ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 211 วิธีสร้างแก่นทองคำของเหล่าศิษย์พี่
ลู่หยางพลิกผ่านหน้าของพี่ใหญ่ไปอย่างเป็นธรรมชาติ ดูว่าศิษย์พี่คนอื่นๆ สร้างแก่นทองคำกันอย่างไร
จากที่ลู่หยางรู้จักพี่ใหญ่ วิธีสร้างแก่นทองคำของท่านผู้เฒ่าผู้นั้นไม่สามารถทำซ้ำได้ ลู่หยางได้ยินว่าพี่ใหญ่พัฒนาทุกขั้นให้ถึงขีดสุด ตอนที่แก่นทองคำของท่านแตกออกเป็นทารกแรกกำเนิด ได้ดึงดูดสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์มาลงโทษ น่ากลัวมาก
ต้องรู้ว่าปกติจะมีภัยพิบัติสายฟ้าก็ต่อเมื่อจะข้ามจากขั้นทารกแรกกำเนิดไปสู่ขั้นแปลงร่างเซียน การมีภัยพิบัติสายฟ้าในขั้นทารกแรกกำเนิดเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์!
มีศิษย์พี่คนหนึ่งเลียนแบบวิธีของพี่ใหญ่ หวังจะสร้างทารกแรกกำเนิดที่ดึงดูดภัยพิบัติสวรรค์เช่นกัน เขาทุ่มเทความพยายามมากมาย กดพลังในขั้นแก่นทองคำซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างรากฐานให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็สมหวัง แก่นทองคำแตกออกเป็นทารก ดึงดูดสายฟ้าจากฟ้า
แต่เกิดเรื่องที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจขึ้น ทารกแรกกำเนิดของศิษย์พี่คนนั้นลงมือเอง รับเอาพลังของสายฟ้า และทำลายสายฟ้าจนแตก การที่ทารกแรกกำเนิดลงมือเอง แม้แต่ทารกแรกกำเนิดของพี่ใหญ่ก็ทำไม่ได้ นี่เท่ากับมีร่างแยกที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นมา พลังการต่อสู้พุ่งทะยาน
ตอนที่ผู้คนคิดว่าจะได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ทารกแรกกำเนิดของศิษย์พี่คนนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง จู่โจมศิษย์พี่คนนั้นจนแตกกระเจิง แม้ศิษย์พี่จะต่อสู้สุดชีวิตก็ไม่อาจต้านทาน แม้ศิษย์พี่คนนั้นจะอยู่ในขั้นทารกแรกกำเนิดแล้ว แต่กลับสู้ทารกแรกกำเนิดของตัวเองไม่ได้ พูดอีกแง่หนึ่ง ก็นับว่าสร้างประวัติศาสตร์จริงๆ
ท่านเต๋าปู้อวี่พยายามช่วยศิษย์พี่คนนั้นควบคุมทารกแรกกำเนิด หลังจากล้มเหลวหลายครั้งก็ได้แต่ลงมือทำลายทารกแรกกำเนิด ให้ศิษย์พี่คนนั้นใช้วิธีอื่นสร้างทารกแรกกำเนิดใหม่ อย่าได้แหวกแนวให้ตัวเองเดือดร้อน เนื่องด้วยเรื่องนี้น่าอับอายมาก จึงมีเพียงคนภายในสำนักเวิ่นเต๋าเท่านั้นที่รู้
ส่วนชื่อของศิษย์พี่คนนี้ แทบไม่มีใครรู้จัก แต่ลู่หยางได้ยินข่าวลือจากเมิ่งจิ่งโจวว่า ศิษย์พี่ที่น่าอายคนนี้ก็คือศิษย์คนที่สองของท่านเต๋าปู้อวี่ ซึ่งก็คือศิษย์พี่รองของตน
ศิษย์พี่คนนี้กำลังฝึกฝนอยู่ที่ดินแดนพุทธะสีทองทางตะวันตก ลู่หยางยังไม่มีโอกาสได้พบ ได้เห็นแต่ภาพวาดขาวดำในหอประชุมบนเขาประตูสวรรค์ บางครั้งเมื่อสวดให้พรศิษย์พี่รอง ลู่หยางก็จะจุดธูปให้เขาหนึ่งดอก ลู่หยางไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ก็จะจุดธูปให้ศิษย์พี่สาวคนที่สามด้วยเช่นกัน
“ข้าลองดูแก่นทองคำของศิษย์พี่ไต้ปู้อฟานดูหน่อย แก่นทองคำน้ำราบรื่น แก่นทองคำชั้นหนึ่ง ว่างเปล่าใสกระจ่าง มีพลังแต่ไม่เย็น ทองแต่แฝงสีฟ้า หมุนเวียนในตันเถียนได้เอง บำเพ็ญได้เอง เปลี่ยนพลังวิเศษของตนให้เป็นคลื่น แผ่ซ่านในร่างกาย รับประกันว่าพลังวิเศษของตนอยู่ในสภาวะสมบูรณ์ตลอดเวลา”
“วิธีบำเพ็ญ: ดื่มน้ำทุกวันจนเป็นพิษน้ำ จากนั้นแช่ในทะเลสาบสิบวันโดยไม่โผล่พ้นน้ำ จินตนาการว่าตัวเองเป็นปลาตัวหนึ่ง ว่ายอย่างอิสระในทะเลสาบ ร่างกายราบรื่น สุดท้ายใช้ตันเถียนเป็นแหวนเก็บของ ใช้พลังพื้นที่ดูดน้ำทั้งทะเลสาบเข้าในท้อง ผสานกับพลังวิเศษของตน บีบอัดเป็นแก่นทองคำ”
“ข้อควรระวังข้อที่หนึ่ง: อย่าจินตนาการว่าเป็นปลาลึกเกินไป เดี๋ยวเห็นเหยื่อก็จะงับเบ็ด”
“ข้อควรระวังข้อที่สอง: ตอนดูดน้ำทั้งทะเลสาบเข้าในท้องกรุณาแจ้งก่อนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เจอชะตากรรมติดคุกเหมือนข้า”
“ข้อควรระวังข้อที่สาม: การเป็นพิษน้ำเป็นเรื่องปกติ กรุณาเตรียมยาที่เกี่ยวข้องไว้ก่อนดื่มน้ำ”
ลู่หยางเห็นข้อควรระวังสามข้อ นึกภาพไม่ออกว่าศิษย์พี่ไต้ปู้อฟานเคยเจอเรื่องอะไรมาบ้าง
“เอ๊ะ นั่นแก่นทองคำธาตุน้ำนี่”
เสียงของเซียนอมตะดังขึ้น ลู่หยางแปลกใจพอสมควร
“เซียน ท่านยังไม่หลับอีกหรือ?”
“เล่นพอแล้วค่อยนอน”
เซียนอมตะโบกมือ
“พูดถึงแก่นทองคำธาตุน้ำ ข้านึกขึ้นได้ว่าเคยเจอคู่ต่อสู้ที่มีแก่นทองคำธาตุน้ำสองคน แก่นทองคำของพวกเขาทั้งคู่เป็นชั้นหนึ่ง ในขั้นแก่นทองคำแทบไม่มีคู่ต่อสู้ หากร่วมมือกันยิ่งไม่มีใครต้านได้ คนหนึ่งมีแก่นทองคำสามแม่น้ำห้าทะเลสาบ สามารถเรียกพลังของสามแม่น้ำห้าทะเลสาบ เรียกน้ำจากแม่น้ำ อีกคนมีแก่นทองคำมหาสมุทรไร้ขอบเขต สามารถเรียกพลังของมหาสมุทร เรียกน้ำจากทะเล”
“แก่นทองคำสองแบบนี้แบบไหนแข็งแกร่งกว่ากัน เป็นแก่นทองคำมหาสมุทรไร้ขอบเขตใช่ไหม?”
ลู่หยางสงสัย เพราะพลังของแม่น้ำจะไปสู้พลังของทะเลได้อย่างไร
เซียนอมตะส่ายหน้า:
“พลังของแม่น้ำสู้พลังของทะเลไม่ได้จริง แต่ในขั้นแก่นทองคำก็ไม่สามารถเรียกพลังทั้งหมดออกมาในคราวเดียว จะมีขีดจำกัด พลังสูงสุดของแก่นทองคำทั้งสองแบบไม่ต่างกันเท่าไร พูดไม่ได้ว่าอันไหนสูงอันไหนต่ำ”
“แล้วแก่นทองคำสองแบบนี้มีความแตกต่างอะไรกัน?”
“ก็แน่นอนว่าอันหนึ่งปล่อยน้ำจืด อีกอันปล่อยน้ำเค็มไง”
เซียนอมตะพูดอย่างเป็นเรื่องปกติ ทำหน้าเหมือนลู่หยางโง่
ลู่หยาง “…”
พวกเจ้าผู้บำเพ็ญสมัยโบราณไม่มีอะไรทำหรือไง ถึงได้แยกแก่นทองคำน้ำจืดกับแก่นทองคำน้ำเค็ม
“สองคนนั้นถือว่าแข็งแกร่ง แต่ต่อหน้าวิชาหลบน้ำของข้า ก็ไม่นับว่าเป็นคู่ต่อสู้”
เซียนอมตะพยายามพูดให้ดูเบาๆ สบายๆ แสดงท่าทางมั่นใจแบบพูดคุยเล่นแล้วศัตรูก็สลายเป็นผุยผง แต่ลู่หยางเห็นมุมปากที่นางกดไว้ไม่อยู่ ก็รู้ว่านางภูมิใจแค่ไหน
ลู่หยางอดคิดไม่ได้ เซียนก็คือเซียนจริงๆ แม้ปกติจะดูไม่เอาไหน เชื่อถือไม่ได้ แต่คิดดูดีๆ ในยุคโบราณมีอัจฉริยะมากมาย ดาวดวงเด่นส่องแสง ผู้มีพรสวรรค์ดั่งป่า เป็นยุคที่การบำเพ็ญรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์ และยุคโบราณการแข่งขันโหดร้าย ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น เซียนอมตะสามารถเป็นหนึ่งในเซียนทั้งห้าได้ กว่าจะสำเร็จเป็นเซียนต้องผ่านการต่อสู้มามากมาย เอาชนะคู่ต่อสู้ที่ดูเหมือนไม่มีทางชนะได้มากมาย คนแบบนี้พลังการต่อสู้จะต่ำได้อย่างไร?
แก่นทองคำแบ่งเป็นเก้าชั้น ชั้นหนึ่งแข็งแกร่งที่สุด ชั้นเก้าอ่อนแอที่สุด แก่นทองคำชั้นหนึ่งมีน้อยมาก เหมือนหาทองในทราย แม้แต่สำนักเวิ่นเต๋าที่เป็นสำนักที่มีแต่อัจฉริยะเมื่อออกไปภายนอก ก็รับประกันได้แค่ว่าทุกคนมีแก่นทองคำสามชั้นบน แก่นทองคำชั้นหนึ่งมีเพียงกลุ่มน้อย นี่ก็พอจะบอกได้ว่าแก่นทองคำชั้นหนึ่งแข็งแกร่งแค่ไหน
สองคนที่มีแก่นทองคำชั้นหนึ่งร่วมมือกัน ไม่ต้องพูดก็นึกภาพออกว่าจะเก่งกาจแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกนางทำลายด้วยท่าเดียว สถิตินี้ต้องน่ากลัวมาก
“อ้อใช่ ตอนนั้นเซียนอยู่ขั้นไหนหรือ?”
“ขั้นทารกแรกกำเนิด”
“…ข้าก็ว่าแล้ว”
“เจ้าว่าอะไรนะ?”
“ไม่มีอะไร”
ลู่หยางอ่านต่อไป หลังศิษย์พี่ไต้ปู้อฟานก็เป็นศิษย์พี่จี๋หงเหวิน
“แก่นทองคำไผ่สี่ฤดู แก่นทองคำชั้นหนึ่ง ลายแก่นเป็นป่าไผ่ สี่ฤดูหมุนเวียน ไผ่เขียวไม่เปลี่ยน เขียวชอุ่มตลอดกาล สงบเยือกเย็น แข็งแกร่งไม่หวั่นไหว อ่อนโยนดั่งบัณฑิต”
“วิธีบำเพ็ญ: เมื่อไผ่เริ่มงอก ยอดเพียงหนึ่งนิ้ว แต่ข้อและใบครบถ้วน ดังนั้นการวาดไผ่ต้องมีไผ่ในอกก่อน จับพู่กันมองอย่างถี่ถ้วน จากนั้นกินไผ่เป็นอาหาร ใช้ไผ่เป็นน้ำ ใกล้ชิดธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติ ทุกที่ที่สายตามองเห็นล้วนมีสีเขียว ทำเช่นนี้จึงจะสร้างแก่นได้”
“ข้อควรระวังข้อที่หนึ่ง: ผู้ที่ฝีมือวาดไม่ดีห้ามสร้างแก่นทองคำนี้”
“ข้อควรระวังข้อที่สอง: ระวังการโจมตีของหมีแพนด้าขณะรำพึงในป่าไผ่ พวกมันจะคิดว่าเจ้ากำลังแย่งอาหารของพวกมัน”
“ข้อควรระวังข้อที่สาม: วิธีสร้างแก่นทองคำนี้จำกัดเฉพาะไผ่เขียว อย่าได้ประยุกต์ใช้กับกระบองเพชร ดอกล้านปี หรือพืชอื่นๆ”
เห็นได้ชัดว่าศิษย์พี่ไต้ปู้อฟานและศิษย์พี่จี๋หงเหวินทั้งสองคนล้วนมีประสบการณ์แปลกๆ ตอนสร้างแก่นทองคำ