โลกแห่งศิลปะการต่อสู้ขั้นสูง : ข้าสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้ - บทที่ 277 ปะทะเผ่าซากศพครั้งแรก
- Home
- โลกแห่งศิลปะการต่อสู้ขั้นสูง : ข้าสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้
- บทที่ 277 ปะทะเผ่าซากศพครั้งแรก
บทที่ 277 ปะทะเผ่าซากศพครั้งแรก
ผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นก็คือ ‘โหมวโยวเทียน’ (魔幽天) พร้อมกับผู้นำเผ่ามารอีกหลายคน หลังจากผ่านพ้นวิกฤตคลื่นซากศพมาได้ พวกเขาก็รีบออกจากดินแดนเหนือสุดทันที
หลินหงหย่วนและเหล่ามนุษย์โบราณต่างหน้าซีดเผือดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับโหมวโยวเทียนและพวก
กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากโหมวโยวเทียนและโหมวเซวี่ยเหยียน (魔血炎) ทำให้พวกเขาถึงกับหนังหัวชาหนึบ
‘จัดการหวังฮ่าวไม่ได้?’ หมายความว่าอย่างไรกัน?
หรือว่าแม้แต่เผ่ามารมากมายในดินแดนเหนือสุด ก็ยังไม่สามารถกำราบหวังฮ่าวได้งั้นรึ!
หลินหงหย่วนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ แม้เขาจะประเมินความสามารถของหวังฮ่าวไว้สูงมากแล้ว แต่ก็คาดไม่ถึงว่าหวังฮ่าวจะยังไม่มอดม้วยในดินแดนเหนือสุด
‘หากยามนั้นข้าไปพร้อมกับหวังฮ่าวก็คงดี’ ความเสียใจอย่างสุดซึ้งถาโถมเข้ามาในใจของหลินหงหย่วน
คนอื่นๆ รอบข้างต่างก็มีความคิดที่สับสนปนเป ใบหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น
“หากพวกเจ้าฉลาดพอ ก็จงยอมจำนนเสียดีๆ อย่าได้ขัดขืนให้เสียแรงเปล่าเลย!” โหมวโยวเทียนแผ่ซ่านกลิ่นอายพลังอันมหาศาลพลางเอ่ยอย่างเยือกเย็น
หลินหงหย่วนถอนใจยาว ดวงตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า…
…
เขตแดนจันทร์ทมิฬ
ชายขอบดินแดนเผ่ามารอเวจี
ท่ามกลางผืนป่าที่รกร้าง…
ทั่วทั้งป่าตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าขนลุก
ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ
ที่ตั้งของสำนักเทียนเซี่ยงซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ส่วนลึกและลึกลับยิ่งนักภายในอาณาเขตของเผ่ามารอเวจี
มันถูกปิดซ่อนจากสายตาชาวโลกมานานนับหลายหมื่นปีแล้ว
ภายในป่า หวังฮ่าวและเฉินมั่วกำลังทะยานร่างมุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางพวกเขาได้พบกับพวกเผ่ามารหลายกลุ่ม แต่ทั้งหมดกลับถูกหวังฮ่าวปลิดชีพได้อย่างง่ายดาย
เจตจำนงกระบี่อันไร้เทียมทานผสานกับ ‘กระบี่ศักดิ์สิทธิ์อุกกาบาต’ ทำให้เผ่ามารเหล่านี้ไม่มีโอกาสแม้แต่จะขัดขืนในเงื้อมมือของหวังฮ่าว
พวกมันเป็นเพียงวัชพืชที่ถูกเคียวเกี่ยวจนขาดสะบั้นอย่างง่ายดาย
เฉินมั่วที่อยู่ข้างๆ มองดูด้วยความตื่นตระหนก ความแข็งแกร่งของหวังฮ่าวนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
เผ่ามารหลายตนที่นี่ แม้แต่เขายังต้องใช้แรงไม่น้อยในการรับมือ
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหวังฮ่าว พวกมันกลับยืนหยัดอยู่ได้ไม่ถึงวินาทีเดียวด้วยซ้ำ
แทบจะทันทีที่ปรากฏตัว ก็ถูกปลิดชีพลงทันควัน
ภายในป่ามีพรรณไม้จิตวิญญาณหลากหลายชนิด รวมถึงดอกไม้ใบหญ้าแปลกตาที่ไม่รู้จักชื่อ
“ท่านหวังฮ่าว อีกไม่ไกลก็ถึงแล้วครับ!” เฉินมั่วจ้องมองไปที่ผืนป่าด้านหน้าพลางเอ่ย
หวังฮ่าวพยักหน้ารับทราบ
“ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!!!”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังรุดหน้าต่อ ทันใดนั้นไอแห่งความตายที่อยู่ไกลออกไปก็เริ่มแผ่ขยายตัวอีกครั้ง
หัวใจของหวังฮ่าววูบไหว เขาพาเฉินมั่วพุ่งทะยานหลบออกจากพื้นที่นั้นอย่างรวดเร็ว
พื้นที่ที่ไอแห่งความตายพาดผ่าน ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลายเป็นความเงียบสงัดและไร้ซึ่งชีวิต
ไม่นานนัก ไอแห่งความตายก็หยุดการแผ่ขยายลง
เมื่อมองดูหมอกมรณะที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ทั้งหวังฮ่าวและเฉินมั่วต่างก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
เส้นทางเบื้องหน้าถูกไอแห่งความตายขวางกั้นไว้จนมิด
นั่นหมายความว่า หากต้องการไปยังอาณาเขตของสำนักเทียนเซี่ยง พวกเขาจำเป็นต้องฝ่าหมอกมรณะนี้ไป และมีความเป็นไปได้สูงว่าเหมืองแร่ที่ว่านั้นอาจถูกไอแห่งความตายปกคลุมไปแล้วเช่นกัน
“ท่านหวังฮ่าว ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี?” เฉินมั่วเอ่ยถามพลางจ้องมองไอแห่งความตายด้านหน้า
หวังฮ่าวสูดหายใจลึกแต่ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ
เขายื่นมือเข้าไปสัมผัสกับไอแห่งความตายนั้น และรู้สึกได้ทันทีถึงพลังแห่งความตายอันไร้สิ้นสุดที่พยายามกัดกร่อนฝ่ามือของเขา
หวังฮ่าวหรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ค่อยๆ โคจรวิชา ‘กายามารฟ้าอนธการ’ (大幽天魔身)
เมื่อวิชาดังกล่าวทำงาน ทั่วร่างของหวังฮ่าวก็ปรากฏปราณมารอันทรงพลังออกมาสายหนึ่ง
ปราณมารนั้นห่อหุ้มมือขวาของเขาไว้แน่นหนา จนไอแห่งความตายเหล่านั้นมิอาจแทรกซึมผ่านเข้ามาได้
‘ได้ผลจริงๆ ด้วย’ หวังฮ่าวรำพึงในใจ
เมื่อครั้งที่คลื่นซากศพระเบิดขึ้นในดินแดนเหนือสุด หวังฮ่าวเคยคิดไว้แล้วว่า การใช้กายามารฟ้าอนธการน่าจะสามารถต้านทานไอแห่งความตายนี้ได้
และจากการทดสอบในครั้งนี้ มันก็ได้ผลจริงๆ
เฉินมั่วที่อยู่ข้างๆ ถึงกับเบิกตากว้าง หวังฮ่าวสามารถต้านทานการกัดกร่อนของไอแห่งความตายได้งั้นรึ!
นี่มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
เมื่อมั่นใจว่าสามารถต้านทานได้ หวังฮ่าวก็เริ่มเบาใจลง
“เจ้าเข้าไปอยู่ในม้วนภาพสยบมารอัคคีแดงก่อนเถอะ ข้าจะเข้าไปคนเดียวเอง!” หวังฮ่าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความแน่วแน่
เฉินมั่วพยักหน้าตกลง จากนั้นหวังฮ่าวก็เก็บเขาเข้าไปในม้วนภาพฯ ทันที
“โฮก โฮก โฮก!!!”
หวังฮ่าวโคจรกายามารฟ้าอนธการจนถึงขีดสุด ปราณมารอันพลุ่งพล่านห่อหุ้มทั่วร่างกายของเขา
หวังฮ่าวในร่างมารทะยานร่างดิ่งลึกเข้าไปในใจกลางของไอแห่งความตายนั้นทันที
วินาทีที่ก้าวเข้าไป เขาก็สัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งการเข่นฆ่าที่ถาโถมเข้ามาดุจเกลียวคลื่น
หวังฮ่าวหรี่ตาลงพลางแค่นเสียงเย็น เจตจำนงสังหารในตัวเขาพลันระเบิดออกอย่างรุนแรง
อากาศรอบด้านพลันเงียบสนิทลงทันที
จากนั้น หวังฮ่าวก็พุ่งทะยานมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของผืนป่า
เนื่องจากถูกไอแห่งความตายเข้าครอบงำ ทั่วทั้งป่าจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หดหู่และสิ้นหวัง
พรรณไม้จิตวิญญาณที่เคยอุดมสมบูรณ์ ในยามนี้กลับเหี่ยวเฉาแห้งเหี่ยว
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ถูกไอแห่งความตายรุกรานล้วนสิ้นใจลงทั้งสิ้น
“ตรงนั้นมีเหยื่ออยู่ตนหนึ่ง จัดการมันซะ!”
