โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล - บทที่ 11 หน้าต่างภารกิจ
บทที่ 11 หน้าต่างภารกิจ
การต้องแบกศพก๊อบลินไปทิ้ง ทำให้เดนี่บ่นงึมงำตามนิสัย แต่ก็น่าแปลกที่เขายอมลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่า
“งั้นก็รีบทำให้มันจบๆ ไป”
เขายกซากก็อบลินขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ ดูเหมือนเขาจะลงแต้มสถานะไปแล้ว ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเขาเพิ่งร่วมมือกับโชอี้สังหารมอนสเตอร์มา
ผมหรี่ตาเฝ้าสังเกตเพื่อเปรียบเทียบผลระหว่างค่าสถานะที่เดนี่ลง กับค่า ความทนทาน ของผม
ทฤษฎีของผมคือ ความทนทานจะช่วยให้ผมใช้แรงสูงสุดได้นานขึ้น พักฟื้นสั้นลง และอาจช่วยให้แผลหายไว ผิวหนังเหนียว หรือกระดูกแข็งแรงขึ้นเหมือนพวกก็อบลิน
ส่วนค่า ความแข็งแกร่ง น่าจะเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและพละกำลัง แต่หากร่างกายไม่ทนทานพอที่จะรองรับแรงมหาศาลนั้น มันอาจนำมาซึ่งอาการบาดเจ็บได้
แต่นี่ก็เป็นเพียงการคาดเดาที่น่าหงุดหงิด เพราะผมยังไม่มีข้อมูลมากพอจะพิสูจน์ได้ในตอนนี้
ผมยกซากก็อบลินขึ้นพาดบ่า โดยเว้นมือขวาให้ว่างเพื่อพร้อมเหวี่ยงศพทิ้งทันทีหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน หรืออย่างแย่ที่สุดก็ใช้มันเป็นโล่ป้องกัน
ส่วนโชอี้เองก็แบกซากขึ้นมาได้ง่ายดายพอกัน ดูเหมือนการเพิ่มค่าสถานะจะแสดงผลเกือบจะทันที ซึ่งถือเป็นข้อดีหากเราต้องอัปเกรดตัวเองระหว่างการต่อสู้
แฮดวินกระชับปืนในมือขวา ถือหอกที่ยึดมาได้ในมือซ้าย แล้วเริ่มนำพวกเรามุ่งหน้าเข้าป่าอีกครั้ง ความรู้สึกถูกกดดันลดน้อยลงกว่าเดิม แต่ความระมัดระวังยังคงเต็มเปี่ยม
ลมเริ่มพัดแรงขึ้นจนกิ่งไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดล้อไปกับเสียงใบไม้เสียดสี ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่ตรงหัวพอดี แม้จะเริ่มชินขึ้นบ้างแต่พวกเราก็ยังสะดุ้งทุกครั้งที่มีเสียงไม่คาดคิดแว่วมา
เราเคลื่อนที่ในรูปขบวนเดิม ผมคุมซ้าย เดนี่คุมขวา แฮดวินนำหน้า และโชอี้ระวังหลัง
ถึงจุดนี้ผมมั่นใจว่าค่าความทนทานของผมเริ่มสำแดงผลแล้ว เพราะผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลยจากการแบกของหนักขนาดนี้
สิ่งเดียวที่รบกวนจิตใจคือความหิว ผมเหลือบมองซากบนบ่า แต่ก็สลัดความคิดทิ้งไปทันที ผมยังไม่หิวโซถึงขั้นจะกินไอ้ตัวเขียวนี่ อย่างน้อยก็ตอนนี้ละนะ
เมื่อโยนศพลงหลุมเสร็จ เดนี่ยังคงหอบพร่า แม้จะดูดีขึ้นกว่ารอบแรกแต่ก็ยังเหนื่อยเห็นได้ชัด
ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเขาลงแต้มความแข็งแกร่งเป็นหลักโดยไม่ได้ลงความทนทานเลย ต่างจากโชอี้ที่ดูสภาพดีกว่ามาก เธอคงลงแต้มเฉลี่ยกันไปบ้างไม่มากก็น้อย
