โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล - บทที่ 27 ฝูงก๊อบลิน
บทที่ 27 ฝูงก๊อบลิน
“อิซซี่!”
โชอี้หวีดร้องสุดเสียงก่อนจะโถมตัวออกวิ่งนำไปยังตู้ขบวนรถไฟเป็นคนแรก พวกเราที่เหลือเร่งฝีเท้าตามไปติดๆ แม้ในใจจะไม่ได้เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญเท่าเธอก็ตาม
เสียงเคาะของตู้ขบวนรถไฟยังคงแผดสนั่นเป็นจังหวะ มันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ประสานไปกับเสียงขู่คำรามแหลมสูงของฝูงก็อบลินที่ดังระงมหนาหูขึ้นทุกที
ทันทีที่พ้นชายป่า ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของผมสะดุด ศพสองศพนอนจมกองเลือดอยู่ด้านนอกตู้ขบวนรถไฟ
ฝูงก็อบลินกลุ่มหนึ่งกำลังรุมใช้หอกทิ่มแทงร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง บางตัวถึงขั้นก้มลงฉีกทึ้งเนื้อศพออกมากินอย่างน่าสยดสยอง ส่วนอีกกลุ่มใหญ่ก็กำลังล้อมกรอบตู้ขบวนรถไฟไว้
พวกมันแผดเสียงหัวเราะชวนขนลุก และขู่คำรามอยู่รอบตู้ขบวน ส่วนคนข้างในทำได้เพียงใช้ไม้แหลม และอาวุธจากเควสรอง ทิ่มแทงลอดหน้าต่างออกมาเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอด
โชอี้ชะงักฝีเท้าจนร่างโซเซเมื่อเห็นจำนวนศัตรู มีก็อบลินไม่ต่ำกว่าสามสิบตัวกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นเลเวล 2 หรือ 3 แต่ที่น่ากังวลคือ มีพวก ก็อบลิน วอริเออร์ เลเวล 5 ที่ยืนคุมเชิงปะปนอยู่ด้วย
“อิซซี่…”
เธอครางชื่อน้องสาวแผ่วเบา ร่างกายสั่นเทิ้มจนสังเกตได้
ในจังหวะนั้นเอง คลื่นมานาประหลาดแผ่ซ่านออกมาจากร่างของโชอี้ กระจายไปทั่วบริเวณเหมือนวงน้ำ ก็อบลิน บางตัวที่หันมามองเธอพลันมีอาการสับสน
ดวงตาของพวกมันดูเลื่อนลอยก่อนจะหันกลับไปสนใจตู้ขบวนรถไฟตามเดิม คลื่นมานาอีกระลอกซัดผ่านพื้นที่โล่งคราวนี้รุนแรงกว่าเดิม
แม้แต่ผมยังรู้สึกถึงแรงกระตุ้นประหลาดที่กรอกหูให้รีบวิ่งหนีไปเสีย
ก็อบลินบางตัวเริ่มขยับถอยด้วยความหวาดกลัว แต่พวกที่เลเวลสูงกว่ากลับส่งเสียงขู่คำรามกดดันพวกที่ปอดแหกให้กลับมาคุมสถานการณ์
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่โกลาหล เสียงสะอื้นของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา ใบหน้าของโชอี้ซีดเผือดราวกับไร้สีเลือด
“ได้โปรด…”
เธอหันมาหาพวกเราพร้อมกับปล่อยคลื่นมานาออกมาอีกสาย
ผมรีบคว้าคอเสื้อ เทสและเควิน ไว้ทันทีเมื่อเห็นทั้งคู่ทำท่าจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในดงมอนสเตอร์อย่างขาดสติ ทั้งคู่สะดุ้งและส่ายหน้าด้วยความงุนงงเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน
แฮดวินดูเหมือนจะยังขัดขืนพลังนั้นได้ด้วยตัวเอง ส่วนมายาและลีออนก้าวไปข้างหน้าได้เพียงก้าวเดียวก็หยุดชะงัก ดูเหมือนทักษะของโชอี้จะยังไม่แข็งแกร่งพอจะบงการให้ใครยอมไปตายแทนเธอได้จริงๆ
ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาของเธอเบนมาที่ผม
“ได้โปรดเถอะเนเทล... ได้โปรด…”
เสียงของเธอสั่นเครือและขาดห้วงในตอนท้าย
