ใครปล่อยไอ้หมอนี่มาบำเพ็ญเซียนวะ! - บทที่ 423 เคราะห์ร้ายจากภูตผี
“ท่านหลู่คงใช้เวลาอีกสามถึงห้าวันก็จะทะลุระดับได้แล้ว พวก
เจ้ารอสักหน่อยก็พอ”
“ช่วงนี้เมืองฮั่นสุ่ยเกิดเคราะห์ร้ายจากภูตผีหลายแห่ง หากพวก
เจ้าว่างในช่วงสองสามวันนี้ อาจไปจับผีที่เมืองฮั่นสุ่ย เมื่อกลับมาก็
สามารถแลกคะแนนความดีได้ ข้าจะเขียนจดหมายรับรองให้” ผู้
อาวุโสกายยิ้มพลางกล่าว แสดงความเอาใจใส่ต่อลู่หยางและเพื่อนรุ่น
น้องทั้งสาม
“เคราะห์ร้ายจากภูตผี?” ลู่หยางสงสัย เมืองฮั่นสุ่ยมีผู้ปกครอง
แคว้นคอยดูแล ทั้งยังมีส านักควบคุมศพคอยช่วยเหลือ เคราะห์ร้าย
จากภูตผีใดกล้ามาก่อกวน
ผู้อาวุโสกายถอนหายใจ “ผู้ปกครองแคว้นคนเก่าถูกทางการจับ
ตัวไปแล้วไม่ใช่หรือ รวมทั้งข้าราชการอีกหลายคน วงการข้าราชการ
แคว้นหวงเกิดการเปลี่ยนถ่ายก าลังพล”
“ในช่วงเวลานี้เอง เมืองฮั่นสุ่ยเกิดเคราะห์ร้ายจากภูตผีมากมาย
แม้ใช้กฎสวรรค์ก็ยากจะห้ามปรามได้อย่างสิ้นเชิง คงมีผู้บ าเพ็ญขั้น
รวมร่างต่อสู้กันอยู่เบื้องหลัง”
“ผู้ปกครองแคว้นคนใหม่ยังไม่ทันตั้งตัวได้ ก็เจอเรื่องแบบนี้เข้า
จัดการได้ไม่ค่อยเหมาะสมนัก เคราะห์ร้ายจากภูตผีจึงไม่ได้รับการ
ระงับอย่างมีประสิทธิภาพ”
“ลัทธิจิ่วอิ่วเชี่ยวชาญในการขับผีไล่ผี ผู้ปกครองแคว้นสงสัยว่า
ลัทธิจิ่วอิ่วก าลังก่อการลับๆ อยู่เบื้องหลัง ก าลังเร่งสอบสวนแต่ยังไม่
ได้ผลอะไร”
“ส านักควบคุมศพของพวกเราเป็นส านักใหญ่ที่มีชื่อเสียงของ
แคว้นหวง ย่อมต้องรับผิดชอบในหน้าที่ จึงสนับสนุนให้ศิษย์ไป
จัดการกับเคราะห์ร้ายจากภูตผี ระดับเคราะห์ร้ายไม่ได้สูงมาก พวก
เจ้าจัดการได้แน่นอน”
“แน่นอนว่า พวกเจ้าก็อาจเลือกศึกษาวิชาควบคุมศพในส านัก
ของพวกเราก็ได้ แล้วแต่พวกเจ้าจะเลือก”
ลู่หยางสบตากับเมิ่งจิ่งโจว มองเห็นความสงสัยในแววตาของกัน
และกัน
ท าไมจะเป็นลัทธิจิ่วอิ่วกระท าการเบื้องหลัง พวกเขาเพิ่งเปิดร้าน
ย่างเนื้อก าลังสนุก จะมีเวลามาท าเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร หรือว่าการ
ขายย่างเนื้อยังท าเงินได้ไม่พอ?
ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ก่อเคราะห์ร้ายจากภูตผี พวกเขาในฐานะศิษย์
ส านักเวิ่นเต๋า ล้วนต้องไปจัดการ
หลังจากที่คณะกล่าวลาผู้อาวุโสกายแล้ว เสียงของเซียนอมตะก็
ดังก้องในห้วงความคิดของลู่หยาง
“คนแก่เมื่อกี้ไม่ใช่คนเป็น แต่เป็นซากศพมีชีวิต วิธีปรุงแต่งแยบ
ยลทีเดียว”
“ใคร?” ลู่หยางตกใจ นึกว่าตนฟังผิดไป
“ก็คนแก่เมื่อกี้นั่นแหละ”
ลู่หยางครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ในพริบตาก็คิดถึงสถานการณ์ที่
น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด เหงื่อเย็นผุดซึม: ผู้อาวุโสกายตายแล้ว ไม่มี
ใครรู้ มีคนน าศพของผู้อาวุโสกายมาปรุงแต่ง เพื่อสร้างภาพลวงว่า
เขายังมีชีวิตอยู่
“ท่านพี่จ้าว ข้าดูผู้อาวุโสกายแล้วรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกตินะ” ลู่
หยางลองหยั่งเชิง
จ้าวปั้วชูนิ้วโป้ง “ท่านลู่สายตาดีจริงๆ แม้แต่สิ่งนี้ก็ยังสังเกตเห็น
คนที่นั่งอยู่เมื่อกี้ไม่ใช่อาจารย์ข้า แต่เป็นซากศพมีชีวิตที่อาจารย์ปรุง
แต่งขึ้น”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เมิ่งจิ่งโจวและหม่านกู่เกิดความสนใจ
จ้าวปั้วยิ้มพลางอธิบาย ไม่หลบเลี่ยงแต่อย่างใด “พวกเราผู้
ควบคุมศพต้องสัมผัสกับลมปราณศพ พลังวิญญาณเป็นประจ า
ร่างกายจึงเสียสมดุลหยินหยาง หยินมากหยางน้อย ท าให้ร่างกาย
อ่อนแอ ไม่เพียงแต่เทียบกับพี่เมิ่งที่เป็นผู้บ าเพ็ญร่างกายไม่ได้ แม้แต่
ผู้บ าเพ็ญทั่วไปก็ยังมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าพวกเราเล็กน้อย”
“วิทยายุทธ์ทั้งหมดของผู้ควบคุมศพล้วนแสดงออกผ่านซากศพ
มีชีวิตที่ปรุงแต่ง เพื่อความปลอดภัย ผู้ควบคุมศพที่ถึงขั้นแปลงร่าง
เซียนจะไม่ปรากฏตัวจริงอีกต่อไป แต่ให้ซากศพมีชีวิตที่ปรุงแต่ง
ขึ้นมาแทนตนเดินไปมา”
“ไม่เพียงแต่อาจารย์ข้า ผู้อาวุโสทุกคนของส านักล้วนใช้ซากศพ
มีชีวิตแทนตนออกไปข้างนอก ตัวจริงของพวกเขาอยู่ที่ใดไม่มีใครรู้”
“และผู้ควบคุมศพส่วนใหญ่ไม่ชอบพูดคุยกับคนเป็น กลัวการ
พบปะผู้คน นิ่งเงียบพูดน้อย จึงพอดีให้ซากศพมีชีวิตมาแทนตน ไย
จะไม่ท าเล่า?”
ผู้ควบคุมศพที่ต้องคลุกคลีกับศพตลอดเวลา ล้วนเป็นคนเก็บตัว
จ้าวปั้วที่เป็นแบบนี้กลับเป็นพวกส่วนน้อย
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ลู่หยางเข้าใจกระจ่าง เขาคิดมากเกินไป
“ต่อไปนี้พวกเจ้าจะเรียนในโรงเรียนของพวกเรา หรือข้าจะไปรับ
ภารกิจ แล้วชวนพวกเจ้าไปจัดการกับเคราะห์ร้ายจากภูตผีด้วยกัน?”
ลู่หยางยิ้มมุมปาก พูดอย่างทวนยืนกรานว่า “แน่นอนว่าต้องไป
จัดการกับเคราะห์ร้ายจากภูตผี เจ้าเมิ่งเป็นผู้มีรากฐานโสด ร่างหยาง
บริสุทธิ์ ผีร้ายใดเห็นก็ต้องหนีกระเจิง!”
“มีพี่เมิ่งออกโรง จัดการเคราะห์ร้ายจากภูตผีก็เป็นเรื่องเล็ก!”
แม้จะเป็นค าชมที่หายากจากปากลู่หยาง และทั้งยังเป็นความจริง
แต่เมิ่งจิ่งโจวกลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อย
เจ้าเป็นรากฐานโสดเองต่างหาก ทั้งตระกูลเจ้าก็เป็นรากฐานโสด
หมด!
บางครั้งเมิ่งจิ่งโจวอยากซัดหมัดสาปโสดใส่ลู่หยางนัก แต่เขาไม่
กล้า
สัญชาตญาณบอกว่า หากใช้หมัดสาปโสดใส่ลู่หยาง การ
ย้อนกลับของสายใยโชคชะตาคงรุนแรงยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ คง
ยากที่จะช่วยเหลือได้
แค่ลู่หยางคนเดียว รอข้าเป็นเซียนแล้วค่อยช าระบัญชี!
