โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล - บทที่ 52 พลังงานจลน์
บทที่ 52 พลังงานจลน์
วินาทีที่ ไจแอนท์โทรลล์ เลเวล 16 ปรากฏตัวขึ้น แรงกดดันมหาศาลก็จู่โจมจนหัวใจของผมเต้นระรัวแทบไม่เป็นจังหวะ
บาดแผลเก่าตรงรอยตัดของแขนซ้ายเริ่มส่งอาการคันยิบๆ ขึ้นมาอย่างน่ารำคาญ คล้ายกับร่างกายกำลังกรีดร้องเตือนถึงอันตรายที่กำลังเผชิญ
แต่ก่อนที่ความกลัวจะเข้าเกาะกินใจ ผมรีบดึงสติตัวเองให้ดิ่งลึกเข้าสู่สภาวะ สมาธิ รีดเร้นมานาผ่านการใช้งาน การรับรู้มานา จนถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
โลกทั้งใบพลันสงบนิ่งลง เหลือเพียงผมและอสูรกายร่างยักษ์ตรงหน้าในสมรภูมิที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน
ในขณะที่ผมกำลังเปิดใช้ทักษะ แร่เหล็กของเทสพุ่งกรีดอากาศเข้าใส่ใบหน้าของมันอย่างรุนแรง ทว่าการโจมตี กลับไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนได้เลย
เจ้าโทรลล์เพียงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะแผดเสียงคำรามลั่น และระเบิดมานาออกมาปกคลุมทั่วสมรภูมิ ทันใดนั้นทั้งผมและเทสต่างก็รู้สึกได้ถึงแรงกดมหาศาลจนเสียหลัก
มอนสเตอร์ตัวเล็กๆ ที่อยู่รายรอบถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้น ทักษะนี้ดูคล้ายกับ บ่อแรงโน้มถ่วง ของคิมอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
เลือดและมานาในกายสูบฉีดอย่างต่อเนื่อง ผมจงใจเร่งเร้าให้มันพลุ่งพล่านรุนแรงขึ้นจนเกือบจะเกินขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับไหว
ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ผมรู้ซึ้งว่า หากต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่ใช้มานาได้ ผมห้ามกั๊กพลังไว้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจุดจบอาจร้ายแรงกว่าการเสียแขนขวาไปอีกข้าง
ผมระเบิดมานาออกมา และพุ่งทะยานเข้าหาอสูรกายร่างยักษ์ตรงหน้า รวบรวมสมาธิสยบมานาที่บ้าคลั่งให้สงบลง ก่อนจะรีดเร้นพลังทั้งหมดไปยังจุดที่ต้องการในพริบตาเดียว
ไจแอนท์โทรลล์กระทืบเท้าจนแผ่นดินสะเทือน มานาธาตุดินปะทุขึ้นอีกครั้ง ผมจับทางได้ทันทีว่ามันกำลังจะใช้ทักษะเดิมจึงรีบย่อตัวต่ำ อัดมานาไว้ที่จุดศูนย์กลางของร่างกายเพื่อถ่วงสมดุลแล้วพุ่งหน้าต่อไป
แรงโน้มถ่วงมหาศาลกดทับลงมาอีกครั้ง คราวนี้ขอบเขตของมันแคบลงแต่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
พวกก๊อบลินดวงกุดรอบข้างส่งเสียงร้องโหยหวน ร่างถูกบดขยี้จมลงไปในดินจนกระดูกแหลกละเอียด
กล้ามเนื้อของผมร้อนผ่าวราวกับจะลุกเป็นไฟ ขวานในมือหนักอึ้งขึ้นหลายเท่าตัวจนเกือบจะเสียหลัก ด้วยร่างกายที่ขาดแขนซ้าย ทำให้ซีกขวาต้องรับภาระหนักจนเสียสมดุลไปชั่วขณะ
แต่ผมไม่ยอมแพ้ ยังกัดฟันแน่น ยันกายฝ่าแรงกดดันมหาศาลนั้นไปจนเข้าถึงตัวมันได้สำเร็จ!
เมื่อเข้าปะชิด เจ้าโทรลล์ยักษ์ก็เริ่มโจมตีตรงๆ มันเหวี่ยงหมัดมหึมาเข้าใส่หวังจะขยี้ผมให้จมดิน
แต่ผมโยกตัวหลบวงสวิงนั้นได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะอาศัยจังหวะกระโดดขึ้นไปบนแขนของมัน แล้วออกแรงวิ่งไต่ขึ้นสู่หัวโดยใช้ท่อนแขนยักษ์นั่นต่างทางผ่าน
มันพยายามจะสะบัดผมให้ร่วงแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว
ผมง้างขวานที่อัดแน่นด้วยการสั่นพ้อง แล้วจามลงกลางดวงตาซ้ายของมันเต็มแรง!
เลือดอุ่นๆ พุ่งกระฉูดอาบไปทั่วตัวขณะที่ผมกระชากขวานออกมา
เมื่อบรรลุเป้าหมาย ผมก็รีบดีดตัวออกจากร่างของมอนสเตอร์เพื่อหลบฝ่ามือที่ตะปบตามมาอย่างบ้าคลั่ง แต่เพราะผลของแรงโน้มถ่วงที่ยังไม่คลายลง ร่างของผมจึงร่วงดิ่งลงสู่พื้นเร็วกว่าที่คาดไว้มาก!
