญชาการที่เงียบสงบของยานแม่ “The Founding Root” แสงระยิบระยับของดวงดาวภายนอกหน้าต่างสะท้อนลงบนหน้าโฮโลแกรมที่แสดงเส้นทางมุ่งสู่ระบบดาวเคราะห์ใกล้เคียง เคนโตะ ยืนมองดูความมืดมิดอันไพศาลด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดนิ่งลึก
เขานิ่งเงียบอยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเบาๆ “เซราฟีน… เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงตัดสินใจเดินทางออกจากโลก และทิ้งระบบสุริยะนี้ไว้เบื้องหลังจริงๆ?”
เซราฟีน ที่กำลังคำนวณวงโคจรอยู่ หยุดมือแล้วหันมามองด้วยดวงตาสีน้ำเงินที่ไร้เดียงสาแต่เฉลียวฉลาด “เพื่อสร้างจักรวรรดิที่ไม่มีใครมารบกวน… หรือเพื่อหนีจากความวุ่นวายของมหาอำนาจใช่ไหมคะ?”
เคนโตะส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มขมขื่นปรากฏที่มุมปาก “นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง… แต่เหตุผลที่แท้จริงคือ ‘โลกมันแออัดเกินไป’ สำหรับมนุษย์แล้ว เซราฟีน ตามตัวเลขที่เหมาะสม โลกควรจะรองรับชีวิตมนุษย์ได้เพียงแค่ 2,500 ล้านคน เท่านั้น เพื่อให้ธรรมชาติและทรัพยากรหมุนเวียนได้ทัน”
เขากดหน้าจอเรียกแผนภูมิประชากรโลกขึ้นมา “แต่ดูตอนนี้สิ… มันแบกมนุษย์ไว้มากกว่า 8,500 ล้านคน เข้าไปแล้ว ทรัพยากรทุกอย่างถูกขูดรีดมาใช้จนเกลี้ยง พลังงานสะอาดที่เหลืออยู่แทบจะไม่พอให้เครื่องบินลำเล็กๆ บินขึ้นฟ้าด้วยซ้ำ”
เคนโตะเดินไปที่หน้าต่าง “ถ้าเรายังขืนดันทุรังอยู่ที่นั่นต่อไป และมนุษย์ยังออกจากโลกได้ช้ากว่าอัตราการเสื่อมโทรมของทรัพยากร ในที่สุดมนุษย์จะไม่มีพลังงานเพียงพอที่จะส่งยานอวกาศแม้แต่ลำเดียวออกนอกชั้นบรรยากาศได้เลย… แล้วสุดท้าย พวกเขาจะเน่าตายกันอยู่บนโลกที่ไร้ทางออก”
“ดังนั้น การที่ฉันทิ้งเทคโนโลยีไว้บนดวงจันทร์และแถบดาวเคราะห์น้อย… คือการสร้าง ‘แรงจูงใจ’ ใช่ไหมคะ?” เซราฟีนเริ่มเข้าใจสิ่งที่เจ้านายพยายามจะทำ
“ถูกแล้ว” เคนโตะพยักหน้า “ฉันต้องทำให้พวกเขารู้สึกว่ามี ‘ขุมทรัพย์’ รออยู่ข้างนอกนั่น เพื่อบีบให้รัฐบาลทั่วโลกต้องรีบผันงบประมาณและพลังงานที่เหลืออยู่น้อยนิด มาทุ่มเทให้กับการสำรวจอวกาศก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป… ฉันไม่ได้หนีเพราะความเกลียดชังเพียงอย่างเดียว แต่ฉันกำลังเปิดประตูบ้านที่กำลังไฟไหม้ ให้คนที่เหลืออยู่ได้เห็นทางออก”
เคนโตะมองกลับไปยังกลุ่มมนุษย์ 10,000 คนที่เขานำติดมาด้วย ซึ่งกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโซนที่พักอาศัย “คนพวกนี้คือเมล็ดพันธุ์ที่จะไปปลูกในดินแดนที่ยังอุดมสมบูรณ์ ส่วนคนที่เหลือบนโลก… พวกเขาต้องสู้เพื่อที่จะตามเรามาให้ทัน”
“มันคือบทเรียนที่โหดร้ายนะคะ” เซราฟีนกล่าว
“ความจริงมักจะโหดร้ายเสมอ” เคนโตะตอบอย่างเฉียบขาด “แต่ถ้าไม่มีใครเริ่มขยับ มนุษยชาติก็จะกลายเป็นเพียงซากฟอสซิลที่ติดอยู่ในหลุมศพที่ชื่อว่าโลก… เอาล่ะ เซราฟีน เร่งเครื่องยนต์ได้ เรามีบ้านหลังใหม่ที่ต้องไปเตรียมไว้ต้อนรับผู้ที่แข็งแกร่งพอจะตามมาถึง”
ยานแม่แผดเผาพลังงานมานาบริสุทธิ์ พุ่งหายเข้าไปในรูหนอนเทียม ทิ้งระบบสุริยะเดิมไว้ข้างหลัง พร้อมกับความหวังที่เขาจุดทิ้งไว้บนดวงจันทร์และดาวเคราะห์น้อย
เบื้องบนมิติที่ 5 ผู้เฝ้ามองพยักหน้าด้วยความยอมรับ “จากผู้หนีปัญหา สู่ผู้กำหนดทิศทางอารยธรรม… เคนโตะ เจ้าได้มองข้ามความเห็นแก่ตัวส่วนตัว ไปสู่ความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์แล้ว!”…