คราวนี้ผมสัมผัสไม่ได้ถึงมานาที่จงใจส่งมาเพื่อควบคุม มันคือการอ้อนวอนจากก้นบึ้งของมนุษย์คนหนึ่ง
ผมกวาดสายตามองไปทั่วสนามรบ ประเมินจำนวนศัตรู และตำแหน่งของพวกก็อบลินวอริเออร์ ที่ทรงพลังที่สุด
น้ำหนักของกระบองในมือผมให้ความรู้สึกมั่นใจอย่างประหลาด
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก… ถ้าเป็นตอนนี้ ผมน่าจะจัดการได้
“เรียกพวกมันมาทางนี้สักกลุ่ม เอาสักห้าตัว”
ผมออกคำสั่งเสียงเข้มขณะก้าวขึ้นมาประชิดข้างตัวโชอี้ มือกระชับด้ามกระบองจนแน่นขนัด
ผมเห็นเธอกัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด แต่ก็พยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย เธอคงอยากให้พวกเราบุกทะลวงฝ่าวงล้อมเข้าไปที่ตู้ขบวนรถไฟให้เร็วที่สุด
แต่นั่นมันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ หากเราถูกรุมล้อมกลางพื้นที่โล่ง การจะถอยร่นกลับมาตั้งหลักในป่าจะทำได้ยากลำบากทันที
“เทส เก็บมานาไว้ให้มากที่สุด ขว้างหอกใส่พวกเลเวลห้าเท่านั้นถ้าจำเป็น”
ผมตัดสินใจตัดการใช้งานทักษะอื่นที่ฟุ่มเฟือยรวมถึง การรับรู้มานา เพื่อสงวนพลังไว้ แล้วถอยฉากออกมาหลบมุมอยู่ใต้ร่มเงาของชายป่า
ผมถอยมาอยู่ลึกพอที่จะไม่ให้พวกก็อบลินทั้งหมดสังเกตเห็นแต่ยังอยู่ในระยะจู่โจม
ไม่นานนัก คลื่นพลังบางอย่างก็แผ่ออกไป โชอี้เริ่มลงมือแล้ว
ก็อบลินหกตัวหันขวับมาทางพวกเราทันที พวกมันแผดเสียงกรีดร้องแหลมสูงก่อนจะถลาเข้าใส่ดั่งสัตว์หิวกระหาย
ผมพ่นลมหายใจออกช้าๆ ประเมินศัตรู… เลเวล 2 สี่ตัว และเลเวล 3 อีกสองตัว เริ่มได้
โชอี้เป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน เธอถือหอกพุ่งเข้าแทงก็อบลินตัวที่นำหน้ามา แต่มันกลับเบี่ยงหลบได้อย่างหวุดหวิดและพุ่งเข้าประชิดตัวเธอ
ทว่าก่อนที่มันจะทันได้ลงมือ ขวานของแฮดวินก็จามเข้าที่กลางร่างมันเต็มแรงจนเลือดสาดกระเซ็น ส่วนเทสก็จู่โจมได้อย่างแม่นยำ หอกของเธอพุ่งเสียบเข้ากลางลำคอของก็อบลินอีกตัวจนมันสิ้นใจคาที่
ผมก้าวออกจากเงามืด เดินเข้าหาตัวที่พุ่งตรงมา เล็งจังหวะทำให้มันตกใจ ก่อนจะหวดกระบองเข้าใส่ใบหน้าของมันสุดแรง แต่มันยังพอมีสัญชาตญาณเอาตัวรอด ยกแขนขึ้นมากันไว้ได้ทัน
กร๊อบ!
เสียงกระดูกแขนแตกละเอียดดังสนั่นพร้อมกับร่างที่ร่วงลงไปกองแทบพื้น มันกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดสาหัส อีกตัวพุ่งเข้ามาแทงหอกใส่ผม
ผมก้าวถอยหลังเพียงก้าวเดียวเพื่อหลบคมหอก ก่อนจะใช้มือคว้าด้ามหอกของมันแล้วกระชากสุดแรงจนมันเสียหลักเซถลาเข้ามาหา
และในจังหวะนั้นเอง กระบองในมืออีกข้างก็ซัดเข้าที่ศีรษะของมันจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
ผมเหลือบเห็นลีออน และมายาพุ่งเข้าไปเผด็จศึกก็อบลินตัวแรกที่ผมทำแขนหักไป
ทว่าสถานการณ์เริ่มชุลมุนเมื่อตัวหนึ่งลอบจู่โจมผมจากด้านข้างพร้อมกวัดแกว่งมีดสั้นอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่อีกตัวกำลังจะเข้าถึงตัวเทสในจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัว
ผมเค้นมานาเสริมพลังกายในพริบตาแล้วตัดสินใจขว้างกระบองในมือออกไปสุดแรง!