“อึึก...!”
เสียงครางด้วยความเจ็บปวดหลุดรอดออกมาจากลำคอทันทีที่กระแทกพื้น แต่ผมรีบใช้ทักษะ สมาธิ ข่มความเจ็บเอาไว้แล้วยันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
วินาทีที่ตั้งหลักได้ ผมก็เปิดใช้ การสั่นพ้อง เคลือบไปบนคมขวาน ก่อนจะจามมันเข้าใส่ข้อเท้าของเจ้าโทรลล์เต็มแรงจนแผลเหวอะหวะถึงกระดูก
เจ้าอสูรกายร่างยักษ์เสียหลักเซทันที มันแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดจนแผ่นดินรอบข้างสั่นสะเทือน!
เสียงคำรามกึกก้องในระยะประชิดทำเอาหูผมแทบดับวูบ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่หยุดมือ ผมกัดฟันโถมโจมตีใส่จุดเดิมซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มันเริ่มดิ้นพล่านและพยายามกระทืบเท้าลงมาเพื่อบดขยี้ผมให้แบนติดดิน
แม้เจ้าไจแอนท์โทรลล์จะไม่ได้มีความเร็วสูงนัก แต่ความบ้าคลั่งก็ทำให้การโจมตีของมันทวีความรุนแรงและอันตรายอย่างมหาศาล
โชคดีที่มีเทสคอยยิงกระสุนหินรบกวนอยู่เป็นระยะ จึงทำให้ผมสามารถหลบฉากการกระทืบของมันได้ไม่ยากนัก
ในขณะที่โยกหลบพายุเท้าที่โหมกระหน่ำ ผมอาศัยจังหวะนี้ใช้ทักษะ จัดสรรพลังงานจลน์ รวบรวมพลังงานจลน์เอาไว้
จนกระทั่งได้จังหวะที่มันยกเท้าขึ้นสูง ผมจึงปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดเข้ากระแทกร่างเจ้ายักษ์ จนมันเสียสมดุลและซวนเซไป
ทันใดนั้น เสียงหวีดหวิวของวัตถุขนาดใหญ่ที่พุ่งแหวกอากาศก็ดังขึ้น แร่เหล็กของเทสพุ่งทะยานเข้าหาศีรษะของเจ้าโทรลล์อย่างแม่นยำในจังหวะที่มันกำลังเสียหลัก ก่อนจะกระแทกเข้าท้ายทอยอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่น!
แน่นอนว่าแม้เทสจะทุ่มพลังทั้งหมดบังคับแร่เหล็กพุ่งเข้าใส่ แต่มันก็ยังไม่สามารถทะลวงผิวหนังที่หนาเตอะของมันได้เลย ทว่าถึงจะไร้บาดแผลภายนอก แต่แรงกระแทกมหาศาลกลับส่งผลโดยตรงต่อภายใน
เจ้าโทรลล์ที่ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรงเริ่มมีอาการมึนงงจนหน้ามืดล้มลง
และด้วยผลจากแรงโน้มถ่วงที่มันสร้างขึ้นเอง ร่างยักษ์จึงถูกฉุดให้กระแทกพื้นเร็วและแรงขึ้นจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นละอองและเศษดินฟุ้งตลบไปทั่วทั้งบริเวณ
เมื่ออสูรกายร่างยักษ์ล้มคว่ำลง ผมไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ รีบอัดมานาเสริมพลังขาแล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนไหล่ของมันทันที
มือขวากระชับขวานที่เคลือบด้วยทักษะ การสั่นพ้อง จนใบขวานสั่นสะเทือนทำให้อากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ผมขบฟันแน่นก่อนจะจามขวานลงกลางศีรษะมันสุดแรงเกิด
คมขวานเจาะทะลวงกะโหลกหนาจนเศษกระดูกและคราบเลือดสาดกระเซ็น เจ้าโทรลล์คำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่งพลางวาดมือขึ้นปัดป่ายหวังจะกระชากตัวผมให้ร่วงลงมา
ผมก้มหลบฝ่ามือนั้นได้อย่างฉิวเฉียดพร้อมกับใช้ทักษะดูดซับพลังงานจลน์กักเก็บไว้ ก่อนจะฟาดขวานซ้ำลงไปที่แผลเดิมด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีบวกกับพลังงานจลน์ที่เพิ่งสะสมมา
โผละ!
กะโหลกของไจแอนท์โทรลล์เริ่มปริแตกจนเผยให้เห็นเนื้อสมองภายใน ทว่าในจังหวะเป็นตายนั้นเอง มันกลับฮึดเฮือกสุดท้ายเหวี่ยงพละกำลังมหาศาลทั้งหมดที่มีหมายจะปัดผมออกไปให้พ้นทาง
ด้วยแรงปะทะรุนแรงระดับนี้ผมรู้ดีว่าไม่สามารถดูดซับพลังงานจลน์ได้หมดแน่
แต่แทนที่จะกระโดดหลบ ผมกลับเลือกที่จะปักหลักอยู่บนไหล่ของมันต่อไป
ผมชูขวานในมือขวาขึ้นตั้งท่ารับแรงกระแทกที่กำลังจะถึงตัว ที่ทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะบ้าบิ่น แต่เพราะผมต้องการทดลองเทคนิคใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะฝึกฝนจนสำเร็จ!
หลังจากการต่อสู้ครั้งก่อนที่บีบให้ผมต้องสังเวยแขนซ้ายไป ทักษะ การจัดสรรพลังงานจลน์ ของผมก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ความสูญเสียนั้นแลกมาด้วยความสามารถในการควบคุมพลังงานที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำยิ่งขึ้น จนในที่สุดผมก็ค้นพบเทคนิคใหม่ที่เหนือชั้นกว่าเดิม
และในการต่อสู้ครั้งนี้ ผมตั้งใจจะใช้มันเป็น ไม้ตาย เพื่อปิดฉากอสูรกายร่างยักษ์ตัวนี้ลงเสียที
ทันทีที่ฝ่ามือของไจแอนท์โทรลล์ฟาดเข้าใส่แขนขวาที่ตั้งรับไว้ พลังงานจลน์มหาศาลจากแรงเหวี่ยงก็ถูกผมดูดซับเข้ามาในพริบตา
พลังงานเหล่านั้นพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับไหว ผมจึงไม่รอช้า รีบถ่ายโอนมันทั้งหมดพุ่งตรงไปยังบาดแผลเหวอะหวะบนศีรษะของมันทันที
ด้วยทักษะ สมาธิ ขั้นสูงสุด ผมบีบอัดพลังงานจลน์ที่บ้าคลั่งให้ควบแน่นจนกลายเป็นรูปกรวยแหลมคม ก่อนจะปลดปล่อยมันพุ่งทะลวงเข้าสู่รอยแตกของกะโหลกอย่างแม่นยำ!
โผละ!
วินาทีที่พลังงานจลน์พุ่งเข้ากระทบ เนื้อสมองของเจ้าโทรลล์ก็ถูกฉีกกระชากจนระเบิดออกภายในกะโหลก แรงอัดมหาศาลบดขยี้ศีรษะที่เคยแข็งแกร่งจนฉีกขาดกระจุย เศษเนื้อและคราบเลือดสาดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
ทว่าผมกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะชื่นชมผลงาน เพราะแม้เจ้าโทรลล์จะสิ้นใจไปแล้ว แต่แรงเหวี่ยงมหาศาลจากพละกำลังสุดท้ายที่มันทุ่มออกมายังคงทำงานต่อ
แขนยักษ์ของมันตบเข้าใส่ร่างของผมอย่างจังด้วยแรงเฉื่อยที่เหลือล้น
ผมรีบเค้นทักษะ การจัดสรรพลังงานจลน์ เพื่อดูดซับแรงปะทะและระเบิดพลังสวนกลับเพื่อหวังจะหยุดมัน แต่น้ำหนักมหาศาลที่พ่วงมาด้วยมวลร่างยักษ์นั้นเกินกว่าจะต้านทานไหว
แรงปะทะมหาศาลกระแทกเข้ากับขวานในมืออย่างรุนแรงจนข้อมือผมแทบหักสะบั้น ก่อนจะส่งร่างของผมให้กระเด็นหวือไปในอากาศราวกับกระสุนที่ถูกยิง!
วินาทีนั้นขวานหลุดกระเด็นออกจากมือ ร่างของผมหมุนคว้างอย่างไร้ทิศทางพุ่งเข้ากระแทกกับกิ่งไม้และลำต้นใหญ่ตามทางอย่างต่อเนื่อง
ผมรีบเค้น สมาธิ ขั้นสูงสุดเพื่อดิ้นรนควบคุมสถานการณ์ พยายามดูดซับแรงกระแทกทุกครั้งที่ร่างกายปะทะกับวัตถุเพื่อหยุดการหมุน ทว่าความเร็วกลับแทบไม่ลดลงเลย
ผมลอยละลิ่วฝ่าแมกไม้และเสียงกิ่งไม้หักระเนระนาดอยู่หลายวินาที กว่าที่ร่างจะร่วงลงกระแทกพื้นจนนิ่งสนิท
แม้จะถูกซัดจนกระเด็นออกมาไกลลิบ แต่ด้วยทักษะ การจัดสรรพลังงานจลน์ ที่ทรงพลังบวกกับความทนทานของร่างกายที่เพิ่มขึ้น ทำให้สภาพของผมยังไม่ถึงขั้นวิกฤต
ผมค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แขนขวาและขาทั้งสองข้างสั่นระริกด้วยความเจ็บระบมแต่ยังโชคดีที่กระดูกไม่หัก
ตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยถลอกและบาดแผลขีดข่วนนับไม่ถ้วน ทว่ามันเป็นราคาที่ยอมรับได้เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[คุณสังหารไจแอนท์โทรลล์ – เลเวล 16 สำเร็จ]
[เลเวล 18 > เลเวล 19]