ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 224 หินวิเศษแค่นี้คงไม่พอ
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนกำลังเคลื่อนไหวในเมืองมณฑลลั่วเฟิง พวกเขาสืบเส้นทางได้แม่นยำ ในยามค่ำคืนมณฑลลั่วเฟิงจะมีผู้บำเพ็ญออกลาดตระเวน แต่สองคนนี้หลบเลี่ยงเส้นทางตรวจตราได้อย่างแยบยล
ตอนนี้หลี่หาวเหรินถูกซูอี้เหรินปลุกให้ตื่น หลังจากได้ฟังคู่หมั้นเล่าเรื่องราวคร่าวๆ สีหน้าเขาก็ดูแปลกๆ
“พี่เมิ่งอวดรวยจนถูกคนจ้องตาเขม็งแล้วหรือ?”
“อะไรกัน ข้ามีเงินแล้วจะพูดกับคนอื่นไม่ได้หรือไง?”
เมิ่งจิ่งโจวถลึงตาใส่ ตอนที่เขาเป็นคุณชายตระกูลเมิ่งในเมืองหลวง ใครกล้าจ้องของของเขา?
ซูอี้เหรินพาทั้งสามคนแอบตามผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนนั้น ขณะที่กระโดดไปตามหลังคา ลู่หยางเหลือบเห็นเงาคนห่างๆ กำลังเคลื่อนไหวบนหลังคาเช่นเดียวกัน
“ยามค่ำคืนในมณฑลลั่วเฟิงคึกคักถึงเพียงนี้หรือ?”
ลู่หยางคิดจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนนั้นกระโดดเข้าไปในคฤหาสน์กำแพงสูง ก็จำต้องสนใจเรื่องตรงหน้าก่อน
“ข้าจำได้ว่าที่นี่คือ…จวนผู้ว่าการมณฑล?”
หลี่หาวเหรินพูดอย่างลังเล สงสัยว่าตนเองจำผิดหรือไม่
หินเลือดหงส์ราคาห้าแสนหินวิเศษนั้นมีค่าจริง แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดที่จะทำให้ผู้ว่าการมณฑลต้องสนใจ
นอกเสียจากว่าหินเลือดหงส์ที่พี่เมิ่งซื้อมาจะมีความลับบางอย่าง
คฤหาสน์กำแพงสูงมีค่ายกลปกคลุม หากบุกเข้าไปโดยไม่รู้วิธี คนในคฤหาสน์ก็จะรู้ตัว
ซูอี้เหรินไม่สนใจค่ายกล พาทั้งสามคนเข้าไปในคฤหาสน์ได้อย่างราบรื่น
“ท่าน พวกเราพลาดแล้ว”
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนพูดอย่างนอบน้อมกับชายวัยกลางคนที่ยืนไขว้มือ
หลี่หาวเหรินไม่เคยเห็นผู้ว่าการมณฑล ไม่รู้ว่าชายวัยกลางคนผู้นี้เป็นผู้ว่าการมณฑลหรือเป็นผู้จัดการจวน
ชายวัยกลางคนตอบรับเบาๆ “อืม สิ่งนั้นเอามาได้หรือไม่?”
สองคนดูละอายใจ “พบเหตุไม่คาดคิด พวกเราเกรงว่าจะสร้างความวุ่นวายมากเกินไป จึงไม่ได้ขโมยของสิ่งนั้นมา”
“เหตุไม่คาดคิด?”
“ใช่ พวกเราพบคนที่มาขโมยของสิ่งนั้นเช่นกันที่บ้านหลี่หาวเหริน แม้พวกเขาไม่ได้เปิดเผยตัวตน แต่ข้าสงสัยว่าพวกเขาเป็นคนที่ตระกูลหม่อส่งมา”
“เกิดอะไรขึ้น เล่ามาให้ละเอียด”
สองคนเล่าเหตุการณ์ตอนนั้นอย่างละเอียด ใครจะคิดว่าท่านจะโกรธจัด
“หึ พวกเจ้าถูกหลอกแล้ว! คนที่พวกเจ้าเจอไม่ใช่คนของตระกูลหม่อ แต่เป็นศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า!”
“หากข้าคาดไม่ผิด ตอนนี้พวกเขากำลังแอบฟังอยู่บนหลังคา!”