ขากลับพวกเราเคลื่อนที่เร็วขึ้นและระวังตัวยิ่งกว่าเดิม เมื่อกลับมาถึงตู้ขบวนรถไฟ ผมรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก แม้จะรู้ดีว่าความปลอดภัยไม่ได้ต่างจากในป่าเท่าไหร่นักก็เถอะ
ทันทีที่ปลีกตัวออกจากกลุ่มคนได้ ผมก็แอบเปิดเช็กค่าสถานะของตัวเองทันที
[ชื่อ: เนเทล วิน]
ความยาก: นรก
ชั้นที่: 1
เวลาที่เหลือก่อนการบังคับส่งกลับ: 4 ปี 364 วัน 20 ชั่วโมง 52 นาที 59 วินาที
เลเวล: 2
ความแข็งแกร่ง: 6
ความว่องไว: 8
ความทนทาน: 8
มานา: 3
[อาชีพหลัก: ยังไม่เปิดใช้งาน]
[อาชีพรอง: ยังไม่เปิดใช้งาน]
ทักษะ: สมาธิ เลเวล 3
การควบคุมมานา เลเวล 1
[แต้มทักษะ: 0]
[แต้มสถานะ: 0]
ผมปล่อยให้แฮดวินกับคนอื่นๆ จัดการเรื่องจุกจิกส่วนตัวไป ส่วนผมก็นั่งพิงล้อรถไฟ หลับตาลงรับสายลมที่พัดผ่าน
อากาศที่นี่บริสุทธิ์จนแตกต่างจากในเมืองอย่างสิ้นเชิง มันมีกลิ่นหอมหวานจางๆ ที่อธิบายไม่ถูก แต่ผมชอบแฮะ
ท่ามกลางแสงแดดอุ่นและเสียงพูดคุยแว่วๆ ของผู้โดยสาร รอบตัวผมกลับไม่มีเสียงเครื่องจักรหรือเครื่องบินใดๆ มันเงียบจนเกือบจะสงบสุข ผมคงจะเชื่อว่ามันสงบสุขจริงๆ หากผมไม่รู้ซึ้งถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ใต้ความสงบนี้เสียก่อนละนะ
สถานที่ที่ถูกเรียกว่า ชั้นที่ 1 แห่งนี้คืออะไรกันแน่? ดวงอาทิตย์และท้องฟ้านั่นเป็นของปลอมหรือเปล่า? เรากำลังอยู่ในสถานการณ์จำลอง หรืออยู่บนดาวเคราะห์อันไกลโพ้นที่มีชั้นอื่นซ้อนอยู่เหนือหัว?
ความไม่แน่นอนทำให้ผมกังวล โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงตอนกลางคืนที่ทัศนวิสัยย่ำแย่ความอันตรายคงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และหากเราก่อกองไฟ มันก็ไม่ต่างจากการตะโกนบอกสัตว์ร้ายว่า มารุมกินโต๊ะเราได้เลย
“เฮ้อ…”
ผมถอนหายใจ ที่ผ่านมาพวกเราโชคดีมาก ทั้งหมาป่าที่หิวโซจนจัดการง่าย หรือก็อบลินที่มีแค่สามตัว แต่ผมมั่นใจว่าครั้งหน้ามันจะไม่จบลงง่ายๆ แบบนี้แน่
ผมปรายตามองไปที่ตู้ขบวนรถไฟพิจารณาข้อดีข้อเสียของการอยู่ที่นี่ แม้คนส่วนใหญ่จะดูไร้ประโยชน์ แต่ผมต้องการคนคอยเฝ้ายามตอนหลับ และแฮดวินที่มีปืนกับทักษะการเดินป่าก็ถือเป็นทรัพยากรชั้นดี
ยิ่งผมก่อไฟไม่เป็น ล่าสัตว์ไม่เก่ง การมีกลุ่มจึงยังจำเป็น อีกอย่าง ผมสามารถใช้คนพวกนี้เป็น หนูทดลอง เพื่อเก็บข้อมูลเรื่องการกระจายแต้มสถานะหรืออาชีพได้ในอนาคต ข้อดีพวกนี้ทำให้ผมคงต้องอยู่ที่นี้ต่อไปอีกซักพัก
เสียงฝีเท้าดึงผมออกจากภวังค์ เทส เดินออกมาจากหลังตู้ขบวน เธอเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 18-19 ปี รูปร่างเพรียวสูง และมีผมสีบลอนด์สะดุดตา
เธอเหลือบมองผมแวบหนึ่งก่อนจะพิงแผ่นหลังเข้ากับตัวรถไฟแล้วจุดบุหรี่สูบอย่างดื่มด่ำ
“ถ้าบุหรี่หมดเมื่อไหร่คงแย่แน่”
เทสพึมพำเบาๆ ขณะสูดควันเข้าไปช้าๆ ก่อนจะยื่นซองบุหรี่มาทางผม
“เอาสักมวนไหม?”
