ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 352 ได้ยินว่ำลู่หยำงต่อสู้ข้ำมขั้นได้สำมระดับ
- Home
- ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ!
- บทที่ 352 ได้ยินว่ำลู่หยำงต่อสู้ข้ำมขั้นได้สำมระดับ
ผู้ปกครองแคว้นสูดลมหำยใจลึกสองครั้ง พยำยำมข่มใจไม่ให้เตะผู้ใต้บังคับบัญชำออกไป
ให้คนไปอยู่ในคุก เจ้ำคิดว่ำคนที่มำเป็ นคนของสำนักเวิ่นเต๋ำหรือไร?
เขำจ้องผู้ใต้บังคับบัญชำเขม็ง “ไป เชิญศิษย์สำนักเซียนมำ ในจวนยังมีห้องรับรองว่ำงอยู่หลำยห้อง เจ้ำไปจัดกำรทำควำมสะอำด ที่ต้องวำงค่ำยกลรวมพลัง ก็วำงค่ำยกลรวมพลัง ที่ต้องวำงหินบำรุงจิต ก็วำงหินบำรุงจิต”
“ขอรับ!”
ไม่นำน ศิษย์สำนักเซียนสำมคนเดินเข้ำมำในจวนทำงกำร ชำยสองหญิงหนึ่ง ท่ำทำงสง่ำงำม แววตำเปี่ยมด้วยควำมมั่นใจ
ผู้ปกครองแคว้นมองศิษย์สำนักเซียนทั้งสำม พยักหน้ำในใจ สมกับเป็ นศิษย์สำนักเซียน แค่มองก็รู้ว่ำเป็ นมังกรในหมู่มนุษย์ อำยุยังน้อยก็บรรลุขั้นแก่นทองคำ พรสวรรค์น่ำสะพรึงจริงๆ
ผู้ปกครองแคว้นมองออกว่ำทั้งสำมอยู่ในขั้นแก่นทองคำช่วงต้น จำกจดหมำยตอบรับของสำนักเซียน ทั้งสำมคนนี้อำยุยังไม่ถึงสิบแปดปี แก่นทองคำในวัยสิบแปด และเป็ นแก่นทองคำระดับหนึ่งด้วย ควำมเร็วในกำรบำเพ็ญเช่นนี้แทบไม่เคยมีในประวัติศำสตร์ คงเป็ นผู้มีบทบำทสำคัญในกำรแย่งชิงยุคทองที่กำลังจะมำถึงแน่
“คำรวะท่ำนผู้ปกครองแคว้น หญิงน้อยหลำนถิงจำกสำนักวังเซียนเยว่กุย” หลำนถิงร่ำงบำงเบำ สวมชุดขำวดั่งบิน ดวงตำใสกระจ่ำงดุจดวงดำว ชำยกระโปรงพลิ้วไหวตำมกำรเคลื่อนไหว
“ข้ำน้อยไป๋ หมิงจำกสำนักธำตุทั้งห้ำ” ไป๋ หมิงยังคงสีหน้ำเย็นชำเช่นเคย
“เยี่ยนเทียนจื้อจำกสำนักเจิ้นยู่” เยี่ยนเทียนจื้อพูดสั้นกะทัดรัด
“กำรให้คะแนนกำรประลองในงำนเลี้ยงพรุ่งนี้ ก็ต้องรบกวนหลำนทั้งสำมแล้ว” ผู้ปกครองแคว้นยิ้มระรื่น แม้ว่ำผู้เข้ำร่วมประลองพรุ่งนี้จะเป็ นคนรุ่นรำวครำวเดียวกัน แต่ทั้งสำมคนนี้เป็ นศิษย์สำนักเซียน มีประสบกำรณ์ไม่ธรรมดำ กำรให้คะแนนกำรประลองใหญ่พรุ่งนี้ย่อมเพียงพอ
“จะทำให้ดีที่สุด”
“อ้อใช่ พวกหลำนๆ เคยเห็นคนของสำนักเวิ่นเต๋ำหรือไม่?”
ทั้งสำมส่ำยหน้ำ พวกเขำออกเดินทำงจำกสำนักของตน มำพบกันที่แคว้นชิง ไม่เคยเห็นคนของสำนักเวิ่นเต๋ำ
“แปลกจริง สำนักเวิ่นเต๋ำส่งจดหมำยตอบมำว่ำครั้งนี้จะส่งคนมำสองคน คนหนึ่งชื่อลู่หยำง อีกคนชื่อเมิ่งจิ่งโจว เป็ นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดสองคนของรุ่นปัจจุบัน ถ้ำนับเวลำแล้ว พวกเขำก็ควรจะมำถึงแล้ว” ผู้ปกครองแคว้นสงสัย คิดไม่ออกว่ำเพรำะอะไร
หลำนถิงได้ยินชื่อที่คุ้นเคย นึกถึงช่วงเวลำที่เปิ ดร้ำนย่ำงในมณฑลเหยียนเจียง นำงได้รับภำรกิจจำกสำนัก พยำยำมทุกวิถีทำงเพื่อแทรกซึมเข้ำไปในลัทธิอมตะ แต่น่ำเสียดำยที่เวลำคลำดเคลื่อน พลำดช่วงที่ลัทธิอมตะรับคน จำกนั้นก็ได้พบกับลู่หยำงสำมคน รู้ว่ำทั้งสำมเข้ำร่วมลัทธิอมตะสำเร็จ
ตอนสุดท้ำยในมณฑลเหยียนเจียง นำงร่วมมือกับลู่หยำงสำมคน สังหำรหัวหน้ำสำขำเหยียนเจียง ลู่หยำงสำมคนยังได้รับควำมชื่นชมจำกผู้บริหำรระดับสูงของลัทธิอมตะ ได้เลื่อนตำแหน่ง ส่วนนำงก็กลับสำนักไปรำยงำนสถำนกำรณ์ภำรกิจ
นำงยังคิดว่ำจะติดต่อลู่หยำงดีไหม ถำมว่ำมีอะไรให้ช่วยหรือไม่ ถ้ำเป็ นไปได้ก็อยำกถอนรำกถอนโคนอีกสักสำขำ ใครจะคิดว่ำผ่ำนไปไม่ถึงสองเดือน ก็มีข่ำวว่ำลัทธิอมตะล่มสลำย
ตอนที่นำงได้ยินข่ำวนี้ตกตะลึงไปนำน คิดว่ำได้ยินข่ำวปลอม เพิ่งผ่ำนไปแค่สองเดือนเอง! แม้ว่ำจะประกำศต่อภำยนอกว่ำสำนักเวิ่นเต๋ำและรำชสำนักร่วมมือกันจัดกำรรังของลัทธิอมตะ แต่หลำนถิงกล้ำพนันได้เลยว่ำ เรื่องนี้ต้องมีฝีมือของลู่หยำงแน่นอน!
ภำยหลังไปประชุมที่สำนักเวิ่นเต๋ำ ศิษย์พี่ใหญ่สำนักเวิ่นเต๋ำยังเสนอให้นำงแต่งงำนกับลู่หยำง ทำเอำอำจำรย์ตกใจรีบลำกนำงหนี กลัวจะถูกกักตัวไว้ ไม่รู้ว่ำทำไมอำจำรย์ถึงกลัวศิษย์พี่ใหญ่สำนักเวิ่นเต๋ำขนำดนั้น
“อ้อ อย่ำงนี้นี่เอง…” ผู้ปกครองแคว้นกลุ้มใจ แต่แล้วก็โล่งอก เมื่อสำนักเวิ่นเต๋ำตอบจดหมำยมำว่ำทั้งสองคนจะมำ ก็ต้องมำแน่นอน บำงทีวันนี้พวกเขำอำจจะร่วมงำนเลี้ยง พรุ่งนี้ก่อนกำรประลองใหญ่เริ่ม ก็จะไปนั่งที่ที่นั่งกรรมกำรโดยตรง ก็พอจะเข้ำใจได้
“อ้อใช่ วัดเสวียนคงฝำกข้ำบอกท่ำนผู้ปกครองแคว้นด้วยว่ำ แต่เดิมวัดเสวียนคงจะส่งศิษย์พี่ซื่อฉำนมำ แต่น่ำเสียดำยที่ศิษย์พี่ซื่อฉำนเกิดเหตุไม่คำดฝันระหว่ำงเผยแผ่พระธรรม ไม่สำมำรถมำได้ และวัดเสวียนคงก็มีคนน้อยอยู่แล้ว ยำกที่จะส่งคนอื่นมำแทน”
ซื่อฉำนก็คือศิษย์ผู้รับกำรถ่ำยทอดรุ่นปัจจุบันของวัดเสวียนคง
“เขำเจอเรื่องอันตรำย ต้องกำรให้ข้ำส่งคนไปช่วยหรือไม่?”
“ไม่ใช่เรื่องอันตรำยหรอก แค่เขำไม่เข้ำใจควำมหมำยของคำว่ำ ‘วำงกระบี่แล้วบรรลุธรรม’ ก็เลยไปสมัครงำนที่โรงฆ่ำสัตว์ อยำกลองดูว่ำตอนที่เขำวำงมีดจะบรรลุธรรมได้หรือไม่”
ผู้ปกครองแคว้นอึ้งไปนำน พูดไม่ออกว่ำควรจะพูดอะไร ได้แต่บอกว่ำ “ดึกแล้ว เชิญพวกหลำนๆ ไปพักผ่อนที่จวนเถอะ”
หลังผู้ปกครองแคว้นจำกไป หลำนถิงก็ถำมขึ้นทันที “พี่ไป๋ หมิง ตอนที่ท่ำนผู้ปกครองแคว้นพูดถึงลู่หยำงกับเมิ่งจิ่งโจว สีหน้ำพี่เปลี่ยนไป รู้จักสองคนนี้หรือ?”
ไป๋ หมิงถอนหำยใจ “ไม่ใช่แค่รู้จัก ข้ำเคยต่อสู้กับเขำด้วย”
“น้องหลำนถิงไม่รู้เมื่อสี่เดือนก่อนสำนักธำตุทั้งห้ำของพวกเรำไปแลกเปลี่ยนที่สำนักเวิ่นเต๋ำ ในกำรประลองขั้นสร้ำงฐำน ลู่หยำงแสดงวิชำไฟสำมรส วิชำดำดิน และวิชำธำตุทั้งห้ำอื่นๆ ข้ำคิดว่ำตนเองเก่งกำจในวิชำธำตุทั้งห้ำ แต่น่ำเสียดำยที่ลู่หยำงมีวิชำที่สำมำรถรับมือกับข้ำได้ทุกด้ำน”
“ตอนที่ข้ำพ่ำยแพ้ ข้ำเกิดควำมรู้แจ้ง ทะลวงขีดจำกัด บรรลุขั้นสูงขึ้นในระหว่ำงต่อสู้ บรรลุถึงขั้นสร้ำงฐำนช่วงปลำย สิ่งที่ข้ำไม่คำดคิดคือ ลู่หยำงไม่เคยใช้พลังจริงตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อเขำเห็นข้ำบรรลุขั้นในระหว่ำงต่อสู้ ก็เปลี่ยนไปรำวกับเป็ นคนละคน ทั้งแววตำและท่ำทำงเปลี่ยนไป ข้ำยังไม่ทันได้ลงมือ ก็ถูกเขำจัดกำรด้วยกระบวนท่ำเดียว หำกอำจำรย์ไม่ออกมือช่วยทันเวลำ ข้ำคงบำดเจ็บสำหัสหรือไม่ก็ตำย”
สำนักเซียนทั้งห้ำมีควำมสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน คนรุ่นเดียวกันจึงเรียกกันว่ำพี่น้อง
“แข็งแกร่งขนำดนั้นเลย!” หลำนถิงตกตะลึง นำงรู้ว่ำลู่หยำงมีพรสวรรค์ด้ำนวิชำอำคมน่ำตื่นตะลึง แต่ไม่คิดว่ำลู่หยำงจะสำมำรถเอำชนะไป๋ หมิงได้ด้วยกระบวนท่ำเดียว
เยี่ยนเทียนจื้อก็เบิกตำกว้ำง แสดงสีหน้ำประหลำดใจอย่ำงยิ่ง เขำเคยต่อสู้กับไป๋ หมิง อีกฝ่ ำยเชี่ยวชาญทั้งวิชำหอกและวิชำธำตุทั้งห้ำ ทั้งกำรต่อสู้ระยะไกลและระยะประชิดล้วนรับมือยำก จะพ่ำยแพ้ด้วยกระบวนท่ำเดียวได้อย่ำงไร?
“ตำมที่อำจำรย์บอก วิชำที่ลู่หยำงใช้คือวิชำเทพระดับสูงยุคโบรำณที่สูญหำยไปแล้ว – วิชำหลบน้ำ หำกไม่มีวิธีรับมือพิเศษ วิชำนี้ก็ไม่มีทำงต้ำน สำมำรถดึงน้ำในร่ำงกำยศัตรูออกมำ ทำให้กลำยเป็ นมัมมี่” ไป๋ หมิงนึกถึงภำพที่ลู่หยำงใชวิชำหลบน้ำอย่ำงง่ำยดำย รู้สึกหวำดกลัวขึ้นมำ
ดูท่ำทำงที่เขำใช้วิชำเทพยุคโบรำณได้อย่ำงง่ำยดำยแล้ว ถึงแม้ว่ำตนเองจะรับมือกับวิชำหลบน้ำได้ ก็คงมีวิชำเทพอื่นๆ รออยู่
“ไม่เพียงเท่ำนั้น ผู้อำวุโสใหญ่สำนักเวิ่นเต๋ำยังยอมรับด้วยปำกว่ำ ลู่หยำงใช้ร่ำงขั้นสร้ำงฐำน ท้ำสู้ข้ำมขั้น”
เยี่ยนเทียนจื้อยิ้ม ไม่ได้ใส่ใจ พวกเขำทั้งสำมก็สำมำรถท้ำสู้ข้ำมขั้นได้ ไม่ใช่เรื่องที่ควรค่ำแก่กำรโอ้อวด
ไป๋ หมิงพูดเสียงหนัก “เขำข้ำมสำมขั้นใหญ่ติดต่อกัน ตอนที่อยู่ในขั้นสร้ำงฐำน เขำเอำชนะทั้งขั้นแก่นทองคำ ขั้นทำรกแรกกำเนิด และขั้นแปลงร่ำงเซียน!”
หลำนถิงและเยี่ยนเทียนจื้อตกตะลึงจนพูดไม่ออก ข้ำมสำมขั้น นี่มันเรื่องเหลือเชื่อ หลำนถิงนึกถึงกำรต่อสู้ครั้งที่ร่วมมือกับลู่หยำงสังหำรหัวหน้ำสำขำเหยียนเจียง ลู่หยำงทำท่ำสบำยๆ ตลอด ที่แท้เขำไม่เคยใช้พลังเต็มที่เลย
“ข้ำสงสัยว่ำตอนที่เขำท้ำสู้ข้ำมขั้น คงอำศัยจังหวะ สถำนที่ ค่ำยกล ยำลูกกลอน และเงื่อนไขอื่นๆ” ไป๋ หมิงวิเครำะห์ ไม่เช่นนั้นเขำก็จินตนำกำรไม่ออกว่ำขั้นสร้ำงฐำนจะเอำชนะขั้นแปลงร่ำงเซียนได้อย่ำงไร ถึงกระนั้น กำรที่สำมำรถต่อสู้ข้ำมสำมขั้นใหญ่ได้ ก็เป็ นเรื่องน่ำสะพรึงกลัวแล้ว อย่ำงน้อยพวกเขำทั้งสำมก็ทำไม่ได้
“น่ำเสียดำยจริง ไม่รู้ว่ำสองคนนั้นไปอยู่ที่ไหน บำงทีพรุ่งนี้ตอนประลองใหญ่อำจจะได้เจอก็ได้”
บทที่ 354 จะให้คะแนนอย่างไรดี
ลู่หยางบนเวทีประลองและเมิ่งจิ่งโจวใต้เวทีต่างจมอยู่ในภวังค์ความคิด
ศิษย์พี่ใหญ่เคยบอกว่า ทางการแคว้นชิงเชิญศิษย์สำนักเวิ่นเต๋ามาร่วมงานเทศกาล เงื่อนไขคืออายุต่ำกว่าสิบแปดปี พวกเขาสองคนอยากแลกเปลี่ยนกับคนรุ่นใหม่ จึงสมัครเข้าแข่งขัน ตรรกะรัดกุม ไม่มีที่ติ
แต่ทำไมหลานถิง ไป๋ หมิง และคนที่ไม่รู้จักอีกคนถึงนั่งอยู่บนเวที? พวกเขาอายุเกินสิบแปดปีแล้วหรือ?
คนใต้เวทีได้ยินว่าลู่หยางเป็ นคนของสำนักเวิ่นเต๋า ต่างสูดลมหายใจเย็นเฮือก ไม่คิดว่างานเทศกาลครั้งนี้แม้แต่คนจากสำนักเซียนทั้งห้าก็มาร่วมแข่งขัน ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน
“แต่ลู่หยางเป็ นใคร? พวกเจ้าเคยได้ยินไหม?” ผู้คนงุนงง สำนักเวิ่นเต๋ามีชื่อเสียง แต่มีสองสามคนที่รู้จักลู่หยาง
“ไม่เคยได้ยิน ข้าได้ยินแต่คู่ต่อสู้ของเขา ฝ่อองเหอ”
“ข้าก็เช่นกัน ได้ยินว่าฝ่อองเหอบรรลุธรรมผ่านการฟังดนตรี นำพลังเข้าสู่ร่างกาย ก้าวเข้าสู่หนทางเซียน หลังจากบรรลุขั้นสร้างฐาน ในงานประมูลได้พิณโบราณที่ชำรุด ดูเหมือนเป็ นของวิเศษของผู้ยิ่งใหญ่บางคน มีโจรผู้บำเพ็ญเกิดความโลภ อยากจะแย่งชิง โจรผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานช่วงต้นหนึ่งคนและขั้นฝึกลมปราณช่วงปลายสองคนกลับถูกฝ่อองเหออาศัยพลังของพิณโบราณจับตัวได้”
ชื่อของลู่หยางไม่ดังเท่าตัวเต็งที่มีชื่อเสียง ตัวเต็งที่มีชื่อเสียงล้วนมีสำนักคอยผลักดันอยู่เบื้องหลัง สร้างชื่อเสียงให้ศิษย์ของตน โฆษณาว่าศิษย์ของตนลงจากเขาช่วยเหลือประชาชน สังหารโจร ผี ปีศาจ หรือไม่ก็ได้อันดับหนึ่งในการประลองภายในสำนัก ไม่มีคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน แย่หน่อยก็มีชีวิตที่น่าเศร้า พ่อแม่ตายทั้งคู่ ชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรค การบำเพ็ญต้องฝ่าฟันความยากลำบากนับพันนับหมื่น… พูดง่ายๆ คือโฆษณาอย่างไรให้โดดเด่นก็ทำอย่างนั้น
ยังมีหลานถิง ไป๋ หมิง เหยียนเทียนจื้อ และคนอื่นๆ ตอนที่พวกเขาทำภารกิจของสำนัก การปราบปรามคนชั่วก็มีไม่น้อย ขุนนาง นายอำเภอ ผู้ว่าการมณฑลเห็นพวกเขาก็ต้องสุภาพ กลัวว่าพวกเขาจะใช้อำนาจบังคับใช้กฎหมายของสำนักเซียน การกระทำของพวกเขาแพร่สะพัดในหมู่ชาวบ้าน มีชื่อเสียงยิ่งกว่าตัวเต็งที่มีชื่อเสียง
แต่ดูลู่หยางสิ ตอนอยู่ขั้นสร้างฐานแทรกซึมเข้าลัทธิอมตะ จัดการหัวหน้าสาขาเหยียนเจียงที่ทำงานเป็ นผู้ว่าการมณฑลไปด้วย ภายหลังหลอกให้รองประมุขลัทธิอมตะตายที่สำนักเวิ่นเต๋า สุดท้ายก็ถอนรากถอนโคนลัทธิอมตะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหนึ่งหมื่นสี่พันปี
ตอนอยู่ขั้นแก่นทองคำปลอมตัวเป็ นอัจฉริยะยุคโบราณ ตั้งลัทธิสวรรค์ หลอกให้ลัทธิจิ่วอิ่วยอมเลิกความคิดที่จะฆ่าคนชั่วคราว หันมาเปิดร้านย่างแทน เรื่องพวกนี้ต้องเก็บเป็ นความลับไม่พูดถึง ถึงพูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อ