“ข้าพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว พวกเจ้าก็ออกมาเถอะ มาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา”
หลี่หาวเหรินตกใจ กำลังจะปรากฏตัว แต่ถูกลู่หยางดึงไว้
ลู่หยางส่ายหน้า ไม่พูดอะไร
ท่านรอครู่ใหญ่ก็ไม่มีคนออกมา “ดูเหมือนคนที่พวกเจ้าเจอจะเป็นคนของตระกูลหม่อจริงๆ สมกับที่ตระกูลหม่อก็รู้เรื่องสิ่งนั้นเช่นกัน”
เมื่อครู่เขาแค่ลองหลอกดู
เมื่อวานเขาได้ยินลูกน้องรายงานว่า มีศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าขั้นสร้างฐานสามคนมาถึงมณฑลลั่วเฟิง หนึ่งในนั้นเป็นคนพื้นที่มณฑลลั่วเฟิง แต่เขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้
ใครจะคิดว่าบ่ายนี้ลูกน้องมารายงานว่า หนึ่งในศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าซื้อหินเลือดหงส์ที่หายากมาก และยังไปหาหินเลือดหงส์แบบเดียวกันที่ร้านค้าอื่น
เขาฟังลูกน้องบรรยายลักษณะหินเลือดหงส์แล้วตกใจ สงสัยว่าเป็นหินเลือดหงส์ก้อนที่มีปัญหานั่น
เรื่องนี้จะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือสำนักเวิ่นเต๋าไม่ได้ หากสำนักเวิ่นเต๋าพบความผิดปกติก็จะแย่
เขาส่งลูกน้องสองคนไปขโมยหินเลือดหงส์ แต่กลับเจอตระกูลหม่อ
ตระกูลหม่อเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งในมณฑลลั่วเฟิง ไม่ถูกกับเขาที่เป็นผู้ว่าการมณฑล อยากจับจุดอ่อนของเขามาตลอด
“จุ๊ ไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นหลุดออกมาได้อย่างไร ไปสอบถามเจ้าของร้านที่ขายของสิ่งนั้นหรือยัง?”
“คนไม่อยู่แล้ว ได้ยินลูกจ้างพูดว่า เจ้าของร้านได้เงินก้อนใหญ่ พาภรรยาลูกไปเที่ยวแล้ว ไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับ ตอนนี้เหลือแต่ลูกจ้างสองสามคนเฝ้าร้าน”
“น่าอิจฉาจริงๆ”
“อะไรนะ ท่านพูดอะไร?”
“ไม่มีอะไร”
ผู้ว่าการมณฑลคิดในใจว่า รอทำงานนี้เสร็จ เขาก็จะพาภรรยาลูกไปเที่ยวที่อื่นบ้าง
“ทางเหมืองว่าอย่างไร เมื่อไหร่งานจะเสร็จ? จะอ้างเรื่องอุโมงค์เหมืองถล่มเพื่อห้ามคนงานเข้าไปขุดแร่ไปเรื่อยๆ ไม่ได้”
ข้ออ้างเรื่องอุโมงค์เหมืองถล่มประวิงเวลาได้ชั่วคราว เพราะในโลกการบำเพ็ญ แค่หาผู้บำเพ็ญระดับสูงสักกี่คนก็สามารถเจาะอุโมงค์เหมืองใหม่ได้โดยตรง
ยกตัวอย่างเช่นตัวผู้ว่าการมณฑลเอง แค่ลงมือครึ่งวันก็เจาะอุโมงค์เหมืองได้ ตอนนี้เขาประกาศว่าบำเพ็ญผิดพลาด สิบห้าวันนี้ลงมือไม่ได้
“พวกเขาบอกว่าต้องใช้เวลาอีกสามวัน”
“บอกให้พวกเขาเร่งมือ แต่ต้องระวังเรื่องการรักษาความลับ ห้ามให้คนนอกรู้เรื่องนี้เด็ดขาด เรื่องนี้ไม่เพียงเกี่ยวกับพวกเรา แต่ยังเกี่ยวกับผลประโยชน์ของตระกูลหงส์!”
“ขอรับ!”
ทั้งสี่คนได้ยินแล้วตกตะลึง จากที่ผู้ว่าการมณฑลพูด เขายังสมรู้ร่วมคิดกับตระกูลหงส์ด้วย?