“เช่นนั้นพวกเราขั้นแก่นทองค าสามารถรับภารกิจได้ตามใจใช่
หรือไม่?” จ้าวปั้วครุ่นคิด เมื่อพวกเขาสี่คนขั้นแก่นทองค าออกโรง
น่าจะกวาดล้างภารกิจภูตผีระดับขั้นแก่นทองค าได้
ลู่หยางโบกมือเสียงดัง “กล้าหน่อยสิ รับภารกิจถึงขั้นทารกแรก
ก าเนิดก็ได้”
จ้าวปั้วตกใจเล็กน้อย แต่ก็นึกออกในไม่ช้า พวกเขาสี่คนร่วมมือ
กัน คงรับมือกับผีร้ายขั้นทารกแรกก าเนิดได้ไม่ยาก
“ดี ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปหาภารกิจขั้นทารกแรกก าเนิด ขอให้สาม
ท่านรออยู่ที่นี่สักครู่”
ในระหว่างที่จ้าวปั้วไปรับภารกิจ ลู่หยางเหงาๆ จึงล้วงสัญลักษณ์
จิ่วอิ่วออกมา ติดต่อรองประมุขสี่ แล้วส่งข้อความหนึ่ง
“คนของลัทธิสวรรค์ของพวกเรา มีราชาแห่งสวรรค์อยู่ที่เมือง
ฮั่นสุ่ยในแคว้นหวง และพบว่าที่นี่มีเคราะห์ร้ายจากภูตผี ผู้ปกครอง
แคว้นสงสัยว่าเป็นฝีมือของพวกเจ้า จริงหรือไม่?”
รอสักพัก สัญลักษณ์จิ่วอิ่วยังไม่มีปฏิกิริยา ลู่หยางนึกว่ารอง
ประมุขสี่คงมีธุระจึงไม่ได้ดูสัญลักษณ์จิ่วอิ่ว เตรียมเก็บกลับไป ก็เห็น
สัญลักษณ์จิ่วอิ่วร้อนขึ้น ตัวอักษรมากมายผุดขึ้นบนผิว
ลู่หยางสายหน้า “ที่แท้ไม่ใช่ว่ารองประมุขสี่ไม่เห็น แต่ก าลังเขียน
ตัวอักษรเร่งรีบนี่เอง”
ค าตอบของรองประมุขสี่เป็นดังนี้:
“นี่เป็นการใส่ร้ายอย่างชัดแจ้ง พวกข้าราชการสารเลวเหล่านี้
โยนความผิดมาให้พวกเราอีกแล้ว ประมุขของเราเห็นด้วยกับ ‘คู่ค้า’
ที่รองประมุขลู่เสนอมาก ในตอนนี้ลัทธิจิ่วอิ่วมีผู้ทรงพลังน้อยเกินไป
ควรต้องบ าเพ็ญตบะอย่างตั้งใจ เพิ่มจ านวนผู้บ าเพ็ญขั้นรวมร่างและ
ขั้นข้ามพิบัติ กิจกรรมต่างๆ ของลัทธิเราล้วนหยุดไปครึ่งหนึ่ง ทั่วทั้ง
ลัทธิก าลังยุ่งอยู่กับการสร้างเครือร้านค้า หาเงิน นี่เป็นการตัดสินใจ
ของประมุข”
……
สาขาย่อยของลัทธิจิ่วอิ่ว รองประมุขสี่เห็นค าถามของลู่หยาง
โกรธจนตัวสั่น
“พวกเรายังหาเวลาหาเงินไม่พอ จะมีเวลาที่ไหนไปก่อความ
วุ่นวายกับผีร้าย พวกเราจะได้ประโยชน์อะไร พวกข้าราชการไม่ใช่
หนึ่งหรือสองครั้งที่ใส่ร้ายพวกเราแล้ว เมื่อมีเรื่องไม่ชัดเจนก็บอกว่า
เป็นฝีมือลัทธิมารพวกเรา แต่พวกเราลัทธิมารที่ไหนจะมีเวลาว่างไป
ท าเรื่องพวกนี้!”
เขาตอบลู่หยางไปพลางด่าไปพลาง หากลัทธิสวรรค์เข้าใจผิด
คิดว่าลัทธิจิ่วอิ่วไม่สนใจภาพรวม ท าอะไรไปตามอ าเภอใจ วันหลังจะ
ร่วมมือกันลึกซึ้งก็คงยาก
หลังจากตอบเสร็จ เขารู้สึกว่ายังควรอธิบายอะไรบางอย่างกับลู่
หยาง แต่พบว่าสัญลักษณ์จิ่วอิ่วใช้งานไม่ได้แล้ว
“ต้องรออีกห้าวันจึงใช้ได้ ช่างยุ่งยากจริง”
รองประมุขสี่นอนเอกเขนกบนเก้าอี้มองเพดาน ทันใดนั้นก็ตบ
ศีรษะ “เอ๊ะ ข้าเป็นห่วงเรื่องอะไรกัน ประมุขก็อยู่ที่แคว้นหวงนี่!”
เขาหยิบสัญลักษณ์จิ่วอิ่วอีกอันหนึ่งออกมา เล่าเรื่องที่ลู่หยางบ
อกให้ประมุขฟัง เพื่อดูว่าประมุขจะจัดการอย่างไร
ประมุขตอบกลับอย่างรวดเร็ว มีเพียงประโยคเดียว
“ข้าอยู่ที่เมืองฮั่นสุ่ยพอดี”