มันหมุนควงในอากาศก่อนจะกระแทกเข้าใส่ร่างก็อบลินที่ลอบกัดเทสจนมันเสียจังหวะล้มกลิ้ง เปิดโอกาสให้เธอหันมาป้องกันตัวได้ทันท่วงที
หลังจากนั้นผมก็เบี่ยงตัวหลบคมมีดของตัวที่เข้าหาผมอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะชักมีดสั้นส่วนตัวออกมาแทงสวนลงไปกลางหลังของมัน
มันกรีดร้องลั่น ผมกระชากมีดออกแล้วจ้วงแทงซ้ำเข้าที่กล้ามเนื้อบ่า และลากผ่านลำคออย่างเหี้ยมเกรียม ก่อนจะถีบร่างมันออกไปพ้นตัว ร่างสีเขียวนั่นดิ้นพล่านอยู่บนพื้นดินครู่หนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไปในกองเลือด
[คุณสังหารก็อบลิน เลเวล 3 สำเร็จ]
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ซากก็อบลินนอนเกลื่อนอยู่แทบเท้าของพวกเรา
ผมรับกระบองที่เทสขว้างคืนมาให้ เธอพยักหน้าให้แทนคำขอบคุณเป็นเชิงรับรู้
ในตอนนั้นเองที่ผมสังเกตเห็นความผิดปกติ… พวกมอนสเตอร์ผิวเขียวเหล่านั้นดูไม่ค่อยกระตือรือร้นจะบุกเข้าไปถล่มข้างในตู้ขบวนรถไฟนัก พวกมันดูจะเพลิดเพลินกับการข่มขวัญคนที่สั่นประสาทอยู่ข้างในมากกว่า
ผมตวัดสายตากลับมามองโชอี้ ตอนนี้เลือดกำเดาของเธอไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย ผิวซีดเผือดจนแทบจะกลืนไปกับบรรยากาศ
ดูท่าเธอคงกำลังรีดเร้นมานาใช้ทักษะบงการพวกมันอย่างหนัก หรือบางทีเธออาจจะจงใจปั่นหัวให้พวกมันอยากแกล้งเหยื่อก่อนฆ่า เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้พวกมันแห่บุกเข้าไปในรถทันที
เธอถึงขั้นทำให้พวกมันเมินเฉยต่อเสียงกรีดร้องของพวกพ้องที่ถูกเราฆ่าตายอยู่ตรงนี้ได้เชียวเหรอ?
“ขอเวลาอีกแค่ไม่กี่นาที… ฉันลงแต้มสถานะไปที่มานาเพิ่มแล้ว… ฉันทำได้…”
เธอหอบหายใจหนัก ขบกรามแน่นจนสั่นทิ้ม
“น้องสาวเธอไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นนะ”
ผมพูดเสียงเรียบ
ความสิ้นหวังอย่างที่สุดฉายชัดในดวงตาขณะที่เธอมองหน้าผม
“เอามาอีกกลุ่ม”
ผมชี้ไปยังกลุ่มก็อบลินสี่ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด หนึ่งในนั้นคือ ก็อบลิน วอริเออร์ เลเวล 5 มันถือขวานหินหน้าตาน่าเกรงขามและดูแข็งแกร่งกว่าพวกก่อนหน้านี้หลายเท่า
“ฉัน…”
เธอครางออกมาด้วยท่าทางอ่อนแรงและเหนื่อยล้าเต็มที
“ทำซะ”
สายตาที่ผมจ้องมองลงไปไม่มีความสงสารปนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
เธอยังคงหอบหายใจแผ่วเบา ร่างกายดูเหมือนจะขยับไม่ไหว
“แค่นี้เหรอ? เธอจะนั่งอยู่ตรงนี้เพียงเพราะรู้สึกเหนื่อยงั้นสิ?”
ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวจนเงาของผมทาบทับร่างที่สั่นเทาของเธอ
“เธอจะยอมแพ้เพียงเพราะปวดหัวนิดหน่อยน่ะเหรอ?”
