ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 360 พลังของแก่นทองอมตะ
หากไม่นับผลข้างเคียงที่ทาให้คนหัวล้าน หมัดอรหันต์คือวิชาหมัดสูงสุดของพุทธ
ก่อนหน้านี้ลู่หยางกังวลว่าจะทาร้ายหลานถิงโดยไม่ตั้งใจ จึงไม่กล้าใช้ บัดนี้มอบหลานถิงให้ร่างแยกจัดการ ตัวเองสู้กับไป๋ หมิง จึงกล้าใช้หมัดอรหันต์อย่างเต็มที่
“ข้าอยากดูนักว่าเจ้าจะแบ่งใจควบคุมสองร่างได้อย่างไร!” ไป๋ หมิงคาดว่าลู่หยางไม่มีทางควบคุมสองร่างพร้อมกันได้ หอกแหลมคมพุ่งออกในชั่วพริบตา ราวกับดาวบนท้องฟ้ าระยิบระยับ
ลู่หยางจ้องปลายหอกอย่างสงบ ในร่างส่งเสียง “คง คง” ราวกับพระพุทธเจ้าสวดมนต์ โปรดสรรพสัตว์
หมัดพุ่งออก เสียงดังราวฟ้ าร้อง พลังมหาศาลดุจไผ่แตกหน่อ ปะทะกับหอกยาวอย่างรุนแรง ก่อคลื่นหมึกดาในอากาศ
“หมัดอรหันต์!”
เพี้ยง–
หอกยาวสั่น ส่งเสียงสะท้อนของโลหะ หมัดเคลื่อนที่เบาสบายตามปลายหอก รุกไล่ไป๋ หมิง
ไป๋ หมิงออกแรงที่เอว ม้าและเอวเป็ นหนึ่งเดียว พยายามดึงหอกกลับ ลู่หยางใช้หมัดอรหันต์โจมตีลาหอกไม่หยุด ลาหอกสั่นไม่หยุด จับให้มั่นยาก
ไป๋ หมิงร้องในใจว่าไม่ดีแล้ว เขาระวังเวทมนตร์และเทพเซียนของลู่หยางตลอด แต่ไม่คิดว่าลู่หยางจะน่ากลัวถึงเพียงนี้แม้ต่อสู้ด้วยมือเปล่า
เห็นหมัดก าลังจะโจมตีถึงตัว ไป๋ หมิงท าท่าร่ายเวทด้วยมือซ้าย เหนือศีรษะส่งเสียงหวีด คมลมราวกับมีดฟันฟาง พุ่งลงมาจากฟ้ า หมายจะผ่าลู่หยางเป็ นสองท่อน
ไป๋ หมิงอาศัยโอกาสนี้หลบหนี แต่ก็ยังถูกหมัดอรหันต์เฉี่ยวไป
“หมัดหนักเหลือเกิน!” ไป๋ หมิงตกใจ โชคดีที่หลบพ้น หมัดนี้หนักหน่วงรุนแรง แค่โดนเฉี่ยวก็บาดเจ็บถึงเพียงนี้ หากโดนเต็มๆ สักหมัด คงไม่สบายแน่
ต้องไม่ให้โดนอีกเด็ดขาด
ทันใดนั้น เส้นผมสีดาหลายเส้นร่วงหล่น ทาให้ไป๋ หมิงชะงัก ยังไม่ทันตั้งตัว ก็เห็นเส้นผมสีดาร่วงลงมาเรื่อยๆ
เดี๋ยวก่อน นี่คงไม่ใช่…
ไป๋ หมิงยกมือลูบศีรษะโดยไม่รู้ตัว สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “ผมข้าไปไหน!”
มองเส้นผมที่กองอยู่บนพื้น ไป๋ หมิงจ้องลู่หยางเขม็ง
“หมัดและเวทมนตร์รวมเป็ นหนึ่ง ไม่คิดว่าเจ้าจะผสานวิชาหมัดและเวทมนตร์ได้สมบูรณ์ถึงเพียงนี้ ถึงกับทาให้ข้าพลาด!” ไป๋ หมิงบังคับตัวเองให้สงบวิเคราะห์ ไม่ให้เสียขบวน
ด้านล่างเวทียังมีผู้บ าเพ็ญทยอยมาดูการต่อสู้ไม่ขาดสาย
“เอ๊ะ คนหัวล้านนั่นเป็ นใคร ไม่ใช่บอกว่าวัดเสวียนคงไม่ได้ส่งคนมาหรอกหรือ?”
“เมื่อครู่ได้ยินคาว่าอรหันต์อะไรสักอย่าง เป็ นคนหัวล้านคนนี้อ้างตัวว่าเป็ นอรหันต์หรือ?”