ผมส่ายหน้าเงียบๆ
“สรุปคือนายเลิกสูบแล้วจริงๆ สินะ… พ่อคนมีความรับผิดชอบ”
เธอค่อนแคะแต่ผมยังนิ่งเพื่อรอดูว่าเธอต้องการอะไร เทสสูบไปเพียงครึ่งมวนก็ดับบุหรี่เก็บเข้าซองอย่างระมัดระวัง แล้วทอดสายตามองไปยังผืนป่า
“นายก็คิดว่าเรากำลังซวยซ้ำซวยซ้อนเหมือนกันใช่ไหม แนต?”
เสียงของเทสเบาหวิวราวกับจะปลิวไปตามลม เธอไม่ได้หันมามองผม สายตายังคงทอดถอนไปยังแนวป่าทึบเบื้องหน้า
ผมทำเพียงแค่นั่งนิ่ง ความคิดที่ว่ามันก็เห็นๆ กันอยู่ วนเวียนอยู่ในหัว แต่ผมเลือกที่จะไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
ความเงียบปกคลุมเราอยู่เกือบนาที มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ที่คอยทำลายความสงัด ก่อนที่เธอจะเริ่มพึมพำออกมาอีกครั้ง
“นายรู้ไหม… ก่อนที่เราจะมาลงเอยที่นี่ ฉันทะเลาะกับแม่มาหนักมากเลยล่ะ”
เธอเว้นจังหวะครู่หนึ่ง พลางแค่นหัวเราะเยาะตัวเองในลำคอ
“ฉันด่าแม่ว่า… ถ้าแม่หายไปจากชีวิตฉันได้ก็คงดี แต่ดูตอนนี้สิ กลายเป็นฉันเองที่หายหัวมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”
เธอยังคงพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาเรื่อยๆ เล่าถึงถ้อยคำใจดำที่เธอสาดใส่คนเป็นแม่ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นแบบนี้ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยในบางช่วง ผมทำได้เพียงแค่นั่งรับฟังทุกถ้อยคำอย่างตั้งใจ
ผมรู้ดีว่านี่คือสิ่งเดียวที่ผมพอจะทำให้เธอได้ในตอนนี้ เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คอยรองรับความผิดบาปในใจของเธอ เพื่อชดเชยบางอย่างที่ผมเคยติดค้างเธอไว้ในอดีต
“นายว่าฉันเป็นคนเฮงซวยไหม?”
เทสหันมาสบตาผม ผมแค่ยักไหล่ส่งๆ เพราะไม่ว่าผมจะคิดยังไง มันก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับสิ่งที่เธอคิดกับตัวเองอยู่แล้ว
เธอหัวเราะเบาๆ กับท่าทางที่คาดเดาได้ของผม
“ฉันน่าจะรู้คำตอบอยู่แล้วล่ะ เอาเถอะ… เควินเจออะไรบางอย่างมา นายลองเช็กดูเองนะ แค่พูดว่าหน้าต่างภารกิจ”
เธอกำลังจะเดินจากไปแต่ก็หยุดลงแล้วถามทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แนต... นายจะช่วยฉันเท่าที่ทำได้ใช่ไหม?”
สายตาของเราประสานกัน ผมพยักหน้าสั้นๆ แทนคำสัญญา
แม้ในใจเธอจะรู้ดีว่าชีวิตของผมต้องมาก่อนเสมอ แต่คำตอบนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้สีหน้าของเธอดูผ่อนคลายลง เทสยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนเดินลับตาไป
ผมมองตามแผ่นหลังของเธอพลางถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“หน้าต่างภารกิจ”
[ภารกิจประจำชั้น]
เอาชีวิตรอดให้ครบ 30 วัน รางวัล:
สิทธิ์ในการเข้าสู่ชั้นที่สอง
สิทธิ์ในการเข้าถึงคอมมูนิตี้
1 แต้มทักษะ
5 แต้มสถานะ
[ภารกิจรอง]
เอาชีวิตรอดให้ครบ 24 ชั่วโมง รางวัล:
อุปกรณ์ที่คุณเลือกได้เอง 1 ชิ้น