ผมเหยียดยิ้มเย็นชา ก้มลงกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“แต่ไม่เป็นไรหรอก ก็นอนลงตรงนี้แหละ เดี๋ยวพวกเราที่เหลือจะยืนดูอยู่เฉยๆ เอง… ดูตอนที่น้องสาวเธอถูกฉีกเป็นชิ้นๆ”
ดวงตาของเธอวาวโรจน์ขึ้นด้วยความแค้นตามคำพูดยั่วยุ เลือดเริ่มไหลซึมจากริมฝีปากที่ขบจนแตก เธอเค้นแรงเฮือกสุดท้ายหันกลับไปทางพื้นที่โล่ง
“แกมันไอ้คนสารเลว…”
เธอครางออกมาพลางทรุดเข่าลงกระแทกพื้น ใบหน้าซีดจนเกือบเขียว เลือดกำเดาไหลอาบปากหยดลงจากคางจนเปื้อนคอเสื้อเป็นดวงๆ
ทันใดนั้น ก็อบลินวอรอเออร์ ตัวยักษ์ก็หันขวับมามองทางเรา มันแยกเขี้ยวคำรามโชว์ฟันเหลืองกร่างแล้วเริ่มก้าวอาดๆ เข้ามาหา ตามด้วยลูกสมุนอีกสามตัวที่เดินตามมาติดๆ
“เทส จัดการตัวซ้าย”
ผมสั่งการทันที
“แฮดวิน ยิงสกัด ก็อบลิน วอรอเออร์ ก่อนพวกเราจะเข้าประชิด แล้วนายค่อยรับผิดชอบลูกน้องมันไปตัวหนึ่ง ลีออน มายา… ตัวสุดท้ายเป็นของพวกคุณ”
ผมกวาดสายตาคมกริบมองทุกคน
“ใครอยากจะหนีก็เชิญนะ แต่ถ้าก้าวถอยไปแล้ว ก็ไม่ต้องกลับมาให้ผมเห็นหน้าอีก!”
ผมเดินตรงเข้าหาก็อบลิน วอริเออร์ พลางย่อตัวต่ำลงเพื่อจัดระเบียบร่างกาย มันเองก็ทำแบบเดียวกัน ดวงตาสีขุ่นจ้องเขม็งมาที่ผม
ก๊อบลิน วอริเออร์ ตัวนี้สูงกว่าพวกทั่วไป ร่างกายดูเพรียวทว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่อัดแน่น รอยสักสีน้ำเงินเข้มข้นบนผิวหนังของมันดูขลังและน่าเกรงขามกว่าทุกตัวที่ผมเคยเจอ
มันพุ่งเข้าใส่ผมด้วยความเร็วสูง!
ฉับพลัน ลูกธนูหนึ่งดอกก็กรีดเข้าที่ต้นแขนของมันจนเลือดกระแซ่น แต่อีกดอกที่ตามมากลับพลาดเป้าไป
สำหรับคนอื่น เลเวล 5 อาจดูน่ากลัว แต่สำหรับผม… ก็อบลิน วอริเออร์ พวกนี้ก็ยังเป็นแค่พวกมือสมัครเล่น การเหวี่ยงอาวุธของมันอาจจะรวดเร็วและรุนแรงกว่าตัวอื่น แต่มันก็อ่านทางง่ายเกินไป
ผมเบี่ยงตัวหลบขวานที่เหวี่ยงมาได้อย่างสบายๆ
มันขู่คำรามอย่างรำคาญใจก่อนจะโถมกำลังเหวี่ยงอาวุธซ้ำ คราวนี้มันใส่แรงลงไปมากเกินจนเสียหลัก ในจังหวะที่ขวานจามลงบความว่างเปล่า ผมก็ไม่ปล่อยให้เสียโอกาส
ผมถีบเข้าที่ข้อพับขาของมันจนร่างสีเขียวนั่นเสียศูนย์ ผมเร่งการหมุนเวียนมานาเสริมพลังไปที่แขนเพียงเล็กน้อยก่อนจะฟาดกระบองลงไปทันที!
เจ้าก๊อบลิน วอริเออร์ ตอบสนองเร็วกว่าที่คิด มันยกแขนขึ้นมากันไว้ได้ทัน
เปรี้ยง!