“คงปลอมแน่ บนหัวยังไม่มีรอยแผลที่โกนผมเลย”
ไป๋ หมิงได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านล่างเวที ทนไม่ไหวอีกต่อไป โกรธจัด “ลู่หยาง นี่เจ้าบังคับข้า หอกหมุนเวียนธาตุทั้งห้า!”
“หอกหมุนเวียนธาตุทั้งห้าคืออะไร?” ผู้เฒ่าขงอุทานเบาๆ
“นี่คือวิชาที่บรรพบุรุษของสานักธาตุทั้งห้าที่เชี่ยวชาญเวทมนตร์ธาตุทั้งห้าสร้างขึ้น ผสานเวทมนตร์ธาตุทั้งห้าและวิชาหอกเข้าด้วยกัน หากไม่เชี่ยวชาญทั้งสองอย่างย่อมเรียนรู้ไม่ได้ ไม่คิดว่าศิษย์สานักธาตุทั้งห้าผู้นี้จะบรรลุถึงระดับที่เรียนรู้วิชาหอกนี้ได้แล้ว”
“ชราภาพรู้สึกว่าท่าทางที่เขาแสดงออกมาเหมือนแก่นทองธาตุทั้งห้า แต่แก่นทองธาตุทั้งห้าน่าจะไม่มีพลังโจมตีขนาดนี้!”
“ทองสุกใส!” หอกพุ่งดุจมังกร พุ่งเข้าหาลู่หยางด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ พลังมหาศาลซัดมาปะทะ
ลู่หยางก้าวใหญ่ขึ้นหน้า เสียงพุทธกึกก้อง พลังกลืนภูผา ใช้หมัดอรหันต์ปะทะหอกอย่างดุเดือดอีกครั้ง คลื่นกระแทกกวาดไปทั่วทุกทิศ
หมัดดุจทั่งเหล็ก พลังพวยพุ่ง ระหว่างหมัดและฝ่ ามือแผ่พลังรุนแรง
การปะทะระหว่างหมัดและหอกท าให้ผู้ชมด้านล่างตกตะลึง แม้แต่ผู้บาเพ็ญขั้นทารกแรกกาเนิดก็ยังเปลี่ยนสีหน้า พวกเขาไม่มั่นใจว่าจะรับการโจมตีถี่ยิบขนาดนี้ได้
“นี่เป็ นขั้นแก่นทองคาตอนต้นจริงหรือ?”
“เคยได้ยินมาว่าศิษย์สานักเซียนไม่อาจตัดสินด้วยหลักทั่วไป วันนี้ได้เห็นกับตาเป็ นเช่นนั้นจริงๆ!”
“แม้แต่อัจฉริยะในยุคโบราณก็คงแค่นี้”
“ต่อให้ยุคทองมีอัจฉริยะผุดขึ้นมากมาย ก็คงยากจะมีอัจฉริยะที่เทียบเคียงกับพวกเขาได้”
ไป๋ หมิงเพิ่งเคยเจอคนระดับเดียวกันที่ต้านทานวิชาหอกหมุนเวียนธาตุทั้งห้าของตนได้เป็ นครั้งแรก
เขาหัวเราะเย็นชา หอกแทงเวทีประลอง มังกรดินตัวหนึ่งผุดขึ้นจากพื้น ราวกับคลื่นสึนามิ คารามพุ่งเข้าใส่ลู่หยาง
ลู่หยางใช้วิชาย่นพื้นที่ แอบโจมตีไป๋ หมิงจากด้านล่าง ไป๋ หมิงแผ่จิตออกไป มองเห็นการเคลื่อนไหวของลู่หยางชัดเจน ใช้หอกแทงลงด้านล่าง
“อยู่นี่!”
เหตุการณ์ที่ทาให้ไป๋ หมิงตกใจเกิดขึ้น เขาเห็นร่างของลู่หยางพลันหดเล็กลง หลบหอกแทงนี้ได้
“วิชาย่อขยาย?!”
แม้จะคาดการณ์ไว้ว่าลู่หยางจะใช้เทพเซียนและเวทมนตร์มากมาย แต่การใช้วิชาย่อขยายก็ยังเกินความคาดหมาย เวทมนตร์ล้วนเป็ นระบบ เรียนรู้เวทมนตร์หนึ่งสามารถเชื่อมโยงเรียนรู้เวทมนตร์ที่คล้ายกันได้
แต่ดูลู่หยางสิ กลืนฟ้ กิกินดิน ย่นพื้นที่ วิชาย่อขยาย แต่ละวิชาล้วนไม่เกี่ยวข้องกัน ยังมีวิชาร่วงผมที่ไป๋ หมิงไม่เคยได้ยินมาก่อน
“แล้วจะเป็ นไร!”