ในขณะที่หวังฮ่าวกำลังพุ่งไปข้างหน้า พลันมีเสียงแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลังไม่ไกล
พลังจิตวิญญาณของหวังฮ่าวแผ่ซ่านออกไปสำรวจทันที
ภาพที่ปรากฏขึ้นในมโนสำนึกของเขา คือกลุ่มนักรบโครงกระดูกที่ไร้ซึ่งเนื้อหนัง
นักรบโครงกระดูกเหล่านี้แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความตายออกมาอย่างเข้มข้น ดวงตามีแสงสีแดงฉานลุกโชน
“นี่น่ะหรือ เผ่าซากศพ?” หวังฮ่าวหรี่ตาลง เจตจำนงสังหารอันบ้าคลั่งกวาดซัดออกไป
“ตูม ตูม ตูม!!!”
ตามมาด้วยเสียงระเบิดกัมปนาทอย่างต่อเนื่อง
เหล่าเผ่าซากศพที่พุ่งเข้ามาถูกเจตจำนงสังหารของหวังฮ่าวบดขยี้จนพินาศสิ้น
เศษกระดูกสีขาวโพลนกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง นักรบซากศพกลุ่มใหญ่ถูกทำลายจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในชั่วพริบตา
“ดูเหมือนจะไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น” หวังฮ่าวพึมพำเบาๆ
“หวังฮ่าว ระวังด้วย! เจ้าพวกนั้นมันยังไม่ตาย!” ในตอนนั้นเอง เสียงของ ‘ต้าไป๋’ ก็ดังขึ้นในหัวของเขา
‘ยังไม่ตายงั้นรึ???’
หวังฮ่าวใจหายวาบ สภาพกลายเป็นเศษกระดูกขนาดนี้แล้วยังไม่ตายอีกหรือ?
และเพื่อเป็นการพิสูจน์คำพูดของต้าไป๋ เศษกระดูกที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นพลันถูกกระตุ้นด้วยพลังลึกลับสายหนึ่ง
กระดูกเหล่านั้นกลับมารวมตัวกันเป็นนักรบโครงกระดูกอีกครั้งในเวลาเพียงชั่วครู่
พวกมันเริ่มตั้งท่าและพุ่งจู่โจมหวังฮ่าวอีกครั้งอย่างไม่ลดละ
“หวังฮ่าว ลองใช้พลังอัสนีดูสิ! พลังอัสนีของเจ้านั้นแข็งแกร่งและทรงพลังที่สุด บางทีมันอาจจะเป็นวิธีจัดการกับสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้!” เสียงของต้าไป๋ดังขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาของหวังฮ่าวเป็นประกายขึ้นมาทันที จริงด้วย! เขายังมี ‘กายาอัสนีศักดิ์สิทธิ์’ ระดับ SS อยู่นี่นา
สิ่งอัปมงคลจากขุมนรกเช่นนี้ ย่อมต้องพ่ายแพ้ให้กับพลังอัสนีที่เที่ยงธรรมและดุดัน!
“เปรี้ยงงง!!!”
ทันใดนั้น หวังฮ่าวก็ระเบิดพลังแห่งกายาอัสนีศักดิ์สิทธิ์ออกมา สายฟ้าอันบ้าคลั่งห่อหุ้มทั่วร่างของเขา
เหล่านักรบเผ่าซากศพที่กำลังพุ่งเข้ามาต่างชะงักฝีเท้าลงทันที
เห็นได้ชัดว่าพลังอัสนีบนร่างของหวังฮ่าวทำให้พวกมันรู้สึกขยาดกลัวอยู่บ้าง
“ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!!!”
หวังฮ่าวกระชับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์อุกกาบาตในมือ ประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบตลอดเวลา เขาพุ่งเข้าใส่เหล่านักรบซากศพเหล่านั้นทันที
ด้วยการโจมตีที่เปี่ยมไปด้วยพลังอัสนี ร่างของเหล่านักรบซากศพก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ อีกครั้ง
เศษกระดูกสีขาวร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน…