ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 355 ต่อสู้ข้ามขั้น ย้อนปราบขั้นสร้างฐาน
“ขั้นแก่นทองคา!?”
“ขั้นแก่นทองคาที่อายุไม่ถึงสิบแปดปี ? นี่มันพรสวรรค์การบำเพ็ญระดับไหนกัน!”
“จะเรียกว่าปีศาจก็ไม่เกินไป!”
“ในประวัติศาสตร์คงหาได้ยากสินะ?”
“ไม่ใช่แค่หายาก ตามบันทึกประวัติศาสตร์ หลายร้อยปีก็ยังไม่แน่ว่าจะมีคนขั้นแก่นทองคาที่อายุไม่ถึงสิบแปดปีสักคน”
ผู้คนไม่รู้อายุของหลานถิงและคนอื่นๆ
ความจริงแล้ว ในสามคนนั้น ไป๋หมิงอายุมากที่สุด สิบแปดปีกับอีกสองสามเดือน หลานถิงและเยี่ยนเทียนจื้อยังอีกสองสามเดือนถึงจะอายุสิบแปดปี
ผู้เข้าแข่งขันรู้สึกกดดันมากขึ้น โดยเฉพาะพวกตัวเต็ง พวกเขามั่นใจเต็มเปี่ยม พยายามบรรลุขั้นสร้างฐาน คิดว่าตนเองต้องเอาชนะคู่แข่งมากมายได้ คว้าแชมป์มาครอง
พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า ครั้งนี้มีคนขั้นแก่นทองคามา ร่วมงานเทศกาล
นี่มันโชคอะไรกัน?
ขั้นสร้างฐานสู้กับขั้นแก่นทองคา พวกเขาจะเอาหัวไปสู้หรือไง
ในบรรดาผู้เข้าแข่งขัน มีเพียงคนเดียวที่แสดงรอยยิ้มตื่นเต้น พึมพาเบาๆ “ขั้นแก่นทองคาหรือ น่าสนใจ”
เขาสวมเสื้อคลุมสีดา มองไม่เห็นใบหน้า
เขาท่องเที่ยวไปทั่วแผ่นดินใหญ่ บังเอิญผ่านมาที่แคว้นชิง เห็นที่นี่จัดงานเทศกาล จึงตัดสินใจเข้าร่วมกะทันหัน
พลังยุทธ์ที่เขาแสดงออกมาคือขั้นสร้างฐานช่วงต้น แต่พลังยุทธ์ที่แท้จริงไม่ใช่แค่นั้น
เขาชื่อโจวฝางเกอ พลังยุทธ์ที่แท้จริงคือขั้นสร้างฐานช่วงปลาย
“ยังไม่เคยต่อสู้กับศิษย์สานักเซียนมาก่อน แม้ว่าคนชื่อลู่หยางจะบาเพ็ญเร็วกว่าข้า แต่ในการต่อสู้ พลังยุทธ์ไม่ใช่สิ่งเด็ดขาด”
“ต่อให้บาเพ็ญเร็ว ก็คงไม่เร็วมากนัก อีกฝั่งน่าจะเพิ่งบรรลุขั้นแก่นทองคา”
โจวฝางเกอเคยเอาชนะผู้บาเพ็ญขั้นแก่นทองคาช่วงต้นมาแล้ว แม้กระบวนการต่อสู้จะลำบากอยู่บ้าง แต่สุดท้ายเขาก็ชนะ
“ไม่แน่ว่าจะสู้กันไม่ได้”
“ฮึๆ ลู่หยาง หวังว่าเจ้าจะเป็ นหินลับมีดที่ดีพอ!”
…
“เตรียมตัวให้ดี อีกเดี๋ยวก็ถึงตาเจ้าแล้ว” ลู่หยางชนกาปั้นกับเมิ่งจิ่งโจว การเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนขนาดใหญ่ครั้งแรก ก็สนุกไม่น้อย
“ล้วนเป็ นคนวัยเดียวกัน อาจจะมีคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจซ่อนตัวอยู่”
เมิ่งจิ่งโจวยิ้มพูด “พูดแบบนี้ การต่อสู้ครั้งนั้นของข้าไม่ได้ทุ่มเทเต็มที่หรือไง?”
พวกเขาต่อสู้อย่างระมัดระวังเสมอ ไม่เคยประมาทสักครั้ง
บนที่นั่งกรรมการ หลานถิงเห็นลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวชนกาปั้นกัน หนังตากระตุก ส่งเสียงถึงไป๋หมิง “พอถึงตาเมิ่งจิ่งโจวขึ้นเวที เจ้าเป็ นคนให้คะแนน”
เจอสายตาฆาตกรของหลานถิง ไป๋หมิงพยักหน้าหนักๆ จำต้องรับภารกิจนี้
…
การต่อสู้ยังคงดาเนินต่อ การประลองที่น่าตื่นตาตื่นใจเกิดขึ้นติดต่อกัน เมื่อเผชิญหน้ากับคนวัยเดียวกัน ทั้งสองฝั่งไม่กล้าประมาท ใช้เล่ห์เหลี่ยม การคำนวณซับซ้อน วิชาอาคมที่ซ่อนอยู่ในความมืด…
ทั้งสองฝั่งทุ่มเทสุดกาลังในการต่อสู้ ทาให้ผู้บาเพ็ญใต้เวทีร้องว่าสะใจ
ผู้บาเพ็ญใต้เวทีส่วนใหญ่อยู่ในขั้นฝึกลมปราณ พวกเขาไม่เคยคิดว่าแม้แต่ขั้นฝึกลมปราณก็มีการประลองที่น่าตื่นตาตื่นใจขนาดนี้
แม้แต่ผู้บาเพ็ญจากสานักที่มาดูตัวคนก็พยักหน้าหลายครั้ง รู้สึกว่าคุณภาพของงานเทศกาลรุ่นนี้สูงจริงๆ
“การแข่งขันผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้วสินะ นับรวมคนที่ขึ้นเวทีคนแรกก็มีผู้บาเพ็ญขั้นสร้างฐานห้าคนแล้ว ปีก่อนๆ ไม่เคยมีขั้นสร้างฐานมากขนาดนี้”
“ใช่ไหมล่ะ โดยเฉพาะคนที่ห้า ขั้นสร้างฐานช่วงกลาง ถ้าเป็ นรุ่นก่อนๆ ก็ต้องได้ที่หนึ่งแน่นอน!”
ไป๋หมิงมองรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน แนะนาว่า “ผู้เข้าแข่งขันรอบนี้คือซ่างเต๋อสุ่ยจากสานักชางไห่ เป็ นอีกหนึ่งตัวเต็งที่ได้รับความสนใจ พลังยุทธ์ขั้นสร้างฐานช่วงต้น ซ่างเต๋อสุ่ยเชี่ยวชาญวิชาธาตุน้ำ โดยเฉพาะวิชาควบคุมน้ำที่ทาให้ผู้คนต้องปรบมือชื่นชม”
พูดถึงวิชาควบคุมน้ำ หางตาของไป๋หมิงก็กระตุกโดยไม่รู้ตัว นึกถึงตอนที่ถูกลู่หยางจัดการด้วยวิชาหลบน้าในกระบวนท่าเดียว
ซ่างเต๋อสุ่ยแสดงรอยยิ้มมั่นใจ ขั้นสร้างฐานช่วงต้นในรอบคัดเลือกสามารถกวาดล้างทุกอย่างได้
“คู่ต่อสู้ของซ่างเต๋อสุ่ยก็เป็ นผู้เข้าแข่งขันที่สมัครกะทันหัน เมิ่งจิ่งโจวจากสานักเวิ่นเต๋า”
เมิ่งจิ่งโจวใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม โบกมือทักทายไป๋หมิง
“ทาไมยังมีคนจากสานักเวิ่นเต๋าอีก?” รอยยิ้มของซ่างเต๋อสุ่ยค้างอยู่บนใบหน้า มีคนหนึ่งคนยังไม่พอ ยังมาอีกสองคน?
งานเทศกาลแคว้นชิงเป็ นกิจกรรมใหญ่ขนาดไหนกัน ถึงต้องมีศิษย์สานักเวิ่นเต๋าสองคนมาร่วม?
ใจเย็น ใจเย็น ศิษย์สานักเวิ่นเต๋าไม่ได้หมายความว่าจะเป็ นขั้นแก่นทองคา ขั้นสร้างฐานที่อายุไม่ถึงสิบแปดปียังหลายร้อยปีถึงจะเจอสักคน อีกฝั่งอย่างมากก็แค่ขั้นสร้างฐานช่วงปลาย หากหาจังหวะที่เหมาะสมก็อาจจะมีโอกาสชนะ
ซ่างเต๋อสุ่ยให้กาลังใจตัวเอง หยิบขวดเล็กออกมาจากแขนเสื้อ ในขวดบรรจุน้าจากส่วนลึกของทะเลบูรพาที่ซื้อมาด้วยราคาแพง บริสุทธิ์ที่สุด เหมาะสำหรับใช้วิชาธาตุน้ำ
“วิชาควบคุมน้ำ – จาลองงู!”
ไอน้าพลุ่งพล่าน คลื่นกระเพื่อม น้าจากส่วนลึกของทะเลบูรพากลายเป็ นเส้นบาง ไหลออกมาจากขวด น้าจากส่วนลึกของทะเลบูรพาสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ เปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็ นงูยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัว
“ไป!”
งูยักษ์อ้าปากกว้าง พุ่งเข้าใส่เมิ่งจิ่งโจวด้วยความเร็วราวสายฟ้า ราวกับคลื่นยักษ์ที่ซัดสาด ส่งเสียงกึกก้อง ไอสังหารที่งูยักษ์แผ่ออกมาทาให้ทุกคนในที่นั้นต้องสะท้าน
“หกท่าสั่นสะเทือนฟ้ า!”
เมิ่งจิ่งโจวตั้งท่าเริ่มต้น ชกหมัดเดียวทาลายงูยักษ์ งูยักษ์แตกกระจาย กลายเป็ นสายฝนที่โปรยปราย หมัดนี้พลังไม่ลดลง หยุดตรงหน้าซ่างเต๋อสุ่ย ซ่างเต๋อสุ่ยทนแรงลมจากหมัดไม่ได้ เซถอยหลังหลายก้าว ตกจากเวทีประลอง
ไป๋หมิง: “…”
เจ้าเป็ นขั้นแก่นทองคา ขึ้นมาก็ใช้หกท่าสั่นสะเทือนฟ้ าเลย คนที่ไม่รู้คงคิดว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าเป็ นลู่หยาง!
ไป๋หมิงให้คะแนนอย่างจริงจัง “วิชาควบคุมน้ำบทจาลองแบ่งเป็ นสามขั้น จาลองงู จาลองมังกรน้า จาลองมังกร โดยทั่วไปแล้ว ต้องถึงขั้นสร้างฐานช่วงปลายถึงจะเริ่มฝึกวิชาควบคุมน้าได้ ซ่างเต๋อสุ่ยอยู่ในขั้นสร้างฐานช่วงต้นก็สามารถใช้วิชาควบคุมน้ำได้อย่างแยบยล จาลองงูยักษ์ได้ ทาให้ผู้คนต้องปรบมือชื่นชมจริงๆ”
“เห็นได้ชัดว่าซ่างเต๋อสุ่ยขยันฝึกฝนนอกสนาม มีความเข้าใจในวิถีแห่งน้าอย่างลึกซึ้ง ในช่วงอายุนี้หาได้ยากมาก ข้าเคยเห็นความเข้าใจระดับนี้จากน้องๆ ของข้าเพียงสองสามคน”
“บนเส้นทางการบาเพ็ญ แพ้ชนะล้วนเป็ นไปตามโชคชะตา หวังว่าซ่างเต๋อสุ่ยจะไม่หวั่นไหวกับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ พยายามต่อไป ศึกษาวิถีแห่งน้าต่อไป”
“เมิ่งจิ่งโจวอยู่ขั้นแก่นทองคา จบการให้คะแนน”
ใต้เวทีเกิดความโกลาหลอีกครั้ง เต็มไปด้วยความใฝ่ฝันต่อสานักเวิ่นเต๋า
ขั้นแก่นทองคา อีกหนึ่งขั้นแก่นทองคาที่อายุไม่ถึงสิบแปดปี สานักเวิ่นเต๋าแข็งแกร่งขนาดนี้เลยหรือ?