ไป๋ หมิงแทงหอกสิบแปดครั้งติดต่อกัน แต่ลู่หยางหลบได้หมด เมื่อเขากาลังจะแทงครั้งที่สิบเก้า ร่างกายพลันจมลงไป รอบข้างมืดสนิท
ตอนที่ไป๋ หมิงแทงใส่ลู่หยาง เขาไม่ทันสังเกตว่าลู่หยางที่ย่อตัวเล็กลงได้วิ่งวนรอบตัวเขาหนึ่งรอบ
พอดีสามารถใช้เวทมนตร์วาดคุกใต้ดินได้
“อีกแล้ว เวทมนตร์ธาตุดินที่ไม่รู้จัก!” ไป๋ หมิงทนไม่ได้ที่ถูกข่มในด้านเวทมนตร์ธาตุทั้งห้า ใช้เวทมนตร์เจาะขึ้นมาจากพื้น แต่กลับโดนหมัดของลู่หยางเต็มๆ
“วาดคุกใต้ดิน!”
ลู่หยางขังไป๋ หมิงเข้าคุกใต้ดินอีกครั้ง
ไป๋ หมิงพยายามรักษาสติ เมื่อออกไปตรงๆ ไม่ได้ ก็ต้องออกจากที่อื่น จมอยู่ในคุกใต้ดิน เวทมนตร์ทอง ไม้ น้า ไฟ ล้วนช่วยอะไรไม่ได้ มีเพียงเวทมนตร์ธาตุดินที่ใช้ได้
เขาต้องการจะเจาะไปที่อื่น พอเคลื่อนร่างออกไปได้ครึ่งตัว ก็ได้ยินเสียงลู่หยางด้านบน
“วาดคุกใต้ดิน”
กลับมาที่เดิม
“มังกรดิน…” ไป๋ หมิงท าท่าร่ายเวทจะเรียกมังกรดิน
“วาดคุกใต้ดิน”
ร่างของไป๋ หมิงสั่นสะเทือน หายไปแล้วปรากฏขึ้นที่เดิม กระบวนการร่ายเวทถูกขัดจังหวะ
“นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุดิน แต่เป็ นเวทมนตร์พื้นที่!” ไป๋ หมิงถึงได้พบปัญหา
“ข้าไม่เชื่อหรอก มังกรดิน…”
“วาดคุกใต้ดิน” ลู่หยางนั่งยองๆ วาดวงกลม ใช้จิตสังเกตไป๋ หมิง ทุกครั้งที่ไป๋ หมิงขยับ เขาก็ใช้วาดคุกใต้ดินขัดจังหวะ
ไป๋ หมิงลองหลายครั้ง ผลลัพธ์เหมือนกันหมด จนหมดอารมณ์
“พอแล้ว ข้ายอมแพ้!”
ไม่มีทางเลือก ไป๋ หมิงต้องยอมแพ้ เมื่อเขาขึ้นมาบนพื้น เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของลู่หยาง ก็โมโหจนแทบระเบิด
“ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าใช้เวทมนตร์เร็วกว่าข้า…”
ไป๋ หมิงพูดกัดฟัน เขาถูกความเร็วในการร่ายเวทจ ากัด เวทมนตร์ธาตุดินที่เขาเรียนรู้ล้วนเป็ นการโจมตีวงกว้าง ร่ายเวทช้า หากสามารถร่ายเวทก่อนที่ลู่หยางจะใช้ “วาดคุกใต้ดิน” เขาก็จะหนีออกมาสู้ต่อได้ แพ้ชนะยังไม่แน่
ลู่หยางยิ้มแต่ไม่พูด ในสมองผุดภาพแผนการที่แก่นทองอมตะให้เมื่อครู่: วิชาหอกของไป๋ หมิงเป็ นเปลือก เวทมนตร์ธาตุทั้งห้าเป็ นแก่น การโจมตีของเขาย่อมใช้เวทมนตร์ธาตุทั้งห้าเป็ นพื้นฐาน เวทมนตร์ธาตุทั้งห้าเกิดดับสืบเนื่อง รวมกันใช้พลังเพิ่มทวีคูณ ไม่ควรให้โอกาส
แนะนาให้ใช้หมัดอรหันต์ยั่วยุให้โกรธ ทาให้เสียสติ แล้วหาโอกาสใช้ “วาดคุกใต้ดิน” จ ากัดเขาไว้ใต้ดิน ในใต้ดินบังคับให้เขาใช้ได้แค่เวทมนตร์ธาตุดิน และสามารถอาศัยความเร็วในการร่ายเวทที่เหนือกว่า ขัดจังหวะการร่ายเวทของเขา บังคับให้เขายอมแพ้
นี่คือแผนการที่ประหยัดเวลาและแรงงานที่สุด