“ที่แท้ก็เป็ นสหายจากสำนักเวิ่นเต๋า มาสู้กัน!” ฝ่อองเหอมั่นใจเต็มเปี่ยม เผยรอยยิ้มสดใส หยิบพิณโบราณที่สภาพภายนอกสมบูรณ์ออกมาจากแหวนเก็บของ ภายใต้แสงอาทิตย์ เส้นสายสีทองส่องประกายวับวาว
อาจารย์ของเขาหาคนมาตรวจสอบแล้ว พิณโบราณนี้เป็ นของที่ระลึกของผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนบางคน ซ่อมแซมไปแล้วเจ็ดส่วน แม้จะไม่สามารถแสดงพลังทั้งหมดเหมือนตอนอยู่ในมือผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียน แต่วัตถุวิเศษระดับนี้ แค่ใช้เพียงเสี้ยวเดียว คนระดับเดียวกันก็ยากจะต้านทาน
ฝ่อองเหอมีเหตุผลที่จะภาคภูมิใจ ลู่หยางมีศิษย์น้องชายหญิงสิบกว่าคนที่เข้าสำนักรุ่นเดียวกัน อายุไม่ถึงสิบแปดปี พวกเขาเพิ่งจะบรรลุขั้นสร้างฐาน คนที่เร็วที่สุดอาจจะอยู่ในขั้นสร้างฐานช่วงกลาง
จากนี้ก็เห็นพรสวรรค์ในการบำเพ็ญของฝ่อองเหอได้ แน่นอนว่า ศิษย์น้องชายหญิงของลู่หยางถูกปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ส่วนฝ่อองเหอมีสำนักคอยบ่มเพาะอย่างพิถีพิถัน ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ทั้งหมด
เผชิญหน้ากับคนวัยเดียวกันที่มั่นใจขนาดนี้ ลู่หยางไม่ได้ประมาท ใช้แก่นทองอมตะ ไม่นานแก่นทองอมตะก็ให้ผลลัพธ์
“สู้ไปเรื่อยๆ”
ติ๊ง—
เสียงพิณโบราณดังก้องเหมือนระฆังทอง เสียงดุจมังกรและเสือคำราม แสงสีทองเริ่มสั่นไหว ปล่อยคลื่นเสียงที่รุนแรงกวาดใส่ลู่หยาง ชั่วพริบตาดนตรีจากพิณโบราณราวกับงูขาวที่วาดโค้งแม่นยำในอากาศ คลื่นเสียงแผ่รังสีความร้อนและพลัง ไอสังหารแผ่ซ่าน
ฝ่อองเหอลงมือก่อน ป้อนพลังเข้าพิณโบราณ ชิงความได้เปรียบ ยึดสถานการณ์การต่อสู้ ไม่ว่าลู่หยางจะต้านการโจมตีครั้งนี้หรือหลบหลีก เขาก็คำนวณขั้นตอนต่อไปที่ควรรับมือไว้แล้ว การต่อสู้ ต้องเต็มไปด้วยการคำนวณ!
“คลื่นเสียงปรากฏรูป! เพิ่งบรรลุขั้นสร้างฐานก็ฝึกวิธีนี้ได้แล้ว?” ผู้บำเพ็ญที่มีประสบการณ์คนหนึ่งอุทานด้วยความตกใจ ผู้บำเพ็ญที่ศึกษาดนตรีกี่คนต้องใช้เวลาสิบยี่สิบปีถึงจะฝึกวิธีนี้ได้ กลับถูกฝ่อองเหอเด็กรุ่นหลังทำได้
“ได้ยินว่าฝ่อองเหอใช้วิธีนี้เอาชนะโจรผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานช่วงต้นที่มีประสบการณ์!”
“ตอนนั้นพิณโบราณยังชำรุด ตอนนี้ซ่อมแซมสำเร็จแล้ว พลังคงจะแรงกว่าเดิม!”
“เริ่มต้นก็ใช้ไม้ตายเลยนะ!”
“ลู่หยางจากสำนักเวิ่นเต๋าจะรับมือกับกระบวนท่านี้ได้หรือ?”