เมื่อกระบองกระแทรกลงไป แรงกระแทรกยังไม่สามารถหักแขนของมันได้ มีเพียงรอยแผลแตกและเลือดไหลซึมออกมาเท่านั้น
มอนสเตอร์ตรงหน้าแยกเขี้ยวราวกับกำลังยิ้มเยาะในพละกำลังของตัวเองที่เหนือกว่า ผมเห็นดังนั้นจึงรีบถอยฉากออกมาหนึ่งก้าว ก่อนจะส่งแรงจากสะโพกถีบเข้ากลางใบหน้าของมันเต็มรัก!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกจมูกแตกละเอียดดังสนั่น สัญชาตญาณสัตว์ป่าของมันปะทุขึ้นพร้อมเสียงคำรามลั่น มันพุ่งเข้าใส่ผมอีกรอบ คราวนี้มันทิ้งมาดนักรบแล้วใช้มือช่วยตะกายไปกับพื้นเหมือนสัตว์สี่เท้าในขณะที่ยังกำขวานแน่น
ใบหน้าชุ่มเลือดของมันตอนนี้กลายเป็นหน้ากากแห่งความโกรธแค้นที่พร้อมจะฉีกกระชากผมเป็นชิ้นๆ
[สมาธิ]
โลกพลันเงียบสงัดลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจ ภายใต้แสงเหนือหลากสีที่สาดส่องลงมา ผมจดจ่ออยู่เพียงแค่การเคลื่อนไหวของมัน… มันลงน้ำหนักที่เท้าซ้าย
ผมเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างล่วงหน้าทันที มันกระโจนพรวดเข้ามากลางอากาศพร้อมกับปล่อยขวานทิ้งเพื่อหมายจะใช้มือเปล่าคว้าคอผมไว้ แต่กลับพลาดเป้า
ผมสัมผัสได้ถึงไอมานาจากอุ้งมือของมันที่วืดผ่านหน้าอกผมไปเพียงไม่กี่นิ้ว
ผมกระตุ้นมานาให้ไหลพล่านไปตามเส้นเลือดราวกับน้ำป่าไหลหลาก ด้ามกระบองในมือของผมส่งเสียงลั่นตามแรงบีบ
ผมรอจนร่างของมันลอยผ่านไปก่อนจะซัดกระบองใส่กลางหลังของมันสุดแรงเกิด!
กร๊อบ!
มอนสเตอร์ตัวเขียวร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังอัก มันพยายามจะหันกลับมาหาผมทว่าร่างท่อนล่างกลับแน่นิ่งไปทันทีเพราะกระดูกสันหลังแหลกละเอียด ขาทั้งสองข้างของมันสิ้นแรงลงโดยสมบูรณ์
มันคำรามขู่ฟ่อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น กระเสือกกระสนคลานเข้าหาผมด้วยแขนสองข้าง
ผมกระโดดถอยหลังกลับไปยังจุดที่มันทิ้งอาวุธไว้ ก้มลงคว้าขวานหินของมันขึ้นมาก่อนจะเสริมมานาเล็กน้อย แล้วขว้างไปที่เจ้าก๊อบลิน วอริเออร์
มันยกมือขึ้นบังหน้าตามสัญชาตญาณ ทำให้ขวานสร้างได้แค่แผลตื้นๆ ที่แขน
ฝีมือขว้างของผมนี้มันห่วยชะมัด ผมบ่นในใจ แต่ก็กะไว้แล้ว ผมไม่คิดว่าฝีมือขว้างกระจอกๆ ของผมจะทำอะไรมันได้
ผมไม่รอช้าเร่งการไหลเวียนมานาไปที่ขาก่อนจะพุ่งตัวไปหาเจ้าก๊อบลินวอริเออร์ด้วยความเร็วเท่าที่จะทำได้
ในจังหวะที่มันกำลังลดมือลง ผมก็ไปยืนอยู่ตรงหน้ามันเรียบร้อยแล้ว กระบองเหล็กในมือถูกเงื้อขึ้นเหนือหัว ก่อนจะฟาดลงที่กะโหลกของมันเต็มรัก มือที่พยายามปัดป้องอย่างสิ้นหวังนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
แผละ!
ผมฟาดติดต่อกันหลายครั้ง และแรงฟาดครั้งสุดท้ายก็ส่งผลให้กะโหลกของมันยุบตัวลง เนื้อสมองสีขุ่นกระจายเปรอะพื้นดิน ในที่สุด เจ้าก็อบลิน วอริเออร์ ก็หยุดนิ่งไปตลอดกาล
[คุณสังหาร ก็อบลิน วอริเออร์ เลเวล 5 สำเร็จ]
[เลเวล 4 > เลเวล 5]
ผมไม่รอช้า รีบลงแต้มสถานะทั้งสามแต้มไปที่ค่ามานาทันที ทำให้มันกลายเป็นค่าสถานะที่สูงที่สุดของผม
[ชื่อ: เนเทล วิน]
ความยาก: นรก
ชั้นที่: 1
เวลาที่เหลือก่อนการบังคับส่งกลับ: 4 ปี 363 วัน 18 ชม. 9 นาที 59 วินาที
เลเวล 5
ความแข็งแกร่ง:7
ความว่องไว: 9
ความทนทาน: 10
มานา: 11
[อาชีพหลัก: ยังเปิดใช้งาน]
[อาชีพรอง: ยังไม่เปิดใช้งาน]
ทักษะ: สมาธิ เลเวล 3
การควบคุมมานา เลเวล 3
การรับรู้มานา เลเวล 2
การสั่นพ้อง เลเวล 1
[แต้มทักษะ: 0]
[แต้มสถานะ: 0]