เมื่อยุคทองใกล้มาถึง การแย่งชิงผลประโยชน์ทั้งเปิดเผยและลับๆ ระหว่างดินแดนกลางกับกลุ่มอำนาจต่างๆ ก็ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความขัดแย้งระหว่างดินแดนกลางกับเผ่าปีศาจ
ในเผ่าปีศาจมีทั้งฝ่ายที่ต้องการทำสงครามกับราชวงศ์ต้าเซี่ย และฝ่ายที่ต้องการผ่อนคลายความสัมพันธ์กับราชวงศ์ต้าเซี่ยเพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤติยุคทองร่วมกัน ดังนั้นเผ่าปีศาจจึงแบ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนสงครามและฝ่ายสนับสนุนสันติภาพ
“แค่ไม่รู้ว่าตระกูลมังกรกับตระกูลหงส์อยู่ฝ่ายไหน”
ลู่หยางได้ยินว่าเผ่าปีศาจส่งสายลับมากมายแทรกซึมเข้ามาในดินแดนกลาง มีแผนก่อกวนอยู่เบื้องหลัง
“อีกอย่าง รู้หรือไม่ว่าจะจัดการกับพวกเขาอย่างไรหลังจากทำงานนี้เสร็จ?”
พูดถึงตรงนี้ ผู้ว่าการมณฑลแสดงสีหน้าไม่อยากทำ แต่จำเป็นต้องทำ
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนชะงัก แววตาเผยความสังหาร
“ท่านหมายถึง…วันเหล่านี้ถือเป็นการทำงานล่วงเวลา ต้องจ่ายค่าแรงให้พวกเขาสามเท่า?”
“ใช่”
ผู้ว่าการมณฑลหันมา เห็นแววตาของผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนแล้วก็ชะงัก
“พวกเจ้าทำหน้าแบบนั้นทำไม?”
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนพูดอย่างน้อยใจ
“ท่าน ตอนพวกเราทำกะกลางคืน ท่านไม่เคยบอกว่าจะให้ค่าทำงานล่วงเวลาเลย เหมือนคืนนี้ไงขอรับ”
แม้ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำจะไม่ต้องนอน แต่จะใช้งานพวกเขาทั้งกลางวันแล้วยังต่อกลางคืนไม่ได้นะ
ภรรยายังรออยู่บนเตียงเลย
ทำไมคนอื่นทำงานล่วงเวลาได้ค่าแรงเพิ่ม แต่พวกเราต้องทำฟรี?
“…ให้พวกเจ้าด้วย”
“ท่าน แล้วหินเลือดหงส์ก้อนนั้นจะทำอย่างไร?”
“หึ ในเมื่อทำแบบลับๆ ไม่สำเร็จ ก็มาทำแบบเปิดเผย พวกเจ้าปลอมตัวเป็นพ่อค้า บอกว่าหินเลือดหงส์ก้อนนั้นหายาก จะทุ่มเงินซื้อไว้!”
“ทุ่มเท่าไหร่ขอรับ?”
“หนึ่งล้านหินวิเศษ!”
ผู้ว่าการมณฑลไม่เชื่อว่าการค้าที่กำไรห้าแสนหินวิเศษ ศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าขั้นสร้างฐานจะไม่สนใจ
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนแสดงสีหน้าลังเล
“เป็นอะไร มีอะไรก็พูดมา”
“ท่าน ศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าผู้นั้นอาจจะไม่สนใจหินวิเศษแค่นี้”
“งั้นหนึ่งล้านห้าแสนหินวิเศษ!”
ผู้ว่ำการมณฑลตัดสินใจเด็ดขาด เขาไม่เชื่อว่าสองล้านหินวิเศษอีกฝ่ายจะไม่ยอมปล่อยมือ?
“อาจจะยังไม่พอ”
“สองล้าน!”
“ยังไม่พออีก”
ผู้ว่าการมณฑลโกรธจัด “งั้นพวกเจ้าบอกมา ต้องใช้หินวิเศษเท่าไหร่อีกฝ่ายถึงจะยอมปล่อยมือ! ข้าไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายแค่ขั้นสร้างฐาน จะมีหินวิเศษมากขนาดไหน เผชิญหน้ากับสองล้านหินวิเศษแล้วยังไม่สนใจ!”
“พวกเราได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นบุตรชายคนโตตระกูลเมิ่ง”
บุตรชายคนโต ตระกูลเมิ่ง สองคำนี้รวมกัน หมายถึงอำนาจและความร่ำรวยมหาศาล ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
ตระกูลเมิ่งในฐานะตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของดินแดนกลาง มีชื่อเสียงกึกก้องไปทั่ว
ผู้ว่าการมณฑลได้ยินแล้วยิ่งโกรธ ไม่กลัวฐานะของเมิ่งจิ่งโจวแม้แต่น้อย “บุตรชายคนโตตระกูลเมิ่งแล้วอย่างไร อย่างมากพรุ่งนี้กลางคืนข้าไปขโมยเอง!”