ลู่หยางเผชิญหน้ากับคลื่นเสียงที่ปรากฏรูป ไม่มีความประมาทแม้แต่น้อย ทุ่มเทเต็มที่ มือขวาพัดลงอย่างแรง กวาดคลื่นเสียงที่มีไอสังหารกระจายไป
เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ชี้นิ้วชี้ออกไป ปล่อยพลังกระบี่ที่มองไม่เห็น ฝ่อองเหอตอบสนองไม่ทัน วัตถุวิเศษป้องกันเจ้าของ โดดมาขวางหน้าฝ่อองเหอเอง พลังกระบี่คมกริบและหนักหน่วง กระแทกใส่พิณโบราณ คลื่นพลังกระทบอวัยวะภายในของฝ่อองเหอ ฝ่อองเหอกอดพิณโบราณกระเด็นออกนอกเวที
ผู้บำเพ็ญใต้เวทีเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จนหนังศีรษะชา
“พวกเจ้าเห็นกระบวนท่าเมื่อครู่หรือไม่ เป็ นพลังกระบี่หรือ นี่เป็ นครั้งแรกที่ข้าเห็นพลังกระบี่!”
“ตบเดียวก็กวาดคลื่นเสียงกระจาย กระบวนท่าเดียวก็เอาชนะฝ่อองเหอ ลู่หยางคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ!”
“เขาอยู่ระดับไหนกันแน่?!”
หลานถิงบนที่นั่งกรรมการนิ่งเงียบไปนาน
ตอนที่นางรับคำขอร้องจากผู้ปกครองแคว้น ยังคิดว่าเรื่องนี้ง่าย แค่การต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ ของขั้นสร้างฐาน การให้คะแนนข้อดีข้อเสียไม่ยาก ภาพตรงหน้านี้เป็ นสิ่งที่นางคาดไม่ถึง
จะพูดอย่างไรดี ชมว่าลู่หยางใช้พลังยุทธ์ขั้นแก่นทองคำเอาชนะตัวเต็งฝ่อองเหอ? พูดไม่ออกเลย หรือจะชมว่าการโจมตีด้วยคลื่นเสียงของฝ่อองเหอแสดงให้เห็นพรสวรรค์ด้านดนตรีของเขา อนาคตต้องเป็ นผู้ยิ่งใหญ่แน่ แต่คลื่นเสียงที่ดูน่ากลัวถูกลู่หยางตบกระจายด้วยมือเดียวนะ
นางหันไปมองไป๋ หมิงและเหยียนเทียนจื้อ ไป๋ หมิงเงียบ ทำเหมือนตาบอดชั่วคราว มองไม่เห็นสถานการณ์บนเวทีประลอง เหยียนเทียนจื้ออ้าปาก ค่อยๆ เปล่งคำว่า “ดี” ออกมา
ดี? ดีอะไร ชมว่าพลังกระบี่นั้นของลู่หยางใช้ได้อย่างแยบยล ทั้งไม่ทำร้ายฝ่อองเหอ แต่ก็ทำให้ฝ่อองเหอกระเด็นออกนอกสนาม ควบคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขณะที่หลานถิงกำลังสงสัย ก็ได้ยินเหยียนเทียนจื้อเปล่งคำอีกสามคำ “…ไม่รู้จักอาย”
หลานถิง: “…”
ดูท่าจะหวังพึ่งสองคนนี้ไม่ได้แล้ว นางถอนหายใจยาว ค้นหาคำพูดอย่างละเอียดให้คะแนนว่า
“การโจมตีด้วยคลื่นเสียงของผู้เข้าแข่งขันฝ่อองเหอเมื่อครู่ถือว่าเหนือความคาดหมาย สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็ นอัจฉริยะด้านดนตรี ตัวเต็งคนอื่นแม้จะป้องกันได้ ก็คงจะเสียพลังมาก ตกอยู่ในสภาพอ่อนล้า”
“น่าเสียดายที่ครั้งนี้ฝ่อองเหอต้องเจอกับผู้เข้าแข่งขันลู่หยาง ลู่หยางเป็ นผู้ฝึกกระบี่ หมกมุ่นในวิถีกระบี่ ไม่สนใจสิ่งอื่น มุ่งแสวงหาวิชากระบี่ขั้นสูงสุด พลังกระบี่ที่มองไม่เห็นของเขาครั้งนี้ลึกซึ้งกว้างใหญ่ แสดงให้เห็นความสำเร็จของเขาในวิถีกระบี่!”
“แน่นอน สิ่งที่กล่าวมาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เข้าแข่งขันลู่หยางชนะ ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ ผู้เข้าแข่งขันลู่หยางอยู่ในขั้นแก่นทองคำ”