อัจฉริยะระดับโลกที่หลายร้อยปี ถึงจะเจอสักคน กลับได้เจอติดต่อกันถึงสองคน!
รอบคัดเลือกรอบแรกจบลง นอกจากลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวสองคนที่โดดเด่นเป็ นพิเศษเพราะอยู่ขั้นแก่นทองคา ก็มีผู้บาเพ็ญขั้นสร้างฐานโดดเด่นสิบคน ส่วนคนขั้นฝึกลมปราณสมบูรณ์ห้าสิบคนนั้น ไม่มีใครสนใจแล้ว
ลู่หยางสนุกกับการต่อสู้ในรอบต่อๆ มามาก คู่ต่อสู้รอบถัดไปและรอบถัดไปอีกล้วนอยู่ในขั้นสร้างฐานช่วงต้น
แก่นทองอมตะแนะนาว่าสู้ไปเรื่อยๆ
ลู่หยางอดถอนหายใจไม่ได้ นานแล้วที่ไม่ได้เจอการต่อสู้ที่ไมต้องเหนื่อยแบบนี้
นึกถึงการต่อสู้อันยากลำบากในสานักเวิ่นเต๋า ลู่หยางรู้สึกว่าการต่อสู้แบบนี้เหมาะกับตนเอง
เซียนอมตะเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกคุ้นเคย ราวกับย้อนกลับไปยังช่วงเวลาอันงดงามที่ต่อสู้ข้ามขั้นในยุคโบราณ เรียกร้องจะแย่งการควบคุมร่างกาย อยากลองด้วยตัวเอง
จนหมดหนทาง ลู่หยางจาต้องยกการควบคุมร่างกายในรอบถัดไปอีกรอบให้เซียนอมตะ ให้อีกฝั่งได้สนุกด้วย
เมิ่งจิ่งโจวมีปฏิกิริยาคล้ายลู่หยาง นึกย้อนไปตั้งแต่เข้าสานักเวิ่นเต๋า นอกจากครั้งนั้นที่สานักธาตุทั้งห้า ก็ไม่เคยได้ประลองกับคนวัยเดียวกันอย่างจริงจัง
ที่แท้การประลองกับคนวัยเดียวกันมันสนุกขนาดนี้
เขาโชคดีกว่า สองรอบหลังคู่ต่อสู้ล้วนอยู่ในขั้นฝึกลมปราณสมบูรณ์
พวกหลานถิงเห็นลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวยิ้มจนปิ ดปากไม่สนิท อยากจะแกล้งทาเป็ นไม่รู้จักพวกเขา
การประลองสี่รอบจบลง แปดคนสุดท้ายปรากฏตัว
นอกจากลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวที่ไม่มีข้อสงสัย ก็มีโจวฝางเกอที่ซ่อนพลังยุทธ์ ผู้บาเพ็ญขั้นสร้างฐานช่วงกลางหนึ่งคน และขั้นสร้างฐานช่วงต้นสี่คน
ตามกฎการแข่งขัน แปดอันดับแรกจะต้องทาศึกใหญ่วัดดวลกัน ทดสอบความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์และความสามารถในการต่อสู้เป็ นทีมของผู้บาเพ็ญ